ฝนตกหนักตั้งแต่หัวค่ำ
เสียงฟ้าร้องดังเป็นระยะ จนถนนทั้งเมืองเก่าเงียบสนิทเร็วกว่าปกติ ร้านรวงหลายแห่งปิดไฟไปหมด เหลือเพียงแสงสีส้มอุ่นจาก “เพลงเบเกอรี่” ที่ยังเปิดอยู่กลางสายฝน
คืนนี้รินยังไม่กลับที่พัก
เธอนั่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ พร้อมแก้วโกโก้ร้อนในมือ ขณะที่เพลงกำลังเก็บถาดขนมชิ้นสุดท้ายเข้าตู้
“ลูกค้าวันนี้น้อยจัง”
รินพูดขึ้นเบาๆ
“วันฝนตกคนไม่ค่อยออกจากบ้านค่ะ”
เพลงตอบ พลางเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน
“แต่ฉันชอบนะ”
“ชอบฝนเหรอ”
“อือ”
อีกฝ่ายยิ้มบางๆ
“เวลาฝนตก เมืองมันเงียบดี”
รินมองสายฝนด้านนอกผ่านกระจกเงียบๆ
เธอเคยเกลียดวันฝนตก
เพราะมันหมายถึงรถติด ประชุมสาย และชีวิตที่วุ่นวายกว่าเดิม
แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าเสียงฝนที่นี่ฟังสบายกว่าที่เคยได้ยินมาทั้งชีวิต
เพลงเดินมานั่งฝั่งตรงข้าม พร้อมแก้วกาแฟดำของตัวเอง
“คุณไม่ง่วงเหรอคะ”
“ยังค่ะ”
รินตอบตามตรง
“ไม่อยากกลับไปอยู่คนเดียวตอนฝนตก”
อีกฝ่ายมองเธอเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าเบาๆ
“งั้นอยู่จนฝนหยุดก็ได้”
เสียงฝนยังคงดังต่อเนื่อง
บรรยากาศในร้านเงียบสงบจนได้ยินเสียงนาฬิกาเดินชัดเจน
และเป็นอีกครั้ง ที่ความเงียบระหว่างทั้งคู่ไม่ได้อึดอัดเลย
จู่ๆ ไฟในร้านก็ดับพรึ่บ
“ว้าย!”
รินสะดุ้งทันที
ส่วนเพลงกลับหัวเราะออกมาเบาๆ
“ไฟดับเฉยเลย”
“คุณไม่ตกใจเหรอ”
“เกิดบ่อยค่ะเวลาฝนหนัก”
อีกฝ่ายลุกขึ้นหยิบเทียนไขจากลิ้นชัก ก่อนจุดวางไว้บนโต๊ะ
แสงเทียนสีส้มสั่นไหวเบาๆ ท่ามกลางความมืด ทำให้บรรยากาศในร้านยิ่งอบอุ่นกว่าเดิม
รินมองผู้หญิงตรงหน้าผ่านแสงสลัวเงียบๆ
ใบหน้าของเพลงดูนุ่มนวลขึ้นในแสงแบบนี้
เหมือนภาพวาดสีน้ำที่ใครสักคนตั้งใจระบายอย่างอ่อนโยน
“มองอะไรคะ”
เสียงนั้นดึงเธอกลับมาทันที
“เปล่าค่ะ”
รินรีบก้มหน้าดื่มโกโก้
เพลงยิ้มมุมปากนิดๆ แต่ไม่ได้แซวต่อ
ฝนยังไม่หยุดง่ายๆ ทั้งคู่จึงนั่งคุยกันเรื่อยเปื่อย ตั้งแต่เรื่องขนม เพลงโปรด ไปจนถึงลูกค้าประหลาดๆ ที่เคยเข้าร้าน
และยิ่งคุย รินก็ยิ่งรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วอย่างน่าแปลก
“คุณเพลง”
“คะ”
“เคยคิดจะออกไปจากเมืองนี้ไหม”
เพลงนิ่งคิดเล็กน้อย
“เคยค่ะ”
“แล้วทำไมไม่ไป”
อีกฝ่ายหมุนแก้วกาแฟในมือช้าๆ
“เมื่อก่อนเคยมีคนอยากพาฉันไปอยู่กรุงเทพฯ”
รินชะงัก
“แฟนเก่า?”
เพลงพยักหน้าเบาๆ
“เขาได้งานดีมากที่นั่น ตอนนั้นเราวางแผนกันไว้เยอะเลยนะ”
น้ำเสียงของอีกฝ่ายยังเรียบ แต่สายตากลับเหม่อออกไปไกล
“แล้วเกิดอะไรขึ้น”
ความเงียบตกลงมาชั่วครู่
ก่อนเพลงจะยิ้มบางๆ
“เขาเสียค่ะ”
หัวใจของรินกระตุกวูบ
หญิงสาวเผลอกำแก้วในมือแน่นขึ้นทันที
“ขอโทษนะคะ ฉัน…”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
เพลงตอบเบาๆ
“มันหลายปีแล้ว”
แม้ปากจะพูดแบบนั้น แต่แววตาของอีกฝ่ายกลับดูเศ้าจนรินรู้ว่า บางความเสียใจ ต่อให้ผ่านไปนานแค่ไหน มันก็ยังอยู่ตรงเดิม
“อุบัติเหตุเหรอ”
เพลงพยักหน้า
“วันนั้นเราทะเลาะกันนิดหน่อย”
เสียงฝนด้านนอกดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับช่วยกลบความเงียบที่หนักอึ้งในร้าน
“เขาขับรถออกไปทั้งที่ยังโกรธฉันอยู่”
รินนิ่งฟัง
“แล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย”
ไม่มีน้ำตา
ไม่มีเสียงสะอื้น
แต่ยิ่งเพลงพูดเรียบเฉยเท่าไร หัวใจของรินกลับยิ่งเจ็บตามมากขึ้นเท่านั้น
เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่า ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงไม่แตะเปียโนอีก
เพราะทุกเสียงเพลง อาจเต็มไปด้วยความทรงจำของใครอีกคน
“หลังจากนั้น ฉันก็เปิดร้านนี้”
เพลงยิ้มบางๆ
“อย่างน้อย…กลิ่นขนมปังก็ช่วยให้บ้านไม่เงียบเกินไป”
รินไม่รู้จะพูดอะไร
สุดท้ายเธอจึงพูดออกไปเพียงเบาๆ
“คุณเก่งมากเลยนะ”
เพลงหัวเราะนิดๆ
“ตรงไหน”
“ที่ยังยิ้มได้”
คำตอบนั้นทำให้อีกฝ่ายเงียบไป
ดวงตาคู่นั้นมองเธอนานกว่าปกติ ก่อนจะหลบสายตาลงช้าๆ
“แล้วคุณล่ะ”
เพลงถามกลับเบาๆ
“ทำไมถึงหนีมาที่นี่”
รินหัวเราะออกมาแผ่วๆ
“ดูออกขนาดนั้นเลยเหรอ”
“อือ”
“ฉันดูเหมือนคนอกหักมากไหม”
เพลงยิ้มมุมปาก
“นิดหน่อย”
รินถอนหายใจ ก่อนพิงพนักเก้าอี้ช้าๆ
แสงเทียนส่องสะท้อนดวงตาเหนื่อยล้าของเธออย่างชัดเจน
“ฉันเคยคิดว่าถ้าทำงานเก่งพอ ทุกอย่างจะดีเอง”
เธอพูดช้าๆ
“เลยเอาแต่ทำงาน”
ประชุม
แก้แบบ
นอนตีสาม
ตื่นหกโมง
ชีวิตวนอยู่แบบนั้นซ้ำๆ จนวันหนึ่ง เธอเงยหน้าขึ้นมาแล้วพบว่าไม่เหลือใครอยู่ข้างๆ อีกแล้ว
“แฟนฉันบอกว่า…อยู่กับฉันเหมือนอยู่กับงาน”
รินหัวเราะเบาๆ ทั้งที่ดวงตาเริ่มแดง
“ตอนนั้นฉันยังเถียงเลยนะ ว่าก็ทำเพื่ออนาคตของเรา”
เธอก้มมองมือของตัวเอง
“แต่สุดท้าย เขาก็เลือกเดินออกไป”
เสียงฝนยังตกต่อเนื่อง
เพลงนั่งฟังเธอเงียบๆ โดยไม่พูดแทรกเลยสักครั้ง
และนั่นทำให้รินรู้ตัวว่า นานแค่ไหนแล้วที่เธอไม่ได้เล่าเรื่องพวกนี้ให้ใครฟังจริงๆ
“แย่เนอะ”
รินยิ้มจางๆ
“คนหนึ่งสูญเสียคนรักไปเพราะอุบัติเหตุ ส่วนฉันโดนทิ้งเพราะทำแต่งาน”
เพลงมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดเบาๆ
“ความเจ็บของคนเรา…ไม่จำเป็นต้องเอามาเปรียบเทียบกันหรอกค่ะ”
หัวใจของรินสั่นไหวทันที
“เสียใจก็คือเสียใจ”
น้ำเสียงของเพลงยังนุ่มเหมือนเดิม
“คุณเหนื่อยมามากแล้วนะ”
ประโยคนั้นเรียบง่ายมาก
แต่กลับทำให้รินรู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างในใจค่อยๆ แตกออกช้าๆ
เธอรีบก้มหน้าลง เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็นว่าดวงตาตัวเองเริ่มร้อนขึ้น
ผ่านไปพักใหญ่ เพลงจึงลุกขึ้นหยิบผ้าห่มผืนบางมาวางบนตักเธอ
“เดี๋ยวไม่สบาย”
รินเงยหน้ามองอีกฝ่าย
แสงเทียนสั่นไหวสะท้อนรอยยิ้มอ่อนโยนนั้นอีกครั้ง
และเป็นวินาทีนั้นเอง ที่เธอรู้ตัว
ว่าเธอเริ่มชอบผู้หญิงคนนี้มากขึ้นทุกวันแล้วจริงๆ
ไม่ใช่แค่เพราะความใจดี
แต่เพราะเวลาที่อยู่ด้วยกัน รินรู้สึกว่าเธอไม่จำเป็นต้องเก่ง ไม่ต้องเข้มแข็ง หรือพยายามเป็นใครเลย
เธอแค่เป็นตัวเอง…ก็พอ
เสียงฟ้าร้องดังขึ้นอีกครั้ง
แต่คืนนี้ หัวใจของรินกลับอบอุ่นกว่าคืนไหนที่ผ่านมา