เฟิ่งฟางเซียนให้กำเนิดพระโอรสอีกองค์ในเวลาต่อมา สวีหลงเยียนรู้สึกปลื้มใจไม่น้อย เขาวางแผนเอาไว้ว่าจะมีอีกสักห้าคนในเร็ววันนี้
สถานการณ์บ้านเมืองเริ่มกลับมาปกติสุขมากยิ่งขึ้น ราษฎรอยู่กันอย่างร่มเย็น ไร้สงคราม ไร้กบฏ ทุกคนต่างอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
เว่ยอ๋องเดินทางมาเยี่ยมสวีหลงเยียนที่เมืองหลวงเสียนหยาง พร้อมกับนำสาวงามมากมายมามอบเป็นเครื่องบรรณาการให้แก่เขา สวีหลงเยียนปรายตามองเว่ยอ๋องด้วยความหงุดหงิด
เห็นเขาเป็นคนบ้ากามเช่นนั้นหรือ!!!
"ฝ่าบาทนี่เป็นสาวงามที่ขึ้นชื่อจากแคว้นเว่ย มิทราบว่าฝ่าบาททรงถูกใจหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"
ถูกใจกับผีน่ะสิ!!! นี่หาเรื่องให้เขาทะเลาะกับเมียใช่หรือไม่?
"ส่งนางไปเป็นนางกำนัลของฮองเฮา ไม่ต้องมาเสนอหน้าอยู่ใกล้ข้า ข้ารำคาญ"
"ฝ่าบาทนี่เป็นสาวงามขึ้นชื่อเชียวนะพ่ะย่ะค่ะ"
"เจ้าอยากขึ้นชื่อว่าตายเพราะโดนข้าถีบยอดหน้าหรือไม่เล่า!!!"
เว่ยอ๋องรีบหุบปากทันที แต่ไหนแต่ไรมาฮ่องเต้พระองค์นี้เคยพูดจาไว้หน้าใครเสียที่ไหนกัน แม้แต่คนหัวหงอกเช่นเขายังโดนถอนจนแทบจะกลายเป็นหัวล้านอยู่แล้ว
"เว่ยอ๋อง ข้าได้ยินมาว่าท่านเชี่ยวชาญด้านการแต่งบทกลอนบทกวีบอกรัก ใช่หรือไม่?"
"โอววว ฝ่าบาททรงตรัสถามถูกคนแล้วพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมนี่อย่างไรเล่าที่สามารถช่วยฝ่าบาทได้"
"เช่นนั้นท่านช่วยสอนข้าทีเถิด ข้าอยากเขียนกลอนบอกรักให้ฮองเฮาเป็นของขวัญวันเกิดแก่นาง"
"รับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท"
หลายวันต่อมาภายในวังหลวงก็จัดงานวันคล้ายวันพระราชสมภพของเฟิ่งฟางเซียนขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ของขวัญมากมายถูกส่งมาอย่างไม่ขาดสาย นางเองก็ต้อนรับผู้มาเยือนแทบจะไม่ไหว เพราะกำลังตั้งครรภ์มังกรครรภ์ที่สามอยู่ นางรู้สึกเวียนหัวคลื่นไส้ไม่น้อย แต่เพราะเห็นใจผู้ที่มาร่วมงาน นางจึงยอมฝืนทนอยู่พูดคุยกับเหล่าภรรยาขุนนางชั้นสูงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อเหล่าภรรยาขุนนางแยกย้ายกันกลับไป นางก็รู้สึกหายใจสะดวกมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องปั้นแต่งท่าทางให้ดูสง่างามน่าเกรงขามตลอดเวลา
"ฮองเฮายอดรัก วันนี้ข้าเขียนกลอนรักมามอบเป็นของขวัญวันเกิดให้เจ้า"
เฟิ่งฟางเซียนหันไปมองสวีหลงเยียน ก่อนจะยิ้มให้เขาด้วยความรักใคร่
สวีหลงเยียนยื่นตำราเล่มหนึ่งให้แก่นาง ด้านหน้าเขียนเอาไว้ว่า บันทึกตำราบทรักมอบให้ฮองเฮาเพียงผู้เดียว
"นี่คือไข่มุกล้ำค่าจากแคว้นเว่ย และทองคำอีกสิบหีบข้ามอบเป็นของขวัญให้แก่เจ้า"
"เป็นพระกรุณาเพคะฝ่าบาท"
"รีบอ่านบทกลอนเร็วเข้า ข้าเขียนเองกับมือเลยนะ"
สวีหลงเยียนเร่งเร้าเฟิ่งฟางเซียนด้วยความตื่นเต้น นางพยักหน้าให้เขาเล็กน้อย ก่อนจะนั่งลงเปิดตำราเล่มนั้นออกอ่าน
โฉมงามล่มเมืองคือแม่นางเฟิ่ง
ข้ารักเจ้าทุกคืนวัน ไม่เปลี่ยนแปลง
ท้องฟ้าหม่นแสงยังรักเจ้า (เว่ยอ๋องบอกให้อ่านช้า ๆ)
ตัวข้านี้มีเพียงเจ้าทุกคืนวัน (เว่ยอ๋องเขียนบทนี้ให้)
ตราบชั่วชีวิตข้าจะมีเพียงเจ้า (บทนี้เว่ยอ๋องเคยเขียนบอกรักอนุคนที่สิบ)
เฟิ่งฟางเซียนยกยิ้มตาหยีรู้สึกสำนึกในพระกรุณาที่พระสวามีมอบให้แก่นางไม่น้อย
สำนึกกับผีน่ะสิ!!! บุตรชายวัยสี่ขวบของนางยังแต่งรู้เรื่องกว่าเขาเสียอีก นี่อะไรกัน!!! บทกลอนเขียนให้อนุคนที่สิบ เหลวไหลทั้งคู่!!!เขาก็ช่างจะไปเรียนจากเว่ยอ๋องตาเฒ่าชราคนนั้นมาได้ ปัญญาอ่อนสิ้นดี!!!
"เจ้าชอบหรือไม่?"
"ชอบเพคะ"
"ดี!!! เช่นนั้นข้าจะเขียนบอกรักเจ้าทุกวัน เจ้าจะได้หลงใหลในตัวข้ามากยิ่งขึ้น!!!"
เฟิ่งฟางเซียนรู้สึกตื่นตระหนกไม่น้อย นางขอลาตายตอนนี้ทันหรือไม่!!! นี่ต้องมาทนอ่านบทกลอนประหลาด ๆ ของเขาไปทั้งชีวิตจริง ๆ น่ะหรือ
"ฟางเซียน"
"เพคะ"
"คืนนี้เจ้าช่วยปลุกปล้ำข้าในอ่างน้ำได้หรือไม่?"
เฟิ่งฟางเซียน "....."
สามสิบปีต่อมา
ยามนี้สวีหลงเยียนและเฟิ่งฟางเซียนแก่ชราลงมากแล้ว เขาทั้งสองมีพระโอรสด้วยกันห้าองค์ พระธิดาอีกห้าองค์ ลูก ๆ ต่างรักใคร่กลมเกลียวกันเป็นอย่างดี
รัชศกเชียนสวินปีที่หนึ่ง
สวีเชียนสวินขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้รับช่วงต่อจากสวีหลงเยียน ปกครองแคว้นทั้งสี่อย่างเที่ยงตรงและยุติธรรม ด้านสวีหลิงอวี้ บุตรชายของสวีเหมยหลิงเขารับรู้เพียงว่าเสด็จแม่ได้ตายจากด้วยโรคประจำตัว และเสด็จพ่อแท้ ๆ ของเขาก็คือสวีมู่หรง สวีหลิงอวี้ปกครองแคว้นชายแดนทั้งสองต่อจากสวีมู่หรง เขาเป็นท่านอ๋องที่รูปงามและยุติธรรมต่อราษฎรเป็นที่สุด
ยามฤดูหนาวมาเยือน หิมะด้านนอกตกโปรยปราย ปรากฏร่างของชายหญิงชราคู่หนึ่งนั่งกอดกันอยู่ภายในตำหนัก ใบหน้าชราเหี่ยวย่นแต่ยังคงไว้ซึ่งความน่าสง่างามเกรงขาม
"ตาเฒ่า เจ้าหนาวหรือไม่?"
"หนาวสิ เจ้าเล่ายายเฒ่า"
"หนาวเช่นกัน แต่ได้กอดเจ้าเอาไว้เช่นนี้ข้าก็คลายหนาวลงไปไม่น้อย"
"เช่นนั้นก็กอดข้าให้แน่น ๆ ตลอดไปเถิด"
สวีหลงเยียนและเฟิ่งฟางเซียนกอดกันเอาไว้แนบแน่น สายตาพร่ามัวจ้องมองไปยังหิมะเบื้องหน้าที่ขาวโพลนด้วยความอิ่มเอมใจ ดวงตาชราของคนทั้งสองเริ่มปิดลงอย่างช้า ๆ พร้อมกับลมหายใจที่ขาดห้วงลงไปเรื่อย ๆ ราวกับว่าพวกเขาทั้งสองได้ปิดฉากรักที่งดงามลงอย่างสมบูรณ์แบบ
สนมรักคืนนี้เราไปแดนสวรรค์กันเถิด
จบตอนพิเศษ