กลิ่นอาหารหอมกรุ่นถูกนำมาวางตรงหน้า เป็นข้าวต้มกุ้งร้อนๆ ควันฉุย แต่ตอนนี้ต่อให้อาหารเลิศรสแค่ไหน อ้อนก็กลืนไม่ลงแม้แต่คำเดียว
“กินสิ ข้าวต้มกุ้งที่นี่อร่อยนะ” ฉลามคะยั้นคะยอ พลางตักอาหารเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย
อ้อนนั่งนิ่ง มือยังคงกอดอกแน่น ขาหนีบติดกันจนเกร็ง เธอส่ายหน้า น้ำตาหยดแหมะลงบนตัก
“หนูทานไม่ลง ให้หนูไปใส่เสื้อเถอะนะคะขอร้อง”
เสียงของเธอแผ่วเบาเพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคน แต่ในห้องที่เงียบกริบ บ่าวไพร่ทุกคนย่อมได้ยินชัดเจน
ฉลามวางช้อนลงเสียงดัง บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความเงียบสงบเป็นความตึงเครียดในพริบตา พ่อบ้านแม่บ้านรีบก้มหน้ามองพื้น ตัวสั่นด้วยความกลัวนายใหญ่
ฉลามหันมามองอ้อนด้วยสายตาดุ ดุดันยิ่งกว่าเมื่อคืน
“เอามือออก”
“คะ?” อ้อนเงยหน้ามองเขาด้วยความไม่เข้าใจ
“ฉันสั่งให้เอามือออกจากหน้าอก และเอาออกจากหว่างขาเดี๋ยวนี้ เธอกำลังเสียมารยาทบนโต๊ะอาหาร ผู้ดีเขาไม่นั่งกอดอกกุมเป้ากินข้าวกันหรอกนะ” ฉลามพูดเน้นทีละคำ
“ตะแต่ ถ้าเอามือออกมันก็เห็นหมดสิคะ” อ้อนหน้าซีด
“ก็ให้มันเห็นสิ! ร่างกายเธอสวยจะตายจะปิดทำไม หรือว่ากลัวคนพวกนี้เห็น? พวกมันเห็นตั้งแต่เธอเดินลงบันไดมาแล้วอ้อน จะมาปิดตอนนี้ก็สายไปแล้ว” ฉลามตะคอก เขาผายมือไปทางพ่อบ้านหนุ่มสองคนที่ยืนหน้าแดงก่ำอยู่ไม่ไกล
คำพูดแทงใจดำทำให้อ้อนเจ็บปวดจนจุกอก ใช่พวกเขาเห็นหมดแล้ว เห็นยอดอกสีชมพู เห็นหน้าท้อง เห็นแม้กระทั่งขนอ่อนที่ท้องน้อย
“เอามือออกวางมือไว้บนโต๊ะ แล้วนั่งกินข้าวดีๆ ถ้าไม่ทำฉันจะให้พ่อบ้านสองคนนี้เข้ามาป้อนข้าวเธอถึงปาก”
คำขู่นั้นได้ผลชะงัด อ้อนกลัวการถูกผู้ชายอื่นแตะต้องยิ่งกว่าความอาย เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กลั้นใจค่อยๆ คลายมือที่กอดอกออก ปล่อยให้ทรวงอกอวบอิ่มเด้งผึงออกมาสู่สายตาชาวโลกอีกครั้ง ยอดถันสีหวานชูชันท้าสายตาพ่อบ้านที่ลอบมองตาเป็นมัน
เธอค่อยๆ ยกมือที่ปิดหว่างขาออก แล้ววางมือทั้งสองข้างลงบนโต๊ะข้างจานข้าวตามคำสั่ง ความรู้สึกโล่งโจ้งช่วงล่างมันน่าหวาดหวั่น ลมเย็นๆ จากเครื่องปรับอากาศพัดผ่านจุดซ่อนเร้นที่เปียกชื้นทำให้เธอสะท้านไหว
“ดี แต่มันยังไม่พอ ท่านั่งของเธอมันยังดูเกร็งไปนะ” ฉลามยิ้มมุมปากอย่างพอใจ เขามองหน้าอกสวยของเธอที่กระเพื่อมแรงจากการร้องไห้ด้วยสายตาโลมเลีย
อ้อนสะดุ้ง เงยหน้ามองเขาด้วยแววตาตื่นตระหนก
“คุณฉลามจะให้หนูทำอะไรอีก”
“นั่งกินข้าวต้องนั่งสบายๆ สิ อ้าขาออกอ้อน อ้าออกให้กว้างๆ” ฉลามวางศอกลงบนโต๊ะ เท้าคางมองเธอด้วยสายตาเจ้าเล่ห์และวิปริต
“ไม่! ไม่ได้นะคะ มันมันน่าเกลียดเกินไป แล้วยังมีผู้ชายอยู่นะคะ” อ้อนปฏิเสธเสียงหลง
“ฉันสั่ง อ้าขาออก ถ่างขาให้กว้างที่สุด เดี๋ยวนี้!” เสียงของฉลามดังกัมปนาท
แม่บ้านหญิงรีบหันหน้าหนีด้วยความสงสารระคนตกใจ ส่วนพ่อบ้านหนุ่มสองคนพยายามเก็บอาการ แต่สายตากลับจับจ้องไปที่ใต้โต๊ะอย่างคาดหวัง
อ้อนร้องไห้โฮ ร่างกายสั่นเทาเหมือนลูกนกตกน้ำ เธอไม่มีทางสู้ เธอเป็นแค่ทาสในเรือนเบี้ย เป็นแค่ของเล่นของเขา
ด้วยความกลัวว่าจะถูกลงโทษหนักกว่านี้ อ้อนจำใจต้องทำตามคำสั่งวิปริตนั้น เธอค่อยๆ คลายกล้ามเนื้อขาที่เกร็งแน่น ค่อยๆ ขยับเข่าแยกออกจากกันช้าๆ ช้าๆ
วินาทีที่เรียวขาขาวผ่องแยกออกจากกัน ความลับที่ถูกซ่อนเร้นก็ปรากฏแก่สายตา กลีบดอกไม้สีชมพูระเรื่อที่อวบอูมและบวมช้ำจากบทรักเมื่อคืน เผยโฉมออกมาทักทายโลกภายนอก
สิ่งที่น่าอับอายที่สุดไม่ใช่แค่การเปิดเผย แต่มันคือปฏิกิริยาของร่างกายเธอที่ทรยศต่อเจ้าของ ความหวาดกลัว ความตื่นเต้น และความรู้สึกของการถูกจ้องมองที่ถูกปลุกเร้าโดยไม่รู้ตัว ทำให้ร่องเนื้อสาวของเธอขับเคลื่อนของเหลวออกมา
น้ำหวานใสๆ ผสมกับคราบน้ำรักที่ตกค้าง ไหลเยิ้มออกมาจากปากทางรักที่ขมิบตุบๆ มันไหลย้อยลงมาเปรอะเปื้อนกลีบกุหลาบงามจนแฉะฉ่ำ สะท้อนแสงไฟเป็นประกายวาววับ
“โอ้โห ดูสิปากบอกว่าอาย แต่ข้างล่างแฉะจนน้ำหยดแล้วนี่” ฉลามอุทานออกมา จงใจให้ได้ยินกันทั่ว
“ฮือไม่ใช่ไม่ใช่นะคะ” อ้อนส่ายหน้าปฏิเสธทั้งน้ำตา หน้าแดงก่ำจนลามไปถึงใบหูและลำคอ เธออายจนอยากจะกลั้นใจตายเสียตรงนี้
“ดูสิพวกแก ดูของเล่นของฉันสิแค่สั่งให้อ้าขา น้ำก็เดินแล้วลามกจริงๆ เลยนะแม่นักศึกษาคนเก่ง” ฉลามหันไปพูดกับพ่อบ้าน
พ่อบ้านหนุ่มสองคนหน้าแดงจัด ลอบมองจุดกึ่งกลางลำตัวของอ้อนที่เปิดอ้าซ่าอยู่ใต้โต๊ะด้วยความตะลึงงัน พวกเขาเห็นกลีบเนื้อนูนเด่นที่มีน้ำเมือกใสๆ เคลือบอยู่ชัดเจน เห็นรอยแดงช้ำที่นายใหญ่ฝากไว้ เห็นการขมิบตัวของร่องเนื้อที่เชิญชวน
อ้อนรับรู้ได้ถึงสายตาเหล่านั้นสายตาที่มองลอดเข้ามาใต้โต๊ะ มองจ้องไปยังจุดที่สงวนที่สุดของเธอ ความรู้สึกร้อนวูบวาบแล่นพล่านไปที่ท้องน้อย มันเป็นความรู้สึกผสมปนเประหว่างความอัปยศอดสูที่สุดในชีวิต กับความเสียวซ่านประหลาดที่เกิดจากการถูกจับจ้องในสภาพที่เปราะบางที่สุด
“เอาล่ะนั่งท่านั้นไว้ ห้ามหุบขาเด็ดขาด ถ้าน้ำจากตรงนั้นหยดลงพื้นเมื่อไหร่ ฉันจะให้เธอคลานลงไปเช็ดด้วยลิ้น” ฉลามสั่งเสียงเข้ม แล้วตักข้าวต้มกินต่ออย่างสบายใจ
อ้อนต้องนั่งกินข้าวทั้งน้ำตาในสภาพเปลือยเปล่า มือวางบนโต๊ะ และช่วงล่างถ่างกว้างโชว์ความสาวที่เปียกชื้นต่อหน้าคนแปลกหน้า ทุกคำที่ตักข้าวเข้าปาก เธอต้องพยายามกลั้นเสียงสะอื้น และต้องควบคุมไม่ให้ร่างกายสั่นจนเผลอหุบขา
มื้อเช้ามื้อแรกในบ้านหลังนี้ ไม่ใช่มื้ออาหารเพื่อเติมพลังแต่มันคือความบ้าคลั่ง ที่ฉลามจงใจจัดขึ้นเพื่อทำลายกำแพงความยางอายของเธอให้พังทลายลงอย่างราบคาบ
เขาไม่ได้แค่มองดูเธอด้วยความสะใจ แต่เขามองด้วยความภาคภูมิใจ
สายตาของฉลามที่มองอ้อน ไม่ใช่สายตาของคนที่เห็นของแปลก แต่เป็นสายตาของนักสะสมงานศิลปะที่กำลังอวดผลงานชิ้นเอกให้คนอื่นดูผลงานศิลปะที่มีชีวิต ที่เขาปั้นแต่งขึ้นด้วยมือของเขาเอง ให้กลายเป็นผู้หญิงร่านรักที่เชื่อฟังคำสั่งเขาทุกอย่าง
“เก่งมากอ้อน กินเยอะๆ เพราะวันนี้เธอต้องใช้แรงอีกเยอะ” ฉลามเอ่ยชมเมื่ออ้อนฝืนกินข้าวได้ครึ่งชาม โดยที่ขายังคงอ้ากว้างโชว์เนินเนื้อแฉะเยิ้มอยู่
เขาแสยะยิ้มที่ทำให้อ้อนขนลุกไปถึงกระดูกสันหลัง เพราะเธอรู้ดีว่าแรงที่ต้องใช้ ไม่ใช่แรงทำงานบ้านแต่เป็นแรงรองรับอารมณ์ของเขาที่จะตามมาอีกระลอกใหญ่ในไม่ช้านี้