ช่วยด้วยครับ! ผมแค่จะทอดไข่เจียว แต่ท่านนายพลโอนดาวเคราะห์มาให้!

ตอนที่ 5: สตรีมเมอร์สู้ชีวิต ปะทะ ข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว

👁️ 1 อ่าน

เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ตั้งแต่ผมก้าวเท้าขึ้นมาเหยียบยานเอจิสในฐานะ 'หัวหน้าพ่อครัวสูงสุด' ประจำยานรบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาล และมีไอ้หุ่นกระป๋องอัจฉริยะอย่างเชฟอัลฟ่าถูกลดขั้นมาเป็นลูกมือคอยล้างจานและหั่นผักให้ แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าชีวิตการเป็นเชฟวีไอพีของผมจะโรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป

ตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมา ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่การทำอาหารให้ท่านจอมพลเซธเลยแม้แต่น้อย เพราะรายนั้นน่ะ... กลายเป็น 'ไอ้โบ้' สายกินไปเรียบร้อยแล้ว!

ตั้งแต่วันที่เขาได้ลิ้มรสข้าวผัดไข่กระเทียมหอมทะลุอวกาศจานนั้น ท่านจอมพลผู้แสนจะเย็นชาและเย่อหยิ่งก็แวะเวียนมาที่ครัวหลวงแทบจะทุกมื้ออาหาร บางวันมาเช้า กลางวัน เย็น ไม่พอยังมีรอบดึกโผล่มาเงียบๆ เพื่อขอกินมาม่าต้มใส่ไข่เยิ้มๆ อาการโอเวอร์โหลดที่เคยทรมานเขาจนแทบคลุ้มคลั่งหายเป็นปลิดทิ้ง หน้าตาที่เคยดุดันอมทุกข์และเส้นเลือดปูดโปนตามขมับก็ดูมีน้ำมีนวลขึ้น รัศมีความกดดันรอบตัวลดลง แถมอารมณ์ก็ดีขึ้นจนทหารทั้งยานแอบมากระซิบขอบคุณผมกันยกใหญ่ บางคนถึงขั้นแอบเอาเสบียงผลไม้แปลกๆ จากดาวอื่นมาเซ่นไหว้ผมราวกับผมเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำยานไปแล้ว

ด้วยความที่เห็นว่าท่านจอมพลอุตส่าห์เปย์หนี้ห้าล้านให้ ผมเลยตอบแทนความกรุณาด้วยการจัดหนักจัดเต็ม สั่งวัตถุดิบจากระบบมาทำอาหารบำรุงเขาแบบไม่ยั้งมือ ทั้งสเต๊กเนื้อวากิวลายหินอ่อน A5 เอามาเซียร์ในกระทะเหล็กด้วยน้ำมันหมูจนหอมฉุย กุ้งล็อบสเตอร์ไซส์ยักษ์อบเนยกระเทียม หรือแม้แต่หมูคุโรบูตะย่างเตาถ่าน (ที่ผมอ้างกับอลันว่าเป็นวัตถุดิบลับประจำตระกูลที่ต้องใช้คาถาอัญเชิญมา)

ผมสั่งทุกอย่างมาปรนเปรอเขา โดยที่ผมลืมคิดไปสนิทใจเลยว่า... เงินห้าพันเครดิตที่เป็นรางวัลแรกเริ่มน่ะ มันหมดไปตั้งแต่ซื้อกระทะคาร์บอนกับข้าวหอมมะลิในวันแรกแล้ว! ส่วนเงินที่เหลือ ผมก็ใช้วิธี 'กดเชื่อ' ระบบมาตลอดด้วยความเคยชิน

และนั่นแหละครับ... ปัญหาที่แท้จริงของผม!

"อะไรนะ!? ยอดเงินติดลบ!?"

ผมแหกปากลั่นห้องครัวหลวงในเช้าวันหนึ่ง ขณะกำลังเช็กหน้าต่างสถานะของระบบเพื่อเตรียมสั่งวัตถุดิบสำหรับมื้อเช้า ตัวเลขสีแดงเถือกที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอโฮโลแกรมทำเอาผมแทบจะเป็นลมล้มพับไปกองกับพื้น

[ยอดเงินคงเหลือ: -2,500 เครดิต] 

[แจ้งเตือน: โฮสต์ได้ทำการเบิกจ่ายวัตถุดิบและอุปกรณ์ล่วงหน้าเกินวงเงิน กรุณาชำระหนี้ระบบโดยด่วนภายใน 24 ชั่วโมง มิฉะนั้นฟังก์ชันร้านค้าจะถูกระงับการใช้งานถาวร]

"เดี๋ยวสิเฮ้ย! ระบบ! แกเป็นระบบกู้โลกไม่ใช่เหรอ! ทำไมแกถึงหน้าเลือดทวงหนี้เก่งเหมือนพวกแก๊งหมวกกันน็อกหน้าใสใจทรามในซอยร้านฉันเลยล่ะ! แล้วเงินมันติดลบไปตั้งสองพันห้าได้ยังไง ฉันเพิ่งสั่งเนื้อวากิวไปแค่สองชิ้นเองนะ!" ผมโวยวาย ชี้หน้าด่าอากาศธาตุอย่างเหลืออด

[ระบบมีหน้าที่สนับสนุนโฮสต์ ไม่ใช่องค์กรการกุศล วัตถุดิบทุกชิ้นที่โฮสต์เบิกไปทำอาหารให้ท่านจอมพล โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ระดับพรีเมียม ล้วนมี 'ต้นทุนการขนส่งระดับควอนตัม' ที่สูงมากเพื่อรักษาความสดใหม่ข้ามกาแล็กซี] ระบบตอบกลับด้วยตัวหนังสือสีทองเรียบๆ แต่อ่านแล้วเจ็บจี๊ดทะลุถึงกระดองใจ

จริงของมัน... ไอ้ระบบบ้า! แกไม่เคยบอกฉันเลยนี่หว่าว่าวัตถุดิบพรีเมียมพวกนั้นมันมีค่าจัดส่งแพงหูฉี่ขนาดนี้! ค่าส่งแพงกว่าค่าเนื้อวากิวอีกมั้งเนี่ย!

"แล้วฉันจะหาเงินจากไหนมาจ่ายแกเนี่ย... เงินเดือนเชฟที่นี่เขายังไม่พิจารณาให้ฉันเลยนะเว้ย เพราะในระบบทะเบียนราษฎร์ ฉันยังเป็นแค่ผู้อพยพเถื่อนที่ยังไม่มีบัตรประชาชนอวกาศด้วยซ้ำ!" ผมทึ้งหัวตัวเองอย่างบ้าคลั่ง เดินวนไปวนมาหน้าเตาแม่เหล็กไฟฟ้า

รอดพ้นจากหนี้ห้าล้านเครดิตของสมาคมโภชนาการที่เซธจ่ายให้ มาตายรังเพราะหนี้สองพันห้าของระบบเนี่ยนะ! โคตรตลกร้าย! ถ้าฟังก์ชันร้านค้าถูกระงับ ผมก็ไม่มีวัตถุดิบมาทำอาหาร แล้วถ้าผมไม่มีอาหารไปประเคนท่านจอมพล อาการโอเวอร์โหลดของเขากำเริบขึ้นมา... ผมไม่โดนจับโยนออกนอกยานอวกาศเลยเหรอวะ!

"คุณข้าวจ้าวครับ เกิดข้อขัดข้องทางตรรกะอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ? เซ็นเซอร์ตรวจจับความร้อนของผมรายงานว่า ระดับความเครียดของคุณพุ่งสูงจนอุณหภูมิร่างกายผิดปกติ อัตราการเต้นของหัวใจพุ่งทะลุ 120 ครั้งต่อนาที"

เสียงสังเคราะห์เรียบๆ ดังขึ้นพร้อมกับร่างของ 'เชฟอัลฟ่า' ที่ลอยเข้ามาใกล้ แขนกลข้างหนึ่งของมันยื่นผ้าเย็นที่ผ่านการสเตอริไลซ์มาซับเหงื่อที่หน้าผากผมให้อย่างรู้หน้าที่

ตั้งแต่โดนจอมพลเซธสั่งลดขั้นมาเป็นลูกมือ มันก็ว่านอนสอนง่ายขึ้นเยอะ แถมด้วยหน่วยประมวลผลระดับควอนตัม มันเลยเรียนรู้วิธีปอกกระเทียม ซอยหอม และล้างกระทะเหล็กได้เร็วปรู๊ดปร๊าดแบบไม่ต้องสั่งซ้ำ ตอนนี้มันแทบจะกลายเป็นเพื่อนคู่คิดคนเดียวของผมบนยานลำนี้ไปแล้ว

"เครียดสิอัลฟ่า... ฉันกำลังช็อต... ฉันไม่มีเงินจ่ายค่าวัตถุดิบแล้ว" ผมถอนหายใจยาว รับผ้าเย็นมาเช็ดหน้าอย่างหมดอาลัยตายอยาก "นายพอจะมีเงินให้ยืมสักสองสามพันเครดิตไหมล่ะ?"

อัลฟ่าประมวลผลอยู่ครู่หนึ่ง หน้าจอโฮโลแกรมของมันเปลี่ยนเป็นรูปหน้าต่างโหลดข้อมูล ก่อนจะกะพริบเป็นสัญลักษณ์รูปหลอดไฟ (💡) สว่างวาบ

"ในฐานะปัญญาประดิษฐ์ ผมไม่มีบัญชีทรัพย์สินส่วนตัวครับคุณข้าวจ้าว... แต่ถ้าปัญหาของคุณคือการขาดแคลน 'เครดิต' ทำไมคุณไม่ลองใช้วิธี 'สตรีมมิง' (Streaming) ดูล่ะครับ?"

"สตรีมมิง? แกหมายถึงการถ่ายทอดสดแบบพวกยูทูบเบอร์ หรือวีทูบเบอร์ในยุคอดีตน่ะเหรอ?" ผมเลิกคิ้วถาม ความหวังเล็กๆ เริ่มจุดประกายขึ้นในหัว

"ถูกต้องครับ ในยุค 3024 นี้ แพลตฟอร์ม 'StarNet' คือเครือข่ายช่องทางการสื่อสารและความบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดในกาแล็กซี มีผู้ใช้งานที่ออนไลน์พร้อมกันทั่วทั้งจักรวรรดิมากกว่าแปดหมื่นล้านบัญชี หากคุณมีความสามารถพิเศษที่ดึงดูดผู้ชมได้ คุณสามารถเปิดรับการ 'โดเนท' (Donate) หรือการสนับสนุนเป็นเครดิตจากผู้ชมได้โดยตรงเข้าบัญชีทันทีครับ" อัลฟ่าอธิบายฉอดๆ พร้อมกับฉายภาพตัวอย่างหน้าจออินเทอร์เฟซของ StarNet ขึ้นมาให้ดู

ผมตาลุกวาวทันที อาการปวดหัวเมื่อครู่หายเป็นปลิดทิ้ง "แปดหมื่นล้านบัญชี... บ้าไปแล้ว! ถ้ามีคนเข้ามาดูสักล้านคน แล้วได้โดเนทแค่คนละหนึ่งเครดิต ฉันก็มีเงินเป็นล้านเครดิตแล้วนี่หว่า! รวยเละ! รวยกว่าเปิดร้านอาหารตามสั่งสิบสาขาอีก!"

"แต่คุณต้องระวังไว้อย่างหนึ่งนะครับคุณข้าวจ้าว" อัลฟ่ารีบเตือนเสียงเรียบ หน้าจอเปลี่ยนเป็นเครื่องหมายอัศเจรีย์สีแดง "รสนิยมของชาว StarNet ส่วนใหญ่นั้น... ถูกครอบงำและปลูกฝังโดยโฆษณาชวนเชื่อของ 'สมาคมโภชนาการ' มานานนับศตวรรษ พวกเขามองว่าอาหารปรุงสดที่ใช้ไฟและความร้อน คือความป่าเถื่อน เป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย และเป็นภัยต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง หากคุณสตรีมการทำอาหารแบบของคุณ... คุณอาจจะโดนต่อต้าน ด่าทอ หรือถูกแบนจากระบบอย่างหนัก"

"หึ... ต่อต้านเหรอ?" ผมกระตุกยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย เลือดของพ่อครัวไทยที่เคยผ่านสมรภูมิลูกค้าเรื่องมากมานับไม่ถ้วนเริ่มเดือดพล่าน

ความท้าทายแบบนี้แหละที่เชฟตามสั่งสู้ชีวิตอย่างผมชอบนัก!

"ให้มันรู้ไปสิ ว่าไอ้พวกมนุษย์ยุคนี้มันจะต้านทาน 'กลิ่น' และ 'เสียง' ของอาหารไทยได้! ในเมื่อพวกมันไม่เคยกินของอร่อย ฉันนี่แหละจะเป็นคนเบิกเนตรพวกมันเอง! อัลฟ่า... เตรียมกล้องโฮโลแกรมให้ฉัน! วันนี้ฉันจะเปิดสตรีมโชว์การทำอาหารที่ป่าเถื่อนที่สุด รุนแรงที่สุด และ 'อร่อย' ที่สุดในจักรวาล!"

"รับทราบครับ บอส! กำลังเชื่อมต่อระบบเครือข่ายเข้ากับเซิร์ฟเวอร์หลักของ StarNet" อัลฟ่ารับคำสั่งอย่างแข็งขัน

ไม่กี่นาทีต่อมา อุปกรณ์การสตรีมมิงล้ำยุคก็ถูกติดตั้งพร้อมสรรพ โดรนถ่ายภาพขนาดจิ๋วสี่ตัวที่ส่องแสงสีฟ้าเรืองรองลอยวนอยู่รอบสเตชั่นทำอาหารของผม พวกมันสามารถทำงานร่วมกันเพื่อจับภาพทุกมุมมอง ทั้งมุมสูง มุมเจาะลึกกระทะ และมุมกว้าง แถมระบบเครือข่ายของ StarNet ยังมีฟังก์ชันพิเศษที่เรียกว่า 'กลิ่นจำลอง' (Scent Simulation) ซึ่งสามารถวิเคราะห์โครงสร้างโมเลกุลของกลิ่นในสถานที่จริง แล้วส่งผ่านข้อมูลไปกระตุ้นเซ็นเซอร์ที่อุปกรณ์รับชมของผู้ชมปลายทางได้แบบเรียลไทม์!

เทคโนโลยีนี้แหละ... ที่จะเป็น 'อาวุธทำลายล้าง' ลับของผม!

ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ ผูกผ้ากันเปื้อนสีดำทับเสื้อยืดคอย้วยตัวเก่งให้กระชับ หยิบมีดคาร์บอนไฟเบอร์ที่ระบบเคยให้เป็นรางวัลขึ้นมาควงเล่นหนึ่งรอบเพื่อเรียกความมั่นใจและวอร์มอัพข้อมือ

"เริ่มสตรีมได้เลยอัลฟ่า! ตั้งชื่อห้องว่า... 'สตรีมเมอร์สู้ชีวิต ปะทะ อาหารโบราณลึกลับ!'"

ปิ๊ป!

สัญญาณไฟสีแดงบนโดรนถ่ายภาพสว่างวาบขึ้น บ่งบอกว่าสัญญาณการถ่ายทอดสดถูกส่งตรงไปยังเครือข่าย StarNet แล้ว!

ผมมองไปที่หน้าจอมอนิเตอร์โฮโลแกรมด้านข้าง ตอนแรก ยอดผู้ชมในห้องสตรีมของผมมีแค่ 5 คน (ซึ่งผมเดาว่าน่าจะเป็นอัลฟ่าสร้างบอทมาดูเพื่อดันแรงก์ให้กำลังใจแน่ๆ) ผมไม่สนใจตัวเลขที่น้อยนิดนั้น ผมก้าวมายืนหน้าสเตชั่น ปั้นยิ้มกว้างระดับสิบแบบที่ใช้ต้อนรับลูกค้าประจำ

"สวัสดีครับชาว StarNet ทุกท่าน! ยินดีต้อนรับเข้าสู่แชนเนลใหม่แกะกล่อง! ผมชื่อ 'ข้าวจ้าว' พ่อครัวจาก... เอ่อ... จากดาวเคราะห์อันไกลโพ้นแห่งหนึ่ง! วันนี้ผมจะมาพาทุกท่านย้อนเวลากลับไปสัมผัสกับ 'ศิลปะการทำอาหาร' ที่สูญหายไปจากจักรวาลนี้มานานนับพันปี!"

ผมชี้ไปที่วัตถุดิบดิบๆ ที่เตรียมไว้บนเคาน์เตอร์สแตนเลส มีทั้งเนื้อไก่สด พริกขี้หนู กระเทียม ใบกะเพรา และไข่ไก่

"วันนี้ผมจะทำเมนูคลาสสิกระดับตำนาน ที่มีชื่อเรียกว่า 'ผัดกะเพราไก่สับ ราดข้าวไข่ดาวไม่สุก' ครับ! คำเตือน... เมนูนี้อาจจะมีความป่าเถื่อนรุนแรง มีการใช้อุณหภูมิสูงปรี๊ด และมีกลิ่นที่อาจจะทำให้สติสัมปชัญญะของพวกคุณหลุดกระจุย ใครที่จิตใจอ่อนแอ แพ้ความร้อน หรือศรัทธาในอาหารสังเคราะห์จืดชืด... กรุณาถอยห่างจากหน้าจอ!"

อาจจะเป็นเพราะชื่อห้องที่ดูลึกลับ หรือรูปพรีวิวที่มีซากเนื้อสดๆ วางอยู่ ยอดผู้ชมเริ่มขยับขึ้นช้าๆ จาก 5 เป็น 50... 100... 500...

คอมเมนต์เริ่มไหลเลื่อนขึ้นมาบนหน้าจอโฮโลแกรมด้านข้างอย่างรวดเร็ว

[User_X99] : อะไรน่ะ? เอาซากสัตว์ที่ยังไม่ผ่านการสกัดโปรตีนระดับควอนตัมมาวางบนโต๊ะทำไม? สกปรก! มีแบคทีเรียปนเปื้อนแหงๆ! 

[Nutri_Lover] : เขากำลังจะทำอะไรกับใบไม้สีเขียวๆ นั่น? สกัดวิตามินซีเหรอ? หรือเอาไปทำปุ๋ยชีวภาพ? 

[Galactic_Boy] : หมอนี่มันบ้าไปแล้ว! นั่นมันเตาให้ความร้อนด้วยไฟแบบโบราณนี่! รปภ.อยู่ไหน ระวังไฟไหม้ยานนะเว้ย! กดรีพอร์ตช่องนี้ด่วน!

ผมอ่านคอมเมนต์แล้วก็แอบขำในใจ "หึหึ... ด่ากันเข้าไปเถอะ รีพอร์ตกันเข้าไป เดี๋ยวพวกแกจะได้รู้ว่านรกแห่งความหิวมันมีจริง!"

"เอาล่ะครับ ไม่พูดพร่ำทำเพลง ผมเริ่มต้นด้วยการทำองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดอย่าง 'ไข่ดาว' ก่อน!"

ผมตั้งกระทะเหล็กคาร์บอนก้นลึกบนเตาแม่เหล็กไฟฟ้า เร่งความร้อนจนถึงขีดสุด เทน้ำมันหมูลงไปจนเกือบท่วมก้นกระทะ รอเพียงไม่กี่วินาที น้ำมันก็ร้อนจัดจนมีควันสีขาวลอยกรุ่น ผมตอกไข่ไก่ออร์แกนิกลงไปตรงกลางกระทะอย่างแม่นยำ!

ฉ่าาาาาาาาาา!!!

เสียงน้ำมันร้อนจัดแตกกระเด็นปะทะกับไข่ดิบดังสนั่นราวกับเสียงประทัด ขอบไข่ขาวฟูฟ่องดันตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนจากสีขาวขุ่นเป็นสีน้ำตาลทองกรอบเกรียม ในขณะที่ไข่แดงตรงกลางยังคงเต่งตึงสีส้มสดใส ผมใช้ตะหลิวเหล็กวักน้ำมันร้อนๆ ราดลงบนไข่แดงเบาๆ อย่างเป็นจังหวะ เพื่อให้ผิวด้านบนสุกเคลือบเป็นฟิล์มบางๆ แต่ข้างในยังเป็นลาวาเยิ้มๆ

"ฟังเสียงนี่สิครับทุกคน! นี่คือดนตรีแห่งรุ่งอรุณ! และนี่คือ 'ไข่ดาวขอบกรอบไข่แดงไม่สุก' ครับท่านผู้ชม! มันคือศิลปะแห่งการควบคุมอุณหภูมิที่ไม่มีเครื่องพิมพ์ 3D ตัวไหนในโลกทำได้!" ผมพูดพลางช้อนไข่ดาวขึ้นมาสะเด็ดน้ำมัน พักไว้บนจานกระเบื้องสีขาว

เมื่อไข่ดาวสุก กลิ่นหอมของไข่ที่ทอดในน้ำมันหมูก็ลอยผ่านเซ็นเซอร์ของกล้อง ส่งผ่านระบบ Scent Simulation ไปถึงอุปกรณ์ของผู้ชมปลายทาง

ทันใดนั้น ยอดผู้ชมพุ่งพรวดจาก 500 เป็น 5,000 คนทันที! คอมเมนต์ที่เคยด่าทอเริ่มเปลี่ยนทิศทาง

[Food_Police] : กลิ่นบ้าอะไรเนี่ย!? ทำไมกลิ่นมันทะลุจอออกมาได้! แล้วทำไมมันถึงทำให้กระเพาะฉันร้องโครกคราก! 

[Star_Girl] : อี๋! น้ำมันเดือดปุดๆ เยอะขนาดนั้น คอเลสเตอรอลพุ่งกระฉูดทะลุเกณฑ์แน่ๆ! แต่ทำไม... ทำไมฉันหยุดสูดจมูกไม่ได้! กลิ่นมันหอมแปลกๆ! 

[Noob_Master] : เสียงทอดซู่ซ่าเมื่อกี้มัน ASMR ชัดๆ! เอาอีก! ทอดอีก! ฟังแล้วขนลุกเลย!

"ใจเย็นๆ ครับทุกคน ไข่ดาวมันเป็นแค่ออร์เดิร์ฟเรียกน้ำย่อย... ของจริงมันอยู่ตรงนี้ต่างหาก!"

ผมเทน้ำมันที่เหลือในกระทะออกให้เหลือติดก้นกระทะเพียงเล็กน้อย โยน 'พริกขี้หนู' และ 'กระเทียมไทย' ที่ผมตำรวมกันไว้แบบหยาบๆ ลงไปผัดในกระทะเหล็กที่ยังร้อนระอุ!

ซ่าาาาาาา!!! แค่กๆๆ!

วินาทีที่พริกขี้หนูและกระเทียมสัมผัสกับความร้อนจัด 'ระเบิดแก๊สน้ำตาแห่งเอเชีย' ก็ทำงานทันที! กลิ่นฉุนกึกของพริกที่ถูกเผาไหม้ ผสมกับกลิ่นกระเทียมเจียวที่หอมเตะจมูก พุ่งทะลุทะลวงออกมาจากกระทะอย่างรุนแรงและเกรี้ยวกราด ขนาดผมที่เป็นคนทำและชินกับกลิ่นนี้ ยังต้องเบือนหน้าหนีและไอออกมาสองสามที

และผลกระทบที่ส่งผ่านระบบ Scent Simulation ไปยังชาว StarNet ที่ไม่เคยดมอะไรที่รุนแรงกว่ากลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อนั้น... รุนแรงยิ่งกว่าพายุสุริยะพัดถล่มดาวเคราะห์!

ยอดผู้ชมพุ่งทะยานจาก 5,000 ทะลุ 100,000 คน ภายในเวลาไม่ถึงนาที!! อัลกอริทึมของ StarNet ดันช่องของผมขึ้นหน้าแรกของหมวดหมู่ 'เรื่องแปลกประหลาด' ทันที คอมเมนต์ไหลเชี่ยวกรากเป็นน้ำป่าจนแทบอ่านไม่ทัน!

[Help_Me_99] : แค่กๆๆ! กลิ่นอะไรวะเนี่ย! แสบจมูก แสบตาไปหมดแล้ว! ใครปล่อยก๊าซพิษใส่หน้าจอ! 

[Vegan_Space] : นี่มันการก่อการร้ายทางชีวภาพชัดๆ! สมาคมโภชนาการอยู่ไหน! กองทัพอยู่ไหน! มาจับหมอนี่ไปที! เขาพยายามจะรมควันพวกเรา! 

[Spicy_Boy] : โอ๊ยยย! แสบ! แต่... แต่ทำไมน้ำลายมันสอเต็มปากเลยวะ! กลิ่นมันกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวฉันสุดๆ! ฉันหยุดดมไม่ได้! 

[Donation_Alert] : [User_RichKid] ส่งของขวัญ 'ดาวตกสีทอง' (มูลค่า 100 เครดิต) ข้อความ: "ด่าไปงั้นแหละ แต่แอดมินขอจานนึงได้มั้ยพี่! ท้องฉันร้องจนเพื่อนข้างๆ ตกใจแล้ว!"

"ขอบคุณสำหรับดาวตกสีทองนะครับคุณ User_RichKid!" ผมยิ้มกริ่ม มือยังคงตวัดตะหลิวผัดพริกกระเทียมอย่างเมามัน "แต่มันยังไม่จบแค่นี้ครับ! พระเอกของงานกำลังจะลงสนาม!"

ผมหยิบ 'เนื้อไก่สับ' ติดมัน (ที่เบิกเครดิตระบบมาแบบสดๆ ร้อนๆ จนทำให้เป็นหนี้) โยนพรวดลงไปในกระทะ เสียงฉ่าดังก้องอีกครั้ง ผมรีบใช้ตะหลิวผัดขยี้ให้เนื้อไก่ร่วนและเคล้าเข้ากับพริกกระเทียมจนสุกกำลังดี เนื้อไก่เปลี่ยนเป็นสีขาวอมเหลืองดูน่ากิน จากนั้นก็เริ่มขั้นตอนร่ายมนตร์ปรุงรส!

น้ำปลาแท้หมักข้ามปี ซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม และน้ำตาลทรายนิดหน่อยเพื่อตัดความเค็ม เครื่องปรุงทุกอย่างไม่ได้ถูกเทลงบนเนื้อไก่ตรงๆ แต่ผมสาดมันลงไปที่ขอบกระทะเหล็กที่กำลังร้อนจัด เพื่อให้ความร้อนทำให้ซอสเกิดการไหม้เบาๆ หรือที่เรียกว่า 'Caramelization' เพื่อสร้างกลิ่นหอมหวนที่ซับซ้อน ลึกล้ำ และเย้ายวนยิ่งขึ้น

"อื้อหือ... หอมจนอยากจะแทะกระทะเข้าไปด้วยเลยครับพี่น้อง!" ผมทำจมูกฟุดฟิด โชว์สีหน้าฟินสุดๆ หลับตาพริ้มออกกล้อง

ณ เวลานี้ ยอดผู้ชมทะลุ 1,000,000 คนไปเป็นที่เรียบร้อย!!

[Foodie_Alien] : พระเจ้าช่วยกล้วยทอด! สารเคมีสีดำๆ ที่เขาใส่ลงไปเมื่อกี้มันคืออะไร! ทำไมกลิ่นมันถึงได้หอมรัญจวนใจขนาดนี้! มันมีมิติความหอมเป็นร้อยๆ ชั้นเลย! 

[Doctor_Z] : ผมเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการแพทย์ ขอเตือนพลเมืองทุกคนว่าการสูดดมกลิ่นนี้มากเกินไป อาจทำให้เกิดภาวะ 'คลุ้มคลั่งเพราะความหิว' และทำให้ระบบย่อยอาหารปั่นป่วนได้! ถอยห่างจากหน้าจอเดี๋ยวนี้! 

[Donation_Alert] : [Mommy_Space] ส่งของขวัญ 'กาแล็กซีสแปลช' (มูลค่า 500 เครดิต) ข้อความ: "ขอร้องล่ะ หมอจะว่าไงก็ช่าง! ส่งไอ้เนื้อสับในกระทะนั่นมาให้ฉันกินเดี๋ยวนี้! เท่าไหร่ก็ยอมจ่าย โอนพิกัดมาเลย!"

"ขั้นตอนสุดท้ายครับทุกท่าน! หัวใจหลักของเมนูนี้... และเป็นที่มาของชื่อเมนู... 'ใบกะเพรา'!"

ผมกำใบกะเพราสดๆ ที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว โยนพรวดลงไปในกระทะที่กำลังเดือดพล่าน แล้วกดปิดเตาแม่เหล็กไฟฟ้าทันที! ผมใช้ความร้อนระอุที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระทะเหล็ก ตลบใบกะเพราให้สลบและเข้ากันกับเนื้อไก่เพียงแค่สองสามครั้ง เพื่อไม่ให้ใบกะเพราดำและสูญเสียน้ำมันหอมระเหย

กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของใบกะเพรา ผสมผสานกับกลิ่นเผ็ดร้อนของพริกกระเทียม และความกลมกล่อมของซอสที่ไหม้ขอบกระทะนิดๆ ... มันคือจุดสูงสุดของศิลปะอาหารไทยแนวสตรีทฟู้ด ที่โคตรจะสมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติ และไม่มีชาติใดในโลก (หรือในจักรวาลนี้) เลียนแบบได้!

"เสร็จเรียบร้อย! ผัดกะเพราไก่สับสูตรโบราณ!"

ผมตักผัดกะเพราสีสันจัดจ้าน ราดลงบนข้าวหอมมะลิร้อนๆ ที่ตักรอไว้ โปะทับด้วยไข่ดาวขอบกรอบไข่แดงเยิ้มๆ วางจานลงบนแท่นหน้ากล้องโฮโลแกรม ให้โดรนซูมภาพเจาะลึกเข้าไปใกล้ๆ ให้เห็นความฉ่ำของเนื้อไก่ ควันร้อนๆ ที่ลอยกรุ่น และน้ำซอสสีเข้มที่กำลังซึมซาบลงไปในเม็ดข้าวสีขาวนวล

"ใครที่เคยบอกว่าอาหารปรุงสดเป็นความป่าเถื่อน เป็นแหล่งรวมเชื้อโรค... ผมขอเถียงขาดใจเลยครับ!" ผมจ้องมองเข้าไปในเลนส์กล้องด้วยแววตาหนักแน่น "อาหารปรุงสด ไม่ใช่แค่สารอาหารประทังชีวิต แต่มันคือ 'ชีวิต' คือ 'จิตวิญญาณ' และคือ 'ความสุข' ที่แท้จริงของมนุษยชาติ! มันคือศิลปะที่เยียวยาจิตใจได้ดีกว่ายาขนานไหนๆ!"

"สำหรับวันนี้ สตรีมเมอร์สู้ชีวิตขอตัวไปสวาปามข้าวไข่ดาวเยิ้มๆ จานนี้ก่อนนะครับ ไว้เจอกันใหม่คลิปหน้า... ฝากกดติดตามและโดเนทเป็นกำลังใจให้คนเป็นหนี้ด้วยนะครับ สวัสดีครับ!"

ผมกดยกเลิกการเชื่อมต่อ ตัดสัญญาณสตรีมทันที ปล่อยให้จอดำไปดื้อๆ ทิ้งให้ชาว StarNet นับล้านคนต้องค้างคาอยู่กับความหิวโหย อาการน้ำลายสอ และกลิ่นจำลองอันเย้ายวนที่ยังคงอบอวลหลอกหลอนอยู่ในห้องของพวกเขา

"ฮู่ววว... เหนื่อยเอาเรื่องเหมือนกันนะเนี่ย การเป็นสตรีมเมอร์นี่ใช้พลังงานเยอะกว่ายืนผัดข้าวสิบจานรวดอีก" ผมปาดเหงื่อที่หน้าผาก ถอดผ้ากันเปื้อนออกแล้วหันไปหาลูกมือหุ่นกระป๋อง "เป็นไงบ้างอัลฟ่า ระบบเสถียรดีไหม? แล้วยอดโดเนททั้งหมด... พอจะเอาไปจ่ายหนี้ระบบสองพันห้าได้มั้ย?"

อัลฟ่าเงียบไปพักใหญ่ หน้าจอของมันเปลี่ยนเป็นรูปสัญลักษณ์เงินดอลลาร์ ($) กระพริบวิบวับถี่ๆ เหมือนประมวลผลไม่ทัน

"บอสครับ..." เสียงสังเคราะห์ของอัลฟ่าดูสั่นๆ เล็กน้อย (ถ้าหุ่นยนต์สั่นได้น่ะนะ) "คุณทำลายสถิติผู้ชมหน้าใหม่ของประวัติศาสตร์ StarNet ภายในเวลาไม่ถึง 20 นาที ยอดผู้ชมช่วงพีคสุดอยู่ที่ 5.2 ล้านคน... และยอดโดเนทสุทธิ หลังจากหักค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม 30% แล้ว..."

อัลฟ่าหยุดพูดไปชั่วครู่ จอภาพแสดงแถบโหลดข้อมูลที่วิ่งพรวดพราด

"เท่าไหร่ฟะ! ลีลาอยู่ได้ไอ้กระป๋อง! ได้มาสักสามพันก็รอดตายแล้ว!" ผมเร่งเร้า หัวใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ

"ยอดเงินโอนเข้าบัญชีของคุณทั้งหมด... 250,000 เครดิตครับบอส!"

"ห๊ะ!? สองแสนห้าหมื่นเครดิต!!"

ผมตะโกนลั่นห้องครัวหลวง กระโดดตัวลอยสูงเกือบเมตรด้วยความดีใจสุดขีด "รวยแล้วโว้ยยย! แค่ผัดกะเพราจานเดียว ได้เงินมาสองแสนห้า! จ่ายหนี้ระบบสองพันห้าเครดิตสบายๆ แถมมีทุนเหลือไปเปิดภัตตาคารหรูๆ บนดาวหลวงได้เลยนะเนี่ย! ฮ่าๆๆๆ โลกอนาคตนี่มันหาเงินง่ายจริงๆ!"

ผมรีบเปิดหน้าจอระบบกู้คืนรสชาติ สั่งหักเงินสองพันห้าเพื่อเคลียร์หนี้ที่ค้างอยู่ทันที หน้าต่างแจ้งเตือนยอดเงินติดลบสีแดงเถือกหายวับไป แทนที่ด้วยตัวเลขสีเขียวสดใสที่ทำให้หัวใจพองโต

[หนี้สินคงค้าง: 0 เครดิต] 

[ยอดเงินคงเหลือในคลังระบบ: 247,500 เครดิต]

"สบายใจละ... หมดหนี้หมดสิน ทีนี้ก็มาจัดการกับความสุขของจริงดีกว่า"

ผมถูมือไปมาอย่างมาดหมาย หยิบช้อนส้อมเตรียมจะลงมือจัดการกับข้าวกะเพราไก่ไข่ดาวตรงหน้าที่ยังส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย ความเหนื่อยล้าจากการสตรีมทำให้ผมหิวจนตาลายไปหมด น้ำย่อยในกระเพาะร้องประท้วงดังกึกก้อง

แต่ทว่า... ในจังหวะที่ผมกำลังจะใช้ปลายช้อนเจาะไข่แดงให้ลาวาสีเหลืองทองไหลเยิ้มลงบนข้าวหอมมะลินั้น...

ฟืดดด...

ประตูอัตโนมัติของห้องครัวหลวงเลื่อนเปิดออกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบจอมพลเต็มยศที่ก้าวพรวดเข้ามา ใบหน้าของจอมพลเซธไม่ได้ดูเคร่งขรึมและเยือกเย็นเหมือนปกติ แต่มันเต็มไปด้วยความรีบร้อน คิ้วขมวดมุ่น และที่สำคัญที่สุด... แววตาของเขาเต็มไปด้วย 'ความหิวโหย' อย่างปิดไม่มิด

เขาเดินตรงดิ่งมาที่สเตชั่นทำอาหารของผมโดยไม่สนใจจะทักทาย สายตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจับจ้องไปที่จานกะเพราไก่ไข่ดาวราวกับฉลามขาวที่ได้กลิ่นเลือดกลางมหาสมุทร

"ข้าวจ้าว..." เซธเอ่ยเรียกชื่อผมด้วยเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่านิดๆ "ฉันเพิ่งเสร็จการประชุมสภาสูงที่น่าเบื่อหน่ายที่สุดในรอบปี... และฉันหิวมาก"

ผมชะงักช้อนค้างอยู่กลางอากาศเหนือไข่แดง มองหน้าท่านจอมพลสลับกับจานกะเพราแสนอร่อยของตัวเอง สัญชาตญาณหวงของกินเริ่มทำงาน

"เอ่อ... ท่านครับ นี่มันข้าวของผม... ผมเพิ่งทำเสร็จ ไว้ผมผัดให้ท่านใหม่กระทะหน้านะครับ ขอผมกินก่อน ผมหน้ามืดจะแย่แล้ว" ผมพยายามต่อรอง หนีบจานข้าวเข้าหาตัว

แต่เซธไม่สนใจคำทักท้วงของผมแม้แต่น้อย เขาก้าวเข้ามาประชิดตัว ยื่นมือใหญ่ที่สวมถุงมือหนังมาแย่งช้อนและส้อมไปจากมือผมอย่างหน้าตาเฉย!

"ในฐานะที่นายเป็นเชฟส่วนตัวของฉัน... อาหารทุกจานที่นายทำบนยานลำนี้ ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของฉันทั้งหมด" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเผด็จการไร้ที่ติ เอาอำนาจมาข่มกันดื้อๆ

ก่อนที่ผมจะทันได้โวยวาย เซธก็ใช้ช้อนของผมเจาะไข่แดงเยิ้มๆ ให้ไหลลงไปคลุกเคล้ากับเนื้อไก่ผัดกะเพรา แล้วตักคำโตเข้าปากไปหน้าตาเฉย!

กร้วม... อึก...

เซธหลับตาพริ้ม ริมฝีปากหยักได้รูปกระตุกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจขั้นสุด ความเผ็ดร้อนของพริกขี้หนู ความหอมฉุนของใบกะเพรา และความนุ่มละมุนมันย่องของไข่ดาวเยิ้มๆ มันผสมผสานระเบิดความอร่อยในปากของเขาจนทำเอาความตึงเครียดและอาการเหนื่อยล้าจากการประชุมปลิวหายไปในพริบตา ราวกับได้รับการชาร์จพลังงานเต็มร้อย

ผมยืนกำหมัดแน่น มองท่านจอมพลที่กำลังยืนตักข้าวกะเพราของผมเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย หน้าตาเฉยเมยไม่รู้ร้อนรู้หนาว...

ไอ้จอมพลปีศาจ! ไอ้คนเผด็จการเอาแต่ใจ! ไอ้โบ้จอมแย่งข้าว!

เงินสองแสนห้าที่ได้มาเมื่อกี้มันเยียวยาจิตใจที่ถูกแย่งของอร่อยตรงหน้าไม่ได้หรอกนะโว้ยยย!!

เซธกลืนข้าวกะเพราลงคออย่างเชื่องช้า ท่ามกลางสายตาอาฆาตของผม จู่ๆ ดวงตาสีทองอำพันของเขาก็ละจากจานอาหาร ขยับก้าวเข้ามาใกล้จนปลายเท้าเราชนกัน เขาก้มหน้าลงมาจ้องมองใบหน้าที่เปื้อนเหงื่อและกำลังบูดบึ้งของผม

นิ้วแกร่งที่สวมถุงมือหนังสีดำค่อยๆ เอื้อมมาแตะที่มุมปากของผม... เช็ดคราบซอสกระเทียมที่กระเด็นติดอยู่ตอนไหนก็ไม่รู้ออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสสากๆ จากถุงมือทำเอาผมสะดุ้งเล็กน้อย

เซธมองคราบซอสบนปลายนิ้วตัวเอง ก่อนจะช้อนสายตากลับมามองลึกเข้าไปในดวงตาผม แววตาของเขาเปลี่ยนจากความดุดันเป็นประกายวิบวับที่อ่านยาก

"นอกจากอาหารจะอร่อยแล้ว..." เขาโน้มใบหน้าลงมากระซิบที่ข้างหูผม น้ำเสียงทุ้มพร่าชวนให้ใจสั่น "คนทำ... ก็ดูน่าจะอร่อยเหมือนกันนะ"

พูดจบ เขาก็ถอยกลับไปยืนตรง หยิบจานกะเพราที่เหลือเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะอาหารวีไอพีมุมห้อง จัดการกับมื้อเที่ยง (ของผม) ต่ออย่างสบายอารมณ์

ทิ้งให้ผมยืนนิ่งเป็นรูปปั้นหินอ่อนอยู่หน้าสเตชั่นทำอาหาร ใบหน้าร้อนผ่าว แดงเถือกลามไปจนถึงใบหู หัวใจที่เคยเต้นแรงเพราะความโกรธ กลับเต้นรัวเร็วยิ่งกว่าเดิมด้วยความรู้สึกประหลาดที่อธิบายไม่ถูก...

ไอ้... ไอ้จอมพลบ้า! แย่งข้าวเขาไปกินไม่พอ ยังมาหยอดมุกเสี่ยวอวกาศใส่กันอีก!

คอยดูเถอะ! มื้อหน้าฉันจะทำแกงไตปลาเผ็ดๆ ให้กินจนปากเจ่อร้องขอชีวิตเลย คอยดู!!

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!