ร้ายปรารถนา

ตอนที่ 3: ตอนที่ 3

👁️ 57 อ่าน
22px

ตอนที่ 3

สองสัปดาห์ต่อมา

วันพรุ่งนี้จะเป็นวันแรกที่ปริญเริ่มงานอย่างเป็นทางการ ทั้งนิดหน่อยและเอมอรต่างตื่นเต้นกันไม่น้อย ราวกับกำลังจะได้สมาชิกใหม่ของร้านเข้ามาร่วมงาน

ปริญไม่ได้พักอยู่ละแวกนี้ และลักษิกาเองก็ไม่เคยถามว่าเขาอาศัยอยู่ที่ไหน

แต่จากที่เคยเห็นเขาแวะมาร้านแต่เช้าตรู่ พร้อมสีหน้าหิวโหยอยู่เสมอ ก็คาดเดาได้ไม่ยากว่าคงต้องเดินทางมาไกลพอสมควร

"ผมเล็งห้องแถวนี้ไว้นานแล้วครับ แต่เพิ่งได้ฤกษ์เซ็นสัญญาเช่าเสียที"

"ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วย ก็บอกได้นะคะ"

"ไม่รบกวนคุณแพมหรอกครับ แค่คุณแพมรับผมเข้าทำงานก็ช่วยผมมากแล้ว แถมที่นี่ยังมีอาหารกลางวันให้ฟรีอีกต่างหาก"

ลักษิกาส่ายหน้ายิ้มบางเบากับคำพูดของเขา

"แค่นี้เอง จะเรียกว่าช่วยเยอะได้ยังไงคะ"

แม้ปริญจะยืนยันว่าไม่อยากรบกวนเธอ แต่โชคชะตากลับเล่นตลกอีกครั้ง

วันหยุดนั้น ลักษิกาขับรถออกไปเลือกซื้อต้นไม้เพื่อมาตกแต่งร้านเพิ่มเติม ต้นไม้บางต้นเริ่มเหี่ยวเฉา บางต้นก็โตไม่ทันใจ เธอจึงตั้งใจเปลี่ยนใหม่เสียเลย

ระหว่างขับรถกลับ ขณะกำลังเลี้ยวเข้าซอยที่ตั้งร้านกาแฟ สายตาก็เหลือบไปเห็นร่างสูงคุ้นตาเดินอยู่ริมฟุตปาธ

ปริญกำลังหอบหิ้วถุงข้าวของพะรุงพะรังเต็มสองมือ

หญิงสาวขับเลยเขาไปเล็กน้อย ก่อนชะลอรถเข้าจอดริมทาง แล้วลดกระจกฝั่งผู้โดยสารลง

"คุณปริญ"

ชายหนุ่มชะงัก หันมองตามเสียงเรียก

ทันทีที่เห็นคนในรถ ดวงตาคมก็ฉายแววประหลาดใจก่อนรอยยิ้มกว้างจะผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา

"คุณแพม"

"ขึ้นรถสิคะ เดี๋ยวฉันไปส่ง"

พูดจบ ลักษิกาก็ปลดเข็มขัดนิรภัยเปิดประตูลงจากรถ เดินอ้อมไปเปิดฝากระโปรงท้ายให้

ปริญไม่ได้ปฏิเสธ เขารีบยกของทั้งหมดมาวางไว้ด้านหลังรถ

ของที่เขาซื้อมาล้วนเป็นของใช้จำเป็นภายในห้องพัก ทั้งหมดซื้อมาจากห้างสรรพสินค้าที่อยู่ไม่ไกลนัก

ความจริงเขาจะเรียกแท็กซี่ก็ได้

แต่หากเรียกจากฝั่งนั้น รถต้องอ้อมไปกลับรถอีกไกลเขาจึงเลือกเดินหอบของกลับเอง

"ให้ไปส่งที่ไหนคะ"

เมื่อทั้งคู่นั่งประจำที่เรียบร้อย ลักษิกาจึงเอ่ยถาม

ปริญยื่นโทรศัพท์ให้ดูแผนที่ จุดหมายอยู่ห่างออกไปราวห้านาทีเท่านั้น

ไม่นานรถก็แล่นมาจอดหน้าอาคารสูงไม่ถึงสิบชั้นแห่งหนึ่ง ตัวอาคารภายนอกดูธรรมดา ไม่เก่าแต่ก็ไม่ใหม่

หากระยะทางจากร้านกาแฟของเธอ... เดินเพียงไม่กี่นาทีก็ถึง

"ฉันช่วยขนของนะคะ"

"ไม่เป็นไรครับ"

แม้อีกฝ่ายจะรีบปฏิเสธ แต่ลักษิกาก็ไม่ยอมฟัง

อันที่จริง... เธอแค่อยากรู้ว่าเขาจะยอมให้เธอขึ้นไปบนห้องหรือไม่เท่านั้นเอง ซึ่งเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ

ห้องพักของปริญอยู่บนชั้นสูงสุดของอาคาร ภายในสะอาดสะอ้าน มีระบบรักษาความปลอดภัยตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง พนักงานต้อนรับประจำอยู่ด้านล่างไม่ต่างจากโรงแรมหรือคอนโดมิเนียม

แต่สิ่งที่ทำให้ลักษิกาแปลกใจยิ่งกว่า คือทั้งชั้นบนสุดมีเพียงห้องเดียว

และห้องนั้น... เป็นของปริญ

ทันทีที่ประตูบานใหญ่เปิดออก หญิงสาวก็ชะงักไปเล็กน้อย

ภายในห้องกว้างขวาง ตกแต่งอย่างหรูหรา เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นล้วนดูมีราคา ของตกแต่งแต่ละมุมถูกจัดวางอย่างประณีต รสนิยมของเจ้าของห้องชัดเจนจนสัมผัสได้

ลักษิกามองตามร่างสูงที่เดินนำเข้าไป ก่อนเขาจะวางของลงแล้วหันกลับมารับถุงจากมือเธอ

หญิงสาวกวาดตามองรอบห้องอีกครั้ง ก่อนหน้านี้เธอเคยคิดว่าปริญเป็นเพียงชายหนุ่มธรรมดาที่ทำงานหาเช้ากินค่ำ

แต่ห้องพักแห่งนี้...ดูอย่างไรก็ไม่น่าใช่ห้องของคนธรรมดา

ปริญหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นสีหน้าของเธอ

"ห้องนี้ไม่ใช่ของผมหรอกครับ" เขารีบอธิบาย

"เป็นของเจ้านายเพื่อนผม เขาปล่อยเช่าให้ในราคาถูก เพราะเห็นใจผมน่ะครับ"

ลักษิกามองเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อนัก

ชายหนุ่มจึงหัวเราะอีกครั้ง

"ผมพูดจริงนะครับ"

"เจ้าของห้องรวยมากแต่ยังขายห้องไม่ได้ เลยปล่อยเช่าไว้เล่น ๆ พอดีเพื่อนผมบอกว่าผมหาที่พักแถวนี้อยู่ เจ้านายเขาเลยให้ผมเช่าต่อ"

หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ

"ถ้าเป็นอย่างที่คุณว่าจริง เจ้านายของเพื่อนคุณคงรวยระดับมหาเศรษฐีแน่เลย"

เธอพยักหน้าไปทางแจกันคริสตัลบนชั้นวาง

"แค่แจกันใบนั้น...ก็น่าจะราคาเป็นหมื่นแล้ว"

ปริญยิ้มกว้าง

"ก็คงรวยจริง ๆ ครับ" เขาเว้นจังหวะ ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"แต่ใจดีเหมือนคุณแพมเลย"

ลักษิกาหลุดหัวเราะ

"ปากหวานนะคะ"

เธอก้มมองนาฬิกาข้อมือ

"ถ้าคุณยังจัดของไม่เสร็จ ฉันช่วยต่อก็ได้นะคะ อีกตั้งชั่วโมงกว่าต้นไม้จะมาส่ง"

"คุณแพมซื้อต้นไม้เพิ่มหรือครับ"

"ค่ะ บางต้นตาย บางต้นก็โตไม่ทันใจ เลยว่าจะเปลี่ยนใหม่"

ปริญยิ้มทันที

"งั้นเดี๋ยวผมไปช่วยปลูกนะครับ ผลัดกันช่วย"

หญิงสาวเลิกคิ้ว

"คิดค่าแรงด้วยหรือเปล่า"

"โธ่..."

เขาหัวเราะ

"ผมไม่ได้หน้าเลือดขนาดนั้นสักหน่อย"

ทั้งสองช่วยกันจัดของเงียบ ๆ อยู่พักหนึ่ง ระหว่างนั้นลักษิกาก็อดถามขึ้นไม่ได้

"เจ้านายของเพื่อนคุณ...เป็นผู้หญิงหรือผู้ชายคะ"

มือของปริญชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที

ขณะเดียวกัน ลักษิกาก็เดินถือปลอกหมอนเข้ามาในห้องนอน

ชายหนุ่มเพิ่งนึกได้ว่า หมอนที่เพิ่งซื้อใหม่ยังไม่มีปลอกสวม

หญิงสาวหยิบหมอนจากมือเขาไปอย่างเคยชิน ก่อนเริ่มสวมปลอกหมอนให้โดยไม่รู้ตัว

กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเรือนผมของเธอลอยมาแตะปลายจมูก

ปริญทอดมองใบหน้าหวานในระยะใกล้

ดวงตากลมโต ขนตางอนยาว จมูกโด่งรับกับริมฝีปากอิ่ม ทุกองค์ประกอบบนใบหน้าของเธอดูละมุนจนเขาเผลอมองนิ่ง

"เดาว่าเป็นผู้ชายแน่เลยค่ะ"

ลักษิกาเอ่ยขึ้น พลางเกลี่ยปลอกหมอนให้เรียบ

"ดูจากสไตล์การตกแต่ง"

"ครับ"

คำตอบสั้น ๆ ทำให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้น

สายตาทั้งสองประสานกัน

แววตาของปริญนิ่งลึกจนเธอรู้สึกเหมือนมีบางอย่างซ่อนอยู่ภายในนั้น

แต่เพียงชั่วพริบตา...ความรู้สึกทั้งหมดก็ถูกเก็บซ่อนไว้เหมือนไม่เคยเกิดขึ้น

ลักษิกาชะงัก ก่อนก้มมองมือของตัวเอง เธอเพิ่งรู้ว่ากำลังจัดของใช้ส่วนตัวให้เขาอยู่

หญิงสาวรีบวางหมอนลงบนเตียง แล้วถอยออกมาทันที

"เอ่อ...ขอโทษนะคะ"

เธอยิ้มเจื่อน ๆ

"ฉันติดนิสัยน่ะค่ะ เห็นอะไรค้าง ๆ แล้วชอบจัดให้เรียบร้อย คุณคงไม่ถือใช่ไหม"

ปริญรีบส่ายหน้า

"ไม่ใช่แบบนั้นครับ"

เขายิ้มอ่อน

"ผมแค่...ดีใจ"

"ดีใจ?"

"ครับ"

เขามองเธอด้วยแววตาอบอุ่น

"ดีใจที่คุณแพมไม่รังเกียจแม้แต่ของใช้ส่วนตัวของผม"

หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ

"พูดอะไรแบบนั้นคะ ทำไมฉันต้องรังเกียจด้วย"

เธอหยิบหมอนอีกใบขึ้นมา

"มาค่ะ เดี๋ยวช่วยจัดให้เสร็จ"

"ขอบคุณครับ"

ปริญยิ้มกว้าง

ลึก ๆ แล้ว เขาไม่ได้เผลอนิ่งไปเพราะซาบซึ้งอย่างที่พูด

แต่เป็นเพราะ... เขาไม่ชอบที่ลักษิกาถามถึงผู้ชายคนอื่นต่างหาก

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!