ร้ายพ่ายกลายรัก

ตอนที่ 2: ห้องพักด้านใน

👁️ 13 อ่าน
22px

ยามราตรีกาลอันมืดมิดสายลมหนาวเหน็บพัดโชยกรีดอากาศเข้าบาดผิวขาวนวลเนียนสองข้างแก้มจนแห้งตึง

หลิงเวย สตรีร่างบางในอาภรณ์สีดำสนิทที่ถูกตัดเย็บด้วยฝีมือของตนเองกำลังเดินอย่างกล้าๆ กลัวๆ เพื่อหลบมุมมาตามริมระเบียงนอกห้องที่เป็นมุมอับและมืดมิดของโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งที่ชื่อว่าโรงเตี๊ยมอี้ฉาง

โรงเตี๊ยมแห่งนี้อยู่ในตัวเมืองของเขตแดนแห่งแคว้นเฉินที่ปกครองโดยฮ่องเต้เฉินนามว่า หยางหมิงเซียน นางแอบย่องเข้ามายังโรงเตี๊ยมแห่งนี้ได้อย่างง่ายดายและไม่น่าเชื่อ

มิรู้ได้ว่าทำไมโรงเตี๊ยมแห่งนี้ถึงไม่รัดกุมเอาเสียเลยจนสตรีไร้ฝีมือเช่นนางยังสามารถแอบเข้ามาได้โดยง่าย

หลิงเวยกำลังแอบย่องเข้ามายังโรงเตี๊ยมแห่งนี้เพื่อที่ว่าจะได้แอบเข้าพักเอาแรงเสียหน่อย ในเวลานี้นางกำลังรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน เรี่ยวแรงที่ใช้เดินทางเริ่มถดถอย อากาศรอบกายช่างหนาวเย็นบาดผิวแก้มของนางสิ้นดี แต่หากนางจะเข้าพักที่โรงเตี๊ยมแบบโจ่งแจ้งอาจจะนำมาซึ่งการตามตัวนางให้กลับไปได้ไม่ยาก เช่นนั้นแล้วหากอยากจะพักก็คงต้องแอบเข้าไปในโรงเตี๊ยมที่ใดสักที่     

ในตัวเมืองแห่งนี้โรงเตี๊ยมมีมากมายจนนับไม่ถ้วน ห้องพักย่อมมีมากมายเช่นเดียวกัน มันจึงมิใช่การยากอันใดหากนางจะแอบเข้าไปแล้วแอบเข้าพักห้องใดสักห้องหนึ่ง หากมีคนมาเจอแล้วจับได้ว่านางแอบเข้ามานางเพียงแค่จ่ายเงินไป หากแต่การเข้ามาแบบเปิดเผยอาจจะนำมาซึ่งการถูกถามหาจากคนที่อาจจะแอบตามนางมา ไม่แน่ว่าบิดาของนางอาจจะล่วงรู้แล้วว่านางแอบหนีออกจากจวนมามิได้อยู่เหย้าเฝ้าเรือนเหมือนเช่นเคย

นางตัดสินใจหนีออกจากจวนของนางที่มีบิดาเป็นถึงเสนาบดีกรมคลังนามว่าหลิงอี้ถัง  

เหตุที่ตัดสินใจเช่นนี้ก็เพราะว่าบิดากับฮูหยินใหญ่ที่กาลก่อนเป็นเพียงฮูหยินรองบอกกล่าวถึงเรื่องของการส่งตัวธิดาของตระกูลเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับราชวงศ์เฉินตามเหตุผลทางการเมือง

แน่นอนว่าเป็นธิดาคนใดก็ได้ในตระกูลที่จะได้สิทธิรับเลือกนั้น แต่ทว่าบิดากลับเจาะจงให้เป็นนาง

และบุคคลที่นางจะต้องแต่งงานไปเป็นหนึ่งในชายาของเขาก็คืออ๋องเฉินนามว่าหยางหลง

ใครๆ ก็รู้ว่าเฉินหยางหลงผู้นี้เจ้าชู้เจ้าสำราญปานใดและในวังของเขาก็มีอนุชายาอยู่แล้วจนเต็มวังหลัง

เช่นนั้นแล้วกับนางที่เป็นบุตรีซึ่งเกิดจากหนึ่งในภรรยาของบิดา เป็นสตรีด้อยค่าภายในจวนของบิดาตลอดมาหลังจากที่มารดาสิ้นใจไป กระนั้นแล้วไยนางต้องยอมให้ประวัติซ้ำรอยอันหม่นหมองเฉกเช่นมารดา  

ตั้งแต่นางเกิดมานางต้องทนเห็นมารดาทนช้ำใจทุกเมื่อเชื่อวัน ตั้งแต่นางจำความได้มารดาของนางต้องฝืนยิ้มให้บิดามิรู้ได้ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ต้องอดทนกับความวุ่นวายหลังจวนมากี่ครา

ถึงแม้จะทำตัวดีงามเพียงใดก็ไม่แคล้วถูกดูแคลนและย่ำยีศักดิ์ศรีจากสตรีด้วยกัน  กระทั่งมารดาของนางตายไปสีหน้าเศร้าโศกเสียใจยังเป็นแค่การเสแสร้ง หลายนางต่างยิ้มเยาะชอบใจที่มารดาของนางตายจาก

นางต้องอยู่อย่างเดียวดายยากลำบากตลอดมา

ในระยะหลายปีมานี้ นางไร้บิดาใส่ใจ ไร้ใครเคียงข้าง แม้แต่บ่าวไพร่ยังช่วยงานดูแลนางแบบขอไปที

ไหนจะบรรดาพี่น้องต่างมารดาอีกเล่า แค่คิดนางก็อยากจะสำรอกโลหิตออกมาเป็นลิ่มๆ แล้ว  

หากจะให้นางไปเป็นหนึ่งในชายาของอ๋องเฉินนั่นแล้วมีบุตรออกมาซ้ำรอยชะตานาง นั่นย่อมเป็นการที่สิ้นคิดยิ่งนัก

หลิงเวยคิดถึงเรื่องนี้ด้วยความขัดเคืองในใจอยู่จนตลอดทางเดินตามมุมต่างๆ ของบ้านเรือนภายในตัวเมืองแห่งนี้ที่กำลังมืดดำด้วยราตรียามไฮ่(21.00-22.59น.) นางแอบหนีออกมาจากจวนในเวลายามเซิน(15.00-16.59น.)หลังจากได้ยินเรื่องราวในทันที นี่ก็หลายชั่วยามแล้วกระมังที่นางหนีออกมา

หญิงสาวใช้เวลาใคร่ครวญอยู่ครู่ใหญ่ด้วยดวงตาคู่สวยที่เริ่มหรี่เล็กแคบลงเพราะรู้สึกง่วงงุนเต็มที นางกำลังยืนเอาแผ่นหลังบอบบางแนบกับผนังห้องตรงมุมมืดของซอกหลืบระหว่างห้องพักของโรงเตี๊ยมอี้ฉางแห่งนี้ที่นางแอบเข้ามาได้จนสำเร็จก่อนจะอำพรางตัววูบไหวแทรกกายบางเข้ามายังห้องพักห้องหนึ่ง

อันที่จริงนางมิได้มีวรยุทธใดๆ แต่นางกลับเข้ามาได้น่าแปลกยิ่ง!

แต่ช่างเถิด ในเมื่อนางยืนสังเกตอยู่เป็นนานแล้ว นางมองเข้ามาแล้วเห็นเป็นห้องว่างไม่มีผู้ใดเข้ามาพัก ทั้งยังเป็นห้องหับสะอาดสะอ้านดี ห้องนี้เป็นห้องอยู่ไกลจากห้องอื่นๆ มามากโข นางแอบสังเกตอยู่เป็นนานเห็นมีบรรดาแขกคนอื่นเลือกห้องพักรอบนอกที่มีทิวทัศน์ดีที่ดีกว่านี้ เหลือเพียงห้องนี้ที่อยู่ด้านในสุดลึกสุดจากหลายๆ ห้องถัดออกไปยังบริเวณด้านหน้าที่ไร้แขกคนใดสนใจไม่แม้แต่จะเฉียดเข้ามาใกล้

เอาล่ะ!

หลิงเวยไม่มีการรอช้าไปมากกว่านี้ ก่อนที่ตาของนางจะปิดลง นางเข้ามาภายในห้องไร้ซึ่งใครสนใจเข้าพักแล้วพุ่งกายขึ้นเตียงนอนที่ถูกปิดล้อมด้วยม่านมุ้งมิดชิดในทันทีก่อนดึงผ้าผืนหนาที่อยู่ตรงปลายเตียงมาห่มร่างอย่างสบายใจ

กลิ่นของเทียนหอมและเครื่องหอมภายในห้องพักนี้ก็หอมหวนดี กลิ่นนี้ให้ความรู้สึกสมองปลอดโปร่งโล่งสบายคล้ายขาวโพลนยิ่งนัก นางนอนพลิกตัวเล็กน้อยจัดท่าเพื่อความสบายเนื้อตัวอีกครู่หนึ่งแล้วหลับใหลไปในเวลาเพียงไม่นาน

นางเหนื่อยเหลือเกิน...

 

 

บุรุษหนุ่มรูปร่างใหญ่กำยำเรือนกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามในอาภรณ์สีน้ำตาลเข้ม

เขากำลังเดินอย่างใจเย็นเข้ามายังห้องพักห้องหนึ่งภายในโรงเตี๊ยมอี้ฉางขาประจำ ห้องพักห้องนี้เป็นห้องที่เขามักจะมาพักเป็นประจำหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจศึกรบอันหนักหน่วงแล้วเดินทางเข้ามายังเมืองหลวงของแคว้นเฉินเพื่อมารายงานตัวในเมืองหลวงถึงผลงานของตน ห้องพักของโรงเตี๊ยมแห่งนี้เป็นที่ทราบดีว่าถูกจองเอาไว้เพียงเขาและไม่ให้ใครได้เข้ามา เขาจึงเดินเข้ามาด้วยตนเอง หาได้ต้องมีหลงจู๊นำทางให้ไม่

ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าหล่อเหลากร้าวแกร่งเจ้าของเรือนร่างสูงใหญ่เกินกว่ามาตรฐานกอปรด้วยไหล่กว้างแผ่นหลังตั้งตรงแลดูงามสง่าทุกสัดส่วนได้รูปสมบูรณ์แบบในอาภรณ์สีน้ำตาลเข้มนามว่า ฟงชินหยาง เขากำลังเดินเข้ามายังห้องพักของโรงเตี๊ยมขาประจำที่อยู่ทางด้านในสุดลึกสุดจากหลายๆ ห้องถัดออกมาจากบริเวณด้านหน้าของโรงเตี๊ยมอี้ฉาง   

เขาเดินเข้ามาโดยยังไม่สนใจที่จะเดินไปยังเตียงนอนเพื่อหลับใหลแต่อย่างใด เขาเดินทางมาไกลคงต้องอาบน้ำชำระร่างกายเสียหน่อย

ชายหนุ่มเดินเข้ามาภายในห้องได้เพียงครู่ เขาเริ่มได้กลิ่นเครื่องหอมภายในห้องพักคล้ายกับว่ามันแปลกไป

แต่ก็หอมดี...

ให้ความรู้สึกปลอดโปร่งสมองขาวโพลนยิ่งนัก

เขาสูดดมกลิ่นนี้อีกครู่หนึ่งก่อนจะเดินมายังหลังฉากกั้นที่ถูกเตรียมน้ำอุ่นเอาไว้จนเต็มอ่าง

เขาเริ่มเปลื้องผ้าออกจนหมดทั้งเรือนร่าง เผยแผงอกบึกบึนกล้ามเนื้อหนั่นแน่นลาดไหล่กว้างใหญ่ต้นแขนเต็มไปด้วยมัดกล้ามแลดูงดงามแผ่นหลังตั้งสง่าราวกับรูปสลัก

ทุกสัดส่วนนั้นกำยำได้รูปตั้งแต่ลาดไหล่แผงอกแผ่นหลัง เรื่อยลงมาถึงเอวสอบสะโพกเพรียวและบั้นท้ายทุกส่วนสัดช่างหนั่นแน่นมีกล้ามเนื้อขึงตึงบ่งบอกถึงความแข็งแรงทรงพลังเป็นบุรุษเหนือบุรุษอย่างเด่นชัด

บนเรือนร่างงดงามคล้ายรูปสลักปานหินผานั้นมีริ้วรอยของบาดแผลที่หายสนิทแล้วหลายแห่ง บ่งบอกได้ถึงหน้าที่การงานแลความรับผิดชอบที่มีมาแต่ไหนแต่ไร

ฟงชินหยางเป็นทหารมานานและสู้ศึกมานับไม่ถ้วนแผลตามเนื้อตัวย่อมต้องมีมิใช่เรื่องแปลกอันใด เขาเป็นถึงแม่ทัพประจำชายแดนจะให้เนื้อตัวขาวเนียนดังองค์ชายหรือคุณชายเจ้าสำราญได้เยี่ยงไร

ชายหนุ่มพาเรือนร่างกำยำล่ำสันใหญ่โตกว่าบุรุษทั่วไปของตนเองลงแช่ในอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ เขาถูเนื้อตัวแค่เพียงไม่นานก็ลุกออกมาจากอ่างแล้วสวมชุดคลุมสบายๆ แค่เท่านั้น

ชายชาติทหารอย่างเขาไม่เคยเสียเวลากับการอาบน้ำนานจนเกินไป เขาไม่ได้มีนิสัยชอบนั่งแช่น้ำเหมือนบุรุษผู้อื่น ยิ่งไม่ชอบให้ใครมาปรนนิบัติถูเนื้อตัว

เนื้อตัวของเขาย่อมเป็นเขาที่ต้องจัดการ หาใช่ใครอื่นไม่

ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับเรือนร่างของเขา

ชายหนุ่มสวมชุดคลุมผูกผ้าที่เอวเพียงแค่หลวมๆ พลางสูดดมกลิ่นบางอย่างเข้าจมูกคมสัน เขาคิดว่ามันหอมดี

แต่ทว่ากลิ่นเครื่องหอมภายในห้องพักไยถึงเข้มข้นนัก และมันกำลังมีกลิ่นติดอยู่ตามเนื้อตัวของเขาอีกด้วย  

ชายหนุ่มเริ่มหรี่สายตาคมเข้มคล้ายพญาเหยี่ยวลงแล้วก้มมองเนื้อตัวของตนก่อนจะเดินกลับมายังอ่างอาบน้ำ

เขาสังเกตได้ว่าน้ำในอ่างก็มีกลิ่นชนิดเดียวกันกับกลิ่นที่กำลังตลบอบอวลอยู่ภายในห้อง กลิ่นนี้ให้ความรู้สึกบางอย่าง

ทั้งๆ ที่อากาศในฤดูกาลนี้ค่อนข้างที่จะหนาวเย็น แต่เขากลับไม่รู้สึกหนาวเนื้อแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้าม เขากลับรู้สึกร้อนแบบแปลกๆ

ฟงชินหยางขมวดเรียวคิ้วกระบี่พันกันน้อยๆ อย่างฉงน สายตาคมกล้าที่ไม่เคยไหวติงต่อสิ่งใดกำลังมีคลื่นแห่งอารมณ์บางอย่าง มันกำลังก่อตัว อารมณ์ที่ว่ามันคล้ายกับอารมณ์กำหนัด

จู่ๆ เขามีอารมณ์กำหนัดได้อย่างไร ความรู้สึกเสียดท้องน้อยนี่เกิดขึ้นได้อย่างไร แก่นกายขึงตึงขึ้นมาได้อย่างไร ไยถึงมีอารมณ์กำหนัดขึ้นมาได้  

แน่นอนว่ามันมิใช่เรื่องแปลกอันใดกับบุรุษเพศในวัยชายฉกรรจ์อย่างเขา หากแต่เขาสามารถควบคุมเอาไว้ได้ตลอดมา หรือหากต้องการจะปลดปล่อยหอนางโลมก็มีเป็นร้อยพัน

เขาสามารถกระทำกิจกรรมกับสตรีพวกนั้นได้โดยไม่มีข้อผูกมัดหรือพันธะใดๆ  

และเขาก็แน่ใจว่าเขามิได้ต้องการจะร่วมหลับนอนกับใครก่อนหน้าที่จะเข้าห้องพักมา แต่อารมณ์กำหนัดที่กำลังเกิดขึ้นในยามนี้คืออันใด ไยถึงเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

เรียวคิ้วคมเข้มยิ่งขมวดพันกันก่อนจะหลับตาลงเพียงครู่เพื่อข่มอารมณ์บางอย่างที่เริ่มมีเพิ่มขึ้นมา

ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมาอีกครา สายตาของเขายังคงคมกล้าเช่นเดิมแต่กลับเพิ่มเติมความร้อนแรงในแววตา

เขาเดินออกมาจากหลังฉากกั้นด้วยอาการปวดหนึบตรงกลางลำตัวอย่างไม่น่าเป็นไปได้ กายแกร่งเริ่มแข็งขึงตึงเด่นผยองออกมา ความรู้สึกหนักอึ้งกำลังเกิดขึ้นที่กลางลำตัวของเขาอย่างรวดเร็ว

เขาพยายามปรับอารมณ์ของตนเองให้เข้าที่เข้าทางขณะเดินมายังเตียงนอนเพื่อหมายจะหลับนอนไปอย่างสงบไม่ให้อะไรมันตื่นตัวไปมากกว่านี้

แต่ทว่าเหมือนมันจะยากเย็น

อารมณ์กำหนัดของเขากำลังพุ่งขึ้นสูงและกำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ หากมีสตรีมาให้อุ่นเตียงก็คงจะดีอยู่ไม่น้อย แต่ยามนี้จะออกไปเรียกใช้บริการจากที่ใดกัน

ฟงชินหยางเริ่มครุ่นคิดหนักหน่วงพลางเปิดม่านมุ้งของเตียงนอนออกเพื่อหวังใช้เป็นที่สงบสติอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านแบบผิดปกติในยามนี้

แต่สิ่งไม่คาดคิดพลันบังเกิด เมื่อบนเตียงนอนที่ควรว่างเปล่ากลับมีเงาร่างของใครบางคนนอนทอดกายยาวเหยียดอยู่

ใครบางคนนั้นเป็นสตรีอย่างไม่ต้องสงสัย ใครคนนี้มีรูปร่างบางระหงใบหน้างดงามแม้มองเห็นแค่เพียงแสงสลัว ดวงตาของนางกำลังหลับลงปิดทับด้วยแพขนตางามงอนคล้ายผ้าม่านสีดำขนาดเล็กปกคลุมทาบทับสองข้างแก้มนวล

สันจมูกโค้งมนเชิดรั้น ริมฝีปากอิ่มบางกำลังขบเม้มเข้าหากันน้อยๆ นางกำลังนอนหลับตาพริ้มบิดร่างไปมาเบาๆ ทั้งยังมีเสียงครางแผ่วหวานออกมาจากลำคอระหง

ฟงชินหยางนั่งมองภาพตรงหน้าอย่างเหม่อลอย

เขายื่นฝ่ามือที่กำลังร้อนดังไฟเข้าลูบคลำร่างนั้นเบาๆ

เขาเคลื่อนมือไปสำรวจตามส่วนเว้าส่วนโค้งงามงอนในความมืดสลัวที่มีแสงเทียนสาดส่องผ่านม่านมุ้งจนแน่ใจ

ความรู้สึกถึงเรือนร่างอันสมบูรณ์แบบของสตรีเพศช่างเด่นชัด ทั้งยังมีกลิ่นหอมเย้ายวนของกายสาว กระตุ้นความต้องการของบุรุษเพศของเขาให้ท่วมท้น ทั้งยังกระตุ้นความต้องการของแก่นกายแกร่งแข็งขึงกลางลำตัวให้ยิ่งผงาดชูคอพร้อมพ่นพิษ

อา...

ฟงชินหยางครางอยู่ในใจ นี่คืออันใด?

 

หลิงเวยที่กำลังหลับใหลอยู่เริ่มสะลึมสะลือปรือตาขึ้นมาด้วยกำลังรู้สึกร้อนแบบแปลกๆ

ก่อนหลับไปนางจำได้ว่าอากาศช่างหนาวเย็น แต่เหตุใดยามนี้ช่างร้อนยิ่งนัก ผ้าห่มที่ควรให้ความอบอุ่นเมื่อร่างกายเหน็บหนาวกลับเกะกะหนาหนักจนนางต้องผลักออกไป

อืม...ร้อน...

หลิงเวยเริ่มเอื้อมมือขึ้นปัดป่ายไปมาเบาๆ ตามใบหน้าตามเนื้อตัว นางลูบคลำเลื่อนไล้ไปตามลำตัวของตนเองอย่างเหม่อลอยด้วยอารมณ์บางอย่างที่ไม่คุ้ยเคย

นางไม่เคยรู้สึกร้อนแบบแปลกๆ เช่นนี้มาก่อน

มันคืออันใด?

ในขณะที่หญิงสาวกำลังจะสรรหาคำตอบให้กับคำถามบางเบาภายใต้จิตสำนักอันน้อยนิดของตน นางเริ่มรู้สึกร้อนขึ้นเรื่อยๆ  ร้อนจนต้องพยายามปลดเปลื้องอาภรณ์ที่ห่อหุ้มร่างกายของตนเองให้ออกไป เพื่อที่ว่ามันจะสามารถคลายความร้อนแบบแปลกๆ นี้ให้เจือจางลงได้

นางเคลื่อนฝ่ามือน้อยๆ ลงต่ำมาที่ผ้าผูกเอวแล้วปลดมันออกในขณะที่นัยน์ตายังคงครึ่งหลับครึ่งตื่นมองไม่เห็นสิ่งใด นางเปิดสาบเสื้อของตนออกเพียงนิดเพื่อคลายความร้อน

นางมั่นใจว่าเปิดเผยอสาบเสื้อของตนเองแค่เพียงเล็กน้อยก็เท่านั้นแต่ทว่าทำไมถึงได้คล้ายกับว่ามันถูกเปิดออกกว้างมากกว่าที่ควรจะเป็น ทั้งยังคล้ายกับถูกกระชากให้ออกไปกระนั้น

ไยสาบเสื้อของนางถึงเคลื่อนตัวออกกว้างจนเนินอกของนางล้นออกมาได้กัน

แต่ที่แปลกมากกว่านั้นก็คือสัมผัสบางอย่าง

สัมผัสบางอย่างที่ว่าคือความร้อนชื้นแบบแปลกๆ ความร้อนชื้นที่อยู่กับเนินอกของนาง ทั้งยังมีความร้อนกรุ่นมากมายเนิบนาบอยู่ตามลำตัวของนาง ร่างทั้งร่างของนางคล้ายกับถูกทาบทับด้วยความร้อนผ่าวบางอย่าง

“อืม...” หญิงสาวส่งเสียงผ่านลำคอระหงออกมาเบาๆ ความรู้สึกแปลกใหม่เริ่มเด่นชัด มันร้อนแต่ทว่ารู้สึกดี ก่อเกิดความรู้สึกวาบหวามเกินรำพัน

และเพียงไม่นานความร้อนชื้นตรงเนินอกพลันหายไป ความกรุ่นร้อนที่เลื่อนวนไปมาตามลำตัวของนางเริ่มหนักหน่วง เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่คล้ายกับมิได้ห่อหุ้มเนื้อตัวของนางอีกต่อไป

คำถามบางเบาเกิดขึ้นภายในจิตใต้สำนึกอันน้อยนิดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้สิ่งที่ทดแทนคำตอบของนางมิใช่เพียงความร้อนที่เกิดจากตัวนางแต่กลับเป็นความร้อนจากภายนอกที่กำลังครอบคลุมนาง

ความร้อนที่ว่าโอบล้อมนางทั้งเรือนกาย ทั้งยังมีความร้อนคล้ายกับลมพ่นเป่าออกมาใส่ใบหน้านาง

และเพียงอึดใจความร้อนผ่าวคล้ายกับก้อนไฟก็นาบลงมาที่กลางลำตัว และเสียดแทงเข้าร่างกายนาง

“อ๊ะ!” หลิงเวยถึงกับหลุดอุทาน

“อ๊ะ!” หญิงสาวร้องออกมาอีกครา ลูกไฟแท่งนั้นสอดแทรกเข้าร่างมาแล้วถอยออกไป

นางรู้สึกเจ็บเสียดช่วงกลางลำตัว

เจ็บแปลบแต่...

“อืม...” เสียงทุ้มต่ำคำรามออกมา เสียงนั้นดังอยู่ใกล้ใบหน้านางพร้อมลมหายใจร้อนกรุ่นพ่นเป่าลงมาแรงๆ

“อ๊ะ!” หลิงเวยร้องออกมาอีกครั้งและครั้งนี้ความรู้สึกแปลกใหม่พลันปรากฏ

คราแรกนางเจ็บ คราที่สองนางก็ยังเจ็บ คราต่อมานางก็ยังเจ็บแต่ทว่าครั้งต่อๆ มาสิ่งที่ร้อนผ่าวคล้ายกับแท่งไฟตรงกลางลำตัวกลับเพิ่มความรู้สึกแปลกประหลาด

ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ว่ามันมาพร้อมกับความเจ็บแปลบเสียดสีและความเจ็บหน่วงเสียดเสียว

“อา...” ครานี้เสียงของหลิงเวยพลันเปลี่ยนไปตามความรู้สึกแปลกประหลาดนั้น  

ความรู้สึกรุ่มร้อน ความรู้สึกร้อนเร่าที่กำลังโลดเล่นโอบล้อมเรือนกายคล้ายกับจะเผานางให้มอดไหม้ ความรู้สึกเสียดเสียวเมื่อกลางลำตัวถูกเสียดสี จังหวะบางอย่างที่กำลังถาโถมอยู่กลางลำตัว ความรู้สึกเจ็บปวดแต่สร้างความเสียวซ่านมากมาย

นี่นางกำลังเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้นกับนาง 

หลิงเวยแหงนหงายใบหน้าร้องครางออกมาตามจังหวะแปลกประหลาดจนร่างบางโยกโยน

หญิงสาวพยายามเรียกสติสัมปชัญญะทั้งหมดที่มีเพื่อลืมตาถึงแม้ว่าริมฝีปากจะกำลังอ้าเผยอเปล่งเสียงน่าอาย

นางพยายามเหลือเกินที่จะลืมตาขึ้นมา แต่ทุกจังหวะที่กระชับตรงกลางลำตัวทำให้นางต้องหลับตาแน่นแต่อ้าปากออกเพื่อส่งเสียงครวญคราง

เมื่อลืมตามิได้ดังใจนางจึงเอื้อมฝ่ามือขึ้นมาปัดป่ายจนเจอเข้ากับสิ่งหนึ่ง คล้ายกับผิวหนังของบุคคลแต่แข็งขึงตึงแน่น

นางพยายามลืมตาขึ้นมองอย่างสุดชีวิตถึงแม้จะกำลังร้องออกมาตามจังหวะที่ถูกกดดันอยู่กลางแก่นกายจนร่างทั้งร่างโยกโยนขึ้นลงไปมา

และแล้วนางก็ลืมตาได้สำเร็จ ทันใดนั้นดวงตาที่หรี่ปรือครึ่งหลับครึ่งตื่นคล้ายเคลิบเคลิ้มเมื่อครู่พลันเบิกโพลง แสงเทียนที่ถูกจุดเมื่อไหร่มิทราบได้สาดประกายสีเหลืองนวลส่องมา

และนางก็ได้เห็น

เงาร่างบึกบึนใหญ่โตกำลังทอดตัวอยู่เหนือร่างของนาง เงาร่างล่ำสันกำลังขยับอยู่บนเรือนร่างของนาง

เงาร่างที่ว่ากำลังพ่นลมร้อนๆ ใส่ใบหน้านาง เงาร่างที่ว่ากำลังกระทำการบางอย่างกับเรือนกายของนาง

เงาร่างที่ว่ากำลังขยับเรือนกายขึ้นลงแต่กำลังกดกระชับเสียดแทงตรงกลางลำตัวของนาง เงาร่างที่ว่ากำลังมอบความรู้สึกแปลกประหลาดให้ตรงกลางลำตัว

จนนางต้องร้องครวญคราง

อา...นี่คืออันใด!?

 

 

 

 

 

 

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!