ใจต่างรัก

ตอนที่ 1: ตอนที่ 1

👁️ 10 อ่าน

ตอนที่ 1

“ทางผู้ใหญ่เห็นพ้องกันว่าจะให้ยายนิแต่งกับคุณพี”

มือบางที่กำลังจรดปากกาในมือเซ็นเอกสารที่ซ้อนกันอยู่บนโต๊ะชะงัก ใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่เงยหน้าขึ้นเชื่องช้า ดวงตากลมโตสบตาผู้เป็นบิดาที่นั่งอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงาน ริมฝีปากบางยังคงปิดสนิท ไม่เอ่ยสิ่งใด

ทว่าคนสูงวัยกว่ากลับสัมผัสได้เป็นอย่างดีว่าบุตรสาวคนโตกำลังไม่สบอารมณ์

“ยายนิยังเรียนไม่จบ คุณพ่อจะให้แต่งงานเข้าไปได้ยังไงคะ”

ไกรวิชถอนหายใจ แม้หนักใจเพียงใด แต่สัญญาก็ต้องเป็นสัญญา

“เราไม่มีทางเลือก ทางปิยะจินดาเขาอยากได้ยายนิไปเป็นสะใภ้ อีกอย่างทางนั้นก็ไม่ได้จะให้ปุบปับแต่งกันเลยเสียเมื่อไหร่”

คนที่กลายเป็นผู้ไม่ถูกเลือกเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตากลมโตวาววาบ

“คุณพ่อบอกยายนิหรือยังคะ”

ผู้เป็นบิดาพยักหน้า เขาบอกนิศาชลแล้วก่อนที่จะมาบอกนัทธมน อันที่จริงเขาเองก็ไม่เข้าใจทางปิยะจินดานักหรอกว่าเหตุใดถึงเลือกนิศาชล ทั้งที่บุตรสาวคนเล็กของเขายังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ และทั้งที่นัทธมลกับนิศาชนนั้นมีใบหน้าราวกับพิมพ์เดียวกัน หากจะต่างกันก็ตรงที่อายุ และทั้งสองพี่น้องนั้นมีนิสัยที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

หรือนี่กระมังที่ทำให้ทางนั้นเลือกคนที่ยังเรียนไม่จบ เต็มใจที่จะรออีกเกือบปีกว่านิศาชลจะเรียนจบ มากกว่าจะเลือกคนที่เพียบพร้อมเช่นนัทธมล

แม้ไกรวิชจะคอยบอกตัวเองว่า เป็นเพราะภาระและความสูญเสียเกินรับไหวนั่น ที่ทำให้คนตรงหน้าเขากลายเป็นเย็นชา คล้ายไร้ความรู้สึก แต่เขารู้ดี ว่ามันเป็นเพียงแค่เปลือกนอกที่บุตรสาวคนโตของเขา เคลือบมันไว้เพื่อเป็นเกราะห่อหุ้มให้แก่ตัวเอง

“ยายนิบอกแค่แล้วแต่พ่อกับนัทจะว่ายังไง”

นัทธมนทำเสียงหึในลำคอ แขนเรียวยกขึ้นกอดอกก่อนกดมุมปากลง

“เราไม่มีทางอื่นแล้วจริงๆหรือคะ”

แม้รู้ทั้งรู้ว่าไม่มี แต่นัทธมลก็ยังอยากหวัง ไม่ใช่เพราะเธอรักใคร่ใยดีในตัวน้องสาวต่างมารดาหรอก แต่เป็นเพราะไม่อยากให้ทางนั้นสมหวังต่างหาก

ไกรวิชส่ายหน้า

สิ่งที่เขากำลังหนักใจ ไม่ใช่เพราะนิศาชลต้องแต่งงานกับพีระหรอก แต่เขากำลังกังวลใจว่าคนตรงหน้ากำลังคิดการอะไรอยู่ต่างหาก เขารู้ดีเหมือนที่ทุกคนเกือบทั้งประเทศรู้นั่นล่ะว่าบุตรสาวคนโตของตระกูลเดชาวงศ์กับพีระ ปิยะจินดาประธานกรรมการผู้กุมบังเหียนกิจการท่าเรือและบริษัทขนส่งสินค้ายักษ์ใหญ่อันดับติดอับต้นๆของประเทศไม่ถูกกัน และดูเหมือนจะไม่ใช่แค่กับพีระเท่านั้น แต่นัทธมลยังไม่กินเส้นกันกับคุณหญิงเฟื่องฟ้ามารดาของพีระอีกด้วย

“เอาไว้นัทจะคุยกับยายนิอีกที ถ้ายายนิไม่ได้อยากแต่งจริงๆ เราก็คงต้องทำอะไรกันบ้าง”

“นัทจะทำอะไรหรือลูก พ่อว่า”

“คุณพ่ออยู่เฉยๆเถอะค่ะ ความจริงสิทธิ์ในการตัดสินใจของคุณพ่อ มันหมดไปตั้งแต่คุณพ่อปล่อยให้คุณแม่ตายแล้วนั่นละค่ะ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ต่อให้ทางผู้ใหญ่ที่ว่าตัดสินใจกันไปแล้ว แต่ถ้ายายนิไม่อยากแต่ง นัทก็จะไม่มีวันให้งานแต่งงานเกิดขึ้น” ร่างระหงยืนขึ้น จ้องมองผู้เป็นบิดาด้วยสายตากร้าว ความบาดหมางที่กัดกินในใจมาตลอดเวลานอกจากจะไม่เคยได้เยียวยา หากมันกำลังจะเพิ่มขึ้นอีกด้วย

“ถ้าไม่แต่ง สัญญาก็จะกลายเป็นโมฆะนะลูก แล้วเราจะไม่เหลืออะไรเลย” เสียงชายสูงวัยสั่นระริก

มือเหี่ยวย่นบีบเข้าหากันแน่น

“นัทจะไม่ยอมปล่อยให้บริษัทของเราล่มสลายเพราะความอ่อนแอของคุณพ่อหรอกค่ะ ป้าภา! มาพาคุณพ่อกลับไปพักผ่อนทีค่ะ อีกห้านาทีนัทจะมีประชุม”

ปลายประโยคหญิงสาวส่งเสียงบอกคนนอกห้อง ตากลมยังคงส่งประกายกร้าวประสานกับผู้บังเกิดเกล้าไม่ลดละ

ร่างผอมบนรถวีลแชร์ถูกเข็นออกไปแล้วพร้อมกับสายตาเศร้าของชายสูงวัย

นัทธมลทิ้งตัวนั่งลงกับเก้าอี้อีกครั้งราวกับสิ้นไร้เรี่ยวแรง สองแขนเท้าลงบนโต๊ะก่อนซบหน้าลงกับฝ่ามือทั้งสอง

นาทีนี้หญิงสาวบอกตัวเองไม่ได้เช่นกันว่าเธอเกลียดใครมากกว่ากันระหว่างคนในตระกูลปิยะจินดาที่จ้องแต่จะเอาเปรียบและทำลายเธอ กับบิดาผู้คร่าความสุขในชีวิตของเธอไป

 

 

 

“ดูนั่นสิไอ้พี ศัตรูหมายเลขหนึ่งของมึง ไม่ยักรู้ว่ามางานนี้ด้วย”

สายตาสองคู่หันมองไปยังเป้าหมายที่ปพลกล่าวถึงพร้อมกัน ร่างระหงในชุดสีแดงยาวกรอมเท้าสายเดี่ยวคว้านลึกโชวเนินอกอวบอิ่ม ใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางน่ามอง ปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีชมพูอ่อนช่างดูเย้ายวน หญิงสาวผู้นั้นกำลังคลี่ยิ้มให้กับนักข่าวหลายช่องที่กำลังรุมสัมภาษณ์ หากแว่บหนึ่งดวงตาคมคู่นั้นตวัดมองมา ส่งประกายบางอย่างที่ทำเอาคนทั้งกลุ่มขนลุกไปพร้อมๆกัน

“เชี่ย” ปพลอุทานเสียงต่ำ หันสบตาเพื่อนในกลุ่มอย่างหวาดๆ

“สายตานี่ปาดคอกูได้เลย” หนุ่มตี๋ยกนิ้วขยับแว่น ก้มหน้าลงต่ำหลบสายตาพิฆาตร

“ไอ้พีเอ้ย มึงคิดถูกหรือผิดวะ ที่จะไปแต่งงานกับน้องสาวยายแม่มดนี่”   ปพลทำหน้าพะอืดพะอม

จะมีก็แต่พีระที่ยังคงทำหน้านิ่ง ไหวไหล่เบาๆ

“นั่นสิ กูว่านรกชัดๆ” เสียงอติพันธ์พึมพำเห็นด้วย

“กูแต่งกับน้อง ไม่ได้แต่งกับพี่จะไปสนใจทำไม” พีระยกแก้วแชมเปญในมือขึ้นจิบ ไม่นึกอยากเหลือบมองยังคนที่ตกเป็นเป้าในการสนทนาเลยแม้แต่นิด

“แต่พวกมึงก็ต้องดองกัน ยังไงก็ต้องเจอกันอยู่ดี”

“ถ้ายายนั่นเดินมาเอามีดเสียบพุงมึงได้ กูว่าคงทำไปแล้ว มึงเห็นสายตาคู่นั้นเหมือนกูหรือเปล่า ไอ้เหี้ยน่ากลัวชิบหาย นี่ยังไม่นับฝีปากกล้าที่ชอบด่ามึงยันโคตรเหง้าศักราชอีกนะ โอ๊ยแค่คิดถึงกูก็อยากจะดำดินหนี”

 

ไอ้บัดซบ แกนี่มันหน้าตัวเมียจริงๆ ต่อหน้าสื่อมวลชนนี่พ่อพระ แต่ลับหลังดันตัดหน้าฮั้วการประมูลเอาไปกกไว้เอง ไอ้ทุเรส

อ่าวๆ คุณผู้หญิงจะมากล่าวหาเพื่อนผม แล้วพาดพิงหาว่าพวกผมฮั้วกันลอยๆแบบนี้ไม่ได้นะครับ จะกล่าวหาใครขอหลักฐานด้วยครับ  ปพลก้าวออกมาขวางการประจันหน้ากันระหว่างเพื่อนรักและสาวสวยสุดเปรี้ยวจี้ดตรงหน้า

แน่ใจนะว่าอยากให้ฉันเอาหลักฐานออกมาโชว์ความเน่าเฟะของพวกแก  นัทธมลจ้องมองคนพูดด้วยสายตาวาวไร้ความเกรงกลัว มองสบสายตาไหววูบของปพล  นัทธมลก็รู้แล้วว่าตนเองมาถูกทาง

ถอยไปพล ส่วนคุณจะเอายังไงก็ว่ามาเลยดีกว่าอย่ามัวแต่ทำตัวขี้แพ้แล้วท้าตีท้าต่อยหน่อยเลย พีระที่ไม่อาจทนให้เรื่องราวยืดเยื้อไปมากกว่านี้ได้ การที่เขาซึ่งเปรียบเสมือนบริษัทแม่ได้โครงการนี้ไป ย่อมไม่เป็นที่ถูกใจคนตรงหน้าอยู่แล้วไม่ว่าทางใด เพราะคำว่าบริษัทลูกสำหรับนัทธมลแล้ว เป็นเพียงแค่คำพูดลอยลม ไม่ได้มีค่าหรือราคาใดๆกับหญิงสาวเลย

เขารู้ว่าคนอย่างนัทธมลพร้อมสู้และทำลายศัตรูให้ย่อยยับได้ทุกวิถีทาง และหนนี้เป็นเพราะเขาไม่ได้ลงเล่นด้วยตัวเอง ประสบกับที่ปพลไม่ใคร่ชอบใจคนตรงหน้าเขาเป็นการส่วนตัวนัก

แต่ครั้งนี้ดูเหมือนปพลจะเล่นผิดกติกามากไป ถึงยอมยื่นโครงการให้เขาลับๆ และปล่อยให้นัทธมลเสียหน้า

ถ้าไม่กล้าแถลงข่าว เพราะกลัวไม่มีปี๊บคลุมหัว ฉันจะสงเคราะห์กระโปรงให้สักตัว  หรือไม่นายก็ต้องถอนตัวออกจากโครงการนี้ไปซะ

พีระบดกรามแน่น จะทางเลือกไหนเขาก็เสียหายทั้งสองทาง แต่จะทำอย่างไรได้ ถ้าปล่อยให้คนตรงหน้าลงมือเอง มีหวังไม่ใช่แค่เขาที่จะเสียหาย แต่ไอ้เพื่อนบ้าที่ยืนกัดฟันอยากขบหัวสาวสวยก็คงจะถูกเด้งออกจากตำแหน่งด้วยอย่างแน่นอน

ผมยินดีถอนตัว

นัทธมนยิ้มเยาะอย่างผู้ที่กำชัยชนะ หากปพลนั้นกลับตาเหลือก อ้าปากพงาบๆ

ดี รีบๆด้วยล่ะ ฉันไม่ชอบรอนาน เพราะหลักฐานในมือมันร้อน!’ กล่าวจบร่างระหงก็สะบัดหน้า แล้วก้าวออกไปจากที่แห่งนั้นทันที ทิ้งให้สองหนุ่มมองตามด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกันไป สำหรับปพลนั้นเขาทั้งหมั่นไส้ไม่ชอบใจแต่ก็ชื่นชมในความเก่งกาจของผู้หญิงคนนั้น ในขณะที่อีกคนกลับบอกไม่ถูกว่าเหตุใดเขาถึงไม่ชอบการตอบโต้และหันหลังจากไปของอีกฝ่ายเลยสักนิด

 

 

 

 

นัทธมลเป็นหนึ่งในคนที่พีระไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วยไม่ว่าจะทางใดก็ตาม แต่เพราะสัญญาระหว่างสองครอบครัวที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้ และเขาก็มองไม่เห็นเหตุผลที่จะปฏิเสธ ในเมื่อตัวเขาเองก็ไม่ได้มีพันธะกับผู้หญิงคนไหน และหากถึงเวลาที่ต้องแต่งงานกับใครสักคน นิศาชลก็ไม่ได้เป็นตัวเลือกที่แย่ ตรงกันข้าม นิศาชลดูจะเป็นเด็กดีเกินกว่าที่จะมาอยู่กับผู้ชายที่เจ้าชู้เช่นเขาด้วยซ้ำไป

จะมีก็คงเพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือ การต้องเกี่ยวดองกันกับผู้หญิงที่ชื่อนัทธมล

พีระเคยถามตัวเองอยู่เสมอ มันเรื่องอะไรกันนักหนา เหตุใดนัทธมลถึงได้เกลียดเขาและมารดาของเขามากมายนัก แต่นัทธมลกลับดูเคารพและรักใคร่ผู้เป็นบิดาของเขายิ่งกว่าการเคารพบิดาแท้ๆของตัวเองเสียอีก และการที่นัทธมลมาร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของคุณหญิงดาริกาผู้เป็นป้าของปพลในวันนี้ เขาเชื่อเต็มหัวใจว่านัทธมลต้องมีจุดประสงค์อะไรบางอย่างเป็นแน่

แต่จะอะไรก็แล้วแต่เขาไม่มีทางวางใจคนอย่างนัทธมลได้หรอก เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวน้อยเสียเมื่อไหร่ ถูกแล้วนั่นล่ะที่ทางผู้ใหญ่เห็นพ้องกันให้เขาแต่งกับคนน้อง ลองให้เขาแต่งกับคนพี่สิ มีหวังต้องกัดลิ้นตายกันไปข้าง

“สวัสดีค่ะคุณหญิงดา สุขสันต์วันเกิดนะคะ ขอให้คุณหญิงสุขภาพแข็งแรงสวยวันสวยคืนแบบนี้ตลอดไปค่ะ”

“หนูนัท ขอบใจมากจ้ะ ไม่น่าต้องลำบากถืออะไรมาเลย แค่มาร่วมงานร่วมทำบุญกันป้าก็ดีใจมากแล้ว”

นัทธมลยิ้ม งานเลี้ยงวันเกิดของคุณหญิงดาริกาถือเป็นงานเลี้ยงร่วมกันทำบุญเพื่อเด็กยากไร้ตามชายแดน กลายเป็นสิ่งที่น่ายินดีและชื่นชมสำหรับทุกคน แต่น่าดายจริงๆที่สิ่งที่จะให้ทุกคนได้ชื่นชมในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า กำลังทำลายรอยยิ้มอันสดนี้ลง แต่ก็ช่วยไม่ได้

ตากลมเหลือบมองไปยังคนกลุ่มหนึ่งที่เฝ้ามองเธออยู่ก่อนแล้ว หญิงสาวกดมุมปากลงราวกับต้องการดูแคลนใครบางคนจากตรงนั้น ก่อนหันกลับมายิ้มให้คุณหญิงดาริกาอีกครั้ง

“ไม่ลำบากเลยค่ะ ใจบุญอย่างคุณหญิงควรจะได้สิ่งตอบแทนที่มีค่ากว่านี้ด้วยซ้ำ”

“หนูนัทนี่น่ารักเสมอเลยนะจ้ะ เสียดายลูกชายป้าจริงๆที่ไม่ยอมกลับมาเมืองไทย ไม่งั้นป้าจะแนะนำให้รู้จักกับหนูนัท”

“คุณหญิงคะ ใกล้จะได้เวลาแล้วค่ะ” เลขาสาวใหญ่แตะแขนผู้เป็นเจ้านาย

“ป้าขอตัวสักครู่นะหนูนัท เชิญตามสบายนะจ้ะ”

“ค่ะคุณหญิง”

ได้เวลาแล้วสินะ...

เวลาแห่งเปิดโปงความอัปยศที่แอบซุกซ่อนมานาน น่าเสียดายที่ตัวการไม่ได้อยู่ในที่แห่งนี้ด้วย ไม่อย่างนั้นเรื่องราวคงน่าสนุกมากกว่านี้

“แหมงานวันเกิดยิ่งใหญ่ขนาดนี้ คนเป็นสามีไม่รู้หายตัวไปไหนนะคะ”

“นั่นสิคะ ได้ข่าวว่าบินไปดูงานที่ต่างประเทศ”

“จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ค่ะ”

“ได้ข่าวอะไรมาอีกสินะคะคุณหญิงพรรณ”

คนที่ถูกเอ่ยชื่อยิ้ม ไหวไหล่เพียงนิดก่อนเอ่ยเสียงเบา

“คนนี้ไม่มีใครคิดถึงหรอกค่ะ”

“ต๊าย นี่คนอื่นอีกแล้วเหรอคะ ดิฉันอยากจะเป็นลม สงสารคุณหญิงดาเธอนะคะ”

“ก็มัวแต่ทำงานกุศล ใครพูดเตือนอะไรก็ไม่สนใจ ต้องมีหลักฐานนั่นกระมังถึงจะยอมรับรู้”

นัทธมลหลับตาลงนึกสงสารคนที่ถูกกล่าวถึงจับใจ คุณหญิงดาริกาทำงานเพื่อการกุศลมาโดยตลอด เหตุใดผลบุญกุศลถึงไม่นำพาสิ่งดีๆมาหาผู้หญิงคนนี้เลยสักนิด หากสิ่งที่ได้มากลับกลายเป็นทำลายแทน

มือบางกดโทรศัพท์ออกหาใครบางคน ก่อนเดินเลี่ยงไปอีกทาง หญิงสาวกรอกเสียงเบาแทบกระซิบเมื่อคนปลายสายกดรับ

“ยกเลิกซะ ยังทันใช่ไหม”

“อ่า ครับยังไม่ส่งให้ครับ”

หญิงสาวผ่อนลมหายใจ

“โอเค อีกห้านาทีเดี๋ยวไปเจอฉันที่ริมสระ”

ร่างระหงวางสายก่อนก้าวตรงไปยังสระว่ายน้ำด้านข้างของคฤหาสน์หลังใหญ่ เธอทำถูกแล้วที่ยุติสิ่งที่กำลังจะทำในครั้งนี้

 

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!