แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งแสงสีขาวนวลเข้ามาภายในห้องนอนหรูหรา ปลุกให้อ้อนตื่นจากนิทราที่แสนเหนื่อยล้า เธอขยับตัวเพียงเล็กน้อย ความเจ็บร้าวก็แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย โดยเฉพาะบริเวณจุดกึ่งกลางลำตัวที่รู้สึกระบมราวกับถูกฉีกทึ้ง และสะโพกมนที่ยังคงปวดหนึบจากการถูกกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงตลอดค่ำคืนที่ผ่านมา
อ้อนลืมตาขึ้นมองเพดานสูงลิ่วที่ประดับด้วยโคมไฟระย้า ความทรงจำเลวร้ายของเมื่อคืนไหลย้อนกลับเข้ามาในสมองราวกับฉากในภาพยนตร์สยองขวัญ ทั้งความเจ็บปวด เสียงคำรามของเขา และสัมผัสหยาบโลนที่ตีตราจองทุกตารางนิ้วบนร่างกายเธอ น้ำตาเม็ดใสเอ่อล้นออกมาที่หางตาอีกครั้ง เธอพลิกตัวมองไปข้างกาย แต่พบเพียงความว่างเปล่าและรอยยับย่นบนผ้าปูที่นอนสีดำที่บ่งบอกว่าเคยมีใครอีกคนนอนอยู่ตรงนี้
ฉลามหายไปแล้วเหลือทิ้งไว้เพียงกลิ่นกายบุรุษเพศที่ผสมกลิ่นสบู่ราคาแพง และร่องรอยคราบเลือดพรหมจรรย์แห้งกรังที่เปรอะเปื้อนอยู่บนผ้าปูที่นอน เป็นหลักฐานตอกย้ำว่าเธอได้สูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไปแล้ว
“ตื่นแล้วเหรอ”
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นจากมุมห้อง ทำให้อ้อนสะดุ้งเฮือก รีบดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมร่างเปลือยเปล่าของตัวเองจนถึงคอ
ฉลามนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาปลายเตียง เขาอยู่ในชุดลำลองสบายๆ เสื้อโปโลสีน้ำเงินเข้มกับกางเกงขาสั้นสีครีม ผมเผ้าเซตทรงเรียบร้อย ดูหล่อเหลาและสดชื่นราวกับเทพบุตร ต่างจากสภาพของอ้อนที่เหมือนดอกไม้ที่ถูกขยี้จนช้ำคาเตียง ในมือของเขาถือไอแพดอ่านข่าวธุรกิจ จิบกาแฟดำกลิ่นหอมกรุ่นด้วยท่าทีผ่อนคลาย
“ไปอาบน้ำ ฉันให้เวลาสิบนาที แล้วลงไปกินข้าวเช้า” เขาสั่งโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอ
อ้อนกัดริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นเสียงสะอื้น
“คะคุณฉลาม แต่เสื้อผ้าของหนู...”
เธอจำได้ว่าชุดกระโปรงตัวเมื่อคืนถูกเขาฉีกทิ้งจนไม่เหลือชิ้นดี เธอมองไปรอบห้องเพื่อหาเสื้อผ้าใส่ แต่ไม่พบอะไรเลยแม้แต่ชิ้นเดียว ตู้เสื้อผ้าบานใหญ่ที่ฝังผนังอยู่ก็ดูเหมือนจะถูกล็อกเอาไว้
ฉลามวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ แล้วเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่งแต่แฝงแววคุกคาม
“ฉันบอกเธอแล้วไม่ใช่เหรอ กฎของบ้านหลังนี้คือห้ามใส่เสื้อผ้า”
“แต่นี่มันตอนเช้านะคะ แล้วแล้วข้างล่างต้องมีคนงานมีแม่บ้าน” อ้อนเสียงสั่นเครือ แย้งด้วยความตกใจ
“ใช่ มีแม่บ้าน มีพ่อบ้าน มีคนสวน มีบอดี้การ์ดแล้วยังไง?” ฉลามตอบรับหน้าตาเฉย
“หนูทำไม่ได้ หนูจะเดินโป๊ต่อหน้าคนพวกนั้นได้ยังไงหนูอาย!” อ้อนร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น ความอับอายมันรุนแรงกว่าความเจ็บปวดทางกายเสียอีก เธอถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี เป็นกุลสตรีที่รักนวลสงวนตัว การต้องเดินเปลือยกายต่อหน้าธารกำนัลมันเหมือนการฆ่าเธอให้ตายทั้งเป็น
ฉลามลุกขึ้นยืน เดินล้วงกระเป๋าเข้ามาหยุดที่ข้างเตียง เขาก้มลงกระชากผ้าห่มออกจากตัวเธออย่างแรงเพียงครั้งเดียว ร่างกายขาวผ่องที่เต็มไปด้วยรอยจูบสีแดงช้ำแดงเทือกปรากฏแก่สายตาอีกครั้ง
“ว้าย!” อ้อนรีบยกมือปิดหน้าอกและหว่างขา ขดตัวงอเป็นกุ้ง
“อย่าเรื่องมากอ้อน เธอเซ็นสัญญาแล้ว ร่างกายนี้เป็นของฉัน ฉันจะให้ใครดูก็ได้ หน้าที่ของเธอคือเชื่อฟัง หรืออยากจะโดนลงโทษตั้งแต่เช้า?” น้ำเสียงของเขาเริ่มติดรำคาญ
คำว่าลงโทษทำให้อ้อนตัวสั่นเทา ภาพความป่าเถื่อนเมื่อคืนยังตามหลอกหลอน เธอส่ายหน้ารัวๆ ยอมจำนนต่ออำนาจมืด
“ไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้!”
อ้อนพยุงร่างที่บอบช้ำลุกจากเตียง ขาของเธอสั่นจนแทบก้าวไม่ออก แต่ต้องฝืนเดินเข้าห้องน้ำไปภายใต้สายตาคมกริบที่จับจ้องแผ่นหลังและบั้นท้ายของเธอทุกฝีก้าว
สิบห้านาทีต่อมา
อ้อนเดินลงมาจากบันไดวนหินอ่อนด้วยสภาพที่น่าเวทนาที่สุดในชีวิต เรือนผมยาวสลวยที่เพิ่งสระเสร็จถูกปล่อยทิ้งตัวลงมาคลอเคลียแผ่นหลังขาวเนียน ใบหน้าหวานปราศจากเครื่องสำอางดูซีดเซียวแต่ทว่าดวงตากลับแดงช้ำจากการร้องไห้ และที่สำคัญที่สุดเธอไม่มีเสื้อผ้าติดกายแม้แต่ชิ้นเดียว
ความเย็นของเครื่องปรับอากาศภายในคฤหาสน์ปะทะเข้ากับผิวเนื้อเปล่าเปลือย ทำให้ยอดอกสีหวานของเธอแข็งเป็นไตชูชันขึ้นมาอย่างน่าอาย ขนอ่อนลุกชันไปทั้งตัว ทุกย่างก้าวที่เท้าเปล่าสัมผัสกับพื้นเย็นเฉียบ เธอรู้สึกเหมือนกำลังเดินไปสู่ลานประหาร
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องรับประทานอาหารขนาดใหญ่ อ้อนก็แทบอยากจะหมุนตัววิ่งกลับขึ้นไปบนห้องแล้วขังตัวเองไว้ตลอดกาล
ห้องอาหารหรูหราที่ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกใสบานใหญ่มองเห็นสวนสวย โต๊ะอาหารตัวยาวปูด้วยผ้าลูกไม้สีขาวสะอาดตา เครื่องเงินวาววับถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบ แต่สิ่งที่ทำให้อ้อนเข่าอ่อนคือผู้ชม
ฉลามนั่งรออยู่ที่หัวโต๊ะ ใบหน้าเปื้อนยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ และรอบห้องนั้นมีบริวารยืนรอให้บริการอยู่ถึงสี่คน มีแม่บ้านหญิงวัยกลางคนสองคนยืนสำรวมอยู่ที่มุมห้อง และมีพ่อบ้านชาย หนุ่มหน้าตาดีในชุดยูนิฟอร์มสีขาวสะอาดอีกสองคน ยืนถือเหยือกน้ำและโถข้าวรออยู่ที่ข้างโต๊ะ
ทันทีที่อ้อนก้าวเข้ามา สายตาของทุกคนตวัดมามองที่เธอเป็นตาเดียว
แม้แม่บ้านหญิงจะพยายามหลบตาต่ำด้วยความเกรงใจ แต่พ่อบ้านชายหนุ่มทั้งสองคนกลับเผลอจ้องมองร่างเปลือยของเธอตาค้าง แววตาของพวกเขาเบิกกว้างด้วยความตะลึงในความงามและความโป๊เปลือยที่เปิดเผยทุกสัดส่วน
อ้อนเห็นสายตาของพวกเขาไล่มองตั้งแต่หน้าอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมไหว หน้าท้องแบนราบ ลงไปจนถึงเนินเนื้อสาวที่ไร้สิ่งปิดบัง
อ้อนรีบยกมือขึ้นปิดหน้าอกข้างหนึ่ง และใช้อีกมือปิดที่หว่างขา พยายามเดินห่อตัวให้ได้มากที่สุดเพื่อบดบังร่างกาย แต่ยิ่งทำแบบนั้น ท่าทางของเธอก็ยิ่งดูยั่วยวนและน่ารังแกมากขึ้นไปอีก
“มานั่งนี่”
ฉลามตบลงบนเก้าอี้ที่อยู่ทางขวามือของเขา ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใกล้ชิดที่สุด
อ้อนก้มหน้าเดินตัวสั่นงันงกไปนั่งบนเก้าอี้บุผ้านุ่ม สัมผัสของเนื้อผ้าที่เสียดสีกับก้นเปลือยทำให้เธอขนลุกซู่ เธอรีบหุบขาเข้าหากันแน่น เอาแขนกอดอกพยายามปกปิดตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ท่ามกลางสายตาของคนรับใช้ที่ยังคงลอบมองเธอเป็นระยะ
“เสิร์ฟอาหารได้” ฉลามออกคำสั่งเสียงเรียบ
พ่อบ้านหนุ่มคนแรกเดินเข้ามาเทน้ำเปล่าลงในแก้วคริสตัลตรงหน้าอ้อน จังหวะที่เขาโน้มตัวลงมา สายตาของเขาก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองผ่านลำแขนของอ้อนเข้าไปเห็นร่องอกอวบอิ่มที่เบียดชิดกัน อ้อนหน้าแดงก่ำ ร้อนผ่าวไปทั้งตัวจนแทบระเบิด เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นโสเภณีชั้นต่ำที่ถูกจับมาแก้ผ้าโชว์แขก