Horror Story เรื่องสั้นสยองขวัญ

ตอนที่ 2: เรื่องเล่าสยองขวัญเรื่องที่ 2 เพื่อนตกปลาตอนเช้ามืด

👁️ 8 อ่าน

เสียงนาฬิกาดังขึ้นปลุกให้ผมตื่น ผมเอื้อมมือไปเปิดสวิตซ์ไฟที่อยู่บนหัวนอนมองดูนาฬิกาที่แขวนอยู่ปลายเตียง เข็มเวลาชี้บอกว่าตอนนี้เป็นเวลาตี 2 ครึ่งแล้ว ผมลุกออกจากเตียงเพื่ออาบน้ำแต่งตัวเตรียมออกไปหาปลา เมื่อจัดการเสร็จสรรพเตรียมของเรียบร้อยผมก็ออกรถออกจากบ้านทันที

          จากบ้านมาถึงแม่น้ำใช้เวลาเพียงห้านาที ผมถอยรถจอดจนสนิทก่อนจะหยิบของสำหรับการตกปลาออกจากรถ ผมเดินลงไปตามทางลาดริมแม่น้ำก่อนจะวางของลงบนพื้นหญ้า หยิบแหขึ้นมาติดเหยื่อเพื่อเตรียมที่จะทอดแห พอเตรียมเสร็จผมก็ขยับเดินไปใกล้ที่ริมแม่น้ำก่อนจะทำการหว่านแหลงไปในแม่น้ำ

เมื่อทำการหว่านแหเสร็จสรรพต่อไปผมก็หันไปเตรียมเบ็ดสำหรับตกปลา ระหว่างที่กำลังเตรียมเบ็ดตกปลานั้นผมก็สายตากวาดมองไปรอบๆ บรรยากาศโดยรอบมืดสนิทมีเพียงแสงสว่างจากเสาไฟคอยให้แสงสว่าง อย่างว่าตอนนี้มันตี 3 นี่นะ จะดูน่ากลัวก็ไม่แปลก

ผมโยนเบ็ดลงแม่น้ำก่อนจะวางคันเบ็ดลงที่พื้นและหาเชือกมัดกับไม้ที่เคยเสียบไว้อยู่ก่อนแล้วเพื่อไม่ให้คันเบ็ดขยับ ผมทำแบบนี้จนครบก่อนจะหย่อนตัวลงบนถังน้ำเพื่อรอเวลา

ระหว่างนั้นผมก็เปิดเพลงคลอเพื่อไม่ให้บรรยากาศรอบๆมันเงียบเกินไป ผมนั่งฮัมเพลงรอเวลาที่เหยื่อจะติดเบ็ดพลางกวาดสายตามองรอบๆ แม่น้ำนี้เป็นที่ที่เหล่าคนหาปลาชอบมารวมตัวกัน โดยปกติเวลาที่คนจะมาตกปลาที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นช่วงเช้าไปจนถึงช่วงค่ำ ซึ่งต่างจากผมที่เลือกมาหาในช่วงเวลาเช้ามืดแทน เหตุผลก็เพราะในช่วงเวลานี้ไม่มีคนมาหาปลาและไม่ต้องไปแย่งใครด้วย อีกอย่างปลาที่ตกได้จะต้องเอาไปขายในช่วง 7 โมงเช้าผมเลยเลือกเวลาเช้ามืดในการหาปลาเพื่อที่ปลาของผมจะได้สดใหม่อยู่เสมอ

เวลาล่วงเลยไปหลายนาทีปลาเริ่มกินเหยื่อ ผมจัดการเก็บปลาที่ตกได้ใส่ถังน้ำที่เตรียมเอาไว้จากนั้นก็หันไปเปลี่ยนเหยื่อเพื่อตกปลาต่อ ขณะที่ผมกำลังเตรียมเบ็ดตกปลานั้นสายตาก็เหลือบเห็นบางอย่างที่ใต้สะพานข้ามแม่น้ำ ผมเพ่งสายตามองมันเหมือนเป็นเงาคนสีดำกำลังยืนอยู่ที่เสาตอม่อแล้วจู่ๆมันก็หายวับไป

ผมชะงักเล็กน้อยแอบลอบกลืนน้ำลายที่เหนียวหนืดลงคอ ผมหยิบไฟฉายสาดส่องไปที่ตอม่อก่อนจะค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ ผมสาดไฟฉายไปทั่วบริเวณจู่ๆก็มีใครบางคนเดินออกมาจากหลังตอม่อ ชายวัยกลางคนอายุไล่เลี่ยกับผมในชุดเสื้อเชิ้ตลายพรางผิวเข้มออกซีดขนาดตัวสูงใหญ่กว่าผมเล็กน้อย

“คุณ…มาทำอะไรที่นี่น่ะ”

ผมถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ผมสำรวจคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าเขาดูไม่เหมือนผีสางแต่อย่างใด คงจะเป็นคนที่อยู่แถวนี้ไม่ก็มาตกปลาเหมือนอย่างผมนั่นแหละ

“ผมมาหาปลา”

ผมถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะเดินกลับมายังที่ตัวเองโดยมีชายคนนั้นเดินตามมาติดๆ ผมนั่งลงที่พื้นตามด้วยเขาที่นั่งลงข้างๆ ผมเหลือบมองเขานั่งนิ่งไม่ไหวติงก่อนผมจะเลือกที่พูดเพื่อทำลายความเงียบ

“ผมชื่อพัน คุณชื่ออะไรหรอ”

“ผมชื่อสิงห์”

“คุณอยู่แถวนี้หรอ”

“ใช่ ผมอยู่ที่นี่”

“ที่นี่?”

ยังไม่ทันได้ถามต่อเสียงกระเพื่อมของน้ำทำให้ผมหันไปสนใจ ดูเหมือนว่าปลาจะติดแหแล้ว ผมยันตัวจากพื้นตรงไปจุดที่วางแห ผมสาวแหขึ้นมาพบว่ามีปลาติดแหแค่ตัวเดียวเท่านั้น ผมหยิบปลาตัวนั้นใส่ถังน้ำก่อนจะหว่านแหลงไปอีกครั้ง

ผมหันหลังเดินกลับไปนั่งที่เดิม เหลือบมองสิงห์ยืนอยู่ที่ริมน้ำ ผมไม่ได้ใส่ใจอะไรมากคงคิดว่าเขากำลังตกปลาอยู่

เวลาผ่านไปสักพักผมหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลาตอนนี้ตี 4 ครึ่งแล้ว ผมเหลือบมองสิงห์เขายืนนิ่งอยู่ริมแม่น้ำจู่ๆเขาก็เดินลงไปในน้ำ

“เฮ้ย! คุณจะไปไหนน่ะ”

ผมตะโกนเรียกพร้อมกับเดินตรงดิ่งไปหาสิงห์แต่เหมือนเขาจะไม่ได้ยิน ผมเดินเข้าไปใกล้พยายามเอื้อมมือจะคว้าเขาแต่พอยิ่งเดินเข้าไปใกล้เขาก็ยิ่งไกลออกไป

ผมเดินตามสิงห์จนนี้ผมอยู่ในระดับน้ำที่สูงจนถึงเอว จู่ๆสิงห์หยุดยืนนิ่งก่อนจะหายลงในน้ำต่อหน้า

“สิงห์!! สิงห์!”

ผมตะโกนเรียกครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนจะตัดสินใจดำน้ำลงไป ผมพยายามจะลืมตามองหาสิงห์ใต้น้ำแต่เพราะความมืดทำให้ผมไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ใต้น้ำได้

ผมขึ้นจากน้ำหันซ้ายหันขวาเพื่อมองหาสิงห์จู่ๆก็รู้สึกถึงลมเย็นที่ต้นคอ ผมค่อยๆหันหลังอย่างช้าพบกับสิงห์ที่อยู่ด้านหลัง ใบหน้าของเขาซีดมากไม่เหมือนกับตอนแรกที่เจอกันเลย

“สิงห์ คุณเล่นอะไรเนี่ย ผมตกใจหมดเลย”

ผมหันไปพูดกับเขาแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าสภาพของคนตรงหน้าเปลี่ยนไปจากเดิม สภาพของสิงห์เหมือนคนขึ้นอืดเพราะดวงตาของเขามันเละเหมือนโดนสัตว์แทะจนน่าดูไม่ได้เลย ผมหันตัวรีบวิ่งขึ้นบกทันทีแต่ก็ถูกสิงห์จับขาเอาไว้จนผมล้มลงไปในน้ำ ผมพยายามตะเกียกตะกายหนีตายออกมาจนในที่สุดก็หลุดออกมาได้ ผมวิ่งจ้ำเข้าไปในรถโดยก่อนจะสตาร์ทรถเพื่อจะหนีแต่จู่ๆรถมันดันสตาร์ทไม่ติดเนี่ยสิ ผมพยายามบิดแล้วบิดเล่าจนในที่สุดมันก็ติด ผมเข้าเกียร์เหยียบคันเร่งจนมิดออกจากตรงนั้นทันทีโดยที่ทิ้งของตกปลาเอาไว้

ผมขับออกมาได้ระยะพลางเหลือบมองที่หลังกระจกจนคิดว่ารอดแล้วแน่ๆ ผมถอนหายใจด้วยความโล่งอกก่อนจะหันกลับไปโฟกัสถนน แต่แล้วผมก็ต้องคิดผิด เพราะจู่ๆสิงห์ก็ยืนดักหน้ารถทำให้ผมเผลอหักพวงมาลัยหลบอัตโนมัติ รถกระบะสีดำหักเลี้ยวลงข้างทางก่อนจะไปชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่แรงกระแทกส่งผลให้หัวของผมกระแทกเข้ากับคอนโทรลหน้ารถอย่างจังๆมิหนำซ้ำต้นไม้ใหญ่ยังล้มลงมาทับรถจนหายไปครึ่งซีกอีก

ผมพยายามขยับตัวคลานออกมาจากตัวรถด้วยแรงที่แทบจะไม่เหลือก่อนจะทิ้งตัวนอนลงอยู่ข้างๆซากรถนั่น สายตาเหลือบเห็นใครบางคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล ผมจำชุดนั้นได้ว่าเป็นสิงห์

“สิงห์ ผมไม่เคยทำอะไรคุณเลยนะ ทำไมต้องมาทำกับผมแบบนี้ด้วย”

สิงห์ยืนนิ่งไม่ตอบผมแต่กลับเดินมาใกล้ผมแทน เขาหยุดยืนมองผมที่นอนแน่นิ่งจากความเจ็บ ผมรู้แล้วว่าสิงห์ไม่ใช่คน เขาเป็นผี ยอมรับนะว่าตอนแรกที่รู้ว่าเขาไม่ใช่คนผมกลัวมาก ตอนนั้นวิ่งหนีแบบไม่คิดชีวิตเลยด้วยซ้ำ แต่ถึงแบบนั้น ผมก็ยังถือว่าเขาเป็นเพื่อนของผมอยู่แม้จะพึ่งรู้จักกันก็ตาม

“ผมไม่รู้หรอกนะว่าคุณโกรธแค้นอะไรผม แต่ถ้าผมทำอะไรผิด หรือไปลบหลู่คุณ ผมก็ขอโทษด้วย”

ผมพูดด้วยแรงเฮือกสุดท้ายก่อนภาพทุกอย่างจะตัดไป

ผมตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนเช้าของอีกวันที่โรงพยาบาล ภรรยาของผมบอกว่าตอนช่วงตี 5 กว่าๆมีคนไปพบว่าผมรถชนอยู่แถวแม่น้ำที่ผมไปตกปลา ซึ่งคนที่พบผมเขาบอกว่ามีผู้ชายคนหนึ่งใส่เสื้อลายพรางผิวสีเข้มซีดโบกรถเขาให้จอดแล้วบอกว่ามีคนขับรถชนต้นไม้แถวนั้น แต่พอเขาไปถึงที่เกิดเหตุชายคนนั้นก็ไม่อยู่เสียแล้ว

ผมนึกตามที่ภรรยาเล่าให้ฟังคาดว่าคนที่โบกรถน่าจะเป็นสิงห์แน่ๆ ผมคิดว่าเขาน่าจะสำนึกผิดแล้วหาคนมาช่วยผมแทน

หลังจากออกจากโรงพยาบาลผมก็กลับไปที่ริมแม่น้ำอีกครั้งพร้อมกับนิมนต์หลวงพ่อเพื่อไปทำพิธีปลดปล่อยดวงวิญญาณของสิงห์ที่สิงสถิตอยู่ที่นี่ ระหว่างที่กำลังทำพิธีนั้นผมก็เห็นสิงห์ด้วย เขายืนอยู่ในแม่น้ำก่อนจะค่อยๆหายไป

“เขาไปแล้วล่ะโยม”

ผมยันตัวขึ้นจากพื้นก่อนจะหันไปพูดกับหลวงพ่อ

“นั่นสิครับหลวงพ่อ จากนี้เขาจะได้ไม่ต้องอยู่อย่างหนาวเหน็บอีกแล้ว”

หลังจากเสร็จพิธีผมก็เตรียมตัวที่จะกลับบ้าน จู่ๆก็มีเสียงบางอย่างเรียกผมเอาไว้ ผมหันไปมองที่แม่น้ำแต่ก็พบกับความว่างเปล่า แต่ก็เดาไม่ยากว่านั่นคงเป็นเสียงสุดท้ายของสิงห์ที่มาบอกขอบคุณกับผม

“ไปอยู่ในที่ที่ดีนะสิงห์ สักวันเราคงได้เจอกันใหม่”

ผมเอ่ยเสร็จก็หันหลังตรงกลับบ้านทันที หากย้อนกลับไปเมื่อหลายวันก่อนหากผมไม่มาที่นี่ผมก็คงไม่ได้เจอกับสิงห์ ผมคิดว่าการที่เขาทำร้ายผมแบบนั้นอาจจะเพราะกลัวว่าจะถูกรุกรานหรือมาลบหลู่แต่ผมก้ไม่โกรธเขานะ และผมก็ยังคงคิดว่าเขาคือเพื่อนที่ต้องรอให้ใครสักคนมาช่วยปลดปล่อยเขาให้หลุดพ้นจากวังวนนี้เสียที

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!