ช่วยอบหัวใจฉันอีกครั้งได้ไหม

ตอนที่ 3: ลูกค้าประจำชั่วคราว

👁️ 5 อ่าน

เสียงฝนหยุดตกไปตั้งแต่เมื่อคืน

เช้าวันใหม่ของเมืองเก่ามาพร้อมอากาศเย็นสบาย แสงแดดอ่อนๆ ส่องผ่านผ้าม่านสีขาวในห้องพักเล็กของเกสต์เฮาส์จนรินต้องค่อยๆ ลืมตาขึ้น

เธอนอนนิ่งอยู่บนเตียงพักหนึ่ง พลางมองเพดานไม้สีซีดเหนือหัวอย่างเลื่อนลอย

ไม่มีเสียงแจ้งเตือนจากอีเมล
ไม่มีสายโทรศัพท์จากลูกค้า
ไม่มีเสียงหัวหน้าตามงานตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า

ความเงียบที่เคยทำให้เธออึดอัด กลับรู้สึกสบายอย่างประหลาด

รินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา ก่อนพบข้อความจากบริษัทเด้งเข้ามาหลายสิบข้อความ เธอมองมันอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็เลือกกดปิดหน้าจอ

วันนี้…เธอยังไม่อยากกลับไปเจอโลกใบนั้น

หญิงสาวลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวอย่างเชื่องช้า ก่อนเดินออกจากเกสต์เฮาส์พร้อมกล้องฟิล์มตัวเก่าที่ไม่ได้หยิบมาใช้นานแล้ว

เมืองเก่าในตอนเช้าเต็มไปด้วยกลิ่นกาแฟและขนมปังอบใหม่ ร้านค้าหลายร้านเริ่มเปิด เสียงจักรยานแล่นผ่านถนนเงียบๆ เป็นจังหวะเรียบง่ายจนเหมือนชีวิตที่นี่เดินช้ากว่ากรุงเทพฯ หลายเท่า

และไม่รู้ตัวเลยว่า สองขาของเธอกำลังเดินไปทางเดิม

“เพลงเบเกอรี่”

เสียงกระดิ่งเหนือประตูดังขึ้นทันทีที่รินผลักเข้าไป

กลิ่นหอมของเนยและกาแฟลอยเข้ามาต้อนรับเหมือนเดิม

วันนี้ในร้านมีลูกค้านั่งอยู่สองสามโต๊ะ เสียงเพลงแจ๊สเบาๆ ยังคงคลออยู่ในอากาศเหมือนเมื่อคืนไม่มีผิด

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ”

เสียงคุ้นเคยดังขึ้นจากหลังเคาน์เตอร์

เพลงกำลังจัดขนมลงถาด ผมยาวถูกรวบขึ้นแบบลวกๆ และมีรอยแป้งติดอยู่ตรงแก้มจางๆ

รินเผลอหลุดยิ้มโดยไม่รู้ตัว

“เช้าแบบนี้ก็เปิดร้านแล้วเหรอคะ”

“ร้านเปิดตั้งแต่หกโมงค่ะ”

“โห…”

“คนอบขนมไม่ค่อยได้นอนหรอกค่ะ”

เพลงพูดพลางหัวเราะเบาๆ ก่อนเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ

“วันนี้รับเหมือนเดิมไหมคะ คาโมมายล์กับครัวซองต์”

รินชะงักเล็กน้อย

“คุณจำได้ด้วยเหรอ”

“ลูกค้าคนสวยจำง่ายค่ะ”

ประโยคนั้นทำเอารินเกือบสำลักอากาศตัวเอง

ส่วนคนพูดกลับดูไม่รู้ตัวเลยว่าพูดอะไรออกมา เพียงหันไปหยิบแก้วชาอย่างปกติ

รินรีบดึงสายตาหนี พลางยกมือแตะต้นคอตัวเองเบาๆ

นี่เธอเขินอะไรขนาดนี้ตั้งแต่เช้ากันนะ

ไม่นาน ชาร้อนและครัวซองต์ก็ถูกยกมาเสิร์ฟ

วันนี้ข้างจานมีแยมส้มโฮมเมดถ้วยเล็กเพิ่มมาด้วย

“อันนี้แถมค่ะ”

“อีกแล้วเหรอคะ”

“ร้านนี้ชอบตามใจลูกค้าประจำ”

“ฉันเพิ่งมาวันที่สองเองนะ”

เพลงยิ้มมุมปาก

“งั้นก็เป็นลูกค้าประจำชั่วคราวค่ะ”

รินหัวเราะออกมาเบาๆ

เธอไม่รู้ตัวเลยว่า ตั้งแต่มานั่งในร้านนี้ สีหน้าของตัวเองผ่อนคลายลงมากแค่ไหน

หญิงสาวหยิบกล้องฟิล์มขึ้นมาถ่ายรูปครัวซองต์ตรงหน้า ก่อนเสียงของเพลงจะดังขึ้นอีกครั้ง

“เล่นกล้องฟิล์มเหรอคะ”

“เมื่อก่อนชอบถ่ายรูปค่ะ แต่หลังๆ ไม่มีเวลาเลย”

“น่าเสียดายนะ”

“อะไรเหรอคะ”

เพลงมองกล้องในมือเธอ ก่อนตอบเรียบๆ

“เวลาคนเราหยุดทำสิ่งที่เคยชอบเพราะงาน มันน่าเสียดาย”

รินนิ่งไปเล็กน้อย

เธอเคยชอบวาดรูป
ชอบถ่ายรูป
ชอบเดินดูอาคารเก่าๆ โดยไม่ต้องรีบ

แต่พอทำงานไปเรื่อยๆ ชีวิตกลับเหลือแค่คำว่า “ต้องทำ”

ต้องเก่ง
ต้องสำเร็จ
ต้องอดทน

จนสุดท้าย เธอลืมไปแล้วว่าตัวเองเคยมีความสุขกับอะไร

“คุณเพลงล่ะคะ”

รินถามกลับบ้าง

“มีอะไรที่อยากทำ แต่ไม่ได้ทำไหม”

เจ้าของร้านเงียบไปครู่หนึ่ง

สายตาของอีกฝ่ายเลื่อนออกไปนอกหน้าต่าง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเบาลง

“มีค่ะ”

“แล้วทำไมไม่ทำ”

เพลงยิ้มบางๆ

“บางอย่าง…พอเสียมันไปแล้ว ก็ไม่กล้ากลับไปแตะอีก”

แม้คนพูดจะยังยิ้มอยู่ แต่รินกลับรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างในประโยคนั้น

บางอย่างที่ดูเหงาเกินไปนิดหนึ่ง

ก่อนที่เธอจะได้ถามต่อ เสียงลูกค้าใหม่ก็เดินเข้ามาในร้านเสียก่อน เพลงจึงขอตัวไปทำงานต่อ

รินนั่งมองอีกฝ่ายอยู่เงียบๆ

ผู้หญิงคนนี้แปลกดี

ทั้งอบอุ่น
ทั้งใจดี
แต่เหมือนมีกำแพงบางอย่างซ่อนอยู่ตลอดเวลา

ราวกับไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้หัวใจจริงๆ

เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงโดยที่รินไม่รู้ตัว เธอนั่งดูผู้คนเข้าออก ถ่ายรูปบ้าง อ่านหนังสือบ้าง และแอบมองเจ้าของร้านบ้างเป็นบางครั้ง

มันเป็นเช้าที่เรียบง่ายมาก

แต่กลับทำให้เธอสบายใจกว่าเดือนที่ผ่านมาเสียอีก

จนกระทั่งโทรศัพท์บนโต๊ะสั่นขึ้น

ชื่อ “พี่เมย์” ปรากฏบนหน้าจอ

รินถอนหายใจเบาๆ ก่อนกดรับ

“หายไปไหนเนี่ย บริษัทตามหากันวุ่น”

“หนูแค่พักค่ะ”

“พักอะไรนานขนาดนั้น โปรเจกต์คอนโดที่ลาดพร้าวจะประชุมใหม่วันจันทร์นะ”

รินเงียบ

“ริน ฟังพี่นะ โอกาสจะขึ้นตำแหน่งแบบนี้ไม่ได้มีบ่อย”

“หนูรู้…”

“งั้นก็กลับมาเถอะ”

เสียงปลายสายเต็มไปด้วยความจริงจังเหมือนเดิม

แต่แปลกที่ครั้งนี้ รินกลับไม่ได้รู้สึกอยากรีบตอบตกลง

สายตาของเธอเผลอมองไปทางเคาน์เตอร์

เพลงกำลังยืนจัดดอกไม้เล็กๆ ลงแจกันหน้าร้านอย่างตั้งใจ ใบหน้าดูผ่อนคลายจนเหมือนโลกทั้งใบไม่มีอะไรต้องรีบเลยสักอย่าง

“เดี๋ยวหนูขอคิดดูก่อนนะพี่”

รินตอบเบาๆ ก่อนวางสาย

เธอถอนหายใจยาว พลางมองหน้าจอโทรศัพท์ที่มืดลง

“มีเรื่องเครียดเหรอคะ”

เสียงเพลงดังขึ้นใกล้ๆ

รินเงยหน้าขึ้น ก่อนพบว่าอีกฝ่ายยืนถือถาดคุกกี้อยู่ตรงหน้า

“นิดหน่อยค่ะ”

“งั้นกินอันนี้ไหม”

เพลงหยิบคุกกี้ชิ้นเล็กวางตรงหน้าเธอ

“สูตรปลอบใจ”

รินหัวเราะออกมาเบาๆ

“มีด้วยเหรอ”

“แน่นอนค่ะ”

อีกฝ่ายตอบหน้าตาเรียบเฉย

“ของหวานช่วยโลกได้ประมาณสามสิบเปอร์เซ็นต์”

“แล้วอีกเจ็ดสิบล่ะ”

เพลงคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบพร้อมรอยยิ้มอ่อนๆ

“อาจจะต้องมีใครสักคนอยู่ข้างๆ มั้งคะ”

หัวใจของรินกระตุกเบาๆ อย่างไม่มีเหตุผล

เธอมองผู้หญิงตรงหน้าเงียบๆ

แล้วเป็นอีกครั้ง…ที่เธอรู้สึกว่าเมืองเก่าแห่งนี้กำลังค่อยๆ ดึงเธอเอาไว้ทีละนิด

โดยเฉพาะเจ้าของร้านเบเกอรี่คนนี้

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!