บรรยากาศภายในห้องโถงขนาดมหึมาที่ซ่อนตัวอยู่ลึกลงไปใต้ชั้นดินของโรงแรมหรูใจกลางเมืองหลวง ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด มีเพียงแสงสปอตไลต์ดวงใหญ่ที่สาดส่องลงมายังเวทีทรงกลมตรงกลางราวกับจันทร์เพ็ญที่ลอยเด่นอยู่ท่ามกลางรัตติกาล กลิ่นอายของสถานที่แห่งนี้คละคลุ้งไปด้วยความหรูหราที่เคลือบแฝงไว้ด้วยตัณหาราคะ กลิ่นซิการ์ราคาแพงระยับลอยอ้อยอิ่งผสมปนเปไปกับกลิ่นน้ำหอมฉุนจมูกของเหล่าเศรษฐีกระเป๋าหนัก ที่มารวมตัวกันเพื่อสนองความปรารถนาอันดิบเถื่อน
หลังม่านสีแดงเลือดนกที่กั้นแบ่งระหว่างเวทีประมูลและโลกความเป็นจริง อ้อน หญิงสาวร่างบอบบางในวัยยี่สิบปีบริบูรณ์ กำลังนั่งกอดเข่าคู้อยู่บนเก้าอี้ ร่างกายของเธอสั่นเทาราวกับลูกนกที่เปียกปอนท่ามกลางพายุฝน ผิวขาวเนียนละเอียดดุจน้ำนมที่ได้รับการขัดสีฉวีวรรณมาอย่างดีเพื่อค่ำคืนนี้ ตัดกับชุดสีขาวบริสุทธิ์ที่รัดรึงสัดส่วนโค้งเว้าอย่างจงใจเปิดเผย
ชุดที่เธอสวมใส่อยู่นั้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นเศษผ้า มันเป็นชุดกระโปรงสายเดี่ยวเส้นเล็กจิ๋วที่เพียงแค่กระตุกเบาๆ ก็พร้อมจะขาดผึง เผยให้เห็นเนินเนื้ออวบอิ่มที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจที่ตื่นตระหนก ชายกระโปรงสั้นกุดจนแทบปิดแก้มก้นนวลเนียนไม่มิด เรียวขาเวลาคู่สวยถูกชโลมด้วยน้ำมันหอมระเหยจนเป็นมันวาวล้อกับแสงไฟ
เสียงสะอื้นแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากสีระเรื่อที่ถูกแต้มด้วยลิปสติกสีแดงสด ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยสุกสกาวกลับเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความหวาดกลัว
อ้อนไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่าชีวิตนักศึกษามหาวิทยาลัยปีสองธรรมดาๆ คนหนึ่ง จะต้องมาลงเอยในสภาพที่น่าอดสูเช่นนี้ เพียงเพราะหนี้สินก้อนโตที่บิดามารดาทิ้งไว้ให้ก่อนจะหนีหายเข้ากลีบเมฆ เธอถูกจับตัวมา ถูกขัดถูร่างกายราวกับสิ่งของ และตอนนี้เธอกำลังจะถูกขายทอดตลาดราวกับเป็นสินค้าชิ้นหนึ่ง
“หมายเลขสุดท้ายของค่ำคืนนี้ สาวน้อยบริสุทธิ์ ดอกไม้ที่ยังไม่เคยมีแมลงภู่ตัวใดได้ดอมดม”
สิ้นเสียงประกาศ ม่านสีแดงสดก็ค่อยๆ ถูกรูดเปิดออกอย่างเชื่องช้า แสงไฟสปอตไลต์สาดกระทบเข้ามาที่ร่างของอ้อนจนเธอต้องหยีตาด้วยความแสบพร่า มือหนาของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกระชากแขนเรียวเล็กให้ลุกขึ้นยืน ก่อนจะผลักร่างบอบบางให้ออกไปเผชิญหน้ากับชะตากรรมเบื้องหน้า
“เดินออกไป ถ้าไม่อยากเจ็บตัว!” เสียงเหี้ยมเกรียมดังขึ้นที่ข้างหู
อ้อนก้าวขาที่สั่นเทาออกไปยืนอยู่กลางเวที ความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศปะทะเข้ากับผิวเนื้อที่แทบจะเปลือยเปล่าจนขนอ่อนตามร่างกายลุกชัน ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจไม่ใช่ความเย็นของอากาศ แต่เป็นสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมายังเธอ
สายตาเหล่านั้นไม่มีความเมตตาปรานีหลงเหลืออยู่เลย มันเต็มไปด้วยความหื่นกระหาย ความโลภ และความต้องการที่จะครอบครอง ดวงตาของชายแก่ลงพุง ดวงตาของหนุ่มนักธุรกิจเจ้าสำราญ ดวงตาของชาวต่างชาติที่เลียริมฝีปากอย่างหิวกระหาย พวกเขามองเธอเหมือนสิงโตที่กำลังจ้องมองกวางน้อยเนื้อหวานที่ไม่มีทางสู้
“ขอเชิญชมสินค้าหมายเลข 29 ความงดงามที่หาที่ติไม่ได้ ผิวพรรณขาวผ่องดั่งไข่มุก รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นแต่ซ่อนรูป” พิธีกรบรรยายสรรพคุณของเธอราวกับกำลังขายรถยนต์หรู พลางใช้ไม้เท้าชี้ไล่ไปตามเรือนร่างของเธอ ตั้งแต่ลำคอระหง ผ่านเนินอกอิ่มที่กระเพื่อมแรงลงมาถึงเอวคอดกิ่ว และสะโพกผายที่งอนงาม
เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบทิศทาง ชายหลายคนเริ่มขยับตัวนั่งไม่ติดเก้าอี้ บางคนยกกล้องส่องทางไกลขึ้นมาเพื่อพิจารณารายละเอียดของสินค้าให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
อ้อนทำได้เพียงก้มหน้างุด ปล่อยให้น้ำตาไหลรินลงมาอาบแก้ม เธออยากจะกรีดร้อง อยากจะวิ่งหนี แต่ข้อเท้าบางถูกล่ามไว้ด้วยโซ่เส้นเล็กๆ ที่เชื่อมติดกับพื้นเวที เพื่อป้องกันสินค้าหลบหนี
“ราคาเริ่มต้นที่ห้าแสนบาท!”
“หกแสน”
“แปดแสน”
“หนึ่งล้าน”
เสียงขานราคาดังขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วราวกับเสียงปืนกล ตัวเลขที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งตอกย้ำความเจ็บปวดในใจของหญิงสาว เธอมีค่าแค่นี้เองหรือ? ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเธอถูกตีค่าเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษเช็ค
การแข่งขันดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเสี่ยใหญ่เจ้าของบ่อนคาสิโนทางทิศตะวันออกเสนอราคาที่สามล้านบาท ชายร่างท้วมยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ สายตาโลมเลียจ้องมองมาที่หน้าอกของอ้อนอย่างไม่วางตา เขาคงกำลังจินตนาการถึงการได้ขยำขยี้ร่างกายนี้ให้แหลกคามือ
“สามล้านบาทมีใครให้มากกว่านี้ไหมครับ สามล้านบาทนับหนึ่ง” พิธีกรยกค้อนไม้ขึ้นเตรียมจะเคาะ
อ้อนหลับตาแน่น กลั้นใจยอมรับชะตากรรม หากต้องตกไปอยู่ในมือของชายแก่ตัณหากลับคนนั้น ชีวิตของเธอคงไม่ต่างอะไรกับการตกนรกทั้งเป็น
“สามล้านบาทนับสอ...”
“สี่ล้าน!”
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังก้องกังวานขึ้นมาจากมุมมืดด้านหลังสุดของห้องโถง น้ำเสียงนั้นเรียบนิ่ง เย็นยะเยือก แต่กลับแฝงไปด้วยอำนาจที่กดข่มให้ทุกสรรพเสียงในห้องเงียบกริบลงในพริบตา
ความเงียบเข้าครอบงำพื้นที่จนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน ทุกสายตาหันขวับไปมองยังต้นเสียง เป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทที่ตัดเย็บอย่างประณีต เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาในเงามืด ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับเทพเจ้ากรีกถูกซ่อนเร้นไว้ใต้แสงสลัว มีเพียงดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวที่วาวโรจน์ออกมา
ฉลามเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์และเจ้าของธุรกิจรีสอร์ทหรูที่มีมูลค่ามหาศาล ชายผู้ได้ชื่อว่าโหดเหี้ยม เย็นชา และไม่เคยปรานีใคร ชื่อเสียงของเขาเป็นที่เลื่องลือในวงการใต้ดินว่า หากเขาต้องการสิ่งใด เขาจะต้องได้สิ่งนั้น ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม
“สี่...สี่ล้านบาทครับท่านผู้มีเกียรติ” พิธีกรละล่ำละลักพูดด้วยความตื่นเต้นจนลิ้นแทบพันกัน ตัวเลขสี่ล้านสำหรับการประมูลผู้หญิงเพียงคนเดียวถือเป็นสถิติใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เสี่ยใหญ่เจ้าของบ่อนหน้าถอดสี เขาอ้าปากค้างแต่ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากสู้ราคา ไม่ใช่เพราะไม่มีเงิน แต่เพราะบารมีของชายหนุ่มผู้นั้น ใครที่กล้าขัดใจคุณฉลาม มักจะมีจุดจบที่ไม่สวยงามนัก
“มีใครให้มากกว่านี้ไหมครับ?” พิธีกรถามพอเป็นพิธี เพราะรู้ดีว่าคงไม่มีใครกล้า
“สี่ล้านบาทนับหนึ่ง นับสอง นับสาม ขายครับ!”
เสียงค้อนกระแทกลงบนแท่นดังปัง เปรียบเสมือนเสียงคำพิพากษาประหารชีวิตอิสรภาพของอ้อนให้ดับสูญลงตลอดกาล
เจ้าหน้าที่รีบวิ่งเข้ามาปลดโซ่ที่ข้อเท้าของเธอออก ก่อนจะพยุงร่างที่อ่อนระทวยให้เดินลงจากเวที แต่ยังไม่ทันจะก้าวพ้นบันไดขั้นสุดท้าย ร่างสูงใหญ่ของเจ้าของคนใหม่ก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้า
ฉลามเดินแหวกฝูงชนเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างามแต่คุกคาม ผู้คนต่างแหวกทางให้เขาราวกับแหวกทางให้น้ำป่าไหลหลาก เขามายืนหยุดอยู่ตรงหน้าอ้อน กลิ่นกายหอมเย็นสะอาดสะอ้านผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายอันตรายแผ่พุ่งออกมาจากตัวเขาจนอ้อนแทบหายใจไม่ออก
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง มือหนาใหญ่ที่แข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนบอบบางของเธอ แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนอ้อนนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
“จะเจ็บ!” เธอร้องประท้วงเสียงสั่น
ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬตวัดลงมามองเธอเพียงชั่วครู่ มันไม่ใช่สายตาที่มองมนุษย์ด้วยกัน แต่เป็นสายตาที่ใช้ประเมินคุณภาพสินค้า สายตาที่ว่างเปล่า เย็นชาและไร้หัวใจ
“เงียบ!” เขาเอ่ยเพียงคำเดียวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่บาดลึกเข้าไปถึงกระดูกดำ
โดยไม่รอให้เธอตั้งตัว ฉลามออกแรงกระชากร่างเล็กให้ปลิวตามแรงของเขาไปทันที เขาไม่ได้จูงมือเธอเหมือนสุภาพบุรุษ แต่เขาลากเธอลากราวกับเธอเป็นถุงขยะราคาแพงที่เขาเพิ่งซื้อมาทิ้งขว้าง
อ้อนต้องซอยเท้าถี่ๆ เพื่อก้าวตามช่วงขายาวของเขาให้ทัน รองเท้าส้นสูงที่สวมใส่ทำให้เธอเดินลำบากจนข้อเท้าพลิกไปหลายครั้ง แต่แรงดึงที่แขนไม่ยอมผ่อนปรนแม้แต่น้อย หากเธอล้ม เขาคงจะลากถูเธอไปกับพื้นอย่างแน่นอน