มาสคอตที่รัก

ตอนที่ 3: “เกอเกอ”

👁️ 5 อ่าน
22px

สัปดาห์แห่งความบ้าคลั่งและสมรภูมิในห้องประชุมผ่านพ้นไปแล้ว

ตลอดห้าวันที่ผ่านมา ชนันภัทร์แทบจะกินนอนอยู่ที่ออฟฟิศ เขาและทีมงานรื้อโมเดลประเมินความเสี่ยงกลับมาทำใหม่ทั้งหมด อุดรอยรั่วทุกจุดที่ผู้เป็นพ่อและปวินเคยปรามาสเอาไว้ การนำเสนอในรอบถัดมาจบลงด้วยความเงียบกริบของคณะกรรมการ ไม่มีข้อกังขา ไม่มีคำวิจารณ์ แม้แต่ปวินก็ยังหาช่องโหว่โจมตีไม่ได้ ท่านประธานเพียงแค่พยักหน้ารับและอนุมัติโปรเจกต์ ถือเป็นคำชมที่หาได้ยากยิ่งจากคนเป็นพ่อ

สำหรับทาย นั่นคือชัยชนะที่งดงาม แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกแปลกใจที่สุดกลับไม่ใช่ความสำเร็จของงาน... แต่เป็นความรู้สึกโปร่งโล่งในใจที่ยังคงหลงเหลืออยู่ต่างหาก

เช้าวันเสาร์ที่แสงแดดสาดส่อง ทายยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ในห้องแต่งตัวของเพนต์เฮาส์หรู ปกติแล้ววันหยุดสุดสัปดาห์ของเขาถ้าไม่หมดไปกับการตีกอล์ฟเพื่อคอนเน็กชันทางธุรกิจ ก็จะเป็นการหมกตัวอ่านรายงานสรุปผลประกอบการ แต่วันนี้เขาจงใจกากบาทตารางงานทุกอย่างทิ้ง ปฏิเสธนัดหมายสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนแวดวงสังคมไฮโซ และเลือกที่จะเปิดตู้เสื้อผ้าฝั่งที่แทบไม่เคยแตะต้อง

ชายหนุ่มในวัยยี่สิบแปดปีละทิ้งชุดสูทสั่งตัดที่เปรียบเสมือนเกราะเหล็ก หยิบเอาเสื้อยืดสีขาวเนื้อดีมาสวมทับด้วยเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซซ์สีเนวี่บลูที่ไม่ได้ติดกระดุม จับคู่กับกางเกงยีนส์สีเข้มและรองเท้าผ้าใบแบรนด์เนม การแต่งกายที่ดูเรียบง่ายแต่มูลค่าเหยียบหลักแสนนี้ ทำให้ภาพลักษณ์ของรองประธานบริหารผู้เย็นชาถูกลบเลือนไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่ดูจับต้องได้และเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตราย

ทายคว้ากุญแจรถสปอร์ตคันเก่ง ขับออกจากคอนโดมิเนียมมุ่งหน้าสู่ห้างสรรพสินค้าแห่งเดิมด้วยจังหวะหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเบาสบายอย่างประหลาด... เขาเฝ้ารอเวลานี้มาตลอดทั้งสัปดาห์ เฝ้ารอที่จะได้พบกับใครบางคน (หรือตัวอะไรบางอย่าง) ที่ทำให้โลกอันหนักอึ้งของเขาเบาหวิวลงได้ในพริบตา

ตัดมาที่อีกด้านหนึ่งของห้างสรรพสินค้า ภายในห้องพักพนักงานที่แคบและอุดอู้

ตุลยากรสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ขณะกำลังสวมชุดหมีสีขาวฟูฟ่อง สัปดาห์ที่ผ่านมาของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาไปสัมภาษณ์งานอีกสามบริษัท และผลลัพธ์ก็จบลงด้วยคำตอบแบบเดิมๆ... คุณสมบัติของคุณดีมาก แต่บุคลิกภาพยังไม่ตรงกับภาพลักษณ์ที่องค์กรเรามองหา

คำปฏิเสธเหล่านั้นเปรียบเสมือนเข็มนับพันเล่มที่ทิ่มแทงความมั่นใจของบัณฑิตจบใหม่ให้แหลกสลายลงไปทุกวัน ความกังวลเรื่องรูปร่างอวบอ้วนและแก้มกลมๆ ของตัวเองกลายเป็นเงาดำที่เกาะกินจิตใจ แต่ทันทีที่สองมือยกหัวไฟเบอร์กลาสรูปรอยยิ้มใจดีนั้นขึ้นมาสวมทับลงบนคอ... ตุลยากรคนขี้แพ้ก็ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง

เขากดล็อกกลอนประตูห้องพัก พ่นลมหายใจร้อนๆ ออกมาผ่านหน้ากาก แล้วก้าวเดินออกไปสู่โลกภายนอก

วินาทีที่ สกู๊ปปี้แบร์ปรากฏตัวที่หน้าลานน้ำพุ บรรยากาศรอบข้างก็พลันสว่างไสวขึ้นทันตาเห็น สเต็ปเท้าป้อมๆ ที่ย่ำสลับซ้ายขวาและการโบกมือด้วยท่าทางทะเล้น เรียกรอยยิ้มจากผู้คนที่เดินผ่านไปมาได้อย่างง่ายดาย

ทายซึ่งเดินทางมาถึงก่อนเวลาเล็กน้อย กำลังยืนพิงราวระเบียงกระจกบนชั้นลอย มือหนึ่งถือแก้วกาแฟอเมริกาโน่เย็น นัยน์ตาสีเข้มทอดมองลงมายังลานกิจกรรมเบื้องล่าง ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นบางๆ เมื่อเห็นร่างกลมป้อมสีขาวเดินเตาะแตะออกมารับหน้าที่

ทายยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ และนั่นทำให้เขาได้เปิดโลกใบใหม่... โลกที่เรียกว่า แฟนคลับมาสคอต

เขาเห็นเด็กวัยรุ่นผู้หญิงผมเปียคนหนึ่งวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหามาสคอตหมี พร้อมกับยื่นถุงขนมเล็กๆ ให้

น้องหมี! วันนี้เจเจ้ซื้อเยลลี่มาฝากด้วยน้า แต่ตอนนี้หนูกินไม่ได้ใช่มั้ยลูก เอาไปเก็บไว้หลังร้านนะ เจเจ้ตั้งใจเลือกมาเลย

สกู๊ปปี้แบร์รับถุงเยลลี่มาถือไว้ด้วยสองอุ้งมือ ก่อนจะทำท่าส่ายสะโพกดุ๊กดิ๊กแล้วส่งมินิฮาร์ทให้รัวๆ จนเด็กสาวที่แทนตัวเองว่า เจเจ้กรี๊ดกร๊าดด้วยความเอ็นดู

ผ่านไปไม่ถึงสิบนาที หญิงวัยกลางคนท่าทางใจดีก็เดินเข้ามาลูบหัวไฟเบอร์กลาสของมาสคอตเบาๆ

อุนยายปวดขาแต่วันนี้ก็มาหานะลูก น่ารักจังเลยหมีน้อยของอุนยาย วันนี้อากาศร้อน ทำงานสู้ๆ นะลูกนะ

คราวนี้สกู๊ปปี้แบร์โค้งตัวลงต่ำอย่างนอบน้อม ทำท่าทางเหมือนกำลังบีบนวดไหล่ให้อุนยายทิพย์ของตัวเองอย่างประจบประแจง เรียกเสียงหัวเราะชอบใจจากผู้คนที่เดินผ่านไปมา

ทายมองภาพเหล่านั้นด้วยความสนใจ เขารู้สึกทึ่งที่มาสคอตตัวหนึ่งสามารถสร้างความผูกพันและมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของผู้คนได้มากขนาดนี้ สรรพนามน่ารักๆ อย่าง เจเจ้หรือ อุนยายที่แฟนคลับใช้เรียกแทนตัวเองเพื่อแสดงความเอ็นดูต่อน้องหมี มันสะท้อนให้เห็นถึงความอบอุ่นที่ไร้เงื่อนไข... แบบเดียวกับที่เขาได้รับเมื่อสัปดาห์ก่อน

ชายหนุ่มดื่มด่ำกับภาพตรงหน้าจนกระทั่งเห็นว่าผู้คนเริ่มซาลง และใกล้จะถึงเวลาพักเบรกของมาสคอต ทายจึงทิ้งแก้วกาแฟลงถังขยะ จัดแจงเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่ ก่อนจะเดินก้าวลงบันไดเลื่อนมุ่งหน้าไปยังลานน้ำพุ

ทางด้านสกู๊ปปี้แบร์ที่เพิ่งส่งกลุ่มเด็กอนุบาลกลับไปสู่อ้อมอกผู้ปกครองเสร็จ ตุลกำลังยืนพักหอบหายใจอยู่ใต้หน้ากาก อากาศวันนี้ร้อนอบอ้าวกว่าปกติ เหงื่อเม็ดโตร่วงหล่นจากขมับลงมาตามลำคอ เขาเตรียมจะหันหลังกลับเข้าห้องพักพนักงาน แต่ว่าหางตาผ่านช่องตาข่ายกลับสะดุดเข้ากับร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่กำลังเดินตรงเข้ามาหา

ตุลชะงักฝีเท้า... จำผู้ชายคนนี้ได้ในทันที!

ผู้ชายที่แผ่รังสีความกดดันและมีดวงตาแดงก่ำราวกับโลกกำลังจะแตกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่วันนี้ ชายตรงหน้ากลับดูราวกับเป็นคนละคน รังสีความมืดมนถูกแทนที่ด้วยความสว่างไสว เสื้อเชิ้ตสีเนวี่บลูขับเน้นให้ผิวขาวจัดดูโดดเด่น ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยตึงเครียดบัดนี้ผ่อนคลายและประดับไปด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก

ตุลเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้ชายคนนี้พกพาดาเมจความหล่อเหลาระดับทำลายล้างสูงมาก ยิ่งตอนที่อีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายแนววูดดี้ลอยมาเตะจมูก ตุลก็ยิ่งรู้สึกว่าอุณหภูมิในชุดหมีมันร้อนระอุขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

ทายหยุดยืนอยู่ตรงหน้าสกู๊ปปี้แบร์ ทิ้งระยะห่างไว้พอสมควรเพื่อไม่ให้เป็นการคุกคาม นัยน์ตาสีเข้มหลุบมองก้อนขนสีขาวตรงหน้าด้วยประกายความอ่อนโยนที่แทบจะไม่เคยใช้กับใครในชีวิตการทำงาน

เหนื่อยไหมครับ วันนี้คนเยอะเชียวทายเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวล

ตุลใต้หน้ากากกระพริบตาปริบๆ ก่อนจะส่ายหัวไฟเบอร์กลาสไปมาเบาๆ เป็นเชิงบอกว่า ไม่เหนื่อย

ผมแวะมาอุดหนุนน่ะ...” ทายชูไอศกรีมโคนรสสตรอว์เบอร์รีที่เพิ่งซื้อจากหน้าร้านขึ้นมาให้ดู ซึ่งมันบังเอิญสีเหมือนกับหมวกบนหัวของสกู๊ปปี้แบร์เป๊ะ และก็... ตั้งใจมาขอบคุณสำหรับเรื่องเมื่อสัปดาห์ก่อนด้วย

ชายหนุ่มเว้นจังหวะไปเล็กน้อย นัยน์ตาคมจ้องลึกเข้าไปในช่องตาข่ายสีดำ คล้ายกับพยายามจะสื่อสารกับคนที่ซ่อนอยู่ข้างใน

พอดีสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมเพิ่งผ่านช่วงเวลาที่แย่มากๆ มา... แต่ตอนนี้ทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วครับ ส่วนหนึ่งก็เพราะกำลังใจจากคุณ... ขอบคุณมากนะ

แม้จะมองไม่เห็นสีหน้าของอีกฝ่าย แต่ตุลก็รับรู้ได้ถึงความจริงใจที่ส่งผ่านมากับคำพูดนั้น หัวใจที่เคยห่อเหี่ยวจากการตกสัมภาษณ์งานของเขากลับมาพองโตอีกครั้ง ความรู้สึกที่ว่าตัวเอง มีประโยชน์และสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้ มันช่างหอมหวานเสียเหลือเกิน สกู๊ปปี้แบร์ยกอุ้งมือทั้งสองข้างขึ้นมาตบแปะๆ เข้าหากันแบบไร้เสียง เป็นการปรบมือแสดงความยินดีที่ลูกค้าคนพิเศษสามารถผ่านเรื่องแย่ๆ มาได้

ทายหัวเราะในลำคอเบาๆ กับท่าทางน่ารักนั้น แววตาของเขาพราวระยับขึ้นเมื่อนึกถึงสิ่งที่ตนเองแอบสังเกตการณ์อยู่บนชั้นลอยเมื่อครู่

เมื่อกี้ผมยืนดูอยู่ข้างบนตั้งนาน...” ทายก้าวเท้าขยับเข้าไปใกล้อีกนิด ร่างสูง 182 เซนติเมตรก้มหน้าลงมาเล็กน้อยเพื่อให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับหน้ากากหมี เห็นมีคนเอาขนมมาให้คุณเต็มเลย แถมยังมีคนเรียกตัวเองว่า เจเจ้บ้าง อุนยายบ้าง... แฟนคลับคุณเยอะเหมือนกันนะเนี่ย

สกู๊ปปี้แบร์ยกอุ้งมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ ทำท่าทีเขินอายตามบทบาทมาสคอตแสนรู้ ทว่าคนข้างในกลับเริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์แปลกๆ จากน้ำเสียงทุ้มที่เริ่มติดจะหยอกล้อของชายตรงหน้า

ทายเอียงคอเล็กน้อย ริมฝีปากเหยียดยิ้มกว้างขึ้นจนเห็นลักยิ้มจางๆ ที่ข้างแก้ม เสียงทุ้มต่ำถูกปรับให้เบาลงและนุ่มนวลขึ้นจนแทบจะกลายเป็นเสียงกระซิบที่ได้ยินกันแค่สองคน

ในเมื่อคนอื่นเขาเป็นเจเจ้ เป็นอุนยายกันหมดแล้ว...” ชายหนุ่มจ้องมองตรงเข้าไปในดวงตาข่ายสีดำ งั้นผู้ชายหน้าตาแบบผม... ขอเป็น เกอเกอ ของน้องหมีบ้าง... ได้ไหมครับ?”

ตึกตัก... ตึกตัก...

เสียงหัวใจของตุลยากรกระหน่ำเต้นรัวจนแทบจะทะลุอกออกมาเต้นระบำข้างนอก

สมองของบัณฑิตจบใหม่ขาวโพลนไปชั่วขณะ เลือดในกายสูบฉีดพุ่งพล่านจนใบหน้ากลมๆ แดงเถือกไปจนถึงใบหู ความร้อนวูบวาบแผ่ซ่านไปทั่วร่างชนิดที่ระบบระบายอากาศของชุดก็เอาไม่อยู่

เกอเกอ... คำศัพท์ภาษาจีนที่แปลว่าพี่ชาย แต่สรรพนามนี้เมื่อหลุดออกมาจากปากของผู้ชายอายุยี่สิบแปดปีที่ดูภูมิฐาน หล่อเหลา และเพอร์เฟกต์ไปเสียทุกกระเบียดนิ้ว มันกลับกลายเป็นคำที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงอย่างคาดไม่ถึง! มันไม่ได้ดูตลกหรือพยายามยัดเยียดตัวเองเข้าด้อมแฟนคลับ แต่มันกลับฟังดูออดอ้อน นุ่มนวล และพังทลายกำแพงความต้านทานทุกอย่างจนหมดสิ้น

ตุลยืนแข็งทื่อเป็นรูปปั้นหิน ทำตัวไม่ถูก มือไม้ที่สวมถุงมือหนาเตอะสั่นน้อยๆ เขาเพิ่งอายุยี่สิบต้นๆ ประสบการณ์ความรักก็แทบจะเป็นศูนย์ จู่ๆ โดนผู้ชายที่ดูโตกว่าและมีเสน่ห์ล้นเหลือมาประกาศตัวขอเป็นแฟนคลับพร้อมสรรพนามชวนใจสั่นแบบนี้ ใครมันจะไปรับมือไหว!

ทายเห็นมาสคอตตรงหน้ายืนนิ่งเงียบไปก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แสร้งทำน้ำเสียงตัดพ้ออย่างแนบเนียน

ว่าไงครับ? นิ่งไปเลย... หรือว่าไม่อนุญาต?” ทายยกไอศกรีมในมือขึ้นมาแกว่งเบาๆ เกอเกออุดหนุนไอติมมาด้วยนะ... ไม่ให้เกอเกอเป็นแฟนคลับเบอร์หนึ่งของน้องหมีจริงๆ เหรอ?”

โดนตก... โดนตกเข้าเต็มเปา!

ตุลยากรกรีดร้องในใจ เขากัดริมฝีปากตัวเองแน่นเพื่อสกัดกั้นความเขินอาย ตามกฎเหล็กแล้วเขาไม่สามารถส่งเสียงพูดโต้ตอบหรือปฏิเสธลูกค้าได้ และในฐานะมาสคอตที่ต้องมอบความสุข หน้าที่ของเขาคือการ ตามใจและเล่นตามน้ำไปกับจินตนาการของผู้คน

พ่ายแพ้... ตุลพ่ายแพ้ให้กับดาเมจของลูกค้าคนนี้อย่างราบคาบ

ก้อนขนสีขาวค่อยๆ ขยับตัวช้าๆ สกู๊ปปี้แบร์พยักหน้าหงึกหงักเป็นการอนุญาต ก่อนที่ตุลจะสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าหาญทั้งหมดที่มี สวมวิญญาณมาสคอตขี้อ้อนแบบเต็มสูบ เขายกอุ้งมือทั้งสองข้างขึ้นมาประสานกันใต้คาง เอียงคอทำองศาน่ารักที่สุดเท่าที่โครงไฟเบอร์กลาสจะเอื้ออำนวย แล้วค่อยๆ ขยับเข้าไปถูไถหัวโตๆ ของตัวเองเข้ากับท่อนแขนแกร่งของ เกอเกอป้ายแดงอย่างออดอ้อน

มันเป็นท่าทางแฟนเซอร์วิสขั้นสุดที่เขาเพิ่งคิดค้นขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ เพื่อเอาใจผู้ชายคนนี้โดยเฉพาะ

ทายชะงักไปชั่วครู่กับปฏิกิริยาตอบรับที่น่ารักเกินคาดนั้น ดวงตาคมกริบทอประกายอ่อนโยนลงอย่างปิดไม่มิด ความรู้สึกเอ็นดูเอ่อล้นทะลักจนเขาเผลอยกมือข้างที่ว่างขึ้นมา แล้ววางแหมะลงบนหัวไฟเบอร์กลาสของมาสคอต ลูบไล้เส้นขนสีขาวนุ่มฟูนั้นเบาๆ อย่างทะนุถนอม

เด็กดี...” ทายพึมพำเสียงนุ่ม

สัมผัสจากฝ่ามืออุ่นๆ ที่ส่งผ่านหน้ากากลงมา แม้จะไม่ถึงผิวเนื้อ แต่ประโยคสั้นๆ นั้นก็ทรงพลังพอที่จะทำให้คนฟังใจสั่นสะท้าน

ตุลยากรยืนนิ่งปล่อยให้เกอเกอลูบหัวอยู่แบบนั้น ภายในใจเต็มไปด้วยความอึดอัดที่แสนจะนุ่มฟู เขาเริ่มตระหนักได้อย่างชัดเจนแล้วว่า... ลูกค้าคนนี้ไม่เหมือนใคร และการรับมือกับ เกอเกอคนนี้ คงจะเป็นภารกิจที่ท้าทายหัวใจ (และอันตรายต่อความรู้สึก) มากกว่าการรับมือกับเด็กอนุบาลทั้งโรงเรียนรวมกันเสียอีก!

หลังจากเหตุการณ์ลูบหัวอันแสนจะอุกอาจ (ต่อหัวใจ) ผ่านพ้นไป ตุลก็พยายามดึงสติสัมปชัญญะที่แตกกระเจิงของตัวเองให้กลับเข้ารูปเข้ารอย สกู๊ปปี้แบร์ผละออกจากท่อนแขนแกร่ง โค้งตัวให้อีกฝ่าย แล้วรีบหมุนตัวหันหลังเดินเตาะแตะหนีกลับไปยืนประจำการที่หน้าร้านไอศกรีมทันที แสร้งทำเป็นยุ่งวุ่นวายกับการโบกมือเรียกลูกค้าคนอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า

ทายมองตามแผ่นหลังตุ้ยนุ้ยที่เดินหนีไปอย่างรวดเร็วนั้นด้วยรอยยิ้มเอ็นดูที่ยังไม่จางหายไปจากริมฝีปาก ชายหนุ่มไม่ได้เดินตามไปเซ้าซี้ให้มาสคอตตัวกลมต้องอึดอัด เขาเลือกที่จะเดินกลับไปทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งไม้บิลต์อินตัวเดิม ตัวเดียวกับที่เขาเคยนั่งหมดอาลัยตายอยากเมื่อสัปดาห์ก่อน

ขายาวในกางเกงยีนส์สีเข้มยกขึ้นไขว่ห้าง แผ่นหลังกว้างพิงพนักอย่างผ่อนคลาย ทายจัดการกัดกินไอศกรีมรสสตรอว์เบอร์รีในมือไปพลาง ทอดสายตามองดูการทำงานของสกู๊ปปี้แบร์ไปพลาง ราวกับว่าการนั่งมองมาสคอตเต้นแร้งเต้นกาคือกิจกรรมยามว่างที่น่าอภิรมย์ที่สุดในโลก

และนั่นแหละ... คือปัญหาใหญ่ของตุล!

ตลอดระยะเวลาเกือบสองชั่วโมงหลังจากนั้น ไม่ว่าตุลจะขยับตัวไปทางไหน โยกย้ายส่ายสะโพกท่าอะไร หรือรับมือกับเด็กๆ แก่นเซี้ยวแค่ไหน ทุกอากัปกิริยาของเขาล้วนตกอยู่ในสายตาคมกริบของ เกอเกอป้ายแดงที่นั่งปักหลักอยู่บนม้านั่งไม่ยอมลุกไปไหนเสียที!

แม้จะมองผ่านช่องตาข่ายสีดำที่ทำให้วิสัยทัศน์แคบลง แต่ตุลก็ยังสัมผัสได้ถึงสายตาคู่นั้นที่จ้องมองมาอย่างต่อเนื่อง มันไม่ใช่สายตาจับผิดหรือคุกคาม แต่มันคือสายตาของคนที่กำลัง เฝ้ามองด้วยความเอ็นดูซึ่งนั่นยิ่งทำให้คนถูกมองทำตัวไม่ถูก

ทำไมเขาไม่ไปเดินช็อปปิง ดูหนัง หรือไปกินข้าวล่ะโว้ย! มานั่งจ้องหมีทำไมตั้งสองชั่วโมง!’

ตุลโอดครวญในใจ เหงื่อกาฬแตกพลั่กไม่ใช่แค่เพราะความร้อนในชุด แต่เพราะความกดดันที่ถูกคนหล่อระดับพระเอกหนังมานั่งจ้องตาไม่กะพริบ

แต่ถึงจะบ่นในใจแบบนั้น ตุลก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมีผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงนั้น มันทำให้เขามีพลังในการทำงานมากขึ้นอย่างน่าประหลาด ทุกครั้งที่เขาทำท่าทางตลกๆ แล้วเด็กๆ หัวเราะ ตุลจะเผลอปรายตามองไปที่ม้านั่ง และเขาก็มักจะเห็นชายหนุ่มคนนั้นส่งยิ้มบางๆ กลับมาให้เสมอ ราวกับกำลังบอกว่า เก่งมาก

ในระหว่างที่ตุลกำลังยืนแจกลูกโป่งให้เด็กๆ อยู่นั้นเอง เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

เด็กชายวัยประถมปลายสองคนที่กำลังวิ่งไล่จับกันอย่างคึกคะนอง วิ่งหลบผู้คนมาด้วยความเร็วสูง ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะสะดุดขาตัวเองแล้วพุ่งถลาเข้าชนร่างตุ้ยนุ้ยของสกู๊ปปี้แบร์อย่างจัง!

เฮ้ย!”

เด็กชายร้องลั่น ขณะที่ตุลซึ่งไม่ทันตั้งตัวถูกแรงกระแทกนั้นชนจนเสียหลัก ร่างหนักอึ้งของมาสคอตหมีขาวเซถลาไปด้านหลัง โครงไฟเบอร์กลาสและหมวกไอศกรีมบนหัวเหวี่ยงไปตามแรงโน้มถ่วง ตุลหลับตาปี๋เตรียมใจรับความเจ็บปวดจากการก้นจ้ำเบ้าพื้นห้าง

แต่ทว่า... ความเจ็บปวดนั้นกลับไม่เคยมาถึง

หมับ!

วงแขนแกร่งของใครบางคนสอดเข้ามารองรับแผ่นหลังหนาเตอะของชุดมาสคอตเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที แรงกระชากนั้นหนักพอสมควร แต่คนรับกลับยืนหยัดได้อย่างมั่นคงราวกับหินผา ตุลลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ หันขวับไปมองผู้ช่วยชีวิต และพบว่าเป็นชนันภัทร์ที่พุ่งพรวดมาจากม้านั่งตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้!

ระวังหน่อยสิครับน้อง วิ่งเล่นในห้างแบบนี้ถ้าชนคนอื่นบาดเจ็บขึ้นมาจะทำยังไง

น้ำเสียงทุ้มที่เคยนุ่มนวลบัดนี้กดต่ำและเฉียบขาดจนติดจะดุ แววตาคมกริบของทายตวัดมองเด็กชายสองคนที่วิ่งชนจนทั้งคู่หน้าซีดเผือด รีบยกมือไหว้ขอโทษขอโพยมาสคอตและชายหนุ่มหน้าดุกันยกใหญ่ ก่อนจะวิ่งหนีหายไปในฝูงชน

เมื่อเห็นว่าเด็กๆ ปลอดภัยและหนีไปแล้ว ทายก็ระบายลมหายใจออกมาเบาๆ เขาหันกลับมามองก้อนขนสีขาวในอ้อมแขนที่ตอนนี้ยืนตัวแข็งทื่อเป็นหินไปเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มค่อยๆ ประคองร่างตุ้ยนุ้ยนั้นให้กลับมายืนทรงตัวได้ตามปกติ

เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” ทายเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง แววตาดุๆ เมื่อครู่เปลี่ยนกลับมาเป็นความอ่อนโยนในเสี้ยววินาที

ตุลส่ายหัวรัวๆ จนหมวกไอศกรีมแทบหลุด หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรุนแรงกว่าตอนที่โดนเด็กวิ่งชนเสียอีก

เมื่อกี้... ผู้ชายคนนี้พุ่งมารับเขาไว้อย่างกับพระเอกขี่ม้าขาว แถมยังดุเด็กพวกนั้นเพื่อปกป้องเขาอีก! ตลอดชีวิตยี่สิบกว่าปีของตุลยากร เขาเป็นฝ่ายที่ต้องดูแลตัวเองมาตลอด ไม่เคยมีใครมาคอยกางปีกปกป้องหรือออกโรงแทนเขาแบบนี้มาก่อนเลยสักครั้ง

สัมผัสอุ่นๆ จากฝ่ามือใหญ่ที่ยังคงประคองอยู่ที่ช่วงเอว (แม้จะผ่านความหนาของชุดฟองน้ำ) ทำเอาตุลแทบจะหลอมละลายกลายเป็นไอศกรีมเหลวๆ อยู่ตรงนั้น

ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ทีหลังก็ระวังตัวด้วยล่ะ หุ่นกลมๆ แบบนี้ล้มไปลุกยากนะรู้ไหมทายพูดยิ้มๆ ก่อนจะยอมละมือออกจากเอวหนาของมาสคอต

สกู๊ปปี้แบร์รีบพยักหน้ารับคำ โค้งตัวลงเป็นการขอบคุณชุดใหญ่ ทายหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าโบรชัวร์โปรโมชันร้านไอศกรีมที่วางอยู่บนสแตนด์ใกล้ๆ มาถือไว้ แล้วเริ่มพัดวีไปที่บริเวณหน้ากากหมีของตุลเบาๆ

อากาศข้างในคงร้อนน่าดูเลยใช่ไหม เหงื่อตกหมดแล้วมั้งเนี่ย

ลมเย็นๆ จากกระดาษโบรชัวร์ที่อีกฝ่ายพัดให้ ปะทะเข้ากับช่องระบายอากาศตรงรอยยิ้มของหน้ากาก แม้จะไม่ได้เย็นฉ่ำเหมือนพัดลมแอร์ แต่มันกลับทำให้คนที่อยู่ข้างในรู้สึกชุ่มชื่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก

ตุลมองภาพชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ แต่งตัวดูแพงตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่กลับมายืนพัดกระดาษโบรชัวร์ให้มาสคอตหมีอย่างไม่ถือตัว ผู้คนรอบข้างเริ่มมองมาที่พวกเขาด้วยรอยยิ้มเอ็นดู บางคนถึงกับหยิบมือถือขึ้นมาแอบถ่ายความน่ารักของ เกอเกอกับน้องหมี

ความรู้สึกอึดอัดปนกระอักกระอ่วนในตอนแรกเริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างประหลาด

แต่ในขณะเดียวกัน... ท่ามกลางความรู้สึกดีๆ เหล่านั้น เงาดำแห่งความกังวลก็เริ่มคืบคลานเข้ามาในใจของตุลอย่างเงียบเชียบ

เขาใจดีกับแกเพราะแกคือสกู๊ปปี้แบร์นะไอ้ตุล... ไม่ใช่เพราะแกคือตุลยากร

เสียงเตือนสติตัวเองดังก้องขึ้นในหัว ตุลมองลอดช่องตาข่ายออกไปสบตากับทาย นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นสะท้อนเพียงภาพของหมีขาวตัวอ้วนกลมที่แสนน่ารัก ไม่มีภาพของผู้ชายหุ่นอวบระยะสุดท้าย แก้มกลมเป็นซาลาเปา และกำลังตกงานอยู่ในนั้นเลยแม้แต่น้อย

ทายไม่ได้ตกหลุมรักหรือเอ็นดูตัวตนที่แท้จริงของเขา ทายเอ็นดู สัญลักษณ์ของความสุขที่เขาสวมใส่อยู่ต่างหาก

ความคิดนั้นทำให้รอยยิ้มที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากค่อยๆ หุบลง ตุลรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนหลอกลวง เขากำลังรับเอาความรู้สึกดีๆ จากผู้ชายคนนี้มา โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้เลยว่าภายใต้ความน่ารักไร้เดียงสานี้ คือผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่งที่เต็มไปด้วยความไม่มั่นใจในตัวเอง

และที่สำคัญที่สุด... สัญญาจ้างงานที่เขาระบุไว้ชัดเจนว่า ห้ามเปิดเผยตัวตน มันคือโซ่ตรวนที่ผูกมัดไม่ให้เขาสามารถก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างโลกแห่งจินตนาการกับโลกแห่งความเป็นจริงไปได้

ไม่ว่าเขาจะรู้สึกดีกับผู้ชายคนนี้แค่ไหน เกอเกอก็จะไม่มีวันได้รู้จัก ไอ้ตุ่นอยู่ดี

น้องหมี

เสียงเรียกของทายดึงตุลให้หลุดออกจากภวังค์ความคิดอันหม่นหมอง สกู๊ปปี้แบร์เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงเรียก

เกอเกอต้องกลับแล้วนะ พอดีนึกขึ้นได้ว่ามีงานด่วนต้องไปเคลียร์นิดหน่อยทายพูดด้วยน้ำเสียงเสียดายเล็กน้อย เขายกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา เป็นเวลาเกือบห้าโมงเย็นแล้ววันนี้เก่งมากเลยนะที่สร้างรอยยิ้มให้คนอื่นได้เยอะขนาดนี้... แต่อย่ามัวแต่ห่วงคนอื่นจนลืมพักผ่อนล่ะ เข้าใจไหม?”

สกู๊ปปี้แบร์พยักหน้ารับคำสั่งอย่างว่าง่าย ทายยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด ก่อนจะเอื้อมมือมาวางแหมะลงบนหัวไฟเบอร์กลาสอีกครั้ง ลูบมันเบาๆ สองสามทีอย่างหมั่นเขี้ยว

เสาร์หน้า... ถ้าเกอเกอแวะมาหาอีก จะยังอยู่ตรงนี้ใช่ไหม?” ทายถามด้วยน้ำเสียงคาดหวัง

ตุลเม้มริมฝีปากแน่น แม้จะรู้ว่าความสัมพันธ์สมมตินี้มันอันตรายต่อหัวใจแค่ไหน แต่เขาก็ไม่อาจต้านทานสายตาเว้าวอนของอีกฝ่ายได้เลย สกู๊ปปี้แบร์พยักหน้าขึ้นลงแรงๆ เป็นการยืนยันคำสัญญา

ดีมากครับ... แล้วเจอกันสัปดาห์หน้านะ น้องหมีของเกอเกอ

ทายทิ้งท้ายไว้ด้วยประโยคที่ทำเอาคนฟังแทบจะล้มทั้งยืน ก่อนที่ชายหนุ่มจะหมุนตัวเดินจากไป แผ่นหลังกว้างนั้นค่อยๆ กลืนหายไปในฝูงชน ทิ้งให้มาสคอตหมีขาวยืนจับหัวตัวเองตรงจุดที่เพิ่งถูกลูบไปเมื่อครู่ ด้วยหัวใจที่เต้นรัวจนแทบจะระเบิดออกมา

เวลาสองทุ่มครึ่ง ห้างสรรพสินค้าประกาศแจ้งเตือนเวลาปิดทำการ

ภายในห้องพักพนักงานที่เงียบสงัด ตุลยากรจัดการถอดหัวไฟเบอร์กลาสใบใหญ่ออกวางลงบนโต๊ะอย่างทะนุถนอม ร่างกายของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อจนเสื้อยืดแนบสนิทไปกับผิวเนื้อ เผยให้เห็นทรวดทรงอวบอัดและหน้าท้องที่ไม่ได้แบนราบเหมือนนายแบบในนิตยสาร

ตุลทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติก หอบหายใจโกยเอาอากาศเย็นๆ จากเครื่องปรับอากาศเข้าปอด เขายกมือขึ้นเสยผมที่เปียกลู่ให้พ้นหน้าผาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเงาของตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกบานเล็กบนผนัง

ภาพที่เห็นคือผู้ชายผิวขาวจัดที่มีใบหน้ากลมๆ แก้มยุ้ยๆ แดงปลั่งจากความร้อน ขอบตาคล้ำเล็กน้อยจากการนอนไม่หลับเพราะเครียดเรื่องหางาน รูปร่างที่ค่อนไปทางอวบอ้วนทำให้เขาดูไม่สง่างามเอาเสียเลย

มันช่างแตกต่างจากภาพลักษณ์ของ สกู๊ปปี้แบร์ที่แสนน่ารักน่าเอ็นดูอย่างสิ้นเชิง

ตุลยกมือข้างขวาขึ้นมา... ค่อยๆ แตะลงบนกลุ่มผมของตัวเองในตำแหน่งเดียวกับที่ทายเคยวางมือลงบนหัวมาสคอต สัมผัสอุ่นๆ จากฝ่ามือใหญ่นั้นราวกับยังคงตราตรึงอยู่ไม่จางหาย

เขาหลับตาลง นึกถึงรอยยิ้ม นึกถึงน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เรียกแทนตัวเองว่า เกอเกอและเรียกเขาว่า น้องหมีความรู้สึกหวานล้ำแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ มันเป็นความรู้สึกดีๆ ที่เขาไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน เป็นความอบอุ่นที่ทำให้เขาอยากจะหยุดเวลาเอาไว้ตรงนั้น

แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาเผชิญหน้ากับความจริงในกระจก ความหวานล้ำนั้นก็ถูกเจือปนด้วยความขมขื่น

เขาไม่ได้ชอบมึงหรอกไอ้ตุล...” ตุลพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่ว รอยยิ้มเศร้าๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก เขาชอบความน่ารักของชุดนี้ต่างหาก ถ้าเขาเห็นว่าคนที่อยู่ข้างในคือไอ้อ้วนตุ้ยนุ้ยที่ไม่มีอะไรดีสักอย่างแบบมึง... เขาคงจะผิดหวังน่าดู

ความไม่มั่นใจในตัวเองที่สั่งสมมานานตอกย้ำให้เขาสร้างกำแพงขึ้นมาปกป้องความรู้สึกของตัวเอง ตุลบอกตัวเองว่าเขาไม่สิทธิ์ไปคาดหวังอะไรจากความสัมพันธ์จอมปลอมนี้ เขาเป็นแค่พนักงานพาร์ตไทม์ที่สวมบทบาทเป็นมาสคอต ส่วนทายคือลูกค้าวีไอพีที่เข้ามาหาความสบายใจชั่วคราวเท่านั้น

เมื่อหมดเวลาหน้าที่ เมื่อถึงเวลาที่เขาต้องถอดชุดนี้ออก... ทุกอย่างก็จะจบลง

ตุลถอนหายใจยาวเหยียด สะบัดไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัว เขาจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับเป็นชุดลำลอง หยิบกระเป๋าเป้ขึ้นสะพายหลัง ก่อนจะเดินออกจากห้องพักพนักงานไป

แม้จะพยายามบอกตัวเองให้หยุดเพ้อเจ้อและกลับมาอยู่กับความเป็นจริง แต่ลึกๆ ในใจของตุลยากรกลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... เขาเองก็กำลังเฝ้ารอให้ถึงวันเสาร์หน้าอย่างใจจดใจจ่อ ไม่แพ้ เกอเกอคนนั้นเลยแม้แต่น้อย.

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!