05.30 น.
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นท่ามกลางความมืดของห้องนอนขนาดเล็ก
เหนือฟ้า บุญมี ลืมตาตื่นแทบจะทันที
วันนี้เป็นวันแรกของการทำงาน
วันแรกของการเป็นมนุษย์เงินเดือน
วันแรกของชีวิตใหม่ที่เขารอคอยมานาน
เด็กหนุ่มนอนมองฝ้าเพดานเก่า ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรอยยิ้มจะค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้า
ในที่สุดทุกอย่างก็กำลังจะเริ่มต้นเสียที
เรียนจบแล้ว ได้งานแล้ว
เงินเดือนก็ดีกว่าที่คิด
ถ้าขยันเก็บเงินอีกหน่อย เขาอาจช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อกับแม่ได้มากขึ้น
แค่คิดก็มีแรงลุกจากเตียงแล้ว
เหนือฟ้าคว้าผ้าเช็ดตัวพาดบ่า เดินเข้าห้องน้ำด้วยอารมณ์ดี
ก่อนจะหมุนก๊อกน้ำอย่างมั่นใจ
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เด็กหนุ่มกะพริบตา
แล้วหมุนอีกครั้ง
เงียบ
ก๊อกน้ำตั้งอยู่ตรงนั้นอย่างสงบนิ่ง
ราวกับไม่เคยรู้จักคำว่าน้ำมาก่อน
"อย่าเล่นนะ"
เหนือฟ้าพูดกับก๊อกน้ำด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ก่อนลองเปิดเป็นรอบที่สาม
ผลลัพธ์ยังเหมือนเดิม
เด็กหนุ่มหลับตาลงช้า ๆ
สูดลมหายใจเข้าลึก
วันนี้เป็นวันแรกของการทำงาน
เขาจะไม่หัวร้อน
เขาจะคิดบวก
เขาจะเป็นคนใหม่
คนที่โตแล้ว
"เหนือ!"
เสียงแม่ดังลั่นมาจากหน้าบ้าน
"น้ำประปาไม่ไหลทั้งซอย!"
เหนือฟ้าลืมตาขึ้น
ก่อนถอนหายใจอย่างโล่งอก
โอเค
อย่างน้อยวันนี้ไม่ได้ซวยคนเดียว
แต่ความสบายใจนั้นอยู่ได้ไม่ถึงสิบนาที
เพราะบ้านของเขาดันใช้น้ำสำรองหมดพอดี
สุดท้ายเหนือฟ้าจึงต้องถือขันเดินไปขอน้ำบ้านป้าสมพรข้าง ๆ
"อ้าวเหนือ"
ป้าสมพรยิ้มกว้าง
"วันแรกของงานเหรอลูก"
"ครับ"
"หล่อขึ้นนะ"
"ขอบคุณครับ"
"ว่าแต่กางเกงในลายเป็ดที่ป้าซื้อให้ยังใส่อยู่ไหม"
เหนือฟ้าชะงัก
"ป้า..."
"หืม"
"ผมอายุยี่สิบสองแล้ว"
"ก็ป้าซื้อให้นี่"
"ผมทราบครับ"
"ใส่สบายไหม"
"ป้า..."
"โอเค ๆ ไม่ถามแล้ว"
เหนือฟ้ารีบตักน้ำราดตัวทันที
ก่อนที่บทสนทนาจะลุกลามไปมากกว่านี้
06.40 น.
ทุกอย่างดูเหมือนจะกลับมาเป็นปกติ
อย่างน้อยเขาก็อาบน้ำเสร็จแล้ว
แต่งตัวเรียบร้อยแล้ว
พร้อมสำหรับวันแรกของการทำงานแล้ว
เหนือฟ้าก้าวออกจากบ้านด้วยความหวังเต็มเปี่ยม
แกร๊ก!
สายกระเป๋าสะพายขาด
หลุดต่อหน้าต่อตา เด็กหนุ่มยืนนิ่ง
มองกระเป๋า กระเป๋ามองกลับ
"เอาจริงดิ"
สุดท้ายเขาต้องนั่งเย็บสายกระเป๋าอยู่หน้าบ้านเกือบสิบห้านาที
07.20 น.
เหนือฟ้ามาถึงป้ายรถเมล์
รถสายที่ต้องขึ้นกำลังแล่นมา
ตรงเวลา
เป๊ะ
เด็กหนุ่มแทบอยากร้องไห้
ในที่สุดโชคชะตาก็เห็นใจเขาสักที
แล้ววินาทีต่อมา
ครืนนนนนน
รถเมล์ดับสนิทต่อหน้าป้าย
ควันดำพวยพุ่งขึ้นฟ้า
คนขับลงมายืนเกาหัว
"รถเสียครับ"
เหนือฟ้าเงยหน้ามองท้องฟ้า
"ผมขอถามจริง ๆ"
"ผมไปทำอะไรให้"
ผู้โดยสารรอบข้างหันมามองพร้อมกัน
เด็กหนุ่มรีบก้มหน้า
โอเค
พูดคนเดียวกลางถนนไม่ใช่เรื่องปกติ
สุดท้ายเขาต้องวิ่งไปขึ้นรถไฟฟ้าแทน
และในระหว่างวิ่งนั้นเอง
แปะ!
เสียงบางอย่างดังขึ้นใต้ฝ่าเท้า
เหนือฟ้าหยุดมอง
ก่อนพบว่า
พื้นรองเท้าข้างซ้ายกำลังเปิดอ้า
เหมือนปลาดุกกำลังหายใจเฮือกสุดท้าย
เด็กหนุ่มยืนนิ่งอยู่กลางฟุตปาธ
มองรองเท้า
มองท้องฟ้า
มองชีวิตตัวเอง
แล้วถอนหายใจยาว
"เหนือฟ้า บุญมี"
"บุญอยู่ไหนไม่รู้"
"แต่กรรมมีแน่นอน"
จากนั้นก็วิ่งต่อพร้อมรองเท้าปลาดุกคู่ใจ
โดยไม่รู้เลยว่า
น้ำไม่ไหล
สายกระเป๋าขาด
รถเมล์เสีย
และรองเท้าพัง
กำลังจะกลายเป็นเรื่องเล็กที่สุดของวัน
เหนือฟ้า บุญมี วิ่งเข้ามาในอาคารสำนักงานใหญ่ได้ทันเวลาอย่างหวุดหวิด
แม้รองเท้าข้างซ้ายจะอยู่ในสภาพใกล้ตาย
แต่เจ้าตัวก็ยังภูมิใจ
อย่างน้อยเขาก็ยังไม่ตกงานวันแรก
เด็กหนุ่มก้มมองบัตรพนักงานชั่วคราวในมือ
ก่อนสูดหายใจเข้าลึก
"สู้โว้ย"
แล้วเดินตามเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลขึ้นลิฟต์ไป
โดยไม่รู้เลยว่า
ในเวลาเดียวกัน
ลิฟต์ส่วนตัวอีกตัวหนึ่งกำลังเคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นบนสุดของอาคาร
ภีมภัทร อัครเมธากุล ก้าวออกจากรถอย่างสงบ
เช้านี้เขาตื่นสายกว่าปกติสิบนาที
แต่กลับไม่เจอรถติดแม้แต่น้อย
สัญญาณไฟจราจรทุกแยกเปลี่ยนเป็นสีเขียวพอดี
แม้กระทั่งช่องจอดรถประจำที่ปกติจะมีคนมาจอดรอส่งของ
วันนี้ก็ว่างอยู่พอดี
เหมือนทุกอย่างจัดเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว
เลขาศรียืนรออยู่หน้าลิฟต์
พร้อมกาแฟแก้วโปรดในมือ
"อรุณสวัสดิ์ค่ะท่านประธาน"
"อรุณสวัสดิ์ครับ"
ภีมภัทรรับแก้วกาแฟมา
ก่อนเลิกคิ้วนิด ๆ
เมื่อเห็นกระดาษสีทองเสียบอยู่ข้างแก้ว
"อะไร"
เลขาศรียิ้ม
"รางวัลค่ะ"
"อีกแล้วเหรอ"
"ค่ะ"
ภีมภัทรถอนหายใจเบา ๆ
เลขาศรีกลับหัวเราะ
"ร้านกาแฟแจ้งว่าคุณเป็นลูกค้าผู้โชคดีประจำเดือน"
"ได้คูปองเงินสดห้าพันบาทค่ะ"
ภีมภัทรเงียบไป
ส่วนเลขาศรีเริ่มนับต่อ
"เดือนก่อนจับฉลากได้ทอง"
"สองเดือนก่อนถูกรางวัลแพ็กเกจท่องเที่ยว"
"ต้นปีได้ทีวี"
"ปลายปีที่แล้วได้โทรศัพท์"
"ปีนี้ยังไม่เคยซื้อหวยเลยนะคะ"
ภีมภัทรยกกาแฟขึ้นจิบ
สีหน้าไม่ได้ยินดียินร้าย
เหมือนคนที่ชินกับการโชคดีไปแล้ว
"เอาไปแจกพนักงานก็แล้วกัน"
"ค่ะ"
เลขาศรีตอบอย่างรู้งาน
เพราะคำตอบนี้แทบไม่เคยเปลี่ยน
ในขณะที่เหนือฟ้ากำลังนั่งกังวล
ว่ารองเท้าจะพังก่อนจบวันไหม
ภีมภัทรกำลังนั่งอ่านรายงานยอดขาย
พร้อมคูปองเงินสดห้าพันบาทที่ได้มาฟรี ๆ
คนหนึ่งใช้ชีวิตเหมือนโชคชะตาคอยแกล้ง
อีกคนใช้ชีวิตเหมือนโชคชะตาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
และทั้งสองคนยังไม่รู้เลยว่า
อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า
ชีวิตของพวกเขาจะเปลี่ยนไปตลอดกาล