มาสคอตที่รัก

ตอนที่ 1: ตกงาน สัญญา และก้าวแรก

👁️ 11 อ่าน
22px

ภายใต้ความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศภายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำใจกลางเมืองที่ผู้คนพลุกพล่านเดินขวักไขว่ มีสิ่งมีชีวิตขนฟูสีขาวปลอดตัวหนึ่งกำลังยืนโบกไม้โบกมือเรียกรอยยิ้มจากผู้คนที่สัญจรไปมา

สกู๊ปปี้แบร์’ (Scoopy Bear) คือชื่อของมาสคอตหมีขาวตัวอ้วนกลม จุดเด่นของมันนอกจากขนนุ่มฟูสีขาวสะอาดตาและรอยยิ้มใจดีที่ถูกปั้นแต่งมาอย่างถาวรบนใบหน้าแล้ว บนหัวของมันยังสวมหมวกรูปทรงไอศกรีมโคนสีชมพูสตรอว์เบอร์รีดูน่ารักน่าเอ็นดูเข้ากับคอนเซปต์ร้านไอศกรีมด้านหลัง ขาป้อมๆ สเต็ปย่ำเท้าสลับซ้ายขวาเข้ากับจังหวะเพลงป็อปใสๆ ที่เปิดวนซ้ำไปซ้ำมา อุ้งมือหนาฟูยกขึ้นแตะแก้มตัวเองแล้วทำท่าส่งมินิฮาร์ทให้กลุ่มเด็กมัธยมที่เดินผ่านมาจนเรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดและรอยยิ้มเอ็นดูได้สำเร็จ

ภายนอกนั้นดูสดใส ร่าเริง และเต็มไปด้วยพลังงานบวก ทว่าภายในหัวหมีที่ทำจากโครงไฟเบอร์กลาสบุฟองน้ำหนาเตอะ... กลับเป็นโลกอีกใบหนึ่งอย่างสิ้นเชิง

หยาดเหงื่อเม็ดโป้งไหลซึมจากขมับ ลัดเลาะผ่านกรอบหน้าลงมาหยดแหมะที่ปลายคาง ตุลยากร หรือ ตุลหอบหายใจแผ่วเบาผ่านช่องระบายอากาศเล็กๆ ที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนตรงรอยยิ้มของสกู๊ปปี้แบร์ อุณหภูมิข้างในนี้ร้อนอบอ้าวจนแทบจะหลอมละลาย ยิ่งต้องขยับตัวตลอดเวลา น้ำหนักของหมวกไอศกรีมที่กดทับลงมาบนคอก็ยิ่งทำให้รู้สึกปวดเมื่อยไปหมดทั้งบ่าและไหล่

แต่ถึงอย่างนั้น ริมฝีปากที่ซ่อนอยู่ภายใต้หัวมาสคอตกลับระบายยิ้มบางๆ ออกมา

สำหรับตุลยากรแล้ว ความร้อนและความอึดอัดทางกายเหล่านี้ เทียบไม่ได้เลยกับความสงบทางใจที่เขาได้รับ พื้นที่แคบๆ ภายในชุดหมีสีขาวตัวนี้เปรียบเสมือน เกราะป้องกันชั้นดี มันปกปิดตัวตนของเขา ปกปิดรูปร่างที่เขาไม่เคยภูมิใจ และที่สำคัญที่สุด... ในสายตาของทุกคนที่มองมา พวกเขาเห็นแค่สกู๊ปปี้แบร์ที่น่ารัก ไม่มีใครมองทะลุเข้ามาตัดสิน หุ่นอวบๆของผู้ชายที่ซ่อนอยู่ข้างในนี้

เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งในชุดกระโปรงฟูฟ่องวิ่งเตาะแตะเข้ามาหา ตุลดึงสติกลับมาสู่ปัจจุบัน เขาย่อตัวลงช้าๆ เพื่อให้อยู่ในระดับสายตาของเด็กน้อย อุ้งมือหมีสีขาวลูบเบาๆ ที่กลุ่มผมของเด็กหญิงอย่างอ่อนโยน เด็กน้อยหัวเราะเอิ๊กอ๊ากก่อนจะโผเข้ากอดก้อนขนสีขาวตัวกลมแน่น ตุลรับอ้อมกอดนั้นไว้ ลูบหลังเด็กน้อยอย่างใจดี แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า แต่ความรู้สึกที่ถูกยอมรับและได้รับความรักอย่างไม่มีเงื่อนไขผ่านตัวตนสมมตินี้ ก็ช่วยชโลมจิตใจที่แห้งแล้งของเขาได้มากทีเดียว

เมื่อเด็กน้อยผละออกไปพร้อมกับผู้ปกครอง ตุลก็ยืดตัวขึ้นยืนตรงอีกครั้ง ทอดสายตามองผ่านช่องมองที่เป็นตาข่ายสีดำออกไปยังผู้คนที่เดินผ่านไปมา ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวเล็กน้อยเมื่อความคิดของเขาหวนกลับไปสู่จุดเริ่มต้น... เหตุผลที่ทำให้บัณฑิตเกียรตินิยมอย่างเขาต้องมายืนเต้นแร้งเต้นกาอยู่ในชุดหมีแบบนี้

...

ย้อนกลับไปเมื่อสองเดือนก่อน

ในห้องเช่าสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่ผนังห้องเริ่มมีรอยด่างดำ ตุลยากรในชุดเสื้อยืดตัวย้วยกับกางเกงขาสั้นกำลังนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงนอนเดี่ยว สายตาจับจ้องไปที่หน้าจอแล็ปท็อปที่เปิดค้างไว้ แสงสว่างจากหน้าจอสะท้อนให้เห็นใบหน้าจิ้มลิ้มที่ตอนนี้หมองคล้ำและมีรอยคล้ำใต้ตาอย่างเห็นได้ชัด

หน้าจออีเมลแสดงผลการตอบกลับจากบริษัทแห่งที่สิบห้า...

ทางบริษัทขอขอบพระคุณที่ท่านให้ความสนใจร่วมงานกับเรา อย่างไรก็ตาม หลังจากพิจารณาคุณสมบัติของท่านอย่างถี่ถ้วนแล้ว ทางเราเสียใจที่ต้องแจ้งให้ทราบว่า...’

ตุลถอนหายใจเฮือกใหญ่ นิ้วเรียวกดพับหน้าจอแล็ปท็อปลงอย่างหมดแรง เขาทิ้งตัวลงนอนหงายบนเตียง แขนขวาเกยหน้าผากอย่างคนคิดไม่ตก

เขาเพิ่งเรียนจบปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ เอกการบริหารสินทรัพย์และกองทุน ด้วยผลการเรียนระดับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ตอนเรียนจบใหม่ๆ ไฟในตัวเขาลุกโชน เขาวาดฝันถึงการได้นั่งทำงานในออฟฟิศหรูหราใจกลางย่านสาทร วิเคราะห์ตัวเลข พอร์ตการลงทุน และดัชนีตลาดหุ้น แต่ความเป็นจริงกลับตบหน้าเขาอย่างจัง

ผลการเรียนที่สวยหรูไม่ได้การันตีความสำเร็จเสมอไป ตุลผ่านการสอบข้อเขียนของหลายบริษัทชั้นนำได้อย่างฉลุย แต่พอถึงด่านสอบสัมภาษณ์ ทุกอย่างกลับพังทลาย

ตุลรู้ดีว่าปัญหาของเขาคืออะไร... มันไม่ใช่ความรู้ หรือทักษะ แต่มันคือ ความมั่นใจ

น้องตุลยากรใช่ไหมครับ... อืม โปรไฟล์ดีทีเดียว แต่ตำแหน่งผู้ช่วยนักวิเคราะห์ของเราต้องมีการออกไปพบปะลูกค้ารายใหญ่ด้วย บุคลิกภาพและความน่าเชื่อถือจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก...”

น้ำเสียงและสายตาของผู้สัมภาษณ์หลายคนที่มองประเมินมาที่เขายังคงตามหลอกหลอน ตุลไม่ใช่คนอ้วนฉุจนเสียสุขภาพ แต่เขาเป็นคนโครงร่างหนา มีน้ำมีนวล หุ่นค่อนไปทางอวบมาตั้งแต่เด็ก บวกกับใบหน้าที่กลมและแก้มที่ยุ้ยเป็นซาลาเปา มันทำให้เขาดู น่ารักน่าเอ็นดูมากกว่าจะดู ภูมิฐานและน่าเชื่อถือในสายตาของวงการการเงินที่ต้องการความเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า

ทุกครั้งที่ถูกสายตาเหล่านั้นกวาดมอง ตุลจะเริ่มประหม่า ไหล่ที่เคยตั้งตรงจะห่อลงโดยไม่รู้ตัว มือไม้สั่น และคำตอบที่เตรียมมาอย่างดีก็มักจะตะกุกตะกัก ความไม่มั่นใจในรูปร่างของตัวเองกลายเป็นหลุมพรางที่เขาขุดฝังตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนชวดงานไปหมดทุกที่

เฮ้อ...” ตุลถอนหายใจอีกครั้ง ยกมือขึ้นดึงแก้มยุ้ยๆ ของตัวเองอย่างหงุดหงิด ทำไมถึงไม่เกิดมาสูงโปร่งหุ่นนายแบบบ้างวะไอ้ตุล

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงทุบประตูห้องดังขึ้นรัวๆ ตามด้วยเสียงตะโกนคุ้นหูที่ทะลุเข้ามา

ไอ้ตุ่น! เปิดประตูให้กูหน่อย มือไม่ว่างโว้ย!”

ตุลสะดุ้ง ลุกขึ้นจากเตียงเดินไปบิดลูกบิดประตู ทันทีที่บานประตูเปิดออก ร่างสูงโปร่งของ ต่อเพื่อนสนิทตั้งแต่มัธยมก็แทรกตัวเข้ามาในห้องพร้อมกับถุงของกินพะรุงพะรังเต็มสองมือ กลิ่นไก่ย่างส้มตำหอมฉุยลอยแตะจมูก

ซื้ออะไรมาเยอะแยะวะเนี่ยตุลรับถุงบางส่วนมาช่วยถือ

ก็ซื้อมาประทังชีวิตมึงไงไอ้ตุ่น ดูสภาพ หน้าซีดเป็นไก่ต้มเชียวต่อจัดการวางถุงอาหารลงบนโต๊ะญี่ปุ่นกลางห้อง แล้วหันมามองเพื่อนสนิทตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะเอื้อมมือมาหยิกแก้มยุ้ยๆ ของตุลอย่างหมั่นเขี้ยว

โอ๊ย! เจ็บนะเว้ยไอ้ต่อ!” ตุลปัดมือเพื่อนออก ลูบแก้มตัวเองป้อยๆ

ก็หมั่นเขี้ยวนี่หว่า หุ่นมึงตอนนี้อวบระยะสุดท้ายแล้วนะเนี่ย กลมป๊อกเป็นตัวตุ่นสมชื่อที่กูตั้งให้เลยต่อหัวเราะร่วน

ไอ้ตุ่นคือฉายาที่ต่อตั้งให้เขาตั้งแต่สมัยมัธยม ด้วยความที่ตุลมีหุ่นอวบๆ นุ่มนิ่ม น่ารักน่าหยิก บวกกับแก้มยุ้ยๆ และนิสัยที่ชอบทำตัวมึนๆ ลนๆ เวลาเจอคนแปลกหน้าเหมือนตัวตุ่นที่ชอบขุดดินซ่อนตัว ต่อเลยเรียกเขาว่าไอ้ตุ่นมาตลอดจนติดปาก และตุลเองก็ชินกับชื่อนี้ไปแล้ว (แม้จะแอบค้อนทุกครั้งที่โดนล้อเรื่องหุ่นก็ตาม)

ไม่ต้องมาย้ำเลย กูยิ่งเครียดๆ อยู่ตุลทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิหน้าโต๊ะญี่ปุ่น แกะถุงข้าวเหนียวด้วยท่าทางหงอยๆ วันนี้เพิ่งโดนปฏิเสธงานมาอีกที่แล้ว

ต่อชะงักมือที่กำลังแกะถุงไก่ย่าง ถอนหายใจเบาๆ แล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม ที่ไหนอีกวะ คราวนี้

บริษัท K-Asset” ตุลตอบเสียงแผ่ว เขาบอกว่าสัมภาษณ์กูแล้วดูไม่ค่อยมีความมั่นใจ กลัวจะรับมือกับลูกค้าหรือพรีเซนต์งานไม่ไหว

ไอ้พวกตาถั่วเอ๊ย! เพื่อนกูเกียรตินิยมอันดับหนึ่งนะเว้ย สมองระดับมึงให้ไปบริหารพอร์ตพันล้านยังได้เลยต่อบ่นกระปอดกระแปด แล้วมึงก็เหมือนกันไอ้ตุ่น กูบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เลิกกังวลเรื่องหุ่นตัวเอง มึงน่ารักจะตาย หุ่นนุ่มนิ่มแบบนี้สเปกใครหลายคนเลยนะเว้ย มั่นใจเข้าไว้ดิวะ เวลาไปสัมภาษณ์ก็ยืดอกเชิดหน้าเข้าไว้!”

มึงพูดง่ายนี่ มึงหุ่นดีสูงยาวเข่าดี ไปไหนคนก็ชมตุลเถียงเสียงอ่อย วงการนี้เขาดูภาพลักษณ์มาเป็นอันดับแรก กูรู้ตัวดี... กูมันก็แค่ไอ้อวบที่เก่งแต่ในตำรานั่นแหละ

ต่อมองเพื่อนสนิทด้วยแววตาเห็นใจ เขารู้ดีว่าเรื่องรูปร่างคือปมฝังลึกในใจของตุลมาตลอด ไม่ว่าจะปลอบยังไงก็คงไม่หายไปง่ายๆ แต่ในฐานะเพื่อน สิ่งที่เขาช่วยได้ตอนนี้คือปัญหาเฉพาะหน้า

เอางี้ เลิกเครียดเรื่องงานประจำไปก่อนต่อเคี้ยวไก่ย่างตุ้ยๆ ตอนนี้มึงเหลือเงินในบัญชีเท่าไหร่

คำถามจี้ใจดำทำเอาตุลชะงัก ข้าวเหนียวแทบติดคอ “...สามพันกว่าบาท

ชิบหายต่อสบถเบาๆ แล้วค่าเช่าห้องเดือนหน้าล่ะ?”

ยังไม่มีตุลสารภาพเสียงอ่อย หนี้ กยศ. ก็ถึงรอบต้องเริ่มจ่ายเดือนหน้าแล้วด้วย ถ้าสิ้นเดือนนี้ยังหางานไม่ได้ กูคงต้องหอบเสื้อผ้ากลับไปอยู่บ้านต่างจังหวัดแล้วจริงๆ

ตุลไม่อยากกลับไปให้ที่บ้านลำบาก พ่อแม่เขาส่งเสียจนจบปริญญาด้วยความยากลำบาก เขาตั้งใจไว้แล้วว่าจะต้องเป็นเสาหลักให้ครอบครัว แต่ตอนนี้แค่เอาตัวเองให้รอดยังยากเลย

มึงไม่ต้องกลับต่างจังหวัดหรอกต่อจิบน้ำเปล่าอึกใหญ่ แล้วเอื้อมมือไปหยิบแผ่นพับยับๆ ใบหนึ่งออกจากกระเป๋ากางเกง โยนแหมะลงตรงหน้าตุล กูมีงานมาเสนอ

ตุลขมวดคิ้ว หยิบแผ่นพับนั้นขึ้นมาดู มันเป็นใบปลิวประกาศรับสมัครงานพาร์ทไทม์ โลโก้ด้านบนเป็นรูปร้านไอศกรีมชื่อดังที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ

ด่วน! รับสมัครพนักงานสวมชุดมาสคอต (Part-time เสาร์-อาทิตย์) รายได้ดีมาก! มีโบนัสความขยัน!’

มาสคอต?” ตุลเงยหน้ามองเพื่อนอย่างงงๆ มึงจะให้กูไปเต้นแร้งเต้นกาหน้าร้านไอศกรีมเนี่ยนะ ยืนเฉยๆ กูยังอายเลย!”

อายแล้วไง ถ้าอายต่อไปแล้วตอนนี้มีเงินจ่ายค่าห้องไหมล่ะต่อสวนกลับตรงๆ แต่ไม่ได้มีเจตนาร้าย งานนี้เงินดีมากนะเว้ย วันละแปดร้อย ทำแค่เสาร์อาทิตย์ กูไปถามผู้จัดการสาขาที่ห้างตรงข้ามมาแล้ว เขาบอกว่ากำลังขาดคนด่วน มึงไปทำแก้ขัดหาเงินจ่ายค่าห้องกับ กยศ. ไปก่อน ระหว่างวันจันทร์ถึงศุกร์มึงก็ค่อยตระเวนสัมภาษณ์งานประจำต่อไปไง ไม่เสียระบบด้วย

ตุลมองใบปลิวในมืออย่างลังเล... มันก็จริงอย่างที่ต่อพูด เงินกำลังจะหมด และเขาไม่มีสิทธิ์เลือกมากนัก

แล้วทำไมเขาถึงให้เงินดีจังวะ แค่ใส่ชุดเดินไปเดินมาเองไม่ใช่เหรอตุลถามอย่างสงสัย

ก็เพราะมันไม่ใช่แค่เดินไปเดินมาไงต่ออธิบาย เขาบอกว่าชุดมันหนักและร้อนมาก คนเก่าๆ ทำได้ไม่กี่อาทิตย์ก็หนีหายหมด เขาเลยต้องอัดค่าจ้างสูงๆ เพื่อดึงดูดคน แถมยังมีกฎจุกจิกอีกเพียบ

ความลังเลของตุลเริ่มมีมากขึ้น แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นปฏิทินที่วงกากบาทสีแดงตัวเบ้อเริ่มตรงวันที่สิ้นเดือน ซึ่งเป็นวันครบกำหนดจ่ายค่าเช่าห้องและหนี้ กยศ. เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น

ตกลง...” ตุลถอนหายใจยาว กูทำ

สองวันต่อมา ตุลก็มายืนอยู่ในห้องพักพนักงานแคบๆ หลังร้านไอศกรีมสาขาใหญ่ในห้างสรรพสินค้า เพื่อรับการปฐมนิเทศจาก ผู้จัดการฝ่ายบุคคลหญิงวัยกลางคนสวมแว่นตากรอบหนาที่มองประเมินเขาด้วยสายตาเข้มงวด

รูปร่างผ่าน ความสูงผ่านผู้จัดการฝ่ายบุคคลพยักหน้าเบาๆ หลังจากกวาดสายตามองตุลตั้งแต่หัวจรดเท้า ชุดสกู๊ปปี้แบร์ไซส์ของเราออกแบบมาตัวกลมๆ ฟูๆ สมจริง ความสูงคนใส่ต้องเกิน 165 ซึ่งคุณ 172 ถือว่าผ่าน

เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ความอวบของไม่มีผลในการสมัครงาน ตุลลอบยิ้มขื่นๆ ในใจ

แต่ก่อนที่คุณจะเริ่มงาน ฉันมีกฎเหล็กที่ต้องชี้แจงให้ฟังก่อนผู้จัดการฝ่ายบุคคลหยิบแฟ้มเอกสารสัญญาหนาปึกขึ้นมาวางบนโต๊ะ งานมาสคอตของเราไม่ใช่แค่การใส่ชุดแล้วไปเต้น คุณคือตัวแทนภาพลักษณ์ของ สกู๊ปปี้สไมล์ดังนั้น กฎข้อแรกและสำคัญที่สุด... ห้ามถอดหัวมาสคอตในพื้นที่สาธารณะ หรือในบริเวณที่ลูกค้าสามารถมองเห็นได้เด็ดขาด ไม่ว่าจะร้อน หรืออึดอัดแค่ไหนก็ตาม คุณจะถอดได้ก็ต่อเมื่อเข้ามาอยู่ในห้องพักพนักงานที่ประตูล็อกสนิทแล้วเท่านั้น

ตุลพยักหน้าอย่างตั้งใจ เข้าใจครับ

ข้อสอง...” ผู้จัดการฝ่ายบุคคลพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น ห้ามเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของคุณให้ลูกค้าหรือบุคคลภายนอกรับรู้เด็ดขาด สกู๊ปปี้แบร์คือสกู๊ปปี้แบร์ ไม่ใช่นายตุลยากร ความลึกลับและจินตนาการของเด็กๆ เป็นสิ่งสำคัญ เราไม่อยากให้ภาพจำของหมีขาวใจดีถูกแทนที่ด้วยภาพพนักงานที่เหนื่อยล้า

และข้อสาม ห้ามใช้เสียงจริงในการสื่อสารกับลูกค้า สกู๊ปปี้แบร์พูดไม่ได้ คุณต้องสื่อสารด้วยท่าทาง ภาษากาย หรือการพยักหน้าส่ายหน้าเท่านั้น ห้ามหลุดเสียงพูดออกมาเด็ดขาด

ผู้จัดการฝ่ายบุคคลดันแฟ้มเอกสารไปตรงหน้าตุล นี่คือสัญญาจ้าง มีข้อตกลงเรื่องการรักษาความลับหรือ NDA อยู่ด้วย หากคุณละเมิดกฎเหล็กเหล่านี้ โดยเฉพาะการเปิดเผยตัวตนหรือถอดหัวมาสคอตในที่สาธารณะ บริษัทมีสิทธิ์ยกเลิกจ้างทันทีโดยไม่จ่ายค่าตอบแทนในรอบบิลนั้น และอาจมีการปรับเงินตามความเสียหายที่เกิดขึ้น

ตุลก้มมองตัวหนังสืออัดแน่นในหน้ากระดาษ บทลงโทษนั้นดูรุนแรงเกินกว่าจะเป็นแค่งานพาร์ทไทม์หน้าร้านไอศกรีม แต่เมื่อนึกถึงยอดเงินกู้ กยศ. และบิลค่าไฟที่รออยู่ เขาก็หยิบปากกาขึ้นมาจรดปลายเซ็นชื่อลงไปโดยไม่ลังเล

...

ปรี๊ดดด!

เสียงนกหวีดเป่าลมปาร์ตี้ของเด็กชายตัวน้อยที่เป่าใส่หน้าสกู๊ปปี้แบร์ดึงตุลให้กลับมาสู่โลกปัจจุบันอีกครั้ง

เขาอยู่ในชุดหมีสีขาว ยืนอยู่หน้าร้านในห้างสรรพสินค้าแห่งเดิม ขาป้อมๆ กลับมาขยับสเต็ปเต้นอีกครั้ง อุ้งมือหนาฟูยกขึ้นแตะปีกหมวกไอศกรีมบนหัวเป็นท่าทักทายประจำตัว

ผ่านไปเกือบเดือนแล้วที่ตุลใช้ชีวิตแบบสองหน้า วันธรรมดาเขาคือบัณฑิตตกงานที่แต่งตัวเนี้ยบเดินสายสัมภาษณ์งานด้วยความหวาดหวั่นและมักจะกลับมาพร้อมความผิดหวัง ส่วนวันเสาร์อาทิตย์ เขาคือสกู๊ปปี้แบร์ หมีขาวขวัญใจเด็กๆ และผู้คนที่ผ่านไปมา

เหงื่อหยดแล้วหยดเล่าไหลซึมจนเสื้อยืดข้างในเปียกชุ่ม ลมหายใจอุ่นร้อนสะท้อนกลับมาปะทะใบหน้าตัวเองในพื้นที่แคบๆ แต่แปลกเหลือเกิน... ตุลกลับรู้สึกว่าที่แห่งนี้คือ เซฟโซนที่ปลอดภัยที่สุดของเขา

ในชุดหมีหนาหนักและเทอะทะนี้ ไม่มีใครเห็นหน้ากลมๆ แก้มยุ้ยๆ ของเขา ไม่มีกรรมการสัมภาษณ์งานคนไหนมานั่งจับผิดความประหม่าของเขา ไม่มีใครมาตัดสินว่าความอวบของเขาคือความไม่น่าเชื่อถือ

เขาสามารถเต้นหลุดโลก ส่ายก้นดุ๊กดิ๊ก และทำท่าทางน่ารักๆ ได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องรู้สึกเขินอาย เพราะเขาไม่ใช่ตุลยากรคนขี้แพ้ที่ไม่มีใครรับเข้าทำงาน... แต่เขาคือสกู๊ปปี้แบร์ ผู้มอบความสุขและรอยยิ้มให้กับทุกคน

ช่วงบ่ายของวันหยุดสุดสัปดาห์คือสมรภูมิรบขนาดย่อมสำหรับคนทำงานบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณคือสิ่งมีชีวิตขนฟูสีขาวตัวเบ้อเริ่มที่ยืนอยู่หน้าร้านไอศกรีม

ลานกว้างหน้าลานน้ำพุของห้างสรรพสินค้าคลาคล่ำไปด้วยผู้คน สกู๊ปปี้แบร์ตกเป็นเป้าหมายหลักของบรรดาเด็กเล็กและวัยรุ่นที่เดินผ่านไปมา ตุลยากรในคราบมาสคอตหมีขาวต้องขยับตัวอยู่ตลอดเวลา ทั้งโบกมือ ทำมินิฮาร์ท โยกหัวตามจังหวะเพลง และโพสท่าถ่ายรูปครั้งแล้วครั้งเล่า

น้ำหนักของโครงไฟเบอร์กลาสและหมวกรูปไอศกรีมโคนที่กดทับลงมาบนช่วงบ่าเริ่มแสดงฤทธิ์เดช ความปวดเมื่อยลามจากต้นคอลงไปถึงกลางหลัง แต่ตุลยังคงรักษาสเต็ปการขยับตัวเอาไว้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทว่าความท้าทายที่แท้จริงไม่ได้มีแค่ความเหนื่อยล้าทางกาย

หม่าม้า! น้องหมีตัวกลมน่ารักจังเลย!” เด็กชายวัยประมาณห้าขวบวิ่งถลาเข้ามาหาด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะกระโดดพุ่งหลาวเข้าใส่เต็มแรง สองแขนเล็กๆ กอดหมับเข้าที่ท่อนแขนฟูฟ่องของสกู๊ปปี้แบร์แล้วทิ้งน้ำหนักตัวโหนลงมาเต็มเหนี่ยว!

เฮ้ย!”

เสียงอุทานแทบจะหลุดออกมาจากริมฝีปากของตุล โชคดีที่เขาตะครุบปากตัวเองไว้ได้ทันตามสัญชาตญาณ ร่างตุ้ยนุ้ยของมาสคอตหมีขาวเซถลาไปด้านหน้าตามแรงดึงของเด็กน้อย เกือบจะหน้าคะมำลงไปกองกับพื้นห้าง

ในเสี้ยววินาทีแห่งความวุ่นวาย กฎเหล็กของร้านดังก้องขึ้นมาในหัว... ห้ามเปิดเผยตัว ห้ามถอดหัว และห้ามใช้เสียงจริงเด็ดขาด

ตุลตั้งสติ เกร็งขาและลำตัวเพื่อรักษาสมดุลไม่ให้ล้ม ก่อนจะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส เขาดัดแปลงจังหวะเสียหลักนั้นให้กลายเป็นการทำท่าหมุนตัวแบบเซ่อซ่า อุ้งมือหนาฟูยกขึ้นกุมหัวตัวเองแล้วส่ายหน้าไปมาแรงๆ เหมือนหมีที่กำลังมึนงง เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากเด็กชายและผู้ปกครองที่รีบวิ่งเข้ามาห้ามลูกชายไว้ได้ทันท่วงที

ขอโทษด้วยนะคะลูกชายซนไปหน่อย... ไปลูก ปล่อยพี่หมีได้แล้วผู้ปกครองดุเด็กชายเบาๆ ก่อนจะหันมายิ้มเจื่อนให้

สกู๊ปปี้แบร์ไม่ได้โกรธเคือง อุ้งมือขาวสะอาดเอื้อมไปลูบหัวเด็กชายอย่างอ่อนโยน ก่อนจะทำท่าส่งจูบให้อย่างน่ารักจนเด็กน้อยยิ้มกว้างและโบกมือลา

ตุลลอบถอนหายใจยาวเหยียดอยู่ภายใต้หน้ากาก รอดตัวไปได้อย่างหวุดหวิด เขาแอบปรายตามองไปที่หน้าร้าน เห็นผู้จัดการร้านยืนกอดอกพยักหน้าให้อย่างพึงพอใจกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของเขา

เมื่อถึงเวลาพักเบรกสิบห้านาที ตุลรีบเดินจ้ำอ้าวกลับเข้าไปในโซนหลังร้าน ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องพักพนักงานแคบๆ เขาก็จัดการปิดประตูและกดล็อกกลอนอย่างแน่นหนา มือที่สวมถุงมือขนสัตว์รีบถอดมันออก ก่อนจะยกแขนขึ้นประคองหัวไฟเบอร์กลาสใบใหญ่แล้วค่อยๆ ดึงมันออกจากลำคอ

ฮ่า...”

เสียงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่แดงก่ำและชุ่มโชกไปด้วยหยาดเหงื่อ อากาศเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศในห้องพักปะทะเข้ากับผิวหน้าและเส้นผมที่เปียกลู่ เสมือนโอเอซิสกลางทะเลทราย ตุลวางหัวมาสคอตลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกอย่างหมดสภาพ

เขาเอื้อมมือไปคว้าขวดน้ำเย็นในตู้เย็นใบเล็กมาเปิดดื่มรวดเดียวหมดไปครึ่งขวด ความเย็นฉ่ำไหลผ่านลำคอช่วยดับความร้อนรุ่มในร่างกายไปได้มาก ตุลยกแขนเสื้อยืดที่ชื้นเหงื่อขึ้นปาดหยดน้ำที่เกาะอยู่ตามหน้าผากและปลายคาง

ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้าใส่จนกระดูกแทบจะหลุดเป็นชิ้นๆ การอยู่ในชุดที่หนักและปิดทึบแบบนั้นตลอดหลายชั่วโมงไม่ใช่เรื่องตลกเลย เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมพนักงานคนก่อนๆ ถึงได้หนีหายกันไปหมด แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อเหลือบไปเห็นกระเป๋าสตางค์ที่แบนแต๊ดแต๋ของตัวเองวางอยู่บนล็อกเกอร์ ตุลก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้งเพื่อเรียกพลังใจ

เอาวะ... เพื่อค่าห้อง เพื่อค่าไฟ สู้เว้ยไอ้ตุลเขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ นวดคลึงหัวไหล่ที่ตึงเปรี๊ยะสองสามที ก่อนจะสวมหัวไฟเบอร์กลาสกลับเข้าไปอีกครั้งเมื่อนาฬิกาเตือนว่าหมดเวลาพักแล้ว

เวลาสองทุ่มตรง ห้างสรรพสินค้าเริ่มบางตาลงพร้อมกับประกาศแจ้งเตือนเวลาปิดทำการ

ในห้องพักพนักงาน ตุลยากรในชุดเสื้อยืดตัวใหม่และกางเกงยีนส์ตัวเก่งกำลังสะพายเป้เตรียมตัวกลับบ้าน ร่างกายของเขาปวดเมื่อยไปทุกสัดส่วน แต่ใบหน้ากลับประดับไปด้วยรอยยิ้มบางๆ เมื่อนิ้วโป้งค่อยๆ กรีดซองกระดาษสีขาวในมือ

ธนบัตรสีแดงที่บรรจุอยู่ข้างในคือค่าเหนื่อยของวันนี้... แปดร้อยบาทถ้วน

มันอาจจะเป็นเงินที่ไม่มากมายอะไรสำหรับบางคน แต่มันคือต่อลมหายใจที่ยิ่งใหญ่สำหรับบัณฑิตตกงานอย่างเขา เงินก้อนนี้บวกกับกะวันพรุ่งนี้ จะทำให้เขามีเงินพอจ่ายค่าเช่าห้องในเดือนนี้ได้อย่างเฉียดฉิว

ติ๊ด... ติ๊ด...

เสียงสมาร์ตโฟนในกระเป๋ากางเกงสั่นครืด ตุลล้วงมันขึ้นมากดรับสายเมื่อเห็นชื่อเพื่อนสนิทโชว์หลาอยู่บนหน้าจอ

ฮัลโหล

(เป็นไงบ้างวะไอ้ตุ่น ยังมีชีวิตอยู่ไหมเนี่ย หรือขาดใจตายคาชุดหมีไปแล้ว) เสียงกลั้วหัวเราะของต่อดังลอดมาตามสาย

เกือบตาย แต่ก็รอดมาได้ว่ะตุลตอบกลับพร้อมกับเดินก้าวเท้าออกจากประตูหลังของห้างสรรพสินค้า รับเอาสัมผัสของสายลมเย็นยามค่ำคืนที่พัดมาปะทะตัว กูเพิ่งรับเงินค่าจ้างเมื่อกี้เลย รอดตายไปอีกเดือนแล้วเว้ย

(เออ ดีแล้ว กูบอกแล้วไงว่างานนี้มันเวิร์ก ถึงจะเหนื่อยหน่อยแต่ได้เงินชัวร์ๆ) ต่อพูดด้วยน้ำเสียงโล่งใจ (ส่วนวันธรรมดามึงก็ลุยหางานประจำต่อไป อย่าเพิ่งท้อล่ะเว้ย กูเชื่อว่าต้องมีสักบริษัทที่ตาถึงรับมึงเข้าทำงานแน่นอน)

อืม ขอบใจมากนะมึงที่หางานนี้มาให้ตุลยิ้มรับคำอวยพรนั้น แม้ในใจลึกๆ จะยังคงรู้สึกหวั่นเกรงกับวันจันทร์ที่กำลังจะมาถึงก็ตาม

วงจรชีวิตของตุลยากรดำเนินไปในรูปแบบคู่ขนานที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว

ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เขาคือเด็กหนุ่มในชุดเชิ้ตผูกไทที่ต้องแบกแฟ้มพอร์ตโฟลิโอเดินสายไปตามตึกระฟ้าใจกลางเมือง นั่งหลังขดหลังแข็งอยู่หน้าห้องสัมภาษณ์ ฝืนยิ้มรับคำปฏิเสธอย่างสุภาพครั้งแล้วครั้งเล่า และต้องต่อสู้กับความรู้สึกไร้ค่าที่กัดกินจิตใจทุกครั้งที่เดินคอตกกลับมายังห้องเช่า

แต่เมื่อถึงเช้าวันเสาร์... โลกของเขาก็พลิกกลับตาลปัตร

ในพื้นที่สี่เหลี่ยมหน้าร้านไอศกรีม ทันทีที่เขาสวมหัวสกู๊ปปี้แบร์ลงบนคอ ตุลยากรคนล้มเหลวก็ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงหมีขาวผู้ร่าเริงที่คอยแจกจ่ายรอยยิ้มและความสุขให้กับทุกคน โลกภายใต้หน้ากากใบนี้ไม่มีการตัดสินเรื่องรูปร่างหน้าตา ไม่มีการประเมินผลสัมภาษณ์ มีเพียงเสียงหัวเราะและอ้อมกอดจากเด็กๆ ที่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองยังมีคุณค่า

จนกระทั่งวันเสาร์ในช่วงปลายเดือนเดินทางมาถึง...

บรรยากาศหน้าลานน้ำพุยังคงคึกคักเหมือนเช่นเคย สกู๊ปปี้แบร์กำลังโยกย้ายส่ายสะโพกเรียกลูกค้าอยู่หน้าร้าน จังหวะนั้นเองที่สายตาผ่านช่องตาข่ายสีดำของตุล บังเอิญสะดุดเข้ากับร่างของใครบางคนที่กำลังเดินตรงเข้ามาในโซนนี้

ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีกรมท่าที่ถูกปลดกระดุมออกอย่างไม่แยแส เนกไทถูกดึงให้หลวมอย่างคนอึดอัด ใบหน้าหล่อเหลาคมคายนั้นราบเรียบ ทว่าคิ้วเข้มกลับขมวดเข้าหากันจนเป็นปม บรรยากาศรอบตัวชายคนนั้นแผ่ซ่านไปด้วยความตึงเครียดและมืดมนราวกับมีพายุฝนก่อตัวอยู่เหนือศีรษะ ช่างขัดแย้งกับบรรยากาศร่าเริงสดใสของห้างสรรพสินค้าในวันหยุดเสียเหลือเกิน

ชายคนนั้นเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งตัวยาวใกล้กับร้านไอศกรีม ยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองอย่างเหนื่อยล้า

สกู๊ปปี้แบร์หยุดชะงักสเต็ปการเต้น อุ้งมือหนาฟูค่อยๆ ลดลงข้างลำตัว ตุลมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด เขาเห็นผู้คนมากมายผ่านไปมา แต่ไม่เคยเห็นใครที่มีรังสีความกดดันแผ่ออกมาหนักหน่วงเท่าผู้ชายคนนี้มาก่อน

เขาไม่รู้หรอกว่าชายแปลกหน้าคนนี้ไปเจอเรื่องหนักหนาอะไรมา...

และเขาก็ไม่รู้ด้วยว่า การตัดสินใจก้าวเท้าสั้นๆ ของชุดหมีเข้าไปหาชายคนนั้นในวินาทีถัดมา จะเปลี่ยนโลกคู่ขนานที่แสนปลอดภัยของเขา... ไปตลอดกาล

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!