เสียงกระดิ่งหน้าร้านคาเฟ่ปห่งหนึ่งดังขึ้นเบา ๆ พร้อมลมเย็นของเช้าในเดือนธันวาคมที่พัดเข้ามาในคาเฟ่
ผมเงยหน้าจากเครื่องบดกาแฟโดยอัตโนมัติ ก่อนจะเอ่ยทักลูกค้าตามปกติ
“รับอะไรดีครับ”
ผู้ชายที่เดินเข้ามาสูงเกือบแตะขอบประตู เสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนถึงข้อศอก นาฬิกาเรือนเรียบแต่ดูแพงจนผมไม่กล้าที่คิดราคาว่าเท่าไหร่
เขามองรอบร้านช้า ๆ เหมือนกำลังประเมินอะไรบางอย่าง ก่อนสายตาคมจะหยุดอยู่ที่ผม
“ลาเต้ร้อน”
เสียงทุ้มเรียบนิ่งจนฟังไม่ออกว่าอารมณ์ดีหรือเปล่า
“หวานปกติไหมครับ”
“แล้วแต่คุณ”
ผมพยักหน้าเบา ๆ แล้วหันกลับไปทำกาแฟ แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกเหมือนโดนมองอยู่ตลอดเวลา
ร้านของผมชื่อ MIST Café
คาเฟ่เล็ก ๆ ในซอยเงียบย่านนิมมาน
ไม่ได้ดังมาก
แต่มีลูกค้าประจำพอให้ร้านอยู่รอด
…อย่างน้อยก็เคยเป็นแบบนั้น
ช่วงสองเดือนที่ผ่านมา ร้านข้าง ๆ ถูกซื้อไปทีละห้อง
จนตอนนี้เหลือแค่ร้านผมที่ยังไม่ยอมขาย
เสียงแจ้งเตือนในมือถือดังขึ้น
ข้อความจากเจ้าของตึกเด้งเข้ามา
“ถ้ายังไม่ตัดสินใจ เดือนหน้าจะขึ้นค่าเช่าอีกนะหมอก”
ผมถอนหายใจเงียบ ๆ
ก่อนจะยกแก้วลาเต้ไปเสิร์ฟ
“ได้แล้วครับ…ลาเต้ร้อนครับ”
ผู้ชายคนนั้นเงยหน้าจากโทรศัพท์
ดูใกล้ ๆ แบบนี้ยิ่งดูอันตราย
หล่อแบบคนที่ไม่ควรเข้าไปยุ่งด้วย
เขารับแก้วกาแฟ แต่ไม่ได้ปล่อยมือทันที
ปลายนิ้วเย็นเฉียบแตะโดนผิวผมแค่เสี้ยววินาที
“คาเฟ่ร้านคุณดังดีนะ”
“ขอบคุณครับ”
“น่าเสียดายถ้าจะต้องปิดไป”
มือผมชะงัก
“คุณหมายความว่าไง”
อีกฝ่ายล้วงนามบัตรจากกระเป๋าเสื้อ ก่อนวางลงบนเคาน์เตอร์ช้า ๆ
ตัวอักษรสีเงินสะท้อนแสงเช้า
ภูเขา วัฒนากร
CEO — North Horizon Investment
ผมอ่านชื่อบริษัทแล้วทำให้ผมเงียบไปทันที
บริษัทอสังหาฯ ที่กำลังซื้อที่ดินทั้งย่านนี้
รวมถึงโรงแรมใหม่ข้างร้านผมด้วย
“คุณคือเจ้าของโรงแรม?”
“ครับ”
ภูเขายกกาแฟขึ้นจิบ เหมือนบทสนทนานี้ไม่มีอะไรสำคัญ
ต่างจากผมที่เริ่มใจไม่ดี
“คุณต้องการอะไร”
“ร้านนี้”
คำตอบตรงเกินไปจนผมหัวเราะแห้ง ๆ
“ผมไม่ขายครับ”
“ยังไม่ต้องรีบตอบ”
“ต่อให้ถามอีกสิบรอบ ผมก็ไม่ขาย”
ดวงตาคมมองผมนิ่งอยู่พักหนึ่ง
เงียบจนได้ยินเสียงเครื่องชงกาแฟด้านหลัง
ก่อนเขาจะยิ้มบาง ๆ
และพูดประโยคที่ทำเอาผมหายใจสะดุด
“ถ้าซื้อร้านไม่ได้…”
ภูเขาโน้มตัวเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์
กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ปะปนกับกลิ่นกาแฟอุ่นลอยเข้ามา
“งั้นผมขอซื้อเจ้าร้านของแทนได้ไหม”