แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านสีขาวละมุน เสียงเกลียวคลื่นซัดสาดแว่วดังมาจากทางระเบียงด้านนอก
เหนือฟ้า ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้าอาการปวดหนึบที่ขมับ จากฤทธิ์แอลกอฮอล์เมื่อคืนส่งสัญญาณประท้วงทันทีที่ เขาขยับกาย
"อื้อ..."
เขาครางเบาๆในลำคอก่อนที่ร่างทั้งร่างจะแข็งทื่อไปใน วินาทีถัดมาเมื่อประสาทสัมผัสเริ่มรับรู้ถึงความผิดปกติ... ร่างกายของเขามันหนักอึ้งผิวกายยังสัมผัสได้ถึงความเย็น ของเครื่องปรับอากาศโดยไม่มีอะไรบดบัง
เขาสะดุ้งลืมตาตื่นเต็มตา สมองอันชาญฉลาดรีบประมวลผลภาพตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เตียงนอนหลังใหญ่สีขาวสะอาด...
ห้องพูลวิลล่าริมทะเล... เสื้อเชิ้ตของตัวเองที่ขาดระเบียบกองอยู่บนพื้น... และที่สำคัญที่สุดคือร่างสูงโปร่งของใครอีกคนที่กำลัง นอนหลับปุ๋ยอยู่ข้างกาย
"..."
"..."
"...เชี่ย"
เหนือฟ้าสบถคำหยาบคายออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี เขาหลับตาลงแน่นหวังลึกๆว่านี่จะเป็นเพียงความฝัน จากอาการเมาค้างแต่ความรู้สึกรวดร้าวแล่นริ้วบริเวณเอว และต้นขากลับเป็นหลักฐานชั้นดีที่ช่วยยืนยันว่า... ทั้งหมดนี้คือเรื่องจริง จริงชนิดที่ปฏิเสธไม่ได้เลยสักนิด!
เมื่อคืนนี้เขาออกไปดื่ม...
คุยกับคลื่นสมุทร...
ออกไปดูดาว...
และหลังจากนั้น...
ภาพเหตุการณ์หวาบหวิวที่ชวนให้หน้าร้อนผ่าวก็เริ่มหลั่งไหล เข้ามาราวกับทำนองเพลงรอยยิ้มกวนประสาท น้ำเสียงหัวเราะทุ้มต่ำริมฝีปากอุ่นจัดที่กดจูบลงมาซ้ำๆ
และ ฝ่ามือร้อนผ่าวที่โอบประคองเอวเขาไว้ตลอดทั้งคืน
เหนือฟ้ารู้สึกอยากจะแทรกแผ่นดินหนีหายไปจากโลกใบนี้ เสียเดี๋ยวนี้
เขาสูดหายใจเข้าลึกพยายามคุมสติที่กระเจิดกระเจิง แล้วรีบพาร่างอันบอบช้ำลุกจากเตียงให้เงียบเชียบ ที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาก้มลงเก็บเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ด้วยมือที่สั่นเทา โชคดีที่คนบนเตียงยังคงนอนหลับ
เหนือฟ้าหยิบกระเป๋าสตางค์หนังแท้ออกมา ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อย สายตาเหลือบมองร่างสูงบนเตียงที่นอนคว่ำหน้าอวดแผ่นหลังกว้างสีแทนล่ำสัน...
หน้าตาดีเกินเหตุ...
แต่งตัวเซอร์ ๆ
สบาย ๆ
อยู่แถวบาร์ริมหาด...
แถมยังเป็นฝ่ายเข้ามาหว่านเสน่ห์ใส่เขาก่อน
ยิ่งประมวลผลด้วยตรรกะของผู้บริหาร เขาก็สรุปได้เพียงอย่างเดียว
คงเป็นพวกเด็กเอนเตอร์เทน หรือไม่ก็พวกโฮสต์ที่คุ้นเคยกับการดูแลแขกกระเป๋าหนักระดับไฮเอนด์แน่ ๆ
เหนือฟ้าลอบถอนหายใจยาว ก่อนจะหยิบธนบัตรใบละพันปึกใหญ่หนาฟูออกมาจากกระเป๋า วางมันลงบนโต๊ะหัวเตียงอย่างเป็นระเบียบ พร้อมกับตวัดปากกาเขียนข้อความสั้น ๆ ลงบนกระดาษโน้ต
‘ขอบคุณสำหรับเรื่องเมื่อคืน’
หลังจากนั้นก็รีบก้าวเท้าออกจากห้องพักไปทันที โดยไม่หันกลับไปมองเบื้องหลังอีกเลยแม้แต่แวบเดียว
ครึ่งชั่วโมงต่อมา...
คลื่นสมุทร
ขยับเปลือกตาตื่นชายหนุ่มบิดขี้เกียจและหาวหวอดใหญ่ ก่อนจะจุดรอยยิ้มมุมปากเมื่อหันไปพบความว่างเปล่าบนเตียงอีกฝั่ง
"หายจริง ๆ ด้วยแฮะ" เขาพึมพำเสียงกลั้วหัวเราะ
อันที่จริงเขาพอจะเดาทางได้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่าคนฟอร์มจัด แบบนั้นต้องชิงหนีไปก่อนแน่ นิสัยรักศักดิ์ศรีและต้องการควบคุมทุกอย่างแบบเขาไม่มีทาง นอนตื่นมาส่งยิ้มหวานหวานชวนคุยปรับทุกข์ตอนเช้า กับคนแปลกหน้าชัวร์ ๆ
คลื่นสมุทรหยัดกายลุกขึ้นนั่ง ทว่าสายตากลับสะดุดเข้ากับวัตถุบางอย่างที่วางเด่นหรา อยู่บนโต๊ะหัวเตียง ธนบัตรสีเทาปึกหนาที่ถูกทับไว้ด้วยกระดาษโน้ตแผ่นเล็ก รอยยิ้มบนใบหน้าคมคายค่อยๆ แห้งผากและแข็งค้างไปในทันที
"..."
"..."
"...หา?"
เขาเอื้อมมือไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่านทวนซ้ำ... อีกรอบ...และอีกรอบ ก่อนที่ความเงียบจะถูกทำลายลงด้วยเสียงระเบิดหัวเราะ ลั่นห้อง
"ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!" คลื่นสมุทรขำจนตัวโยนขยำท้องตัวเอง "คุณเหนือฟ้า... นี่คุณคิดว่าผมเป็นเด็กเอนฯ
จริง ๆ เหรอเนี่ย?!"
ชายหนุ่มหัวเราะจนตาคมพราวระยับด้วยความบันเทิงใจ มันตลกร้ายเกินไปแล้วตั้งแต่เกิดมาจนอายุขนาดนี้ มีแต่เขาเอาเงินฟาดคนอื่นไม่เคยมีใครกล้าเอาเงินปึกหนามา วางฟาดหน้าเขาหลังจากมีอะไรกันมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... จากปากคนที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเพิ่งนอนกับใครเข้าไป
คลื่นสมุทรหยิบปึกเงินนั้นขึ้นมาเคาะกับฝ่ามือเบาๆ ก่อนจะส่ายหน้าขำ ๆ
"โอเค...ในเมื่อคุณอยากเล่นบทนี้" รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ดุจสุนัขจิ้งจอกผุดขึ้นบนใบหน้าคม "งั้นผมก็มีของขวัญตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อให้คุณเหมือนกัน"
เวลา 09.00 น.
ณ ห้องประชุมใหญ่ของรีสอร์ต
เหนือฟ้านั่งนิ่งอยู่บริเวณหัวโต๊ะตัวยาวในชุดสูทสีกรมท่าคัตติ้ง เนี้ยบกริบ ใบหน้าของเขาเรียบเฉย เย็นชา และดูสงบสง่า ราวกับไม่มีเรื่องกวนใจใดๆ เกิดขึ้นมาก่อน... ถ้าไม่นับความจริงที่ว่า ในหัวของเขากำลังสับสนกับเรื่องผิดพลาดเมื่อคืนจนแทบบ้า
ผู้บริหารฝ่ายต่าง ๆ ทยอยเดินเข้ามานั่งประจำที่ การประชุมดำเนินไปอย่างเป็นปกติ จนกระทั่งเลขานุการส่วนตัวเดินเข้ามาสะกิดแจ้ง
"คุณเหนือฟ้าคะ หุ้นส่วนรายใหญ่คนใหม่กับหัวหน้าทีมกิจกรรมทางน้ำเดินทางมาถึงแล้วค่ะ"
เหนือฟ้าพยักหน้ารับรู้ "อืม ให้เขาเข้ามาได้เลย"
บานประตูห้องประชุมเปิดกว้างออก ร่างสูงสง่าในชุดเชิ้ตฮาวายสีฟ้าสดใสพิมพ์ลายพรีเมียมก้าวเท้า เข้ามาในห้อง พร้อมกับรอยยิ้มกว้างขวางอันเป็นเอกลักษณ์ และวินาทีที่สายตาสบเข้ากับใบหน้านั้น... เหนือฟ้ารู้สึกเหมือนสมองถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าอย่างจัง โลกทั้งใบหยุดหมุนไปดื้อ ๆ
"..."
"..."
"..."
คลื่นสมุทร!
ผู้ชายคนเดียวกับเมื่อคืน คนเดียวกับคนที่เขาเพิ่งทิ้งเงินปึกใหญ่ไว้ให้บนหัวเตียง และเป็นคนเดียวบนโลกใบนี้ที่ไม่ควรมาปรากฏตัว อยู่ตรงนี้ที่สุด!
ฝั่งคลื่นสมุทรเมื่อเห็นอากัปกิริยาตาค้างของคนฟอร์มจัด รอยยิ้มบนใบหน้าก็ยิ่งกว้างขึ้นเรื่อย ๆ แววตาฉายประกายวิบวับราวกับเจอของเล่นชิ้นโปรดที่ถูกใจ
"สวัสดีครับทุกคน" ชายหนุ่มผิวแทนเอ่ยทักทายเสียงนุ่ม ก้าวเท้าอย่างมั่นใจเข้ามากลางห้องประชุม ก่อนจะไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเหนือฟ้าพอดิบพอดี
เขาล้วงซองจดหมายสีน้ำตาลเล่มหนาออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้ววางมันลงบนโต๊ะกระจกหรูหรา... ต่อหน้าต่อตาบอร์ดบริหารทุกคนที่นั่งตาปริบ ๆ
"อ้อ..." คลื่นสมุทรลากเสียงยาวพลางคลี่ยิ้มตาหยี "เกือบลืมไปเลยครับ"
เหนือฟ้าจ้องมองซองน้ำตาลนั้นด้วยใจที่เต้นรัว ลางสังหรณ์บางอย่างร้องเตือนว่าความบรรลัยกำลังจะมาเยือนในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า... มากที่สุดในชีวิต!
"เงินที่คุณทิ้งไว้ให้ผมเมื่อคืน..." คลื่นสมุทรใช้ปลายนิ้วดันซองน้ำตาลเล่มนั้นกลับคืนไปตรงหน้าเหนือฟ้า พร้อมส่งยิ้มพิมพ์ใจ "ผมเอามาคืนครับ"
กริบ...
ทั้งห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงันปานป่าช้า ผู้บริหารทุกคนหันขวับมามองหน้ากันเลิกลัก สลับกับมองหน้าประธานหนุ่มด้วยความสงสัยครามครัน เหนือฟ้ารู้สึกเหมือนวิญญาณกำลังจะหลุดออกจากร่าง เขาอยากจะมุดแผ่นดินหนีตายไปเสียเดี๋ยวนี้!
แต่ดูเหมือนไอ้ตัวแสบตรงหน้าจะยังไม่ยอมหยุดอยู่แค่นั้น...
"พอดีนโยบายและสโลแกนส่วนตัวของผมคือ..." คลื่นสมุทรแกล้งโน้มตัวลงไปหาเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงสุภาพทว่ากวนประสาทขั้นสุด "...บริการด้วยใจ ไม่คิดตังค์ครับคุณเหนือฟ้า"
มือเรียวภายใต้ใต้โต๊ะทำงานของเหนือฟ้ากำปากกาปลอกทอง แน่น... แน่นจนเส้นเลือดปูดโปนและ
แทบจะหักคามือ
ขณะที่คลื่นสมุทรยืดตัวขึ้น เม้มปากกลั้นหัวเราะอย่างมีความสุขที่สุดในชีวิต และนี่คงเป็นเพียงแค่บทเริ่มต้น... ของมหกรรมการเอาคืนอันแสนยาวนานที่เหนือฟ้า ไม่มีวันรับมือไหวอย่างแน่นอน!