สนมรักคืนนี้ข้าจะไปหาเจ้า

ตอนที่ 3: บทที่ 3 บีบไข่สั่งสอน

👁️ 4 อ่าน
22px

เฟิ่งฟางเซียนสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะถูกหลิวหมัวหมัวปลุก นางมองดูชุดคลุมมังกรสีทองของสวีหลงเยียนที่คลุมร่างของนางเอาไว้ ใบหน้าเรียวสวยค่อย ๆ แดงระเรื่อขึ้นมา จนหลิวหมัวหมัวที่ได้เห็นอดจะหยอกล้อนางไม่ได้ 

"ฝ่าบาททรงเปลือยกายท่อนบนเดินออกจากตำหนักไป บ่าวจึงรีบเข้ามาดูพระสนม โธ่ หมดแรงเชียวหรือเพคะ"

เฟิ่งฟางเซียนเหลือบไปเห็นคราบเลือดติดอยู่ที่บริเวณชายเสื้อคลุมก็รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง นางนึกถึงตอนที่นางขึ้นขย่มอยู่บนกายของสวีหลงเยียนเมื่อครู่ก็ยิ่งทำให้ใจของนางสั่นระรัว 

นี่ข้าหลับนอนกับพระเอกนิยายที่เขียนขึ้นมาหรือ? 

"พระสนมรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถิดเพคะ อากาศเริ่มเย็นแล้ว"

เฟิ่งฟางเซียนพยักหน้า แต่พอนางกำลังจะลุกก็รู้สึกปวดร้าวที่สะโพกและเรียวขาเป็นอย่างยิ่ง หลิวหมัวหมัวที่เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่รีบเดินเข้ามาช่วยประคองนางอย่างหน้าชื่นตาบาน 

รุ่งเช้าสวีหลงเยียนมาประชุมกับเหล่าขุนนางด้วยขอบตาที่ดำคล้ำ เขาแทบจะไม่ได้นอนทั้งคืน เพราะเวลาที่เขาหลับตาก็จะนึกถึงภาพที่เฟิ่งฟางเซียนขึ้นขย่มสะโพกอยู่บนร่างกายของเขา 

บัดซบ!!! นางปลุกปล้ำข้า!!!

"ฝ่าบาท อีกสองวันจะถึงวันคัดเลือกนางกำนัลให้เข้ามารับใช้ในวังหลวงแล้ว พระองค์มีสิ่งใดจะรับสั่งหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"

สวีหลงเยียนกำลังเหม่อลอย เขาแทบจะจับใจความคำพูดที่ราชเลขาเอ่ยกับเขาไม่ได้เสียด้วยซ้ำ 

"ฝ่าบาทคุณสมบัติของนางกำนัลที่พึงมี ฝ่าบาทเห็นเป็นเช่นไรพ่ะย่ะค่ะ"

"ขาว เนียน ขึ้นขย่มบนกายข้า"

ราชเลขา "...."

สวีหลงเยียนเพิ่งรู้สึกตัวว่าตนเองได้เอ่ยสิ่งใดออกไป เขาหันไปส่งสายตาอำมหิตให้แก่ราชเลขาและเหล่าขุนนางจนพวกเขาหวาดกลัวกันหัวหด 

บัดซบ บัดซบ!!! สตรีชั่วช้านั่นทำให้ข้าเป็นเช่นนี้!!!

"ฝ่าบาท"

"คุณสมบัติใดที่สตรีพึงมีเจ้าก็เขียนลงไปสิ จะถามข้าทำไมให้มากความ!!! เดี๋ยวก็ถีบไปติดเสาเสียนี่!!!"

"ขออภัยพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท!!!"

เหล่าขุนนางต่างนึกเวทนาราชเลขาชราที่ต้องทนรองรับอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ ของสวีหลงเยียน ให้ตายสิฮ่องเต้พระองค์นี้ คนหัวหงอกยังไม่เว้น!!!

เหล่าขุนนางทำได้เพียงสบถด่าทอสวีหลงเยียนในใจ ใครจะกล้าไปต่อต้านเขากันเล่า ฮ่องเต้พระองค์นี้อารมณ์แปรปรวน ต่างจากชินอ๋อง สวีมู่หรง ผู้เป็นน้องชาย ที่สุภาพอ่อนโยนเป็นบุรุษที่รูปงามเพียบพร้อม น่าเสียดายยิ่งนักที่ไม่ได้สืบราชสมบัติต่อจากฮ่องเต้พระองค์ก่อน

"ฝ่าบาท ยามนี้พระองค์ขึ้นครองราชย์มาได้ระยะหนึ่งแล้ว สมควรแก่เวลาที่จะแต่งตั้งฮองเฮาได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ"

เสียงของขุนนางผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นมาในระหว่างที่สวีหลงเยียนกำลังหยิบฎีกาฉบับหนึ่งขึ้นมาอ่าน 

ฟึ่บ!!!

"ฝ่าบาท!!!"

เขาโยนฎีกาฉบับนั้นใส่หน้าผากของขุนนางผู้โชคร้ายอย่างเต็มแรง ขุนนางชรารีบทรุดลงกับพื้นคุกเข่าด้วยความหวาดกลัว สวีหลงเยียนปรายตามองขุนนางชราอย่างดูแคลน 

"ผู้ที่เขียนฎีกาฉบับนี้ขึ้นมาคงเป็นเจ้ากระมัง"

ขุนนางผู้โชคร้ายพยักหน้าหงึกหงักด้วยความขลาดกลัว สวีหลงเยียนส่งเสียงเฮอะในลำคอคราหนึ่ง ขุนนางชั่วช้าพวกนี้ วัน ๆ มีแต่คิดจะยัดเยียดสตรีมาให้เขา!!

"ราชเลขา!!!"

"พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท"

"จับตัวขุนนางชั่วผู้นี้ไปตัดมือทิ้งเสีย อย่าให้มันมาเขียนเรื่องไร้สาระส่งขึ้นมาให้ข้าดูอีก"

ราชเลขาหันขวับไปมองสวีหลงเยียนทันที แต่กลับถูกรังสีอำมหิตที่แผ่กระจายของเขาทำให้เสียวสันหลังวาบ 

"มองอะไร หรือเจ้าอยากโดนตัดมืออีกคน?"

"ไม่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะไปเดี๋ยวนี้"

"ดี!!! เลิกประชุม!!!"

สวีหลงเยียนสะบัดชายเสื้อเดินออกมาจากท้องพระโรงด้วยความหงุดหงิดใจ ระหว่างทางเขาเดินผ่านตำหนักเย็น สายตาจึงเหลือบไปเห็นเฟิ่งฟางเซียนกำลังนั่งถอนหญ้าอยู่ที่แปลงผัก นางก้มกายลงไปและใช้มือดึงต้นหญ้าเล็ก ๆ ที่ขึ้นตามร่องแปลงผัก ชุดที่นางสวมใส่เบาสบาย เผยให้เห็นเรือนร่างบางระหง และเนินอกขาวเนียนที่ผลุบ ๆ โผล่ ๆ ตามการเคลื่อนไหวของนาง 

"พวกเจ้าไสหัวไปก่อน!!!"

เขาหันไปสะบัดมือไล่เหล่านางกำนัลขันทีให้ไปยืนอยู่ไกล ๆ ก่อนจะก้าวเท้ายาว ๆ เดินไปหาเฟิ่งฟางเซียนที่แปลงผัก หลิวหมัวหมัวที่เห็นเช่นนั้นจึงรีบเดินออกไปให้ไกลทันที 

เฟิ่งฟางเซียนไม่ทันได้สังเกตเห็นว่าสวีหลงเยียนเดินเข้ามา นางยังคงก้มหน้าก้มตาดึงหญ้าที่แปลงผักต่อไป สวีหลงเยียนเริ่มหมดความอดทนที่จะรอให้นางเงยหน้าขึ้นมามองเขาแล้ว เขาจึงเอ่ยปากขึ้นมา 

"สตรีชั่วช้า เจ้าสวมเสื้อผ้าบางเบาเช่นนี้ จะไปยั่วองครักษ์ที่ใดกัน?"

เฟิ่งฟางเซียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็นสวีหลงเยียนนางก็รู้สึกกระอักกระอ่วนในใจไม่น้อย สวีหลงเยียนเองเมื่อได้จ้องมองนางตรง ๆ เช่นนี้ ก็รู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าอย่างบอกไม่ถูก 

"ถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ"

เฟิ่งฟางเซียนลุกขึ้นยืนย่อกายทำความเคารพเขาตามธรรมเนียม สวีหลงเยียนพยักหน้าคราหนึ่ง ทว่าสายตายังคงจับจ้องมองนางอย่างล้ำลึก

"เจ้าทำอะไร?"

"เอ่อ ถอนหญ้าเพคะ หม่อมฉันจะปลูกผักไว้กิน"

"ข้าแค่ถามว่าเจ้าทำอะไร ตอบสั้น ๆ !!! จะตอบยาวทำไมข้าขี้เกียจฟัง"

โรคประสาทกำเริบอีกแล้ว!!! ไม่อยากฟังแล้วจะถามทำไม!!!

"ก็ฝ่าบาททรงถามนี่เพคะ"

"เจ้ายอกย้อนข้าหรือฮะ!!!"

"โอ๊ย หม่อมฉันเจ็บเพคะ!!!"

"ข้าก็จะให้เจ้าเจ็บอย่างไรเล่า สตรีหน้าโง่!!!"

สวีหลงเยียนยื่นฝ่ามือหนาใหญ่ไปบีบที่หัวไหล่ทั้งสองข้างของนางจนเป็นรอยแดง เฟิ่งฟางเซียนลอบสบถด่าทอเขาในใจเป็นพันครั้ง 

"เจ้านี่ต่ำช้าเหมือนพี่สาวของเจ้าเสียจริง คิดยั่วยวนข้าไม่พอ ยังคิดจะยั่วยวนชายอื่นอีก!!!"

"หม่อมฉันไม่ได้ยั่วใครนะเพคะ"

"หุบปาก!!! เจ้าอย่าได้คิดเพ้อฝัน เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ข้าจะคิดซะว่าทำทานถวายเทพเซียน ให้ปีศาจเช่นเจ้าได้กินอิ่มสักมื้อ!!!"

เฟิ่งฟางเซียนถอนหายใจออกมาด้วยความเอือมระอา ใครจะอยากได้เขากัน มันผิดพลาดทางเทคนิคนิดหน่อย ใครจะไปรู้ว่าพอเขาลุกขึ้นมานั่งแล้วนางจะล้มลงบนตักเขา จนทำให้ เอ่อ... ไอ้นั่น...เอ่อ...แทงเข้ามา อร๊ายยย!!! น่าอายที่สุด 

สวีหลงเยียนขมวดคิ้วมุ่น เขาจ้องมองใบหน้าที่เบื่อโลกของนางด้วยความชิงชัง 

"อย่าคิดเพ้อฝัน!!!"

"ปล่อยเถอะเพคะ หม่อมฉันเจ็บ"

"ข้าไม่ปล่อย!!! เจ้าจะทำไม?"

เฟิ่งฟางเซียนหมดความอดทนแล้ว นางยื่นฝ่ามือเรียวเล็กไปบีบขยำพวงไข่มังกรสองใบของเขาอย่างเต็มแรง สวีหลงเยียนใบหน้าบิดเบี้ยวเขียวคล้ำด้วยความเจ็บปวด เขาจ้องนางเขม็ง แต่พบว่าสนมรักกลับมีใบหน้าเรียบเฉย ซ้ำยังเพิ่มแรงบีบที่พวงไข่สองใบของเขาให้หนักขึ้นอีก 

"ฟางเซียน!!! โอ๊ยยยย "

"พระองค์บีบไหล่หม่อมฉัน หม่อมฉันก็จะบีบพวงไข่สวรรค์ของพระองค์  แลกกันเพคะ"

"ปล่อยมือโสมมของเจ้าออกจากตรงนั้นของข้าเดี๋ยวนี้!!!"

"พระองค์ก็ปล่อยหม่อมฉันก่อนสิเพคะ"

"ไม่!!!"

"ถ้าเช่นนั้นหม่อมฉันก็ขออภัยที่ต้องบีบให้แรง ๆ อีกเพคะ"

"โอ้ววว!!! ลูก ๆ ของข้าตายหมดแล้ว!!! สตรีชั่วช้า!!!"

หลิวหมัวหมัวและเหล่านางกำนัลขันทีที่ยืนอยู่ไกลต่างรีบก้มหน้าลง พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าฝ่าบาทจะมีรสนิยมแปลกประหลาดเช่นนี้ 

ชมชอบให้นางสนมจับไข่เล่นตอนกลางวัน!!!

 

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!