ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้น เหนือฟ้านั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เขาพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เป็นครั้งที่สิบของวันเพื่อเตรียมรับมือกับบุคคล ที่กำลังจะก้าวเข้ามา
"เข้ามา"
บานประตูเปิดออก และแน่นอน... เป็นคนที่เขาไม่อยากเจอหน้าที่สุดในเวลานี้ คลื่นสมุทรเดินทอดน่องเข้ามาพร้อมกับแก้วกาแฟเย็นสองแก้วในมือ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายระบายยิ้มแย้มแจ่มใสราวกับไม่ได้เพิ่งส่งข้อความขู่ประจานผู้บริหารสูงสุดของโรงแรม เมื่อห้านาทีก่อน
"สวัสดีครับคุณเหนือฟ้า"
"คุณต้องการอะไร คลื่นสมุทร" เหนือฟ้าถามเสียงเข้ม ส่งสายตาดุใส่
"ผมเอากาแฟมาส่งครับ" คลื่นสมุทรวางแก้วพลาสติกทรงสูงลงบนโต๊ะทำงานตรงหน้า ประธานหนุ่ม "อเมริกาโน่เย็น... ไม่ใส่น้ำตาล"
เหนือฟ้าชะงักไปเล็กน้อย สายตามองของเหลวสีดำสนิทในแก้วก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนเอามาให้ "รู้ได้ยังไงว่าผมไม่กินหวาน?"
"เดาเอาครับ"
"โกหก"
"ครับ โกหก" คลื่นสมุทรยอมรับหน้าตาเฉยพลางหัวเราะหึในลำคอ "อันที่จริงผมเดินไปถามเลขานุการหน้าห้องคุณมาต่างหาก"
เหนือฟ้าหมดคำจะพูดกับความลื่นไหลเป็นปลาไหลของอีกฝ่าย ชายหนุ่มผิวแทนเดินสำรวจไปรอบ ๆ ห้องทำงานอย่างสบายอกสบายใจราวกับเป็นเจ้าของห้อง เสียเองก่อนจะไปหยุดยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ยักษ์ที่ มองเห็นทัศนียภาพของท้องทะเลได้สุดสายตา
"วิวห้องนี้สวยดีแฮะ"
"ถ้าคุณเข้ามาเพียงเพื่อจะชมวิว ก็เชิญออกไปได้แล้วครับ"
"เปล่าซะหน่อย" คลื่นสมุทรหมุนตัวกลับมา เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ดุจสุนัขจิ้งจอก "ผมมาเรื่องงานต่างหาก"
เหนือฟ้าเลิกคิ้วสูง "งานอะไรของคุณ?"
"งานสร้างความสัมพันธ์อันดีกับหุ้นส่วนรายใหญ่ไงครับ"
"ไม่จำเป็น"
"สำหรับผม... จำเป็นมากครับ" คลื่นสมุทรขยับก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานอีกครั้ง โน้มตัวลงเล็กน้อยพรางส่งสายตาแพรวพราว "ก็หุ้นส่วนคนนี้น่ารักขนาดนี้... ถึงแม้ว่าจะชอบเอาเงินปึกหนาฟาดหน้าคนอื่นไปหน่อยก็เถอะ"
มือเรียวของเหนือฟ้าเอื้อมไปหยิบแฟ้มเอกสารหนาเตอะขึ้นมาทันควัน ทำท่าเหมือนจะปาใส่หน้าคนกวนประสาทให้รู้แล้วรู้รอด แต่สุดท้ายก็ต้องสูดหายใจลึกแล้ววางมันลงที่เดิม เพราะเขาคือผู้บริหาร... และผู้บริหารที่ดีจะไม่ใช้ความรุนแรงในเวลาแบบนี้เด็ดขาด!
หลังจากวันนั้น ผ่านไปสองวันเต็ม ๆ ที่เหนือฟ้าพยายามหลบหน้าคลื่นสมุทรทุกวิถีทาง แต่ดูเหมือนหุ้นส่วนคนนี้จะมีพรสวรรค์ขั้นอัจฉริยะในการ โผล่มาให้เขาเห็นในทุกช่วงเวลาของชีวิต
ตอนเช้า... เจอหน้ากันที่ห้องอาหาร VIP ตอนสาย... เดินผ่านกันที่บาร์เลออนในล็อบบี้ ตอนบ่าย... สบตากันตรงทางเดินริมชายหาด ตอนเย็น... หมอนั่นมายืนพิงประตูอยู่หน้าห้องทำงานของเขา
และที่หนักที่สุดคือตอนนี้... ตอนที่เขา กำลังจะก้าวขาขึ้นลิฟต์ผู้บริหาร บานประตูลิฟต์เปิดออกกว้าง และสิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาก็ยังคงเป็นร่างสูงโปร่ง ของคลื่นสมุทร
"บังเอิญจังเลยนะครับคุณเหนือฟ้า" อีกฝ่ายเอ่ยทักทาย
เหนือฟ้าเหลือบสายตามองป้ายข้อความ 'ฝั่งกิจกรรมทางทะเล' ที่อยู่ในมือของคลื่นสมุทร สลับกับมองตัวเลขดิจิตอลของลิฟต์ที่ตั้งใจกดขึ้นมายังชั้น ผู้บริหารโดยเฉพาะ "บังเอิญตรงไหนไม่ทราบครับ?"
"บังเอิญตรงที่... ผมกำลังคิดถึงคุณอยู่พอดีเลยไงครับ"
"..."
บานประตูลิฟต์ปิดลงพร้อมกับความเงียบ เหนือฟ้าได้แต่ยืนนิ่งหน้าตึง นึกในใจว่ารีสอร์ตพื้นที่หลายร้อยไร่แห่งนี้... มันช่างแคบเกินไปสำหรับเขาจริง ๆ
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา...
รีสอร์ตเริ่มเปิดทดลองระบบ (Soft Opening) เพื่อให้บริการแก่แขกกลุ่มแรก ซึ่งรวมถึงกลุ่มนักลงทุนชาวต่างชาติด้วย เหนือฟ้าในชุดสูทลำลองกำลังเดินตรวจความเรียบร้อย อยู่บริเวณริมชายหาด ทว่าหูของเขากลับแว่วเสียงปรบมือและเสียงหัวเราะครื้นเครง ดังมาจากฝั่ง Surf Academy
เขาก้าวขาเดินไปดูตามสัญชาตญาณ และพบภาพของคลื่นสมุทรในกางเกงเซิร์ฟบอร์ดขาสั้นอวดหุ่นล่ำสันกำลังสอนนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่เล่นเซิร์ฟ อย่างเป็นกันเอง เด็ก ๆ หัวเราะร่า นักท่องเที่ยวต่างชาติพากันปรบมือ แม้แต่แขกผู้สูงวัยยังดูสนุกสนานไปกับเขาด้วย
ทุกคนดูจะรักและเอ็นดูคลื่นสมุทร... และนั่นแหละคือปัญหาใหญ่ เพราะเหนือฟ้ากำลังเริ่มยอมรับในใจลึก ๆ ว่า ผู้ชายคนนี้เก่งจริง ๆ ไม่ใช่แค่คนกะล่อนพูดเก่งไปวัน ๆ แต่ในแง่ของการทำงานและการมัดใจคน หมอนี่ทำมันได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ
"แอบมองผมอยู่เหรอครับ" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นชิดใบหูจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น
เหนือฟ้าสะดุ้งเฮือกขยับถอยห่าง "คุณ... มาตั้งแต่เมื่อไหร่!"
"มาตั้งแต่ตอนที่คุณยืนจ้องผมตาไม่กระพริบนั่นแหละครับ" คลื่นสมุทรยิ้มล้อเลียนพลางเสยผมที่เปียกน้ำทะเลขึ้น "หล่อใช่ไหมล่ะ?"
"หลงตัวเอง"
"อ้าว งั้นถ้าผมไม่หล่อ คุณจะยืนมองทำไมตั้งนานสองนานล่ะครับ?"
เหนือฟ้าเงียบกริบ ใบหน้าร้อนผ่าวเพราะหาคำแก้ตัวไม่ได้ คลื่นสมุทรหัวเราะเบา ๆ ในลำคออย่างเอ็นดู ก่อนจะยื่นแฟ้มเอกสารในมือส่งให้
"ตารางกิจกรรมรวมถึงแผนงานทั้งหมดของสัปดาห์หน้าครับ"
เหนือฟ้ารับแฟ้มมาเปิดดูเพื่อแก้อาการเลิกลัก ทว่าเมื่อทอดสายตาอ่าน รายละเอียดด้านในกลับแน่นหนาและครบถ้วนจนน่าตกใจ มีทั้งแผนสำรองกรณีฝนตก มาตรการรักษาความปลอดภัยทางน้ำอย่างละเอียด รายชื่อพนักงานสแตนด์บายรวมถึงงบประมาณที่แจกแจง อย่างโปร่งใส... ทุกอย่างเรียบร้อยและสมบูรณ์แบบ สมบูรณ์แบบเสียจนคนจับผิดอย่างเขาหาข้อติไม่ได้ แม้แต่จุดเดียว
"เป็นยังไงบ้างครับ?" คลื่นสมุทรเอ่ยถามพลางลุ้นคำตอบ
เหนือฟ้าปิดแฟ้มลง พยายามรักษาน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด "ก็... ใช้ได้"
รอยยิ้มของคลื่นสมุทรแผ่ซ่านกว้างขวางขึ้นมาทันที "สำหรับคนเนี๊ยบอย่างคุณเหนือฟ้า คำว่าใช้ได้... แปลว่าดีมากสินะครับ" คลื่นสมุทรแกล้งก้มหน้าลงมาสบตาในระยะกระชั้นชิด น้ำเสียงทุ้มต่ำมั่นใจ "ใช่ไหมครับ?"
อกซ้ายของเหนือฟ้ากระตุกเบา ๆ อย่างไม่มีสาเหตุ เขาทำได้เพียงแค่สะบัดหน้าหนีและก้าวขาเดินจากมาโดย ไม่ตอบคำถามนั้น
คืนนั้น... เหนือฟ้านั่งเคลียร์เอกสารอยู่ในห้องทำงานจนล่วงเลยไป เกือบสามทุ่ม เมื่อเขาเปิดประตูเดินออกมา แสงไฟในทางเดินทั้งชั้นถูกหรี่ลงจนเงียบสงัด
ทว่าบนโต๊ะหน้าห้องทำงานของเขา กลับมีถุงกระดาษใบเล็กวางเด่นหราอยู่ พร้อมกับกระดาษโน้ตลายมือหวัด ๆ แผ่นหนึ่ง
‘ทำงานดึกอีกแล้ว อย่าลืมทานข้าวนะครับ — บริการด้วยใจ’
เหนือฟ้าเอื้อมมือไปเปิดถุงดู ด้านในเป็นแซนด์วิชแฮมชีสกับน้ำผลไม้สกัดเย็น แซนด์วิชชิ้นนั้นยังคงมีไออุ่นจาง ๆ แผ่ออกมา... แปลว่าคนเอามาวางเพิ่งจะเดินจากไปไม่นานนี้เอง
ผู้บริหารหนุ่มยืนนิ่งมองถุงอาหารในมืออยู่เนิ่นนาน ท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำคืนอันโดดเดี่ยว... มุมปากของเหนือฟ้ากลับค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
รอยยิ้มที่ไม่ได้เกิดขึ้นมานานหลายปี...
และนั่นเป็นครั้งแรกที่เหนือฟ้าเริ่มฉุกคิดและสงสัยในใจว่า สิ่งที่คลื่นสมุทรพยายามพุ่งชนและเข้าหาเขาอยู่ทุกวันในตอนนี้ มันอาจไม่ใช่แค่เรื่องแกล้งเล่นสนุก ๆ เพื่อเอาคืนเหมือนอย่างที่เขาเคยคิด
แต่อีกฝ่าย... อาจจะกำลัง ‘จริงจัง’ มากกว่าที่เขาคิดไว้มากมายหลายเท่านัก