ห้องประชุมใหญ่ของรีสอร์ตตกอยู่ในความเงียบกริบ เงียบเสียจนเหนือฟ้าได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศครางหึ่ง ๆ อยู่เหนือศีรษะอย่างน่ารำคาญ ซองเอกสารสีน้ำตาลเจ้าปัญหายังคงวางนิ่งอยู่ตรงหน้าเขา ราวกับระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำงานได้ทุกเมื่อ ทว่าคนที่เป็นต้นเหตุของความวุ่นวายและเกือบจะทำให้ อุณหภูมิในห้องติดลบ กลับทำเพียงแค่ยืนยิ้มเผล่ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"เอ่อ... คุณคลื่นสมุทรครับ" ประธานบอร์ดบริหารอาวุโสคนหนึ่งเอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงเกรงใจ "เชิญนั่งก่อนครับ"
"ได้ครับ ยินดีเลย" คลื่นสมุทรตอบรับอย่างอารมณ์ดี
ชายหนุ่มผิวแทนก้าวขาขยับไปลากเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม กับเหนือฟ้าออก แล้วหย่อนตัวลงนั่งสบตาพอดิบพอดี ท่าทางนั้นดูอย่างไรก็รู้ว่าตั้งใจ... ไม่สิ ต้องเรียกว่าจงใจกวนประสาทเขาโดยเฉพาะแน่นอน
เหนือฟ้าพยายามควบคุมลมหายใจให้เป็นปกติ เบือนสายตาหนีไปมองไอแพดในมือ ทำเป็นไม่สนใจกระแสสายตาคมกริบที่ส่งตรงข้ามโต๊ะ มาจับจ้องเขาอยู่ตลอดเวลา
"เอาล่ะครับ ในเมื่อมากันครบแล้ว" ท่านประธานบอร์ดกล่าวเปิดการสนทนาพลางคลี่ยิ้ม "ผมขอแนะนำอย่างเป็นทางการนะครับ ทุกท่าน... นี่คือ คุณคลื่นสมุทร วัฒนากร ตัวแทนจากกลุ่มกลุ่มผู้ถือครองที่ดินชายหาดผืนนี้ และหุ้นส่วนรายใหญ่ของโครงการรีสอร์ตในเครือของเราครับ"
เหนือฟ้าชะงักไปเล็กน้อย หัวใจกระตุกวูบ
ผู้ถือครองที่ดิน? หุ้นส่วนรายใหญ่?
เขาหันขวับไปมองคลื่นสมุทรทันทีอย่างลืมตัว อีกฝ่ายทำเพียงแค่ส่งยิ้มกว้างขวางจนตาปิด พร้อมกับยกมือขึ้นโบกทักทายเบา ๆ ราวกับกำลังส่งซิกให้เพื่อนสนิทสมัยประถม เหนือฟ้ารู้สึกได้ถึงอาการปวดขมับที่เริ่มแล่นริ้วขึ้นมาทันควัน
"นอกเหนือจากฐานะหุ้นส่วนแล้ว" ประธานยังคงอธิบายต่อ "คุณคลื่นจะเข้ามาดูแลและบริหารจัดการกิจกรรมทางทะเลทั้งหมดของรีสอร์ต รวมถึงโครงการพัฒนา Beach Club และ Surf Academy อีกด้วยครับ"
เสียงปรบมือต้อนรับดังกึกก้องไปทั่วห้องประชุม บอร์ดบริหารหลายคนพากันยิ้มแย้มยินดี... จะมีก็เพียงแค่เหนือฟ้าคนเดียวเท่านั้นที่อยากจะเอาหัวโขกโต๊ะกระจกตรงหน้าให้รู้แล้วรู้รอด
เขานึกอยากจะย้อนเวลากลับไปสักแปดชั่วโมงที่แล้ว... เขาเพิ่งเผลอไผลมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับหุ้นส่วนคนสำคัญที่สุดของโครงการ และที่ระยำที่สุดคือ เขาเพิ่งจะเอาเงินปึกหนาฟาดหน้าทิ้งไว้ให้อีกฝ่าย ก่อนชิงหนีกลับมา
ยอดเยี่ยมจริง ๆ เหนือฟ้า... ชีวิตยี่สิบแปดปีที่ไม่เคยพลาดของคุณ มันพังทลายลงเพราะผู้ชายเสื้อเชิ้ตฮาวายคนนี้ภายในคืนเดียว
ทันทีที่การประชุมยาวนานสิ้นสุดลง เหนือฟ้ารีบเก็บเอกสารและก้าวเท้าออกจากห้องประชุม ด้วยความเร็วแสง เขาต้องการหนีไปตั้งหลักและสูดหายใจในพื้นที่ส่วนตัวโดยด่วน ทว่ายังไม่ทันที่ขาเรียวจะก้าวไปถึงหน้าประตูลิฟต์ เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยก็ดังไล่หลังมาเสียก่อน
"คุณเหนือฟ้าครับ"
เจ้าของชื่อชะงักเท้ากึกทันที เขาหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อระงับอารมณ์... หนึ่งครั้ง... สองครั้ง... สามครั้ง... ก่อนจะยอมหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้า
คลื่นสมุทรกำลังยืนพิงกำแพงทางเดินอย่างสบายอารมณ์ มือสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายระบายไปด้วยรอยยิ้มกวนๆ
"มีอะไร…" เหนือฟ้าถามด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท มอบสายตาเย็นชาใส่
"ผมแค่อยากมาทักทายหุ้นส่วนงานอย่างเป็นทางการน่ะครับ"
"ประชุมเสร็จแล้ว และในห้องประชุมเมื่อกี้ก็ถือว่าทักทายกันไปแล้ว"
"โถ่... แต่อย่างน้อยเราก็ยังไม่ได้คุยกันแบบ ‘ส่วนตัว’ เลยนะ" คลื่นสมุทรขยับก้าวเข้ามาใกล้
เหนือฟ้ารีบยกมือขึ้นกอดอกเพื่อสร้างระยะห่าง "ผมไม่มีอะไรที่จะคุยกับคุณ"
"จริงเหรอครับ?" ชายหนุ่มผิวแทนเลิกคิ้วสูง "แต่ผมมีเรื่องอยากคุยกับคุณตั้งหลายเรื่องเลยนะ... อย่างเช่นเรื่องเงิน…..ปึกนั้น"
"..."
"หรือว่า... จะเป็นเรื่องกิจกรรมดูดาว เข้าจังหวะ เมื่อคืนดีล่ะ?"
เหนือฟ้าเบิกตากว้าง หันซ้ายหันขวามองรอบทางเดินทันทีด้วยความระแวง โชคดีที่เวลานี้บริเวณหน้าลิฟต์ผู้บริหารไม่มีใครอยู่ "เบาเสียงของคุณหน่อย คุณคลื่นสมุทร!"
"ทำไมล่ะครับ?" คลื่นสมุทรหัวเราะหึในลำคอ ยิ่งเห็นคนฟอร์มจัดเริ่มเลิกลัก เขาก็ยิ่งนึกสนุก "ออกจะเป็นความทรงจำที่ดีแท้ ๆ เลยนะ"
"ดี…สำหรับคุณคนเดียวมั้ง" เหนือฟ้าสวนกลับหน้าตึง
"อ้าว..." อีกฝ่ายแสร้งทำสีหน้าตกใจเกินจริงปนน้อยใจปลอม ๆ "ผมนึกว่าเมื่อคืน... คุณก็ชอบ…มันเหมือนกันซะอีก"
ระเบิดเวลาแล่นพล่านขึ้นมาบนใบหน้าของเหนือฟ้าทันที เขารู้สึกร้อนผ่าวไปจนถึงใบหู "หยุดพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว"
"ครับ ๆ หยุดก็หยุด" คลื่นรับคำอย่างว่าง่าย แต่อมยิ้มเจ้าเล่ห์ยังไม่จางหายไปไหน
"งั้นเปลี่ยนเรื่อง... เย็นนี้ว่างไหมครับ?"
"ไม่ว่าง"
"ผมยังไม่ได้บอกเลยนะว่าจะชวนไปไหน"
"จะไปไหนก็ไม่ว่างทั้งนั้น"
คลื่นสมุทรหลุดหัวเราะเสียงดังลั่นทางเดิน จนเหนือฟ้าต้องถลึงตาเขียวปัดใส่เป็นเชิงเตือน
"คุณนี่ตลกดีว่ะ"
"ผมไม่ตลก"
"ตรงที่คุณพยายามทำหน้าดุเนี่ยแหละ... ตลกที่สุด"
เหนือฟ้าหมดความอดทนสะบัดหน้าหนีแล้วก้าวขาเดินจาก ไปทันที ทว่าเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว เสียงกวนประสาทของไอ้ตัวร้ายก็ตะโกนไล่หลังมาอีกระลอก
"คุณเหนือฟ้าครับ!"
เท้าเล็กหยุดเดินโดยไม่เต็มใจอย่างเลี่ยงไม่ได้
"อะไรอีก!" เขาหันไปแหวดใส่
คลื่นสมุทรยิ้มกว้างจนตาหยี ชูซองจดหมายสีน้ำตาลในมือขึ้นมาแกว่งไปมา
"ครั้งหน้า... ถ้าจะให้ทิปผมอีก ผมขอเพิ่มเลขศูนย์ข้างหลังอีกสักตัวนะครับ!"
"คุณคลื่นสมุทร!"
เสียงตวาดลั่นทางเดินทำเอาพนักงานที่แอบเดินผ่านมา สะดุ้งโหยง ส่วนคนถูกเรียกกลับหัวเราะร่วนอย่างมีความสุข ก่อนจะเดินหมุนตัวจากไป ทิ้งให้ประธานหนุ่มยืนกำหมัดแน่นจนตัวสั่นอยู่คนเดียว
เย็นวันเดียวกัน... ณ ห้องทำงานชั้นบนสุด
เหนือฟ้านั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ สายตาจดจ้องอยู่กับรายงานตรงหน้า พยายามรวบรวมสมาธิเพื่ออ่านมันทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่าในสมองกลับไม่มีข้อความใด ๆ ซึมซับเข้าไปเลย... เพราะมันถูกจับจองพื้นที่ไปด้วยใบหน้าของใครบางคน
น่ารำคาญ... กวนประสาท... พูดมาก... แถมยังไม่รู้จักคำว่าเว้นระยะห่างเลยสักนิด!
เหนือฟ้าสะบัดหัวไล่ความคิกคักบ้าบอนั้นออกไป หยิบแฟ้มเอกสารอีกเล่มขึ้นมาเปิด ทว่ายังไม่ทันที่จะได้จรดสายตาอ่าน ตัวต่อสายภายในก็แผดเสียงดังขึ้นมาขัดจังหวะ
กริ๊งงงงง!
"ครับ" เขาเปิดลำโพงรับสาย
"คุณเหนือฟ้าคะ..." เสียงเลขานุการหน้าห้องดังขึ้นด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มแปลก ๆ "คือ... คุณคลื่นสมุทรมาขอพบค่ะ"
เหนือฟ้าปิดเปลือกตาลงช้า ๆ นวดคลึงขมับตัวเอง "บอกเขาไปว่าผมไม่ว่าง มีงานด่วนต้องเคลียร์"
"ดิฉันแจ้งไปแบบนั้นแล้วค่ะคุณเหนือฟ้า..."
"แล้วทำไมเขายังไม่กลับไปอีก?"
"คือ... เขาฝากบอกมาค่ะว่า..." ปลายสายเงียบไปอึดใจใหญ่ ราวกับพยายามกลั้นเสียงหัวเราะอย่างสุดความสามารถ "...ถ้าคุณเหนือฟ้าไม่ยอมให้เข้าพบในสามนาทีนี้ เขาจะเดินไปเล่า ‘รายละเอียดของเงินปึกนั้น’ ให้พนักงานทั้งโรงแรมฟังค่ะ"
"..."
เหนือฟ้านิ่งงันไป ราวกับระบบประสาทถูกแช่แข็ง เขาค่อย ๆ วางปากกาลงบนโต๊ะทำงานอย่างช้า ๆ ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเค้นน้ำเสียงที่นิ่งและเย็นเยียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ตอบกลับไป
"เชิญเขาเข้ามา"
สายถูกตัดไป... และในวินาทีนั้นเองที่เหนือฟ้าเริ่มตระหนักรู้ได้อย่างแจ่มชัด
คลื่นสมุทร วัฒนากร... ไม่ใช่แค่คนประหลาดธรรมดา ๆ แต่หมอนี่คือมรสุมลูกใหญ่ที่สุดในชีวิตที่กำลังตั้งเค้า และพัดกระหน่ำเข้ามาทำลายกำแพงอันสมบูรณ์แบบของเขา จนย่อยยับ
และที่น่ากลัวที่สุดคือ... ดูเหมือนตัวเขาเองจะไม่มีทางวิ่งหนีมรสุมลูกนี้พ้นเสียด้วยสิ!