ฝนกลับมาตกอีกครั้งในช่วงบ่าย
เม็ดฝนโปรยลงบนกระจกหน้าร้านเป็นสายบางๆ ขณะที่ภายใน “เพลงเบเกอรี่” ยังอบอวลไปด้วยกลิ่นขนมปังและเสียงเพลงแจ๊สเบาๆ เหมือนทุกวัน
รินกำลังเช็ดแก้วอยู่หลังเคาน์เตอร์
ใช่—ตอนนี้เธอเริ่มช่วยงานร้านจนเหมือนเป็นพนักงานพาร์ตไทม์ไปแล้ว
แม้เพลงจะบอกหลายครั้งว่าไม่จำเป็นต้องช่วย แต่สุดท้ายอีกฝ่ายก็ยอมแพ้ เพราะรินยังคงโผล่มาที่ร้านแทบทุกเช้า พร้อมคำพูดเดิมๆ
“วันนี้มีอะไรให้ทำบ้างคะ”
และทุกครั้ง เพลงจะเผลอยิ้มออกมาเหมือนคนที่เริ่มชินกับการมีใครอีกคนอยู่ในพื้นที่เดิมๆ
“ระวังแตกนะคะ”
เสียงของเพลงดังขึ้น เมื่อเห็นรินถือแก้วซ้อนกันสูงเกินไป
“ฉันเก่งขึ้นแล้วนะ”
“วันก่อนยังทำช้อนตกทั้งถาดอยู่เลย”
“อันนั้นอุบัติเหตุค่ะ”
เพลงหลุดหัวเราะเบาๆ
เสียงหัวเราะของอีกฝ่ายเป็นอะไรที่รินชอบมาก
มันไม่ดัง
ไม่ฝืน
แค่เบาและอบอุ่น เหมือนกลิ่นขนมปังตอนเช้า
ลูกค้าคนสุดท้ายออกจากร้านช่วงเกือบบ่ายสาม
เพลงพลิกป้ายหน้าร้านเป็น “Close” ก่อนถอนหายใจเบาๆ
“เหนื่อยไหม”
รินถาม
“นิดหน่อยค่ะ”
“งั้นวันนี้ฉันเลี้ยงกาแฟ”
“นี่ร้านฉันนะ”
“งั้นก็ชงให้ฟรีสิ”
อีกฝ่ายส่ายหน้าอย่างเอ็นดู ก่อนเดินกลับไปหลังร้าน
รินมองตามเงียบๆ
ตั้งแต่รู้จักกันมา เธอเริ่มเห็นด้านต่างๆ ของเพลงมากขึ้นเรื่อยๆ
อีกฝ่ายไม่ใช่คนเงียบเรียบร้อยอย่างที่คิดทั้งหมด
บางครั้งก็ดื้อ
บางครั้งก็กวนเงียบๆ
แต่ไม่ว่าจะอยู่ในอารมณ์ไหน เพลงก็ยังเป็นคนอ่อนโยนเสมอ
รินกำลังจะเดินตามไปช่วยเก็บของหลังร้าน แต่สายตากลับสะดุดเข้ากับประตูไม้บานหนึ่งที่แง้มไว้เล็กน้อย
ภายในเป็นห้องเก็บของขนาดเล็ก
เธอตั้งใจจะเข้าไปหยิบกล่องกระดาษที่วางอยู่ใกล้ๆ แต่กลับต้องหยุดชะงัก เมื่อเห็นบางอย่างอยู่มุมห้อง
เปียโนหลังเก่า
สีดำด้านของมันซีดลงตามกาลเวลา มีผ้าคลุมสีขาวบางๆ วางอยู่ครึ่งหนึ่ง ราวกับถูกทิ้งไว้นานมากแล้ว
รินเดินเข้าไปใกล้อย่างเงียบๆ
ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนฝาเปียโนเบาๆ ก่อนพบว่ามีฝุ่นเกาะบางๆ อยู่เต็มไปหมด
เหมือนมันไม่ได้ถูกใช้งานมานานแล้วจริงๆ
“คุณริน”
เสียงของเพลงดังขึ้นจากด้านหลัง
รินหันกลับไป ก่อนเห็นอีกฝ่ายยืนนิ่งอยู่ตรงประตูห้อง
แม้ใบหน้าจะยังเรียบเฉย แต่แววตากลับเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจเข้ามายุ่ง”
เพลงเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนเดินเข้ามาใกล้ช้าๆ
“ไม่เป็นไรค่ะ”
รินมองเปียโนอีกครั้ง
“คุณเล่นเหรอ”
คำถามนั้นทำให้บรรยากาศเงียบลงทันที
ฝนด้านนอกยังตกต่อเนื่อง เสียงเม็ดฝนกระทบหลังคาดังสม่ำเสมอ แต่ภายในห้องเล็กๆ กลับเงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
สุดท้าย เพลงจึงตอบเบาๆ
“เคยเล่นค่ะ”
“เคย?”
อีกฝ่ายพยักหน้า
“เมื่อก่อนฉันเรียนดนตรี”
รินมองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ
“จริงเหรอ”
“อือ”
เพลงยิ้มบางๆ
“ตอนเด็กๆ เคยอยากเป็นนักเปียโนด้วยนะ”
รินแทบจินตนาการภาพนั้นออกทันที
ผู้หญิงคนนี้ดูเหมาะกับเสียงเปียโนอย่างประหลาด
ทั้งนิ่ง
ทั้งนุ่มนวล
ทั้งเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก
“แล้วทำไมเลิกเล่นล่ะ”
ทันทีที่ถามจบ รินก็รู้ตัวว่าอาจถามมากเกินไป
เพราะสีหน้าของเพลงนิ่งไปทันที
ดวงตาคู่นั้นเลื่อนมองเปียโนตรงหน้าเงียบๆ อยู่พักใหญ่ ก่อนตอบเสียงเบากว่าปกติ
“หลังจากคนคนนั้นไม่อยู่…ฉันก็ไม่ได้เล่นอีกเลย”
หัวใจของรินกระตุกวูบ
เธอไม่รู้ว่า “คนคนนั้น” คือใคร
แต่แค่ได้ยินน้ำเสียงของเพลง เธอก็รู้ว่ามันสำคัญมากพอจะทำให้ใครคนหนึ่งเลิกแตะเปียโนไปทั้งชีวิต
“ขอโทษนะคะ ฉันไม่ควรถาม”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
เพลงยิ้มจางๆ แม้รอยยิ้มนั้นจะดูเศร้ากว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
“มันนานแล้ว”
แต่บางที…
เรื่องที่ผ่านมานานแล้ว อาจยังเจ็บอยู่ก็ได้
รินไม่ถามต่อ
เธอเพียงยืนอยู่ข้างๆ อีกฝ่ายเงียบๆ
เพราะครั้งนี้ เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่า ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงดูเหมือนมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ในใจเสมอ
เพลงเดินเข้าไปใกล้เปียโน ก่อนใช้นิ้วปาดฝุ่นบนฝาเบาๆ
“เมื่อก่อน ร้านนี้ไม่ได้เป็นร้านเบเกอรี่หรอกค่ะ”
“แล้วเป็นอะไร”
“คาเฟ่ดนตรีเล็กๆ”
รินมองรอบห้องอีกครั้ง
ทันใดนั้น เธอก็เริ่มสังเกตเห็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
แผ่นเสียงเก่า
โน้ตดนตรีที่วางซ้อนอยู่บนชั้น
รูปถ่ายซีดจางบนผนัง
ในรูปนั้น เพลงกำลังนั่งอยู่หน้าเปียโน
และข้างๆ เธอ มีผู้หญิงอีกคนยืนยิ้มอยู่
แม้ภาพจะเก่าและมองไม่ชัด แต่สายตาที่ทั้งคู่มองกัน ทำให้รินรู้ทันทีว่าความสัมพันธ์นั้นพิเศษแค่ไหน
“คนในรูป…”
เธอถามเบาๆ
เพลงมองตามสายตาของเธอ ก่อนยิ้มบางๆ
“แฟนเก่าค่ะ”
รินชะงักไปเล็กน้อย
ไม่รู้ทำไม หัวใจถึงรู้สึกหนักขึ้นแปลกๆ
“เขาชอบฟังฉันเล่นเปียโน”
น้ำเสียงของเพลงยังเรียบเรื่อย
“ทุกคืนหลังร้านปิด เราจะนั่งฟังเพลงด้วยกันตรงนี้”
รินเงียบ
แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้เล่ารายละเอียด แต่เธอกลับสัมผัสได้ถึงความรักที่เคยอยู่ในห้องนี้
และความว่างเปล่าที่เหลืออยู่หลังจากมันหายไป
“แล้วตอนนี้…”
รินลังเลเล็กน้อย ก่อนถามต่อ
“คุณยังคิดถึงเขาอยู่ไหม”
เพลงนิ่งไปพักหนึ่ง
ก่อนหัวเราะเบาๆ
“บางความรู้สึก มันไม่ได้หายไปหรอกค่ะ”
ประโยคนั้นทำให้รินเผลอก้มมองพื้น
เธอเข้าใจดี
เพราะตัวเธอเองก็ยังมีบางอย่างที่ปล่อยวางไม่ได้เหมือนกัน
ห้องเล็กๆ ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้ มันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัด
กลับกัน มันเหมือนความเงียบของคนสองคนที่ต่างมีบาดแผลคล้ายกัน
และอาจกำลังค่อยๆ เรียนรู้กันและกัน…อย่างช้าๆ
เสียงฟ้าร้องดังขึ้นไกลๆ
เพลงจึงดึงผ้าคลุมกลับไปวางบนเปียโนเหมือนเดิม
“ไปกินกาแฟกันเถอะค่ะ”
รินพยักหน้าเบาๆ
ก่อนเดินตามอีกฝ่ายออกจากห้อง
แต่ในจังหวะสุดท้าย เธอหันกลับไปมองเปียโนหลังนั้นอีกครั้ง
และไม่รู้ทำไม…
เธอกลับอยากฟังเพลงเล่นเปียโนขึ้นมาจริงๆ
— จบตอนที่ 5 —
ตอนต่อไป : คืนที่ต่างคนต่างเล่าเรื่องเจ็บปวด