เสียงนาฬิกาในร้านดังบอกเวลาเจ็ดโมงเช้า
กลิ่นขนมปังอบใหม่ลอยฟุ้งไปทั่วร้านเหมือนทุกวัน แสงแดดอ่อนของเช้าวันใหม่ส่องผ่านกระจกบานใหญ่ตรงหน้าร้าน กระทบชั้นวางขนมจนทุกอย่างดูอบอุ่นราวกับฉากในโปสต์การ์ด
รินนั่งอยู่โต๊ะเดิมริมหน้าต่าง พร้อมแก้วกาแฟร้อนในมือ
พักหลังมานี้ เธอเริ่มตื่นเช้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ทั้งที่ตอนอยู่กรุงเทพฯ แค่ลุกจากเตียงไปประชุมตอนเก้าโมงยังแทบไม่มีแรง
“มองอะไรอยู่คะ”
เสียงของเพลงดังขึ้นใกล้ๆ พร้อมจานขนมที่ถูกวางลงตรงหน้า
วันนี้เป็นซินนามอนโรลร้อนๆ ที่ยังมีไออุ่นลอยขึ้นบางๆ
รินยิ้ม
“มองร้านคุณ”
“ร้านฉันมีอะไรน่ามอง”
“ก็…ดูสบายดีค่ะ”
เพลงหัวเราะเบาๆ ก่อนนั่งลงฝั่งตรงข้ามเป็นครั้งแรกตั้งแต่รู้จักกันมา
“คุณพูดเหมือนตัวเองไม่เคยสบาย”
คำพูดนั้นทำให้รินชะงักนิดหนึ่ง
เธอก้มมองกาแฟในมือ ก่อนตอบเสียงเบา
“คงงั้นมั้งคะ”
เพลงมองเธอเงียบๆ แต่ไม่ได้ถามอะไรต่อ
อีกฝ่ายมักเป็นแบบนี้เสมอ
ไม่เซ้าซี้
ไม่พยายามรื้อแผลของใคร
แค่รอจนกว่าอีกคนจะพร้อมพูดเอง
และนั่นยิ่งทำให้รินรู้สึกปลอดภัยเวลาอยู่ใกล้
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นอีกครั้ง ลูกค้าช่วงเช้าเริ่มทยอยเข้ามาเรื่อยๆ เพลงจึงลุกกลับไปทำงานเหมือนเดิม
รินนั่งมองอีกฝ่ายอยู่พักหนึ่ง ก่อนสังเกตเห็นว่าคนตรงหน้าแทบไม่มีเวลาพักเลย
รับออเดอร์
ชงกาแฟ
จัดขนม
คิดเงิน
ทุกอย่างทำคนเดียวหมด
“ให้ช่วยไหมคะ”
รินถามขึ้นตอนร้านเริ่มวุ่น
เพลงเงยหน้าจากเครื่องชงกาแฟทันที
“หือ?”
“เห็นคุณยุ่ง”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันทำเอง”
“ฉันอยู่ว่างๆ ก็เบื่อเหมือนกันนะ”
เพลงมองเธออยู่ครู่หนึ่ง เหมือนกำลังชั่งใจ
สุดท้ายจึงยิ้มบางๆ
“งั้นช่วยเอาครัวซองต์ไปเสิร์ฟโต๊ะสามได้ไหมคะ”
“ได้เลยค่ะ”
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายเล็กๆ ในเช้าวันนั้น
—
“อเมริกาโน่เย็นไม่หวานหนึ่งแก้วค่ะ”
“ได้ค่ะ!”
รินตอบอย่างมั่นใจ
ก่อนหันไปกระซิบกับเพลงเบาๆ
“อเมริกาโน่ใส่นมไหมนะ”
เพลงหลุดหัวเราะทันที
“ถ้าใส่นมจะไม่ใช่อเมริกาโน่แล้วค่ะ”
“โอเค ฉันพลาดเอง”
ไม่นานนัก เสียงหัวเราะก็ดังขึ้นในร้านอีกครั้ง เมื่อรินเผลอหยิบพายสลับโต๊ะ หรือเขียนชื่อออเดอร์ผิดจนเพลงต้องเดินตามแก้
แต่แปลกที่บรรยากาศกลับสนุกกว่าปกติ
ลูกค้าหลายคนถึงกับยิ้มตาม
“แฟนใหม่เหรอเพลง”
คุณป้าลูกค้าประจำคนหนึ่งถามขึ้นหน้าตาเฉย
รินแทบสำลักน้ำ
“มะ…ไม่ใช่นะคะ!”
ส่วนเพลงกลับหัวเราะเบาๆ โดยไม่รีบปฏิเสธ
“ยังค่ะป้า”
คำว่า “ยัง” ทำให้รินเผลอหันไปมองทันที
แต่คนพูดกลับกำลังตีฟองนมต่อหน้าตาเฉย เหมือนไม่รู้ตัวเลยว่าทำให้หัวใจใครบางคนเต้นผิดจังหวะไปแล้ว
หลังช่วงเช้าวุ่นๆ ผ่านไป ร้านกลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง
รินทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง
“งานร้านเหนื่อยกว่าที่คิดอีก”
เพลงยกน้ำเลมอนเย็นมาวางให้
“เหนื่อยไหม”
“มากค่ะ”
“งั้นเก่งแล้ว”
อีกฝ่ายตอบพร้อมรอยยิ้มอ่อนๆ
“ปกติคนอยู่กับฉันวันเดียวก็หนีหมด”
“รวมฉันด้วยหรือเปล่า”
“คุณยังอยู่ไม่ใช่เหรอ”
ประโยคนั้นเรียบง่ายมาก
แต่กลับทำให้รินเงียบไปพักหนึ่ง
ใช่สิ
เธอยังอยู่ที่นี่
ทั้งที่ตอนแรกตั้งใจจะพักไม่กี่วันแท้ๆ
หญิงสาวมองไปรอบร้านช้าๆ
โต๊ะไม้สีอ่อน
แจกันดอกเดซี่ตรงหน้าต่าง
เสียงเพลงแจ๊สเบาๆ
และผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังยืนจัดขนมด้วยท่าทางใจเย็น
ทุกอย่างดูธรรมดา
แต่กลับทำให้เธอไม่อยากไปไหน
“คุณเพลง”
“คะ”
“ทำไมถึงเปิดร้านเบเกอรี่เหรอ”
อีกฝ่ายหยุดมือเล็กน้อย
ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเบา
“เมื่อก่อน…ฉันเคยคิดว่าตัวเองไม่มีอะไรเก่ง”
รินตั้งใจฟังเงียบๆ
“แต่ตอนอบขนม ฉันรู้สึกว่าตัวเองยังทำให้ใครบางคนมีความสุขได้”
เพลงยิ้มจางๆ พลางมองครัวซองต์ที่เพิ่งออกจากเตา
“แค่เห็นลูกค้ากินแล้วยิ้ม ฉันก็รู้สึกว่าวันนั้นมีความหมายแล้ว”
หัวใจของรินอุ่นวาบอย่างประหลาด
เธอเคยทำงานออกแบบอาคารใหญ่โตมากมาย
แต่จำไม่ได้แล้วว่า ครั้งสุดท้ายที่รู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองทำ “มีความหมาย” จริงๆ คือเมื่อไร
ระหว่างที่กำลังเงียบ เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ของเพลงก็ดังขึ้น
อีกฝ่ายเหลือบมองหน้าจอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนรีบคว่ำโทรศัพท์ลงทันที
รินสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย
แม้จะเร็วมาก…แต่เหมือนความเศ้าบางอย่างแวบผ่านดวงตาคู่นั้น
“มีอะไรหรือเปล่าคะ”
เพลงยิ้มทันที ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ไม่มีค่ะ”
แต่ครั้งนี้ รินรู้สึกได้ชัดเจนว่าอีกฝ่ายกำลังปิดบังอะไรบางอย่าง
บางอย่างที่อาจเกี่ยวกับอดีตที่เพลงไม่เคยเล่าให้ใครฟัง
บ่ายวันนั้น รินช่วยเก็บร้านจนเกือบเย็น
ก่อนกลับ เธอหยุดยืนมองป้ายร้านไม้เล็กๆ อีกครั้ง
“เพลงเบเกอรี่”
เธอไม่รู้ว่าตัวเองเริ่มผูกพันกับที่นี่ตั้งแต่เมื่อไร
อาจตั้งแต่แก้วชาร้อนวันแรก
หรืออาจเป็นรอยยิ้มอ่อนโยนของเจ้าของร้านคนนี้
“พรุ่งนี้จะมาอีกไหมคะ”
เสียงเพลงดังขึ้นจากหน้าประตู
รินหันกลับไปมอง ก่อนยิ้มบางๆ
“ถ้ามีครัวซองต์ฟรีก็อาจจะมา”
เพลงหัวเราะ
“งั้นคงต้องมาทุกวันแล้วล่ะค่ะ”
ลมเย็นยามเย็นพัดผ่านถนนเมืองเก่าเบาๆ
และเป็นอีกครั้ง…ที่รินเดินกลับที่พักพร้อมรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า
รอยยิ้มที่หายไปจากชีวิตเธอนานมากแล้ว
— จบตอนที่ 4 —
ตอนต่อไป : คนที่ไม่แตะเปียโนอีก