แม่หมอสายมู กับแม่ทัพดวงกาลกิณี

ตอนที่ 3: ดวงกาลกิณีสะท้านแผ่นดิน

👁️ 2 อ่าน

ความวุ่นวายในตลาดเยี่ยนเฉิงค่อยๆ สงบลงหลังจากขบวนของแม่ทัพใหญ่เคลื่อนผ่านไป ชาวบ้านที่เคยหลบซ่อนอยู่ตามซอกตึกเริ่มโผล่หัวออกมา มองมู่หมิงด้วยสายตาที่ผสมปนเปกันระหว่างความนับถือและความเวทนา

“แม่นาง... เจ้ายิ่งใหญ่มากจริงๆ ที่รอดชีวิตมาได้” พ่อค้าขายซาลาเปาคนหนึ่งเดินเข้ามาหาพลางยื่นซาลาเปาอุ่นๆ ให้เธอหนึ่งลูกด้วยความสงสาร “แต่วันหน้าวันหลังอย่าทำเช่นนี้อีกเลยดวงของท่านแม่ทัพเซียวผู้นั้น... แรงเกินกว่าที่คนธรรมดาอย่างพวกเราจะรับไหว”

มู่หมิงรับซาลาเปามาบิรับประทานด้วยความหิวโหย ร่างกายเริ่มมีเนื้อมีหนังและเรี่ยวแรงขึ้นมาบ้างหลังจากได้พลังหยางไปชาร์จระบบ “ดวงของเขาแรงขนาดนั้นเลยหรือท่านลุง?”

“ยิ่งกว่าแรงเสียอีก!” พ่อค้าซาลาเปาลดเสียงลงจนเป็นเสียงกระซิบพลางเหลือบมองซ้ายขวา “เจ้าเพิ่งมาจากต่างเมืองคงไม่รู้ ท่านแม่ทัพเซียวเหวินตงน่ะ เก่งกาจในสนามรบจนได้ฉายาเทพสงครามก็จริง แต่ดวงชะตากลับอัปมงคลขั้นสุด ตั้งแต่เขาเกิดมา มารดาก็ตายตอนคลอด พออายุได้สิบขวบบิดาที่เป็นแม่ทัพคนก่อนก็พลีชีพในสนามรบ ขุนนางที่เคยคิดจะเกี่ยวดองส่งลูกสาวมาหมั้นหมาย... เจ้ารู้ไหมเกิดอะไรขึ้น?”

มู่หมิงเคี้ยวซาลาเปาตาโต “เกิดอะไรขึ้นหรือ?”

“คู่หมั้นคนแรก ตกน้ำตายก่อนวันแต่งงานสามวัน! คู่หมั้นคนที่สอง สำลักอาหารตายในงานเลี้ยง! ส่วนคนที่สาม... นางกลัวจนสติฟั่นเฟือนหนีไปบวชชีเป็นภิกษุณีตลอดชีวิต! หลังจากนั้นมา ฮ่องเต้ก็ไม่กล้าพระราชทานสมรสให้เขาอีกเลย ใครเข้าใกล้เขาในระยะสามก้าวถ้าไม่โชคร้ายเลือดตกยางออก ก็ต้องมีอันเป็นไป จนตอนนี้อายุยี่สิบห้าแล้วก็ยังไม่มีใครกล้าแต่งงานด้วย จวนแม่ทัพใหญ่ที่ควรจะรุ่งเรือง กลับเงียบเหงาปานป่าช้า!”

มู่หมิงฟังแล้วก็นิ่งคิดในใจ

‘อืม... ดวงมหาจักรพรรดิโดดเดี่ยวจริงๆ ด้วย พลังหยางเข้มข้นจนเผาผลาญคนรอบข้างที่มีดวงชะตาทั่วไป ยิ่งพวกลูกคุณหนูที่ดวงอ่อนแอ ยิ่งทนไอดำกาลกิณีที่สะสมอยู่รอบตัวเขาไม่ได้ แต่สำหรับเราที่มีระบบและร่างอินบริสุทธิ์... ไอกาลกิณีนั่นทำอะไรเราไม่ได้ แถมพลังหยางของเขายังเป็นยาอายุวัฒนะชั้นดีอีกต่างหาก!’

เมื่อคิดได้ดังนั้น มู่หมิงก็ยิ้มกว้างออกมาจนพ่อค้าซาลาเปาถึงกับขนลุกซู่ คิดว่าสตรีผู้นี้คงโดนไอกาลกิณีแทรกซึมจนสมองกลับไปเสียแล้ว

ขณะเดียวกัน ณ ชานเมืองเยี่ยนเฉิง ฝั่งทิศตะวันออก

ขบวนม้าของเซียวเหวินตงเคลื่อนตัวผ่านเส้นทางสายใหม่ที่อ้อมไกลกว่าเดิมเกือบครึ่งชั่วยาม ทหารองครักษ์หลายคนแอบบ่นอุบในใจว่าท่านแม่ทัพหูเบา เชื่อคำพูดของหญิงบ้าในตลาด จนกระทั่ง... มีทหารม้าเร็วผู้หนึ่งควบม้ากระหืดกระหอบตามมาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก

“รายงานท่านแม่ทัพ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!” ทหารม้าเร็วคุกเข่าลงกับพื้นจนฝุ่นตลบ “เมื่อครึ่งชั่วยามก่อน เกิดเหตุดินถล่มครั้งใหญ่ที่หุบเขาฝั่งทิศตะวันตะวัน northwest (ตะวันตกเฉียงเหนือ) เส้นทางหลักที่จะไปยังค่ายทหารฝั่งนั้นถูกหินยักษ์ถล่มทับปิดตายหมดสิ้น... ทหารหน่วยล่วงหน้า ที่เดินทางไปก่อนหน้านี้ ถูกหินทับตายไปสามนาย บาดเจ็บสาหัสอีกนับสิบขอรับ!”

สิ้นเสียงรายงาน บรรยากาศในขบวนทหารก็เงียบกริบจนได้ยินเสียงลมพัด

ทหารองครักษ์ที่เคยคิดปรามาสมู่หมิงในใจต่างพากันหน้าซีดเผือด หากเมื่อครู่ท่านแม่ทัพไม่สั่งเปลี่ยนเส้นทางตามคำเตือนของสตรีผู้นั้น ป่านนี้ขบวนหลักที่มีทั้งเสบียงและอาวุธหนักคงถูกฝังอยู่ใต้หินยักษ์เหล่านั้นไปแล้ว!

เซียวเหวินตงนิ่งงันอยู่บนหลังม้า นัยน์ตาคมกริบคู่ตาดั่งพญาเหยี่ยวฉายแวววูบไหว

‘นางเตือนได้ถูกต้องอย่างแม่นยำ... รูปอีกาพญายมค้ำหัวค่ายทหารงั้นหรือ?’

แม่ทัพหนุ่มก้มลงมองมือของตนเองที่สวมถุงมือหนัง เขายังคงจำความรู้สึกตอนที่มือเล็กๆ คู่นั้นพุ่งเข้ามาจับขาเขาได้ดี มันไม่ใช่ความรู้สึกอึดอัดขยะแขยงเหมือนยามที่คนอื่นเข้าใกล้ แต่เป็นความรู้สึกอบอุ่น... และแฝงไปด้วยความประหลาดใจที่นางไม่ได้รับผลกระทบจากดวงของเขาเลยแม้แต่น้อย

“ท่านแม่ทัพ... แม่นางผู้นั้นไม่ใช่คนธรรมดาแน่ขอรับ หรือว่านางจะเป็นเทพธิดาพยากรณ์ที่สวรรค์ส่งมาช่วยท่าน?” รองแม่ทัพคนสนิทเอ่ยถามด้วยความเลื่อมใส

“เทพธิดาเหรอ? สภาพเหมือนขอทานข้างถนนเช่นนั้นเนี่ยนะ” เซียวเหวินตงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ทว่ามุมปากกลับหยักขึ้นเล็กน้อยอย่างที่ไม่มีใครสังเกตเห็น “ส่งคนไปสืบดูว่านางเป็นใคร พักอยู่ที่ไหน... และอย่าให้นางหนีไปจากเมืองนี้เด็ดขาด”

สองวันต่อมา...

มู่หมิงใช้เงินรางวัลเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้จากการช่วยดูดวงชะตาให้ชาวบ้านขยับขยายตัวเองออกจากโรงนาล้าง เธอเช่าห้องพักเล็กๆ เหนือโรงเตี๊ยมซอมซ่อแห่งหนึ่งในเมือง และเริ่มวางแผนระยะยาว

[แจ้งเตือนจากระบบ: ค่าพลังชีวิตปัจจุบันเหลือ 178 วัน] [แนะนำ: เพื่อความมั่นคงในชีวิต โฮสต์ควรทำการ ‘ผูกดวงชะตา’ หรืออยู่ใกล้ชิดเป้าหมายในระยะ 5 เมตร อย่างน้อยวันละ 2 ชั่วยาม เพื่อรักษาเสถียรภาพของวิญญาณ]

“อยู่ใกล้ระยะห้าเมตร วันละสี่ชั่วโมง? จะบ้าหรือไง ระบบ!” มู่หมิงโวยวาย “เขาเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ ส่วนฉันเป็นแค่ยัยเพิ้งดูดวง ขืนเดินดุ่ยๆ เข้าไปกอดขาเขาอีกรอบ มีหวังโดนข้อหาลวนลามท่านแม่ทัพสิไม่ว่า”

[ระบบเสนอแนะ: โฮสต์สามารถใช้ความสามารถ ‘ซินแสฮวงจุ้ย’ ในการเข้าหาได้ จวนแม่ทัพใหญ่มีฮวงจุ้ยที่แย่มากเนื่องจากพลังกาลกิณีสะสม หากโฮสต์เสนอตัวไปปรับฮวงจุ้ย จะมีข้ออ้างในการอยู่ใกล้ชิด]

“เออ... จริงด้วย จวนใหญ่โตขนาดนั้น แถมดวงเจ้าของบ้านยังซวยระเบิด ฮวงจุ้ยต้องพินาศแน่ๆ” มู่หมิงตบเข่าฉาด

ในขณะที่เธอกำลังคิดวางแผนอยู่นั้น เสียงเคาะประตูห้องพักก็ดังขึ้นอย่างรุนแรงจนบานไม้แทบหลุดจากกรอบ

ปัง! ปัง! ปัง!

“เปิดประตู! คนข้างใน เปิดประตู!”

มู่หมิงสะดุ้งรีบเดินไปเปิดประตูทันที และเมื่อบานประตูเปิดออก เธอก็ต้องเจอกับชายฉกรรจ์ในชุดเกราะทหารสี่นายยืนเรียงหน้ากระดาน นำโดยรองแม่ทัพคนสนิทของเซียวเหวินตงที่เธอเคยเห็นในวันนั้น

“แม่นางมู่หมิง ใช่หรือไม่?” รองแม่ทัพเอ่ยถามเสียงเข้ม

“ใช่... ใช่ค่ะ มีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ?” มู่หมิงตอบพลางลอบกลืนน้ำลาย

“ท่านแม่ทัพใหญ่มีบัญชา... ให้เชิญตัวแม่หมอเทวดาไปพบที่จวนเป็นการด่วน!”

มู่หมิงตาโต ในใจร้องกรี๊ดด้วยความดีใจ ‘โอ้โห! แท่นชาร์จแบตเตอรี่เรียกตัวเอารถไปส่งถึงที่เลยเหรอเนี่ย? ช่างรู้ใจจริงๆ!’

แต่เพื่อไม่ให้ดูมีพิรุธ หญิงสาวจึงแสร้งทำเป็นหน้าซีดเผือด ยอมเดินตามทหารไปแต่โดยดี ท่ามกลางสายตาของชาวบ้านในโรงเตี๊ยมที่พากันสวดมนต์อุทิศส่วนกุศลล่วงหน้าให้เธอ เพราะคิดว่านางหมอดูคนนี้คงไม่รอดกลับมาแน่ๆ

จวนแม่ทัพใหญ่เซียว...

บรรยากาศของจวนช่างเงียบเหงาและอึมครึมสมคำเล่าลือ ต้นไม้ใบหญ้าดูแห้งเหี่ยวเนื่องจากขาดพลังชีวิต ทันทีที่มู่หมิงก้าวเท้าเข้าสู่เขตรั้วจวน หน้าจอระบบของเธอก็กระพริบเตือนสีแดงทันที

[คำเตือน: ตรวจพบไอดำกาลกิณีหนาแน่นสูงในพื้นที่ อัตราการลดลงของพลังชีวิตจะเร็วขึ้น 2 เท่า หากไม่อยู่ใกล้เป้าหมายหลัก]

มู่หมิงรีบเดินตามรองแม่ทัพเข้าไปยังห้องโถงใหญ่ ที่นั่น... เซียวเหวินตงในชุดลำลองผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มนั่งอยู่ที่ตั่งตัวยาว แสงแดดรำไรที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่างกระทบใบหน้าคมคายของเขา ทำให้เขาดูหล่อเหลาราวกับเทพบุตรที่จุติลงมาท่ามกลางความมืดมิด

“มาแล้วหรือ... แม่หมอเทวดา” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น นัยน์ตาคมกริบตวัดมองสตรีที่เดินเข้ามา

มู่หมิงรีบย่อกายทำความเคารพ “หม่อมฉันมู่หมิง คารวะท่านแม่ทัพใหญ่เพคะ”

“คำทำนายของเจ้าเมื่อวันก่อน... แม่นยำราวกะตาเห็น” เซียวเหวินตงลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่กำยำเดินย่างสามขุมเข้ามาหาเธอช้าๆ ทุกย่างก้าวของเขาแผ่รัศมีพลังหยางสีทองเจิดจ้าล้นทะลัก มู่หมิงแอบสูดหายใจเข้าลึกๆ ดูดซับพลังงานที่แผ่ออกมาจนหน้าตาเริ่มซับสีเลือด

เขายืนห่างจากเธอเพียงสองก้าว... ระยะที่คนธรรมดาต้องรู้สึกหน้ามืด แต่มู่หมิงกลับยืนนิ่ง แถมยังแอบขยับเท้าเข้าไปใกล้เขาอีกครึ่งก้าวด้วยความเนียน

“เจ้าบอกว่าเจ้าเห็น ‘ไอดำกาลกิณี’ รอบตัวข้า... เจ้าไม่กลัวงั้นหรือ? คนอื่นแค่เห็นข้าก็วิ่งหนีกันหมดแล้ว” เซียวเหวินตงก้มลงถาม จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ

มู่หมิงเงยหน้าขึ้น สบตากับเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแน่วแน่ (และผลประโยชน์) เธอประสานมือไว้ที่หน้าอกและเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานละมุนที่ซ้อมมาอย่างดี

“หม่อมฉันไม่กลัวเพคะ... ดวงชะตาของท่านแม่ทัพแม้จะดูภายนอกคล้ายกาลกิณี แต่แท้จริงแล้วท่านคือผู้แบกรับเคราะห์กรรมแทนแผ่นดิน ทั่วทั้งใต้หล้านี้... อาจไม่มีสตรีใดกล้าเข้าใกล้ท่าน แต่สำหรับหม่อมฉัน ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต หรือต้องถูกไอกาลกิณีแผดเผาจนร่างสลาย... หม่อมฉันก็ยอมที่จะอยู่เคียงข้างเพื่อช่วยท่านแก้เคล็ดดวงชะตานี้เพคะ!”

คำพูดอันลึกซึ้งและหยาดเยิ้มนั้น ทำให้ห้องโถงใหญ่เงียบไปชั่วขณะ

เซียวเหวินตงชะงักไป หัวใจที่เคยด้านชาและปิดตายมานานปีเพราะคำรังเกียจของข้าแผ่นดินพลันกระตุกวูบอย่างรุนแรง เขามองสตรีผอมบางตรงหน้าที่พูดคำว่า ‘ยอมแลกด้วยชีวิตเพื่ออยู่เคียงข้างเขา’ ออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย แววตาของนางไม่มีความโกหก (เพราะนางอยากรอดจริงๆ) มีแต่ความจริงจังขั้นสุด

‘นาง... รักข้าขนาดนี้เลยอย่างนั้นหรือ?’ แม่ทัพหนุ่มคิดในใจ จิตใจที่เคยแข็งแกร่งดั่งภูผาเริ่มสั่นคลอนเป็นครั้งแรกในชีวิต

ส่วนมู่หมิงในตอนนี้... แอบเหลือบมองหน้าจอระบบที่กำลังขึ้นตัวเลขสีเขียวรัวๆ

[คะแนนความประทับใจจากเป้าหมาย (เซียวเหวินตง) : +20! (สถานะ: เริ่มสับสนและหวั่นไหวอย่างแรง) ] [พลังชีวิตชาร์จเพิ่ม: +30 วัน]

‘เยี่ยม! หยอดคำหวานไปทีเดียว แบตเตอรี่พุ่งกระฉูดเลย!’ มู่หมิงแอบกรีดร้องในใจด้วยความสะใจ ปฏิบัติการรุกเนียนๆ เพื่อความอยู่รอด... ได้ผลดียิ่งกว่าที่คิด!

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!