ร้ายปรารถนา

ตอนที่ 2: ตอนที่ 2

👁️ 57 อ่าน
22px

ตอนที่ 2

"ผมผ่านมาทางนี้พอดี เลยแวะมาครับ"

"ขอบคุณนะคะ วันนี้รับอะไรดีคะ"

ลักษิกายิ้มต้อนรับอย่างเป็นกันเอง พลางยื่นเมนูเครื่องดื่มและอาหารให้ชายหนุ่ม

เช้าวันนี้เป็นวันธรรมดา ภายในร้านยังเงียบสงบไม่มีลูกค้าคนอื่นเลย ปริญจึงกลายเป็นลูกค้าคนแรกของวัน

ชายหนุ่มกวาดตามองเมนูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนสั่งกาแฟแก้วโปรด พร้อมอาหารเช้าอีกหนึ่งชุด

“รอสักครู่นะคะ"

หญิงสาวรับรายการอาหารแล้วเดินกลับมายังเคาน์เตอร์ ทันทีที่เธอหันหลัง นิดหน่อยซึ่งแอบสังเกตการณ์อยู่ก่อนแล้วก็รีบขยับเข้ามาหา สีหน้าของเด็กสาวเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

“พี่แพมเข้าไปทำอาหารเถอะ เดี๋ยวนิดชงกาแฟเอง"

ลักษิกาส่ายหน้าเบา ๆ

“ก็ได้จ้ะ นิดช่วยชงกาแฟแล้วดูแลลูกค้าให้พี่แป๊บหนึ่งนะ"

วันนี้เอมอร แม่ครัวประจำร้าน ลาหยุดกะทันหัน ทำให้เธอต้องรับหน้าที่เข้าครัวแทน ก็ได้แต่หวังว่าวันนี้ลูกค้าจะไม่แน่นร้านจนมือไม้พันกัน

“ไม่เอาค่ะ"

นิดหน่อยรีบค้าน

"พี่แพมชงกาแฟดีกว่า เมนูนี้นิดทำเองได้ ไข่ดาว ขนมปังปิ้ง แล้วก็ไส้กรอก ง่ายจะตาย"

ลักษิกาเลิกคิ้ว

"แน่ใจนะ"

"แน่ใจสิคะ"

เด็กสาวยิ้มกว้าง ก่อนกระซิบเสียงเบา

“ลูกค้าสุดหล่อคงหิวแย่แล้ว"

พูดจบก็หมุนตัววิ่งเข้าครัวทันที ทิ้งให้ลักษิกาส่ายหน้ายิ้ม ๆ ก่อนเดินอ้อมเข้าไปหลังเคาน์เตอร์เพื่อเริ่มชงกาแฟ

ระหว่างมือบางบรรจงบดเมล็ดกาแฟและชงเครื่องดื่ม กลับเผลอเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มอยู่หลายครั้ง

และทุกครั้ง...

เธอก็พบว่าเขากำลังมองมาทางเธอเช่นกันพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นที่ไม่เคยจางหายจากใบหน้า

หญิงสาวรีบหลุบตาลง กลบเกลื่อนความรู้สึกประหลาดที่เริ่มก่อตัวในหัวใจ

ไม่นานกาแฟก็พร้อมเสิร์ฟ

"กาแฟได้แล้วค่ะ ส่วนอาหารรอสักครู่นะคะ"

"ขอบคุณครับ"

เขารับแก้วกาแฟไป ก่อนเอ่ยเรียกไว้เมื่อเห็นเธอกำลังจะเดินกลับ

"เดี๋ยวครับ"

ลักษิกาหันกลับมา

"คะ"

ชายหนุ่มยิ้มอย่างสุภาพ

"ผมชื่อปริญครับ"

เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย

"ผมขอรู้ชื่อคุณได้ไหม"

หญิงสาวยิ้มบาง ๆ

"เรียกฉันว่าแพมก็ได้ค่ะ"

เธอผายมือเชื้อเชิญ

"เชิญตามสบายนะคะ...คุณปริญ"

ดวงตาของชายหนุ่มเป็นประกายขึ้นทันที

"ขอบคุณครับคุณแพม"

เขาหยิบเงินสดวางลงบนถาดรับเงิน ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ

"ผมคงแวะมาที่นี่บ่อย ๆ ครับ ที่ทำงานของผมอยู่ไม่ไกลจากร้าน"

"ยินดีมากเลยค่ะ"

เธอตอบพร้อมรอยยิ้ม

"ร้านหยุดแค่วันพุธวันเดียวนะคะ"

ปริญหัวเราะเบา ๆ

"งั้นผมจะจำไว้เลยครับ จะได้ไม่หลงมาวันพุธอีก"

เขาส่งยิ้มกว้าง

"แล้วก็...ขอบคุณสำหรับส่วนลดนะครับ"

"ด้วยความยินดีค่ะ"

ไม่นานร่างสูงก็เดินออกจากร้านไป

ไม่มีใครทันสังเกตว่าเขามาด้วยรถอะไร เพราะลานจอดรถด้านหน้าร้านยังว่างเปล่า ไม่มีรถจอดแม้แต่คันเดียว

ทุกคนเห็นเพียงแผ่นหลังกว้างที่ค่อย ๆ เดินลับสายตาออกไปทางหน้ารั้ว

ทันทีที่ประตูปิดลง นิดหน่อยก็ทำเสียงเลียนแบบชายหนุ่มเสียจนลักษิกาหลุดหัวเราะ

"ผมคงแวะมาที่นี่บ่อย ๆ ครับ...ที่ทำงานของผมอยู่ไม่ไกล"

เด็กสาวยักคิ้ว

"โอ๊ย...มองจากดาวอังคารยังรู้เลยค่ะพี่แพม"

"ว่าอะไร"

"ก็เขาจีบพี่ชัด ๆ น่ะสิ"

ลักษิกาส่ายหน้าอย่างเอือม ๆ

"คิดไปใหญ่"

"ไม่ได้คิดค่ะ"

นิดหน่อยทำหน้าจริงจัง

"ผู้ชายเขาไม่ได้มองพี่แบบลูกค้าทั่วไปหรอก"

เธอเว้นจังหวะ ก่อนหัวเราะคิก

"แต่น่าเสียดาย..."

"อะไรอีก"

"ถึงจะหล่อมากกกก..."

เด็กสาวลากเสียงยาว

"แต่ธรรมดาไปหน่อยไม่ใช่สเป็กพี่แพมหรอก"

ลักษิกาหัวเราะออกมาเบา ๆ

"รู้ดีเกินไปแล้วนะเรา"

นิดหน่อยหัวเราะชอบใจ

ตลอดเวลาที่ทำงานด้วยกัน เธอรู้ดีว่าเจ้านายสาวไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน ต่อให้เลิกทำร้านกาแฟวันนี้ ก็ยังใช้ชีวิตสบาย ๆ ได้อีกหลายปี

ร้านแห่งนี้ไม่มีภาระค่าเช่า ที่ดินก็เป็นของลักษิกาเอง ทุกวันนี้กิจการมีแต่กำไร

แต่เรื่องหนึ่งที่นิดหน่อยไม่เคยเข้าใจเลยก็คือ...

มีผู้ชายมาจีบลักษิกาไม่น้อย บางคนฐานะดี บางคนหน้าตาดี บางคนเพียบพร้อมแทบทุกอย่าง

ทว่า... ไม่เคยมีใครได้โอกาสก้าวเข้าไปในหัวใจของเธอเลย

 

 

ร่างบางพลิกตัวไปมาบนเตียงอย่างกระสับกระส่าย

เงาดำที่เคยหายไปจากความฝันนานหลายปี กลับปรากฏขึ้นอีกครั้ง

มันยืนอยู่เบื้องหน้า... นิ่งงัน มืดมิดและชวนหวาดหวั่น

"กรี๊ดดด!" ลักษิกาหวีดร้องสุดเสียง พลางสะบัดตัวราวกับต้องการสลัดภาพตรงหน้าให้หายไป ทุกครั้งที่เธอดิ้นรน เงาดำเหล่านั้นจะค่อย ๆ เลือนรางลง

แต่ครั้งนี้... มันกลับก้าวเข้ามาช้า ๆ ช้าเสียจนความหวาดกลัวคืบคลานเข้ามาบีบรัดหัวใจ

มือสีดำทอดยาวออกมาตรงหน้า ก่อนเสียงแหบกร้าวจะดังขึ้นราวกับกรีดผ่านโสตประสาท

"แก...ต้องชดใช้!"

"ไม่! ช่วยด้วย! ออกไป...ไป!"

"กรี๊ดดด!"

ลักษิกาสะดุ้งพรวดลุกขึ้นนั่งบนเตียง หัวใจเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกจากอก ลมหายใจหอบกระชั้น เหงื่อเย็นชุ่มแผ่นหลังทั้งที่เครื่องปรับอากาศยังทำงานอยู่

แสงอาทิตย์ยามเช้าที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา ทำให้เธอค่อย ๆ ดึงสติกลับคืน

หญิงสาวหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนผ่อนออกช้า ๆ กว่าจะสงบลงได้ก็ใช้เวลาอยู่พักใหญ่

ไม่มีเงาดำ... ไม่มีเสียงประหลาด... ทุกอย่างเป็นเพียงความฝัน

แต่เป็นฝันร้ายที่ไม่ได้กลับมาเยี่ยมเยือนเธอนานแล้ว

นับตั้งแต่เปิดร้านกาแฟ ความฝันเหล่านั้นก็ค่อย ๆ จางหายไป จนเธอเกือบคิดว่าตัวเองหลุดพ้นจากอดีตได้แล้ว

ทว่าคืนนี้... มันกลับชัดเจนกว่าทุกครั้ง

โดยเฉพาะเสียงแหบกร้าวที่ยังดังก้องอยู่ในหู ราวกับใครบางคนมายืนตะโกนอยู่ข้างเตียง จนเธอรู้สึกปวดแปลบไปทั่วร่าง

จะว่าเป็นวิญญาณของดลการ... ลักษิกาก็ไม่เชื่อ

เธอไม่ใช่คนงมงายในเรื่องเหนือธรรมชาติ แม้ภาพการเสียชีวิตของดลการจะยังตามหลอกหลอนทุกครั้งที่นึกถึง แต่เธอไม่เคยคิดว่าอีกฝ่ายยังวนเวียนอยู่บนโลกนี้

บางที... สิ่งที่ยังไม่ยอมปล่อยเธอไป อาจไม่ใช่วิญญาณของใครแต่เป็นจิตใต้สำนึกของตัวเธอเอง

ความรู้สึกผิด ความหวาดกลัว และบาดแผลในใจที่ไม่เคยสมาน

ครั้งหนึ่งเธอเคยเข้ารับการรักษากับจิตแพทย์ หวังว่าจะลบภาพจำอันเลวร้ายเหล่านั้นออกจากชีวิต

อาการดีขึ้นอยู่ช่วงหนึ่ง แต่สุดท้าย...ฝันร้ายก็ย้อนกลับมาเหมือนเดิม

 

“พี่แพม...สีหน้าไม่ค่อยดีเลยค่ะ ไม่สบายหรือเปล่า"

เสียงของนิดหน่อยดึงลักษิกาออกจากภวังค์

ยังไม่ทันที่เธอจะตอบ เอมอร แม่ครัววัยกลางคนก็เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเป็นห่วง

"นั่นสิคะคุณแพม ป้าเห็นตั้งแต่เดินเข้าร้านแล้ว หน้าซีดเชียว"

หญิงสาวยิ้มบาง ๆ พยายามทำให้ทั้งสองสบายใจ

"เมื่อคืนอ่านนิยายเพลินไปหน่อยค่ะ เลยนอนดึก เช้านี้ก็เลยมึน ๆ นิดหน่อย"

เธอว่าพลางหัวเราะเบา ๆ

“เดี๋ยวแพมช่วยรับลูกค้าก่อน ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ค่อยขึ้นไปพัก”

“พักบ้างก็ดีนะคะ” เอมอรเอ่ยอย่างอ่อนโยน

"วันนี้ลูกค้าไม่น่าเยอะ ป้ากับนิดช่วยกันดูแลก็ได้ค่ะ"

“ขอบคุณนะคะ”

ลักษิกาส่งยิ้มให้ทั้งคู่หากยังไม่ทันขาดคำ เสียงกระดิ่งเหนือประตูก็ดังขึ้น

กรุ๊งกริ๊ง...

นิดหน่อยมองไปทางหน้าร้าน ก่อนยิ้มกว้าง

"ลูกค้ามาแล้วค่ะ"

เธอชะโงกหน้าออกไปมอง ก่อนร้องอย่างดีใจ

“อ้าว...คุณปริญนี่เอง”

ชายหนุ่มเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มคุ้นเคย

“สวัสดีครับทุกคน” เขาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงสดใส

“ผมมาเช้าเกินไปหรือเปล่าครับ”

“ไม่เลยค่ะ” ลักษิกาตอบพร้อมหยิบเมนูขึ้นมาตามหน้าที่

“เชิญนั่งก่อนนะคะ”

ปริญทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ประจำ ก่อนหันไปทางห้องครัว

“ป้าเอมครับ วันนี้ช่วยจัดเมนูเช้าให้ผมเหมือนเดิมนะครับ”

ปริญยิ้มบางเบาให้แม่ครัว

“วันนี้งานเยอะ ผมคงไม่ได้กินอะไรอีกทีก็เย็นเลย"

เอมอรยิ้มอย่างเอ็นดู

“ได้เลยค่ะคุณปริญ รอป้าแป๊บเดียวนะคะ” พูดจบก็เดินเข้าครัวทันที

นิดหน่อยมองภาพนั้นแล้วยิ้มอยู่คนเดียว

ไม่มีใครรู้ว่าปริญทำงานอะไร รู้เพียงว่าในหนึ่งสัปดาห์ เขาจะโผล่มาที่ร้านหนึ่งหรือสองครั้ง บางวันมาแต่เช้า บางวันก็แวะมาตอนใกล้ปิดร้านเพื่อฝากท้องมื้อเย็น

เขาไม่เคยแสดงออกจนเกินงาม แต่ความสุภาพ อัธยาศัยดี และรอยยิ้มที่จริงใจ ทำให้ทุกคนในร้านคุ้นเคยกับเขาอย่างรวดเร็ว

“คุณนิดครับ”

ปริญหันไปยิ้มให้เด็กสาว

"วันนี้ผมขอ เอสเปรสโซ เหมือนเดิมนะครับ"

"ได้เลยค่ะคุณปริญ รอสักครู่นะคะ"

นิดหน่อยรับคำอย่างกระตือรือร้น ก่อนรีบหันไปเตรียมกาแฟทันที

ชายหนุ่มจึงหันกลับมามองลักษิกา

“คุณแพมดูไม่ค่อยสดชื่นเลยนะครับ ถ้าไม่สบายก็ไม่ต้องมาดูแลผมหรอก ผมรีบกินแล้วก็ไปได้”

หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ

“อย่ารีบขนาดนั้นเลยค่ะ เดี๋ยวจะจุกเอา”

เธอหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างเป็นธรรมชาติ

“ฉันแค่เพลียนิดหน่อย เพราะนอนดึกค่ะ”

ลักษิกาไม่ค่อยนั่งคุยกับลูกค้าคนไหนนัก

แต่กับปริญ... เธอกลับรู้สึกว่าอีกฝ่ายทำให้การสนทนาเป็นเรื่องสบาย ๆ จนไม่อึดอัด

“ช่วงนี้งานผมเองค่อนข้างยุ่งครับ”

เขายิ้มเจื่อน ๆ

“เจ้านายเร่งงานตลอด แทบไม่มีเวลาพัก”

“อย่างนี้ก็ไม่ค่อยได้กินข้าวเที่ยงน่ะสิคะ”

“ครับ”

เขาพยักหน้า ก่อนรับแก้วเอสเปรสโซจากนิดหน่อย

“ขอบคุณครับ”

“ยินดีค่ะ”

เด็กสาวยิ้มตอบ ก่อนรีบเดินกลับหลังเคาน์เตอร์ ซ่อนอาการเขินกับรอยยิ้มของลูกค้าหนุ่ม

ลักษิกามองปริญด้วยแววตาเป็นห่วง

“สุขภาพสำคัญนะคะ ถ้าเป็นไปได้...ไม่ลองดูงานใหม่ๆเหรอคะ งานที่ทำจนไม่มีเวลากินข้าวแบบนี้ ไม่คุ้มกับสุขภาพหรอกค่ะ”

ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ

“ผมก็อยากเปลี่ยนเหมือนกันครับ”

เขายกแก้วกาแฟขึ้นจิบ

“แต่ช่วงนี้หางานดี ๆ ค่อนข้างยาก”

“งั้นมาทำงานกับพี่แพมสิคะ” นิดหน่อยโพล่งขึ้นหลังจากเคาน์เตอร์บาร์

“ร้านเรากำลังรับคนพอดี”

ลักษิการีบหันไปมองเด็กสาวตาเขียว แต่เจ้าตัวกลับหัวเราะคิกคักอย่างไม่สะทกสะท้าน

เธอไม่ได้พูดผิดเสียหน่อย... ก็ร้านกำลังรับพนักงานเพิ่มจริง ๆ นี่นา

ปริญชะงักไปเล็กน้อย ก่อนหันมามองเจ้าของร้านด้วยดวงตาคมฉายแววคาดหวังอย่างปิดไม่มิด

“จริงหรือครับคุณแพม”

ลักษิกาถอนหายใจเบา ๆ ก่อนพยักหน้า

“ค่ะ ช่วงนี้ลูกค้าเยอะขึ้นเรื่อย ๆ แค่ฉันกับนิดเริ่มดูแลไม่ทั่วแล้ว บางวันยังต้องเข้าไปช่วยป้าเอมเตรียมอาหารอีก เลยอยากได้คนมาช่วยรับลูกค้า เสิร์ฟอาหาร แล้วก็ดูแลหน้าร้าน”

ปริญเงียบไปอึดใจ ก่อนคลี่ยิ้ม

“ถ้าอย่างนั้นคุณแพมจะพิจารณาผมสักคนได้ไหมครับ”

 

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!