“ชาบานิ”
“อะไรนะ”
“ขอหนูเรียกคุณอย่างนั้นได้ไหมคะ”
“ฟังดูแปลกๆ เหมือนชื่อคนญี่ปุ่นเลย”
เสียงหัวเราะคิกคักทำให้ขวานฟ้าขยับตัวไปมองคนพูด หล่อนอยู่ในชุดเอี๊ยมของพยาบาลฝึกหัด เก็บปลายผมไว้ด้วยกิฟต์ดำ ใบหน้าเรียวยาว ผิวสองสี ยิ้มเห็นฟันเรียงขาว
“เป็นชื่อคนหรือเปล่า”
“ไม่ใช่หรอกค่ะ ชื่อลิงกอริลลา”
“ปั๊ดโธ่ กลายเป็นชื่อลิงไปเสียแล้ว”
เขาท้วงพลางหัวเราะ วงหน้าสดใสของ “น้องณี” พยาบาลฝึกหัดทำให้รู้สึกผ่อนคลาย เหมือนเห็นหยดน้ำใสกลิ้งไปมาบนใบไม้สีเขียวสด ได้ออกมานั่งรับลมเย็นตรงสวนเล็กๆ ของโรงพยาบาลทำให้ขวานฟ้าคลายความเบื่อหน่ายได้มาก
“ไม่ใช่ลิงกอริลลาธรรมดาหรอกนะคะ เป็นกอริลลาเจ้าสำอางอยู่ญี่ปุ่นโน่น หนูเห็นจากข่าวทางทีวี” เธอว่า
ชายหนุ่มทำตาโต
“มีชื่อญี่ปุ่นด้วยเจ้าลิงตัวนั้น เรียกว่าอิเคเม็ง แปลว่าสุดหล่อ”
“ลิงรูปหล่อ พี่ควรจะภูมิใจใช่มั้ย”
ลมพัดมาวูบหนึ่งทำให้พยาบาลฝึกหัดสาวเอามือขวาแตะหมวกของตัวเองไว้แล้วพยักหน้ารับ
“ชาบานิ เป็นลิงในสวนสัตว์ในนาโกยาค่ะ เห็นในข่าวบอกว่าสาวๆ ญี่ปุ่นแห่ไปชมกันใหญ่เลย ชอบท่าทางเคร่งขรึม สุขุม บอกเหมือนพระเอกจากฮอลลีวู้ดนั่งอยู่ในกรง”
เขาฟังพยาบาลสาวฝึกหัดเล่าด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว แล้วก้มลงมองตัวเองในชุดคนไข้ ผิวขาวเหมือนไข่ต้มปอกเปลือก แขนขายาวเก้งก้าง ว่าไปแล้วก็คล้ายกอริลลาอยู่เหมือนกัน
“ลิงก็ลิง” ชายหนุ่มพูดพลางยักไหล่ “จะเรียกชาบานิก็เรียกเถอะ ”
“แต่ชื่อขวานฟ้า ก็เพราะดีนะคะ”
เจ้าของชื่อถอนหายใจ
“ขวานฟ้า หมอคนไหนเป็นคนตั้งชื่อให้พี่ แต่ก็ขอบใจที่ยังมีชื่อเหมือนมนุษย์คนอื่นเขา”
“หมอธงชัยค่ะ เป็นหมอซึ่งดูแลพี่ตอนถูกนำตัวมาส่งโรงพยาบาลตอนนั้นฝนตกหนักพอดี”
“จำเหตุการณ์ไม่ได้เลย” เขาว่าพลางใช้มือขวาคลึงขมับ “ทำไมคุณหมอถึงตั้งชื่อให้พิลึกพิลั่นอย่างนั้น”
“คนใต้เขาเชื่อว่าขวานฟ้าเป็นขวานศักดิ์สิทธิ์ซึ่งตกลงมาจากฟ้า สามารถทำลายได้ทุกสิ่งทุกอย่าง”
“แม้แต่ความทรงจำของตัวเองเลย งั้นหรือ”
พยาบาลฝึกหัดสาวยกมือไหว้
“ไม่เป็นไรหรอก ขอบใจน้องณีด้วยซ้ำที่มานั่งคุยเป็นเพื่อน ไม่อย่างนั้นก็คงนั่งคิดแต่เรื่องของตัวเองทั้งวัน”
“ โรคความจำเสื่อมรักษาได้อยู่หรอกค่ะ เพียงแต่ต้องใช้เวลา”
“แต่เกิดเป็นชาบานิก็ดีเหมือนกัน คงไม่มานั่งกลุ้มว่าความจำเสื่อม เอาแต่ทำหน้าหล่อไปวันๆ ก็พอ”
“แหมๆ อิเคเม็ง เศร้าแป๊ปๆ กลับมาขำเสียแล้ว” หล่อนว่าพลางค้อนเป็นวงพองาม “นั่งพักชมนกชมไม้ไปคนเดียวก่อน หนูต้องไปเข้าเวรก่อน จะดื่มน้ำมั้ยคะ”
เขาส่ายหน้า แล้วยิ้มให้กับคนถาม
“งั้นหนูไปก่อนนะคะชาบานิ บาย”
ขวานฟ้าโบกมือให้กับพยาบาลฝึกหัดผู้ร่าเริง ใช้สายตามองตามจนเห็นเธอเดินลับหายไปในตึกใหญ่ทางด้านหลัง จากนั้นทอดสายตามองไปรอบบริเวณ สวนเล็กๆ แห่งนี้เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้ทั้งไม้ดอก ไม้ประดับที่ตั้งอยู่ด้านหลังตึกฉุกเฉิน ทางโรงพยาบาลจัดพื้นที่บริเวณให้สำหรับญาติรวมไปถึงผู้ป่วยได้มาสัมผัสอากาศสดชื่น และกลิ่นรื่นรวยของพรรณไม้
ชายหนุ่มไม่ได้รู้จักต้นไม้ในสวนเล็กๆ แห่งนี้ไปเสียทุกอย่างหรอก รู้จักแน่ๆ ก็คือเฟื่องฟ้าสีฟ้าในกระถางซีเมนต์กำลังแตกดอกออกช่องาม แต่เรียกความสนใจได้มากสุดจนต้องแหงนตามองนิ่งนานก็คือไม้ใหญ่ซึ่งกิ่งก้านแผ่ขยายไปรอบบริเวณ และกำลังแตกดอกออกช่อเป็นสีเหลืองไปทั่วทั้งต้น บางส่วนก็ปลิวกระจายลงบนพื้นหญ้า
“เขาเรียกตาเบบูญ่าเหลืองไงคะ บางทีก็เรียกเหลืองปรีดียาธร แถวนี้ไม่ค่อยมีเห็นปลูกกันมากนักหรอก นอกจากโรงพยาบาลของเรา แล้วก็อยู่ใกล้ กับคิสถานีตำรวจไปไม่ไกล ตาเบบูญ่าเหลืองเป็นต้นไม้ฤดูร้อน ถ้าดอกบานสะพรั่งเหลืองไปทั้งต้นก็หมายความว่าฤดูร้อนมาถึงแล้ว พี่ชอบมั้ยคะ ฤดูร้อน”
เสียงพูดเจื้อยแจ้วของ “น้องณี” ผุดขึ้นมาอีก ดอกไม้ฤดูร้อนบานอย่างนี้ทำให้เขารู้โดยไม่ต้องถามหรือหาปฎิทินดู ก็พอคะเนได้ว่าช่วงเวลานี้น่าจะเป็นช่วงระหว่างเดือน มี.ค.ถึง เม.ย. เมื่อผนวกเข้ากับสภาพอากาศอบอ้าวก็ยิ่งทำให้เขาเชื่อว่าไม่น่าจะคาดเดาผิด แต่เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วทำไมความทรงจำเกี่ยวกับตัวเองถึงได้เลือนหายไปหมด
“ชอบต้นไม้กับเขาเหมือนกันหรือคุณ สีเหลืองๆ ดูแล้วก็ชื่นใจดีนะ ถ้าไปถึงสุพรรณบุรีช่วงนี้จะได้เห็นตามสองข้างถนนเป็นแถวยาวเลย แถวนี้ก็มีปลูกกันไม่กี่แห่งหรอก อีกอาทิตย์เดียวดอกก็ร่วงหมดแล้ว”
ชายหนุ่มนั่งตัวตรง คอแข็ง
“ชอบสีเหลืองอย่างเดียวหรือ สีแดงก็สวยดีเหมือนกัน ถ้าไม่จินตนาการไปว่าสีแดงสดเหมือนเลือดคน”
“ธรรมชาติก็สวยทั้งนั้นแหละครับ” เขาว่า “ผมไม่เคยคิดจะเปรียบเทียบสีแดงของดอกไม้กับอะไรอย่างอื่นทั้งนั้น”
ชายหนุ่มได้ยินเสียงเปิดขวดน้ำดื่ม แต่ไม่ได้เหลียวไปมอง
“สารวัตรชอบต้นไม้หรือเปล่า อาชีพตำรวจเขาชอบต้นไม้อะไร”
“ประดู่แดง”
ขวานฟ้าหันไปมองคนพูด นายตำรวจร่างสันทัด ตัดผมสั้นติดหนังศีรษะ ผิวคล้ำ มีสีหน้านิ่งเฉย
“ประดู่แดงเป็นต้นไม้ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชอบออกดอกช่วงต้นปี คงเป็นต้นไม้ฤดูร้อนได้อยู่หรอก ดอกสีแดงสดจะบานสะพรั่งเหมือนไอ้ต้นเหลืองๆ ที่คุณมองอยู่นั่นแหละ มีกลิ่นหอมด้วย”
“สารวัตรเสถียรคงไม่ได้มาโรงพยาบาลเพื่อมานั่งชมต้นไม้มั้งครับ”
คนถูกถามเปิดฝายกขวดขึ้นดื่มอึกใหญ่ พลางกล่าวว่า “อาการดีขึ้นมากแล้วนี่”
“ครับ” ขวานฟ้าตอบตามความจริง “แต่อย่าเพิ่งถามเรื่องว่าผมคือใครเลย”
“ไม่รู้…” สารวัตรเสถียรชิงตอบ
“ผมชื่อขวานฟ้า”
ร้อยตำรวจเอกเสถียรเอามือไขว้หลังยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ยิ้มที่มุมปาก ในขณะที่นัยน์ตาจ้องเขม็ง
“ถ้าผมรู้ชื่อจริงของตัวเอง ก็คงบอกไปแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องซุกซ่อนไว้”
“ผมเองก็เหมือนกัน ถ้าไม่มีเหตุชวนสงสัยเกี่ยวกับความจำเสื่อมของคุณ ก็ไม่มีอะไรที่เราจะต้องเกี่ยวข้องกัน”
ชายหนุ่มพอจะเข้าใจว่าตำรวจเป็นอาชีพขี้ระแวง ชอบตั้งคำถาม กัดไม่ปล่อย โดยเฉพาะร้อยตำรวจเอกเสถียรดูจะมีคุณสมบัติครบหมด
“ขอตัวก่อนนะครับ ผมคงต้องพักผ่อนเยอะๆ ความจำจะได้กลับมาเร็วๆ”
พูดจบไม่ทันจะได้ฟังคำตอบ ชายหนุ่มลุกจากม้านั่งเดินตรงสู่ตึกผู้ป่วย คิดอยู่ในใจว่า ควรเศร้าใจกับตัวเองหรือเห็นใจการทำงานของตำรวจกันแน่
เป็นลิงกอริลลาหรือเป็นขวานฟ้าอย่างไหนดีกว่า เขาไม่รู้จริงๆ