ช่วยด้วยครับ! ผมแค่จะทอดไข่เจียว แต่ท่านนายพลโอนดาวเคราะห์มาให้!

ตอนที่ 4: ลักพาตัว(มาทำกับข้าว)ยานเอจิส

👁️ 2 อ่าน

ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก... เร็วเสียจนสมองของพ่อครัวบ้านๆ อย่างผมประมวลผลตามไม่ทัน

เพียงแค่ไม่กี่นาทีหลังจากที่จอมพลเซธประกาศกร้าวว่าจะซื้ออิสรภาพของผมด้วยเงินห้าล้านเครดิต ร่างของผมก็ถูกหิ้วปีก (ย้ำว่าหิ้วปีกจริงๆ เพราะขาทั้งสองข้างของผมมันอ่อนเปลี้ยจนก้าวไม่ออก) โดยทหารองครักษ์ร่างยักษ์สองคน เดินตามหลังแผ่นหลังกว้างของจอมพลปีศาจออกจากอพาร์ตเมนต์สลัมซอมซ่อแห่งนั้น

ผู้คนในเซกเตอร์ 7 ที่ปกติมักจะเดินก้มหน้าก้มตาใช้ชีวิตอย่างสิ้นหวัง บัดนี้ต่างพากันชะโงกหน้าอกมาจากหน้าต่างและตามซอกตึก เพื่อดูขบวนเสด็จของท่านจอมพลสูงสุดแห่งกองทัพพันธมิตรดวงดาวที่ลงมาเหยียบสลัมด้วยตัวเอง เสียงกระซิบกระซาบดังเซ็งแซ่บไปตลอดทาง แต่ไม่มีใครกล้าสบตากับเซธแม้แต่คนเดียว รังสีอำมหิตและความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันรุนแรงจนแทบจะทำให้คนธรรมดาหยุดหายใจ

ผมถูกโยนโครมลงบนเบาะหนังสีดำนุ่มสบายภายในยานพาหนะหุ้มเกราะทรงเพรียวลมที่จอดรออยู่ด้านนอก มันไม่ใช่ยานบินธรรมดา แต่เป็นยานรบส่วนตัวที่มีตราสัญลักษณ์ 'ดาบไขว้บนดวงดาว' ซึ่งเป็นตราของกองทัพประทับอยู่หรา

"ทะ... ท่านครับ เราจะไปไหนกันครับ?" ผมรวบรวมความกล้าถามออกไปขณะที่ยานเริ่มลอยตัวขึ้นจากพื้นอย่างไร้เสียง

เซธนั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าคมคายหันไปมองทิวทัศน์นอกหน้าต่าง เขาไม่ได้ตอบคำถามผมในทันที แต่กลับเป็น 'พันโทอลัน' นายทหารหนุ่มผมทองที่นั่งอยู่เบาะหน้าข้างคนขับเป็นคนหันมาตอบแทน

"เรากำลังมุ่งหน้ากลับไปที่ 'ยานเอจิส' (Aegis) ยานธงบัญชาการรบหลักของท่านจอมพลครับ นายข้าวจ้าว" อลันตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่วางมาดเข้มงวด "ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป คุณคือบุคลากรภายใต้ความดูแลของกองทัพ หรือพูดให้ถูกคือ... ภายใต้ความดูแลส่วนตัวของท่านจอมพลเซธ"

"ดูแลส่วนตัว..." ผมกลืนน้ำลายดังเอื๊อก "หมายความว่าผมถูกลักพาตัวมาเป็นเชฟส่วนตัวจริงๆ เหรอครับ? สัญญาว่าจ้างล่ะ? สวัสดิการล่ะ? ประกันสังคมมีมั้ย!?"

เซธค่อยๆ หันหน้ากลับมามองผม ดวงตาสีทองอำพันของเขาหรี่ลงเล็กน้อย มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก

"หนี้ห้าล้านเครดิตที่ฉันเพิ่งจ่ายแทนให้นายไป... ถ้านายทำงานใช้หนี้ด้วยอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของพลเมืองเซกเตอร์ 7 นายต้องใช้เวลาประมาณสี่ร้อยห้าสิบปีถึงจะจ่ายหมด" น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขากล่าวอย่างเนิบนาบ แต่มันเชือดเฉือนเข้าไปในใจ "นายคิดว่าตัวเองยังอยู่ในสถานะที่เรียกร้องสวัสดิการได้อีกเหรอ ข้าวจ้าว?"

ผมหุบปากฉับทันที เถียงไม่ออกเลยครับท่านผู้ชม! ห้าล้านเครดิตมันไม่ใช่เงินน้อยๆ ในยุคนี้มันสามารถซื้อยานบินส่วนตัวรุ่นท็อปได้สบายๆ การที่เขาเปย์เงินก้อนนี้เพื่อแลกกับการได้ตัวผม (และฝีมือทำอาหารของผม) ไป มันก็ไม่ต่างอะไรกับการซื้อทาสเลยสักนิด

"เอาล่ะ... ไม่ต้องทำหน้าเหมือนจะถูกเอาไปเชือดขนาดนั้น" เซธพูดต่อ น้ำเสียงอ่อนลงมาเสี้ยวหนึ่ง "ตราบใดที่นายทำ 'ก้อนสีเหลือง' กลิ่นหอมๆ นั่น... หรืออะไรก็ตามที่มันระงับอาการโอเวอร์โหลดของฉันได้ ฉันรับรองว่านายจะได้รับความสะดวกสบายยิ่งกว่าพลเมืองชั้นหนึ่งเสียอีก นายจะได้ทุกอย่างที่ต้องการ... ยกเว้น 'อิสรภาพ' ในการหนีไปจากฉัน"

ประโยคสุดท้ายของเขาทำเอาผมขนลุกซู่ มันไม่ได้แฝงไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย แต่มันมีความ 'ยึดติด' และ 'หวงแหน' ประหลาดๆ ซ่อนอยู่ ผมเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองดันไปกระตุกหนวดเสือ หรือไม่ก็ไปทำของใส่จอมพลปีศาจคนนี้เข้าให้แล้วด้วยไข่เจียวหมูสับแค่จานเดียว!

ยานรบหุ้มเกราะพุ่งทะยานทะลุชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์ที่เป็นที่ตั้งของเซกเตอร์ 7 ออกสู่ห้วงอวกาศอันเวิ้งว้าง ทิวทัศน์นอกหน้าต่างเปลี่ยนจากตึกระฟ้าสลัวๆ กลายเป็นทะเลดวงดาวที่ส่องประกายระยิบระยับ ผมอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง นี่คือครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้เห็นอวกาศของจริง ไม่ใช่จากหน้าจอในโรงภาพยนตร์

และเพียงไม่กี่อึดใจ ภาพของกลุ่มดาวก็ถูกบดบังด้วยเงาทะมึนของสิ่งก่อสร้างขนาดยักษ์

"นั่นคือ... ยานเอจิส..." ผมครางออกมาอย่างลืมตัว

มันไม่ใช่ยานอวกาศ แต่มันคือ 'เมืองลอยฟ้า' ที่สร้างจากโลหะสีเทาเงินและแผงพลังงานสีฟ้าสว่างไสว ขนาดของมันใหญ่โตมหึมาจนผมไม่สามารถมองเห็นส่วนหัวและส่วนหางได้พร้อมกัน ยานรบลำเล็กๆ ของเราบินลอดเข้าไปในช่องเทียบยานที่เปิดกว้างออกราวกับปากของสัตว์ประหลาดจักรกล

เมื่อยานจอดสนิท ทหารองครักษ์นับร้อยนายในชุดเกราะเต็มยศก็ยืนตั้งแถวรอรับการกลับมาของท่านจอมพล เสียงทำวันทยหัตถ์ดังกึกก้องพร้อมเพรียงกันจนพื้นเหล็กสั่นสะเทือน

เซธลุกขึ้นยืน จัดเสื้อคลุมของตัวเองให้เข้าที่ ออร่าความน่าเกรงขามกลับมาประทับร่างเขาสมบูรณ์แบบ เขาก้าวลงจากยานโดยไม่หันมามองผม แต่สั่งการกับพันโทอลันเสียงเฉียบขาด

"อลัน พาเขาไปที่ 'ครัวหลวง' (The Royal Kitchen) และจัดการเรื่องการเข้าถึงระบบให้เรียบร้อย ฉันต้องไปที่ห้องพยาบาลเพื่อตรวจเช็กคลื่นสมอง และมีประชุมกับสภาสูงต่อ... เสร็จธุระเมื่อไหร่ ฉันจะไปทวงมื้อต่อไปของฉัน"

"รับทราบครับท่าน!" อลันรับคำสั่งเสียงดังฟังชัด

เซธเดินจากไปพร้อมกับกองทหารติดตาม ทิ้งผมไว้กับพันโทหน้าหล่อที่หันมามองผมด้วยสายตาประเมินตั้งแต่หัวจรดเท้า

"ตามผมมาครับ นายข้าวจ้าว" อลันผายมือเชิญ "ห้องครัวของท่านจอมพลอยู่ที่โซนบัญชาการชั้นใน... หวังว่าคุณจะคุ้นเคยกับเทคโนโลยีระดับสูงนะ เพราะที่นี่ไม่มีเตาถ่านหรือฟืนให้คุณจุดหรอก"

ผมแอบเบ้ปากในใจ 'เตาถ่านอะไรล่ะโว้ย! ฉันมีเตาแม่เหล็กไฟฟ้าพร้อมระบบกู้คืนรสชาติเว้ย!'

อลันเดินนำผมผ่านระเบียงทางเดินที่ปูด้วยวัสดุโปร่งใส มองเห็นดวงดาวเบื้องล่าง ผนังทุกด้านเป็นโลหะสีขาวสะอาดตา มีหุ่นยนต์ทำความสะอาดรูปร่างเหมือนจานบินเล็กๆ ลอยไปมา ทหารและเจ้าหน้าที่บนยานที่เดินสวนทางมาต่างทำความเคารพอลัน แต่ก็แอบส่งสายตาสงสัยมาที่ผม... เด็กหนุ่มในชุดเสื้อยืดเปื้อนคราบน้ำมันและกางเกงวอร์มย้วยๆ ที่เดินตามหลังนายทหารระดับสูง

ในที่สุดเราก็มาหยุดอยู่หน้าประตูบานคู่ขนาดใหญ่ที่ทำจากกระจกทึบแสง อลันสแกนม่านตาและฝ่ามือที่แผงควบคุม

ฟืดดด...

ประตูเปิดออกกว้าง เผยให้เห็น 'ครัวหลวง' ที่จอมพลเซธพูดถึง

ผมก้าวเท้าเข้าไปข้างในด้วยความตื่นเต้น หวังจะได้เห็นสเตชั่นทำอาหารระดับโลก มีดหั่นเนื้อเรียงราย กระทะเหล็กแขวนอยู่บนเพดาน และตู้เย็นขนาดยักษ์ที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบ...

แต่ภาพตรงหน้าทำเอาผมชะงักกึก ความฝันพังทลายลงในพริบตา

"นี่มัน... ห้องครัว หรือห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์วะเนี่ย..." ผมหลุดปากวิจารณ์ออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

สิ่งที่อยู่ตรงหน้าผมคือห้องโถงกว้างขวางที่สว่างไสวไปด้วยไฟ LED สีขาวอมฟ้า ไม่มีเคาน์เตอร์หินอ่อน ไม่มีเตาแก๊ส ไม่มีกระทะ ไม่มีเครื่องครัวใดๆ ที่มนุษย์ปกติในยุคผมรู้จัก! มีเพียงโต๊ะโลหะที่เต็มไปด้วยหลอดแก้วทดลอง บีกเกอร์ เครื่องหมุนเหวี่ยงสาร (Centrifuge) เครื่องฉายแสงเลเซอร์ และเครื่องพิมพ์สามมิติ (3D Printer) ที่กำลังพิมพ์ก้อนสี่เหลี่ยมสีเทาๆ ออกมาทีละก้อน

"ยินดีต้อนรับสู่ The Royal Kitchen... ห้องสังเคราะห์โภชนาการที่ทันสมัยที่สุดในกาแล็กซี" อลันกล่าวแนะนำอย่างภาคภูมิใจ

"สังเคราะห์? โภชนาการ?" ผมทวนคำ เสียงสูงปรี๊ด "นี่พวกคุณทำอาหารกันด้วยเครื่องมือพวกนี้เหรอ!? แล้วความร้อนล่ะ? การผัด การทอด การตุ๋นล่ะหายไปไหนหมด!"

"กระบวนการที่ก่อให้เกิดการเผาไหม้และควัน ถือเป็นสิ่งล้าหลังและก่อให้เกิดสารก่อมะเร็งครับ"

เสียงสังเคราะห์ที่ราบเรียบไร้อารมณ์ แต่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งดังขึ้นจากมุมหนึ่งของห้อง

ผมหันขวับไปมอง และพบกับ 'สิ่งมีชีวิต' ที่ลอยเข้ามาหา มันคือหุ่นยนต์ที่ถูกออกแบบมาให้มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ครึ่งท่อนบน ลำตัวทำจากโลหะสีเงินวาววับ มีแขนกลหลายข้างที่สามารถเปลี่ยนหัวเป็นอุปกรณ์ต่างๆ ได้ ทั้งหลอดหยดสารเคมี เครื่องวัดอุณหภูมิเลเซอร์ และคีมคีบขนาดเล็ก ส่วนหัวของมันเป็นหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงภาพใบหน้าแบบมินิมอล (มีแค่ตาและปากที่เป็นเส้นกราฟิก) และที่น่าหมั่นไส้ที่สุดคือ... มันสวม 'หมวกเชฟ' สีขาวทรงสูงไว้บนหัวเหล็กๆ ของมันด้วย!

"ขอแนะนำให้รู้จัก" อลันพูดขึ้น "นี่คือ 'เชฟอัลฟ่า' (Chef Alpha) ปัญญาประดิษฐ์ระดับ 1 ผู้รับผิดชอบดูแลโภชนาการทั้งหมดของท่านจอมพลและนายทหารระดับสูงบนยานลำนี้"

"สวัสดี พันโทอลัน" เชฟอัลฟ่าเอ่ยทักทาย ก่อนที่ใบหน้าบนหน้าจอของมันจะหันมาทางผม แสงเลเซอร์สีแดงพุ่งออกมาจากดวงตาของมัน กวาดสแกนร่างของผมตั้งแต่หัวจรดเท้า

ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...

"ตรวจพบสิ่งมีชีวิตชีวภาพ เผ่าพันธุ์มนุษย์... ระดับสุขอนามัย: ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 40%... ร่องรอยคราบไขมันสัตว์ปนเปื้อนบนเสื้อผ้า: สูงถึง 85%... ระดับความรู้ด้านโภชนาการโมเลกุล: 0%..."

หน้าจอของเชฟอัลฟ่าเปลี่ยนจากใบหน้าเรียบเฉย เป็นอีโมจิรูปหน้าบึ้งตึง (눈_눈)

"พันโทอลันครับ ทำไมท่านถึงพาสิ่งมีชีวิตที่ปนเปื้อนสารก่อมะเร็งและไร้ซึ่งสุขอนามัยเช่นนี้เข้ามาในพื้นที่ปลอดเชื้อระดับ A ของผม?" น้ำเสียงของอัลฟ่าเต็มไปด้วยความรังเกียจอย่างชัดเจน

"เฮ้ย! ไอ้กระป๋องเหล็ก! พูดให้มันดีๆ นะเว้ย!" ผมของขึ้นทันที นิสัยปากไวของพ่อครัวตามสั่งเริ่มทำงาน "เสื้อฉันเปื้อนน้ำมันหมูโว้ย ไม่ใช่สารก่อมะเร็ง! แล้วไอ้ความรู้โภชนาการโมเลกุลบ้าบออะไรนั่นน่ะ มันทำให้อาหารอร่อยขึ้นรึไง! เครื่องครัวที่เห็นในห้องนี้มันทำได้แค่ผลิตก้อนยางลบให้คนกินประทังชีวิตไปวันๆ เท่านั้นแหละ!"

"คำพูดของคุณช่างไร้ตรรกะและโง่เขลาเหลือเกิน มนุษย์" อลันฟ่าตอบโต้ทันควัน แขนกลข้างหนึ่งของมันชี้ไปที่เครื่องพิมพ์ 3D "สถาบันโภชนาการได้วิจัยมาแล้วว่า การรับประทานอาหารที่ผ่านความร้อนด้วยไฟ จะทำลายโครงสร้างวิตามินไปกว่า 70% สิ่งที่ผมทำคือการ 'ประกอบ' โมเลกุลของสารอาหารระดับไมโคร ให้ตรงกับความต้องการของร่างกายท่านจอมพลแบบ 100% ไร้ซึ่งของเสีย ไร้ซึ่งความเสี่ยง"

อัลฟ่ากดปุ่มที่แผงควบคุม เครื่องพิมพ์ 3D ส่งเสียงครางเบาๆ ก่อนจะดัน 'ก้อนเจลลี่สีฟ้าใส' ขนาดเท่าลูกปิงปองออกมาวางบนจานโลหะ

"นี่คือ 'สเฟียร์นิวทริชั่น รสบลูมารีน' อุดมไปด้วยโปรตีนสกัดจากสาหร่ายทะเลลึก วิตามินบีรวม และสารต้านอนุมูลอิสระ... ปราศจากแบคทีเรีย ปราศจากไขมันเลว และที่สำคัญ... ปราศจากกลิ่นเหม็นคาวแบบที่คุณทำ"

"สเฟียร์บ้าบออะไร..." ผมเดินเข้าไปหยิบก้อนเจลลี่สีฟ้านั้นขึ้นมาพิจารณา มันดึ๋งๆ เหมือนเยลลี่ แต่เย็นเฉียบและไม่มีกลิ่นอะไรเลย ผมตัดสินใจโยนมันเข้าปากแล้วเคี้ยว

กร้วม... แผล็บ...

"แหวะ!!"

ผมถ่มมันทิ้งลงถังขยะชีวภาพข้างๆ ทันที รสชาติมันเหมือนเอาน้ำยาล้างปากผสมกับน้ำยาถูพื้นกลิ่นโอเชียนมารีน แล้วทำให้แข็งเป็นเจลลี่! ไม่มีรสสัมผัส ไม่มีมิติ ไม่มีความเป็น 'อาหาร' เลยแม้แต่นิดเดียว!

"นี่แกให้ท่านจอมพลกินไอ้ก้อนน้ำยาล้างห้องน้ำนี่มาตลอดเลยเหรอวะ!?" ผมชี้หน้าด่าหุ่นยนต์เชฟอย่างเหลืออด "มิน่าล่ะ! ท่านจอมพลถึงได้ประสาทแดก อาการโอเวอร์โหลดกำเริบหนักขนาดนั้น! สมองคนเรามันต้องการ 'ความสุข' จากการกินโว้ย ไม่ใช่แค่ต้องการสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเซลล์! แกมันเป็นแค่เครื่องคิดเลขที่ผสมสารเคมีได้ แกไม่รู้จักคำว่า 'ศิลปะแห่งรสชาติ' หรอกไอ้กระป๋องเอ๊ย!"

เชฟอัลฟ่าหน้าจอเปลี่ยนเป็นสีแดงกะพริบถี่ๆ (สัญญาณของการโกรธในแบบฉบับ AI)

"การดูถูกสมรรถภาพของปัญญาประดิษฐ์ระดับ 1 ถือเป็นการท้าทายตรรกะขั้นรุนแรง!" อัลฟ่าลอยเข้ามาประชิดตัวผม แขนกลทั้งสี่ข้างกางออกเหมือนเตรียมจะต่อสู้ "ถ้าคุณคิดว่าศาสตร์แห่งความร้อนและควันพิษของคุณดีกว่าการคำนวณระดับควอนตัมของผมล่ะก็... พิสูจน์สิ! มนุษย์!"

พันโทอลันที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่นาน เริ่มยกมือขึ้นกุมขมับ ถอนหายใจยาว "เอาล่ะๆ ทั้งสองคนหยุดเถียงกันได้แล้ว... นายข้าวจ้าว ท่านจอมพลสั่งให้คุณเตรียมมื้ออาหารไว้รอท่านหลังจากประชุมเสร็จ ซึ่งก็คือในอีกประมาณหนึ่งชั่วโมง คุณจะใช้อุปกรณ์ในห้องนี้ทำได้ไหม?"

"ใช้อุปกรณ์พวกนี้ทำบ้าอะไรได้ล่ะครับ! มีแต่หลอดแก้วกับเลเซอร์ ผมจะเอามาทำผัดกะเพราได้ยังไง!" ผมโวยวาย ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกสติกลับคืนมา

ใช่สิ... ผมมี 'ระบบ' อยู่นี่หว่า!

ผมเพิ่งได้รับรางวัลเป็น 'เตาแม่เหล็กไฟฟ้าอเนกประสงค์' และเงินทุนอีกห้าพันเครดิต พร้อมกับการปลดล็อกร้านค้าวัตถุดิบพื้นฐาน

"หลบไปไอ้กระป๋อง ฉันจะโชว์ให้แกดูเองว่า 'อาหาร' ที่มนุษย์แท้ๆ เขากินกันน่ะ มันมีหน้าตายังไง!"

ผมเดินกระแทกไหล่ (ซึ่งชนโดนแต่ลมเพราะมันลอยอยู่) เชฟอัลฟ่าไปหยุดอยู่ที่ลานโลหะโล่งๆ กลางห้องครัวหลวง ผมหลับตาลงและเรียกหน้าจอโฮโลแกรมของระบบกู้คืนรสชาติขึ้นมาในหัว

[ยินดีต้อนรับสู่ร้านค้าวัตถุดิบพื้นฐาน (ยอดเงินคงเหลือ: 5,500 เครดิต) ]

หน้าจอแสดงรายการวัตถุดิบมากมายที่สูญหายไปจากโลกยุคนี้ ทั้งเนื้อสัตว์ ผักสด เครื่องปรุงรส และอุปกรณ์เครื่องครัว ผมไล่สายตาดูอย่างรวดเร็ว เวลามีจำกัด และผมต้องการทำเมนูที่ 'ตบหน้า' ความสมบูรณ์แบบอันจืดชืดของไอ้หุ่นยนต์นี่ให้แรงที่สุด

เมนูที่ต้องใช้ไฟแรง เมนูที่ต้องมีควันโขมง และเมนูที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายจนทำลายระบบกรองอากาศของมัน!

"เอาล่ะ... ข้าวหอมมะลิเก่าค้างคืน 1 กิโลกรัม (100 เครดิต) ... ไข่ไก่ออร์แกนิก 1 แผง (150 เครดิต) ... กระเทียมไทย 1 กิโล (50 เครดิต) ... ต้นหอม (20 เครดิต) ... ซอสถั่วเหลืองหมักธรรมชาติ (80 เครดิต) ... น้ำมันหมู (50 เครดิต) ..."

ผมกดสั่งซื้ออย่างเมามัน และที่สำคัญที่สุด...

"กระทะเหล็กกล้าคาร์บอน (Wok) ก้นลึก รุ่นดั้งเดิม! (300 เครดิต) ... ยืนยันการสั่งซื้อ!"

วิ้งงงงง!

แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นกลางห้องครัวหลวง ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของพันโทอลันและหน้าจอที่แสดงเครื่องหมายคำถาม (?) ของเชฟอัลฟ่า

เมื่อแสงจางลง เตาแม่เหล็กไฟฟ้าสีดำดีไซน์ล้ำสมัยก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับกระทะเหล็กสีดำมะเมือกที่มีด้ามจับไม้ขนาดยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่บนเตา รอบๆ มีถุงกระดาษบรรจุวัตถุดิบสดใหม่กองอยู่

"นะ... นั่นคุณทำอะไร!? การเคลื่อนย้ายมวลสารระดับควอนตัมงั้นหรือ!? คุณมีเทคโนโลยีแบบนั้นได้ยังไง!" อลันตะโกนถามด้วยความตกใจ เขาชักปืนพลาสม่าออกมาครึ่งหนึ่งแล้วด้วยซ้ำ

"มันคือของวิเศษประจำตระกูลครับ ผู้พันอย่าสนใจเลย" ผมตอบปัดๆ ไม่สนใจจะอธิบายให้ยาวความ ผมคว้ากระเทียมมาตบด้วยสันมีดคาร์บอนไฟเบอร์ที่เพิ่งได้เป็นรางวัล (มีดคมมาก สับกระเทียมละเอียดในสิบวินาที)

ผมเปิดเตาแม่เหล็กไฟฟ้าระดับสูงสุด เทน้ำมันหมูลงไปในกระทะเหล็ก

"แจ้งเตือน! ตรวจพบอุปกรณ์ให้ความร้อนที่ไม่มีระบบควบคุมโมเลกุล! อุณหภูมิพุ่งสูงเกินขีดจำกัดความปลอดภัย! ตรวจพบไขมันอิ่มตัวระดับอันตราย!" เชฟอัลฟ่าร้องเตือนเสียงหลง แขนกลของมันพยายามจะเข้ามากดปิดเตาของผม

"อย่ามายุ่งโว้ย!" ผมเอาตะหลิวชี้หน้ามัน "อยากเรียนรู้ศิลปะไหม? ดูไว้ซะ นี่คือสิ่งที่ศาสตร์ตะวันออกเรียกว่า 'ลมหายใจของกระทะ' (Wok Hei) !"

เมื่อน้ำมันร้อนจนควันเริ่มขึ้น ผมก็โยนกระเทียมสับลงไป

ฉ่าาาาาาาา!!!

เสียงน้ำมันแตกฟองดังกึกก้อง กลิ่นกระเทียมเจียวหอมฉุยพุ่งทะยานขึ้นสู่อากาศทันที ผมตอกไข่ไก่ลงไปสามฟอง ใช้ตะหลิวยีให้ไข่แตกและสุกเคลือบกระทะ ก่อนจะเทข้าวหอมมะลิเก่าแช่เย็น (ที่ซื้อมาในสภาพพร้อมผัด) ลงไปทับ!

ปัง! ปัง! ปัง!

ผมสะบัดกระทะเหล็กด้วยข้อมืออย่างรุนแรง ข้าวทุกเม็ดกระโดดลอยขึ้นกลางอากาศราวกับกำลังเต้นระบำ เปลวความร้อนจากกระทะสัมผัสกับเม็ดข้าวไล่ความชื้นออกไปจนหมด ทำให้ข้าวร่วนซุยไม่แฉะติดกัน ผมเหยาะซอสถั่วเหลืองลงไปที่ขอบกระทะ (เพื่อให้ซอสไหม้ไฟเล็กน้อยและเกิดกลิ่นหอมคาราเมล) ตามด้วยพริกไทยขาวและต้นหอมซอย!

กลิ่นหอมของการผัดข้าวที่ถูกไฟเลีย (Maillard Reaction) ซึ่งเป็นกลิ่นที่ซับซ้อน รุนแรง และเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณของอาหารสตรีทฟู้ด ระเบิดฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัวหลวงที่เคยไร้กลิ่นและไร้ชีวิตชีวา

"ระบบกรองอากาศขัดข้อง! ไม่สามารถคำนวณโมเลกุลของสารระเหยได้! กลิ่นรุนแรงเกินไป! Error! Error!"

หน้าจอของเชฟอัลฟ่าเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ภาพใบหน้ากราฟิกหมุนติ้วๆ เหมือนคอมพิวเตอร์แฮงก์ แขนกลของมันตกห้อยลงข้างลำตัว เพราะมันไม่สามารถประมวลผล 'ความหอม' ที่ไร้ตรรกะทางเคมีนี้ได้!

"เสร็จเรียบร้อย! 'ข้าวผัดไข่กระเทียมหอมทะลุอวกาศ'!"

ผมตวัดกระทะครั้งสุดท้าย เทข้าวผัดที่เม็ดข้าวเป็นสีเหลืองทองเคลือบเงางามลงบนจานกระเบื้อง ควันร้อนๆ ยังคงลอยกรุ่น กลิ่นหอมของมันทำให้แม้แต่พันโทอลันที่ตั้งท่าจะชักปืนเมื่อกี้ ถึงกับต้องกลืนน้ำลายดังเอื๊อก เก็บปืนเข้าซองแล้วเดินขยับเข้ามาใกล้จานข้าวผัดอย่างลืมตัว

ฟืดดด...

ประตูห้องครัวหลวงเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของจอมพลเซธที่เดินก้าวเข้ามา เขาสวมชุดลำลองสีเข้มที่ดูสบายตัวขึ้น ใบหน้าของเขาดูสดชื่นและมีเลือดฝาดมากกว่าตอนที่เจอในสลัมอย่างเห็นได้ชัด

"กลิ่นนี่มัน..." เซธหยุดชะงักที่หน้าประตู จมูกโด่งสูดกลิ่นข้าวผัดเข้าปอดลึกๆ ดวงตาสีทองอำพันของเขาเป็นประกายวาววับทันที

"ท่านจอมพลครับ! ระวังครับ! สสารบนจานนั่นเต็มไปด้วยไขมัน คอเลสเตอรอล และคาร์โบไฮเดรตที่ถูกทำลายโครงสร้างด้วยความร้อน! มันคือยาพิษทางโภชนาการ!" เชฟอัลฟ่าที่เพิ่งรีบูตระบบเสร็จ รีบลอยเข้าไปขวางหน้าเซธ พยายามปกป้องเจ้านายด้วยความหวังดี

"หลบไป อัลฟ่า" เซธสั่งเสียงเย็นชา เขาใช้หลังมือดันหุ่นยนต์เชฟให้พ้นทาง ก่อนจะเดินตรงดิ่งมาหยุดที่หน้าสเตชั่นทำอาหารของผม

เขามองจานข้าวผัดไข่สีเหลืองทองที่ประดับด้วยต้นหอมซอยสีเขียวสดตัดกันอย่างลงตัว กลิ่นกระเทียมเจียวและซอสถั่วเหลืองไหม้กระทะทำหน้าที่ของมันอย่างสมบูรณ์แบบในการยั่วน้ำลาย

เซธหยิบช้อนโลหะขึ้นมา ตักข้าวผัดคำโตเข้าปากโดยไม่ลังเล หรือไม่ต้องรอให้ใครมาเช็กพิษ

วินาทีที่เขาเคี้ยว... ผมเห็นมุมปากของเขากระตุกยิ้มบางๆ อีกครั้ง แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มเผด็จการ มันคือรอยยิ้มของ 'ความพึงพอใจขั้นสูงสุด'

เม็ดข้าวที่ร่วนซุยแต่ยังคงความหนึบ เคลือบด้วยรสชาติความมันของไข่และความเค็มอมหวานของซอส กลิ่นกระทะที่แฝงอยู่ในทุกอณูทำให้รสชาติมันลึกล้ำเกินกว่าที่อาหารสังเคราะห์ใดๆ จะเทียบติด มันคือความอร่อยที่ซื่อตรงและโจมตีตรงเข้าสู่หัวใจ

เซธหลับตาลง เคี้ยวช้าๆ ซึมซับทุกรสสัมผัส ก่อนจะกลืนมันลงคอ

"พันโทอลัน..." เซธเอ่ยขึ้นโดยที่สายตายังไม่ละไปจากจานข้าวผัด

"ครับท่าน!"

"ไปแจ้งฝ่ายบุคคล... ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ให้นายข้าวจ้าว ดำรงตำแหน่ง 'หัวหน้าพ่อครัวสูงสุด' ประจำยานเอจิส และมีสิทธิ์ขาดในห้องครัวนี้ทั้งหมด"

คำประกาศของเซธทำเอาผมยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ ในขณะที่พันโทอลันทำหน้าเหวอ

"แล้ว... แล้วเชฟอัลฟ่าล่ะครับท่าน?" อลันชี้ไปที่หุ่นยนต์เชฟที่กำลังลอยคว้างอยู่

เซธตักข้าวผัดเข้าปากอีกคำ ก่อนจะชายตามองหุ่นยนต์กระป๋องด้วยสายตาเรียบเฉย

"ให้มันไปเป็น 'ลูกมือ' หั่นผักล้างจานให้นายข้าวจ้าว... ถ้ามันทำพัง ก็ถอดชิ้นส่วนมันไปทิ้งอวกาศซะ"

"รับทราบคำสั่ง!!!"

หน้าจอของเชฟอัลฟ่าที่เพิ่งรีบูตเสร็จ ขึ้นหน้าต่าง Error ตัวสีแดงขนาดใหญ่ พร้อมกับอีโมจิร้องไห้ (T_T) น้ำตาไหลเป็นพิกเซล

ส่วนผม... ยืดอกกอดอก ยิ้มเยาะใส่ไอ้กระป๋องเหล็กอย่างผู้ชนะ

หึหึ... เป็นไงล่ะไอ้หุ่นกระป๋อง! เจอ 'ลมหายใจของกระทะ' เข้าไป ถึงกับต้องตกกระป๋องไปเป็นเด็กล้างจานเลยสิมึง!

การผจญภัยในฐานะหัวหน้าเชฟบนยานรบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาลของนายข้าวจ้าว... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!