ในโลกก่อน ‘มู่หมิง’ คือหมอดูไพ่ยิปซีและซินแสฮวงจุ้ยชื่อดังแห่งยุคดิจิทัล เธอใช้ชีวิตอยู่กับการคำนวณดวงชะตา จัดวางสิ่งของแก้เคล็ด และสะสมยอดเงินในบัญชีธนาคารจนพร้อมจะเกษียณตัวเองไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ ทว่าความตายกลับมาเยือนเร็วกว่าที่คิดด้วยอุบัติเหตุรถชนอันแสนน้ำเน่า
แต่แทนที่จะได้ไปนรกหรือสวรรค์ มู่หมิงกลับลืมตาขึ้นมาอีกครั้งในสถานที่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของไม้โบราณ ดินโคลน และเสียงฝีเท้าของวัวควาย
“นี่มัน... กองขยะโบราณหรือไงกัน?”
มู่หมิงพึมพำกับตัวเองขณะที่ยันกายลุกขึ้นจากกองฟางแห้งๆ เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่เป็นผ้าป่านหยาบหนาที่มีรอยปะชุนนับไม่ถ้วน ร่างกายนี้ผอมแห้งแรงน้อยจนแทบจะปลิวตามลม ใบหน้าซูบตอบจนกระดูกแก้มโปน แต่สิ่งเหล่านั้นยังไม่น่าตกใจเท่ากับสิ่งที่กำลังลอยเด่นอยู่ตรงหน้าสายตาของเธอ
มันคือแผงโปรแกรมโปร่งแสงสีฟ้าครามที่ดูเหมือนหน้าจอเกมออนไลน์โง่ๆ หน้าจอหนึ่ง!
[ยินดีต้อนรับโฮสต์เข้าสู่ระบบ ‘ตาเล็งทิพย์สายมู’] [ชื่อร่างโฮสต์: มู่หมิง (หญิงกำพร้าดวงกุด) ] [ค่าพลังชีวิตวิญญาณปัจจุบัน: 05:42 นาที (กำลังนับถอยหลัง) ] [คำเตือน: หากค่าพลังชีวิตหมดลง วิญญาณของโฮสต์จะแตกสลายและหายไปจากจักรวาลนี้อย่างถาวร!]
“เฮ้ย! เดี๋ยวสิ!” มู่หมิงอุทานลั่นจนนกกระจอกบนหลังคาโรงนาสะดุ้งบินหนี “ทะลุมิติมาทั้งที ไม่ให้เวลาเตรียมใจหน่อยเหรอ? แล้วไอ้ห้านาทีที่กำลังลดลงเรื่อยๆ นี่มันอะไรกัน!”
ตัวเลขสีแดงกระพริบถี่ๆ จาก 05:42 เปลี่ยนเป็น 05:41 และ 05:40 อย่างไม่คิดจะออมชอม
[ชี้แจงจากระบบ: ร่างเดิมของมู่หมิงในยุคนี้เป็นสตรีที่มีดวงชะตาอ่อนแอขั้นสุด ธาตุอิน (ความเย็น/ความมืด) ล้นเกินจนวิญญาณไม่สามารถยึดเกาะร่างได้ การที่โฮสต์เข้าสวมรอยทำให้ต้องใช้พลังงานวิญญาณในการขับเคลื่อนสูงมาก]
[เงื่อนไขการเอาตัวรอด: โฮสต์ต้องทำการ ‘ชาร์จพลังงาน’ จากสิ่งมีชีวิตที่มี ‘พลังหยางบริสุทธิ์’ (ความอบอุ่น/แสงสว่าง) ในระดับสูง เพื่อเติมเต็มค่าพลังชีวิตขยายเวลาออกไป]
“พลังหยางบริสุทธิ์งั้นเหรอ?” มู่หมิงพยายามใช้สมองของนักพยากรณ์คิดตามอย่างรวดเร็ว “แล้วฉันจะไปหาพลังหยางจากไหนในป่าช้าโบราณแบบนี้! ต้องกินกระเทียม? หรือต้องไปนั่งตากแดด?”
[คำแนะนำ: พลังหยางในธรรมชาติมีความหนาแน่นต่ำเกินไป ไม่ทันการนับถอยหลัง โฮสต์ต้องตามหา ‘มนุษย์’ ที่มีดวงชะตาหยางล้นทะลัก และทำการสัมผัสร่างกายเพื่อดูดซับพลัง]
มู่หมิงมองตัวเลขที่เหลือเพียง 04:15 นาที ความกลัวตายแล่นพล่านขึ้นมาจับจิต เธอไม่รอช้า รีบพยุงร่างอันอ่อนแอพุ่งตัวออกจากโรงนาล้างแห่งนั้นทันที
ภายนอกโรงนาคือตรอกเล็กๆ ที่เชื่อมต่อกับตลาดชายแดนอันวุ่นวายของ ‘เมืองเยี่ยนเฉิง’ เมืองหน้าด่านที่เต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายชนชั้น ทั้งพ่อค้าชาวฮั่น ทหารยาม และชาวบ้านแต่งตัวซอมซ่อ
มู่หมิงกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยดวงตาที่ถูกปรับแต่งโดยระบบ ตอนนี้สายตาของเธอไม่ได้มองเห็นคนเป็นคนธรรมดา แต่มองเห็น ‘ออร่า’ แสงสีต่างๆ ที่ลอยวนอยู่รอบตัวมนุษย์ทุกคน
ชาวบ้านร้านตลาดส่วนใหญ่มีออร่าสีเทาหม่นๆ หรือสีเขียวอ่อนๆ ซึ่งแสดงถึงดวงชะตาธรรมดาสามัญ บางคนมีสีแดงจางๆ สื่อถึงโชคลาภเล็กๆ น้อยๆ แต่มันยังห่างไกลจากคำว่า ‘พลังหยางล้นทะลัก’ ที่ระบบต้องการ
“คนนั้นล่ะ? ไม่ใช่... คนนี้ล่ะ? ก็ยังไม่ใช่!” มู่หมิงวิ่งพล่านไปตามถนน ตัวเลขลดลงเหลือ 02:30 นาที ขาของเธอเริ่มอ่อนแรง หน้ามืดวิงเวียนเพราะขาดพลังงาน วิญญาณในร่างเริ่มสั่นคลอนจนภาพตรงหน้าพร่าเลือน
‘ข้าจะมาตายซ้ำสองในเวลาไม่ถึงสิบนาทีหลังจากเกิดใหม่ไม่ได้นะ!’ มู่หมิงกรีดร้องในใจ
และแล้ว ในจังหวะที่หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความสิ้นหวัง เสียงเกือกม้าศึกกระทับพื้นถนนเสียงดังสนั่นก็ดังมาจากทางประตูเมืองหลวง พร้อมกับเสียงตะโกนลั่นของทหารนำทาง
“หลบไป! หลบไป! ขบวนของท่านแม่ทัพใหญ่เซียวเหวินตงกำลังเคลื่อนผ่าน! ผู้ใดขวางทางมีโทษโบย!”
ชาวบ้านที่กำลังเดินจับจ่ายซื้อของรีบกุลีกุจอหอบตะกร้าแหวกทางออกเป็นสองฝั่งถนนด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าของทุกคนซีดเผือด บางคนถึงกับยกมือขึ้นบังตาและพึมพำคาถาปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย
มู่หมิงที่ถูกฝูงชนเบียดจนไปติดอยู่ขอบทาง หันไปมองตามเสียงนั้น ทันใดนั้น ดวงตาของเธอ ก็ต้องเบิกกว้างจนแทบหลุดออกจากเบ้า!
สิ่งที่ปรากฏในสายตาของเธอไม่ใช่ขบวนทหารธรรมดา แต่เป็น ‘พายุพลังงาน’ ขนาดมหึมาที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามา!
ที่ใจกลางขบวน มีบุรุษผู้หนึ่งควบม้าศึกสีดำทมิฬตัวใหญ่ ร่างสูงสง่าในชุดเกราะเหล็กกล้าสีดำสนิท ใบหน้าของเขาคมคายราวกับถูกสลักด้วยมีด คิ้วเข้มพาดเฉียงดั่งกระบี่ นัยน์ตาดำสนิทคู่นั้นนิ่งสงบแต่น่าเกรงขามจนไม่มีใครกล้าสบตา
แต่สิ่งที่ทำให้นางเอกตื่นตะลึงที่สุดไม่ใช่ความหล่อเหลาระดับล่มเมือง แต่เป็น ‘ออร่า’ รอบตัวเขา!
รอบกายของบุรุษผู้นั้น ถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีทองเจิดจ้าปานดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน มันร้อนแรง ทรงพลัง และเปี่ยมล้นไปด้วยพลังหยางอันบริสุทธิ์ขีดสุดจนแผ่รัศมีออกมาไกลนับสิบเมตร ทว่า... ที่น่ากลัวคือ รอบนอกของแสงสีทองนั้นกลับมี ‘ไอหมอกสีดำทึบ’ หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง หมอกดำนั้นส่งกลิ่นอายแห่งความตาย อุบัติเหตุ และความพินาศย่อยยับออกมาอย่างรุนแรง มันคือ ‘ไอดำกาลกิณี’ ที่หนาแน่นที่สุดเท่าที่มู่หมิงเคยเห็นมาในชีวิต!
[ติ๊ง! ตรวจพบแหล่งพลังงานหยางระดับเทวะ!] [เป้าหมาย: เซียวเหวินตง แม่ทัพใหญ่ดวงมหาจักรพรรดิโดดเดี่ยว (ดวงกาลกิณีต่อคนรอบข้าง) ] [อัตราการชาร์จหากสัมผัส: 1 วินาที = พลังชีวิต 1 วัน] [ค่าพลังชีวิตปัจจุบันของโฮสต์: 00:45 วินาที!]
“สี่สิบห้าวิ! แม่เจ้าโว้ย ไม่เลือกงานไม่ยากจนแล้ว!”
มู่หมิงไม่สนใจไอหมอกสีดำกาลกิณีที่ชาวบ้านพากันขยาดสยองพองขน สำหรับเธอในตอนนี้ ไอหมอกนั่นก็แค่เปลือกนอก แต่เนื้อในของเขาคือ ‘แท่นชาร์จแบตเตอรี่แบรนด์เนมชั้นเลิศ’ ที่จะช่วยชีวิตเธอได้!
ในขณะที่ขบวนม้าของเซียวเหวินตงกำลังจะขี่ผ่านจุดที่มู่หมิงยืนอยู่ ร่างผอมบางของหญิงสาวก็กระโดดพุ่งพรวดออกจากฝูงชน ไปยืนขวางหน้าม้าศึกตัวใหญ่ทันที!
“ฮี้!!!”
ม้าศึกสีดำตกใจ ชูขาหน้าขึ้นสูงและร้องลั่น เซียวเหวินตงดึงบังเหียนม้าอย่างเฉียบคมด้วยมือเดียว ใบหน้าคมคายฉายแววกรุ่นโกรธและเย็นชา สายตาดุดันตวัดมองลงมาที่หญิงสาวใจกล้าในชุดซอมซ่อ
“อยากตายนักหรือไง!” เสียงของทหารองครักษ์ข้างกายตวาดลั่น พร้อมกับชักดาบออกจากฝัก “บังอาจขวางขบวนท่านแม่ทัพ!”
ชาวบ้านรอบข้างพากันสูดหายใจเข้าลึก ต่างพากันคิดในใจว่า ‘นั่นไง! ดวงกาลกิณีของท่านแม่ทัพทำงานอีกแล้ว ยัยเด็กคนนี้ดวงถึงฆาตแน่ๆ!’
แต่สำหรับมู่หมิง ตอนนี้ตัวเลขสีแดงในตาของเธอเหลือเพียง 00:15 วินาที เท่านั้น ร่างกายของเธอเริ่มเบาหวิวเหมือนวิญญาณจะหลุดจากร่างจริงๆ หน้ามืดจนมองเห็นใบหน้าของท่านแม่ทัพเป็นภาพซ้อน
เธอบอกตัวเองว่า ถ้าเธอไม่ทำอะไรสักอย่าง เธอจะตายตรงนี้ด้วยระบบ ไม่ใช่ตายด้วยคมดาบ!
“ท่าน... ท่านแม่ทัพ...” มู่หมิงแสร้งทำเป็นเอามือกุมข้อมือ ร่างกายโงนเงนเหมือนจะล้ม แต่ทิศทางที่เธอล้มลงไปนั้น... คือพุ่งเข้าหาขาข้างที่เหยียบโกลนม้าของเซียวเหวินตงโดยตรง!
หมับ!
มู่หมิงใช้แรงเฮือกสุดท้ายในชีวิต ยื่นมือทั้งสองข้างไปตะปบเข้าที่รองเท้าบูทหนังยาวและหน้าแข้งของแม่ทัพหนุ่มอย่างเหนียวแน่นแน่นหนาปานคีมเหล็ก!
“ปล่อย!” เซียวเหวินตงเอ่ยเสียงเย็นยะเยือก จิตสังหารแผ่ซ่าน ปกติแล้วมนุษย์ทุกคนที่เข้าใกล้เขาในระยะสามก้าว หากไม่เจออุบัติเหตุหน้าทิ่ม ก็จะต้องรู้สึกอึดอัดจนอาเจียนเป็นเลือด แต่นางมนุษย์ผู้นี้กลับกล้าพุ่งเข้ามาจับขาเขาตรงๆ!
ทว่า ในวินาทีที่ฝ่ามืออันหยาบกร้านของมู่หมิงสัมผัสกับเนื้อผ้าและรองเท้าของเขา...
[ติ๊ง! ทำการเชื่อมต่อแหล่งพลังงานสำเร็จ!] [กำลังดูดซับพลังหยางบริสุทธิ์...] [ค่าพลังชีวิต: +1 วัน... +2 วัน... +5 วัน... +10 วัน...]
กระแสความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นพล่านจากจุดที่สัมผัส ผ่านเข้าสู่หัวใจและกระจายไปทั่วเส้นเลือดของมู่หมิง ทันใดนั้น อาการหน้ามืด วิงเวียน และความรู้สึกเหมือนวิญญาณจะหลุดก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง ร่างกายที่เคยผอมแห้งกลับรู้สึกมีพละกำลังขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์!
‘โอ้โห... อุ่นสบายเหมือนได้แช่ออนเซ็นกลางฤดูหนาวเลย!’ มู่หมิงครางในใจ ใบหน้าซูบตอบแอบแนบไปกับหัวเข่าของเขาอย่างลืมตัว เพื่อเพิ่มพื้นที่สัมผัสให้มากที่สุด
ตัวเลขจากระบบวิ่งฉิวดั่งปรอทแตก: [พลังชีวิตปัจจุบัน: 45 วัน... 60 วัน... 3 เดือน!]
เซียวเหวินตงขมวดคิ้วแน่น ก้มลงมองสตรีที่นอนหมอบกอดขาเขาไว้แน่น ใบหน้าของนางดูเย้ายวนใจ... ไม่ใช่สิ ดูซีดเซียวปานศพ แต่แววตาที่เงยขึ้นสบตาเขากลับเป็นประกายวิบวับราวกับดวงดาว มันไม่มีความหวาดกลัว ไม่มีลางร้าย ไม่มีอาการเจ็บป่วยใดๆ มีเพียง... ความกระหาย? ความโลภ? หรือความหลงใหล?
“เจ้าเป็นใคร ปล่อยข้า ไม่อย่างนั้นข้าจะบดขยี้หัวเจ้าซะ” เสียงทุ้มต่ำตวาดเตือน แต่กลับไม่ได้ลงมือจริงๆ เพราะในใจของเขากำลังเกิดความตื่นตระหนกอย่างลึกลับ
‘ทำไม... นางถึงไม่เป็นอะไรเลย? ไอกาลกิณีของข้าไม่ระคายผิวนางงั้นหรือ?’
มู่หมิงรู้ดีว่าดวงชะตาของเขาชาร์จแบตได้เร็วมาก ตอนนี้เธอตุนพลังชีวิตไว้ได้เกือบ 6 เดือน แล้ว แต่ขืนกอดต่อไปมีหวังหัวหลุดจากบ่าแน่ เธอจึงต้องรีบใช้ความรู้ ‘สายมู’ ดำเนินแผนการขั้นต่อไปทันทีเพื่อให้อยู่รอดในระยะยาว
เธอรีบปล่อยมือเล็กน้อย เปลี่ยนเป็นท่าคุกเข่ากราบกรานอย่างงดงาม (เท่าที่ร่างนี้จะทำได้) แล้วช้อนสายตาคู่งามที่เต็มไปด้วยความเทิดทูนและตื่นตระหนกขึ้นมองเขา
“ท่านแม่ทัพโปรดประทานอภัย! ที่หม่อมฉันวิ่งมาขวางขบวนและบังอาจแตะต้องกายอันสูงส่งของท่าน ไม่ใช่เพราะต้องการลบหลู่... แต่เป็นเพราะหม่อมฉันเห็นเคราะห์ร้ายแรงกล้ากำลังจะเกิดขึ้นกับท่านในอีกไม่ช้า!” มู่หมิงตะโกนเสียงดังลั่น เพื่อให้ทหารและชาวบ้านรอบๆ ได้ยินกันทั่ว
เซียวเหวินตงนัยน์ตาหรี่ลง “เคราะห์ร้ายงั้นหรือ? หึ ชีวิตข้ามีแต่ลางร้ายอยู่แล้ว เจ้าจะมาไม้ไหน”
“ไม่เหมือนกันเพคะ!” มู่หมิงยืดตัวขึ้น แสร้งทำเป็นหลับตาลงข้างหนึ่งแล้วใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้งคลึงเข้าหากันเหมือนกำลังคำนวณยามสามตา “ดวงชะตาของท่านแม่ทัพคือดวงมหาจักรพรรดิโดดเดี่ยว ร้อนแรงดั่งดวงอาทิตย์ แต่กลับถูกล้อมด้วยไอดำกาลกิณีกักขัง หากหม่อมฉันเดาไม่ผิด... วันนี้ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองมีลางร้ายห้ามผ่านเด็ดขาด! หากท่านเคลื่อนขบวนไปทางทิศนั้น จะต้องสูญเสียเลือดเนื้อและคนสนิท!”
ทหารองครักษ์ข้างกายเซียวเหวินตงหน้าถอดสีทันที เพราะจุดหมายที่พวกเขากำลังจะไปส่งเสบียงและตรวจพลก็คือ ‘ค่ายทหารฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือ’ จริงๆ!
“บังอาจ! เจ้าไปแอบสืบข่าวค่ายทหารมาใช่หรือไม่!” องครักษ์ตวาด
“หม่อมฉันเป็นเพียงหญิงชาวบ้านจะไปรู้ความลับทหารได้อย่างไร!” มู่หมิงเถียงตาใส “ถ้าไม่เชื่อ... ท่านแม่ทัพลองมองดูบนท้องฟ้าทิศตะวันตกเฉียงเหนือสิเพคะ หมอกดำจับตัวเป็นรูปอีกาพญายม ค้ำหัวค่ายทหารอยู่ชัดๆ!”
แน่นอนว่าชาวบ้านธรรมดามองไม่เห็นอะไรนอกจากก้อนเมฆ แต่เซียวเหวินตงผู้ผ่านศึกมานับร้อยครั้งกลับรู้สึกถึงความผิดปกติ ลางสังหรณ์ของเขามันเตือนมาตั้งแต่เช้าแล้วว่าวันนี้จะมีเรื่อง และคำพูดของหญิงสาวตรงหน้ากลับตรงกับสิ่งที่เขาแอบกังวลใจอยู่ลึกๆ
เซียวเหวินตงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของมู่หมิง ราวกับจะค้นหาความจริงใจหรือคำลวง
“หากสิ่งที่เจ้าพูดเป็นเรื่องโกหก... หัวของเจ้าจะไม่อยู่บนบ่าในวันพรุ่งนี้” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลัง ก่อนจะหันไปสั่งทหารเสียงเฉียบขาด “เปลี่ยนเส้นทาง! ไปทางทิศตะวันออก เลี่ยงค่ายฝั่งประตูนรก!”
“รับบัญชา!” ขบวนทหารเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว
เซียวเหวินตงควบม้าผ่านร่างของมู่หมิงไป แต่ในจังหวะที่ม้าของเขาเคลื่อนผ่าน สายตาคมคายยังคงจับจ้องที่ร่างผอมบางนั้นไม่วางตา ลมพัดชายเสื้อคลุมสีดำของเขาปลิวสะบัดเฉียดแก้มของเธอไป พร้อมกับคำพูดทิ้งท้ายที่ได้ยินกันเพียงสองคน
“แล้วข้าจะกลับมาคิดบัญชีกับเจ้า... แม่หมอ”
มู่หมิงมองตามหลังขบวนม้าศึกที่เคลื่อนห่างออกไป พร้อมกับถอนหายใจยาวเหยียดจนตัวโยน เธอล้มตัวลงนั่งแปะอยู่กับพื้นถนน ฝ่ามือยังคงหลงเหลือความอบอุ่นจากพลังหยางของเขา
เธอก้มลงมองหน้าจอระบบที่ตอนนี้แสดงผลอย่างน่าพึงพอใจ
[ค่าพลังชีวิตปัจจุบัน: 180 วัน (6 เดือน) ] [ปลดล็อกฟังก์ชัน: แผนที่ออร่าโชคลาภระยะ 100 เมตร] [คะแนนความประทับใจจากเป้าหมาย (เซียวเหวินตง) : +5 (ความสนใจลึกลับ) ]
มู่หมิงยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ความกลัวตายในตอนแรกมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความท้าทายอันยิ่งใหญ่ในโลกใบใหม่นี้
“เซียวเหวินตงงั้นเหรอ... ดวงกาลกิณีที่ทำคนอื่นชิบหาย แต่สำหรับฉัน ท่านคือแท่นชาร์จไฟชั้นดีเลยล่ะ!” หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง “ในเมื่อหนีไม่ได้ ก็คงต้อง ‘รุกเพื่อความอยู่รอด’ แล้วล่ะงานนี้ เจอกันครั้งหน้า... ข้าจะจัดฮวงจุ้ยจวนท่านให้พลิกฟ้าคว่ำดินเลยคอยดู!”
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของแม่หมอสายมูยุคดิจิทัล กับท่านแม่ทัพดวงซวยศตวรรษโบราณ ที่จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ความคลั่งรักไปตลอดกาล!