ตอนที่ 3
สองสัปดาห์ต่อมา
วันพรุ่งนี้จะเป็นวันแรกที่ปริญเริ่มงานอย่างเป็นทางการ ทั้งนิดหน่อยและเอมอรต่างตื่นเต้นกันไม่น้อย ราวกับกำลังจะได้สมาชิกใหม่ของร้านเข้ามาร่วมงาน
ปริญไม่ได้พักอยู่ละแวกนี้ และลักษิกาเองก็ไม่เคยถามว่าเขาอาศัยอยู่ที่ไหน
แต่จากที่เคยเห็นเขาแวะมาร้านแต่เช้าตรู่ พร้อมสีหน้าหิวโหยอยู่เสมอ ก็คาดเดาได้ไม่ยากว่าคงต้องเดินทางมาไกลพอสมควร
"ผมเล็งห้องแถวนี้ไว้นานแล้วครับ แต่เพิ่งได้ฤกษ์เซ็นสัญญาเช่าเสียที"
"ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วย ก็บอกได้นะคะ"
"ไม่รบกวนคุณแพมหรอกครับ แค่คุณแพมรับผมเข้าทำงานก็ช่วยผมมากแล้ว แถมที่นี่ยังมีอาหารกลางวันให้ฟรีอีกต่างหาก"
ลักษิกาส่ายหน้ายิ้มบางเบากับคำพูดของเขา
"แค่นี้เอง จะเรียกว่าช่วยเยอะได้ยังไงคะ"
แม้ปริญจะยืนยันว่าไม่อยากรบกวนเธอ แต่โชคชะตากลับเล่นตลกอีกครั้ง
วันหยุดนั้น ลักษิกาขับรถออกไปเลือกซื้อต้นไม้เพื่อมาตกแต่งร้านเพิ่มเติม ต้นไม้บางต้นเริ่มเหี่ยวเฉา บางต้นก็โตไม่ทันใจ เธอจึงตั้งใจเปลี่ยนใหม่เสียเลย
ระหว่างขับรถกลับ ขณะกำลังเลี้ยวเข้าซอยที่ตั้งร้านกาแฟ สายตาก็เหลือบไปเห็นร่างสูงคุ้นตาเดินอยู่ริมฟุตปาธ
ปริญกำลังหอบหิ้วถุงข้าวของพะรุงพะรังเต็มสองมือ
หญิงสาวขับเลยเขาไปเล็กน้อย ก่อนชะลอรถเข้าจอดริมทาง แล้วลดกระจกฝั่งผู้โดยสารลง
"คุณปริญ"
ชายหนุ่มชะงัก หันมองตามเสียงเรียก
ทันทีที่เห็นคนในรถ ดวงตาคมก็ฉายแววประหลาดใจก่อนรอยยิ้มกว้างจะผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา
"คุณแพม"
"ขึ้นรถสิคะ เดี๋ยวฉันไปส่ง"
พูดจบ ลักษิกาก็ปลดเข็มขัดนิรภัยเปิดประตูลงจากรถ เดินอ้อมไปเปิดฝากระโปรงท้ายให้
ปริญไม่ได้ปฏิเสธ เขารีบยกของทั้งหมดมาวางไว้ด้านหลังรถ
ของที่เขาซื้อมาล้วนเป็นของใช้จำเป็นภายในห้องพัก ทั้งหมดซื้อมาจากห้างสรรพสินค้าที่อยู่ไม่ไกลนัก
ความจริงเขาจะเรียกแท็กซี่ก็ได้
แต่หากเรียกจากฝั่งนั้น รถต้องอ้อมไปกลับรถอีกไกลเขาจึงเลือกเดินหอบของกลับเอง
"ให้ไปส่งที่ไหนคะ"
เมื่อทั้งคู่นั่งประจำที่เรียบร้อย ลักษิกาจึงเอ่ยถาม
ปริญยื่นโทรศัพท์ให้ดูแผนที่ จุดหมายอยู่ห่างออกไปราวห้านาทีเท่านั้น
ไม่นานรถก็แล่นมาจอดหน้าอาคารสูงไม่ถึงสิบชั้นแห่งหนึ่ง ตัวอาคารภายนอกดูธรรมดา ไม่เก่าแต่ก็ไม่ใหม่
หากระยะทางจากร้านกาแฟของเธอ... เดินเพียงไม่กี่นาทีก็ถึง
"ฉันช่วยขนของนะคะ"
"ไม่เป็นไรครับ"
แม้อีกฝ่ายจะรีบปฏิเสธ แต่ลักษิกาก็ไม่ยอมฟัง
อันที่จริง... เธอแค่อยากรู้ว่าเขาจะยอมให้เธอขึ้นไปบนห้องหรือไม่เท่านั้นเอง ซึ่งเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ
ห้องพักของปริญอยู่บนชั้นสูงสุดของอาคาร ภายในสะอาดสะอ้าน มีระบบรักษาความปลอดภัยตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง พนักงานต้อนรับประจำอยู่ด้านล่างไม่ต่างจากโรงแรมหรือคอนโดมิเนียม
แต่สิ่งที่ทำให้ลักษิกาแปลกใจยิ่งกว่า คือทั้งชั้นบนสุดมีเพียงห้องเดียว
และห้องนั้น... เป็นของปริญ
ทันทีที่ประตูบานใหญ่เปิดออก หญิงสาวก็ชะงักไปเล็กน้อย
ภายในห้องกว้างขวาง ตกแต่งอย่างหรูหรา เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นล้วนดูมีราคา ของตกแต่งแต่ละมุมถูกจัดวางอย่างประณีต รสนิยมของเจ้าของห้องชัดเจนจนสัมผัสได้
ลักษิกามองตามร่างสูงที่เดินนำเข้าไป ก่อนเขาจะวางของลงแล้วหันกลับมารับถุงจากมือเธอ
หญิงสาวกวาดตามองรอบห้องอีกครั้ง ก่อนหน้านี้เธอเคยคิดว่าปริญเป็นเพียงชายหนุ่มธรรมดาที่ทำงานหาเช้ากินค่ำ
แต่ห้องพักแห่งนี้...ดูอย่างไรก็ไม่น่าใช่ห้องของคนธรรมดา
ปริญหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นสีหน้าของเธอ
"ห้องนี้ไม่ใช่ของผมหรอกครับ" เขารีบอธิบาย
"เป็นของเจ้านายเพื่อนผม เขาปล่อยเช่าให้ในราคาถูก เพราะเห็นใจผมน่ะครับ"
ลักษิกามองเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อนัก
ชายหนุ่มจึงหัวเราะอีกครั้ง
"ผมพูดจริงนะครับ"
"เจ้าของห้องรวยมากแต่ยังขายห้องไม่ได้ เลยปล่อยเช่าไว้เล่น ๆ พอดีเพื่อนผมบอกว่าผมหาที่พักแถวนี้อยู่ เจ้านายเขาเลยให้ผมเช่าต่อ"
หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ
"ถ้าเป็นอย่างที่คุณว่าจริง เจ้านายของเพื่อนคุณคงรวยระดับมหาเศรษฐีแน่เลย"
เธอพยักหน้าไปทางแจกันคริสตัลบนชั้นวาง
"แค่แจกันใบนั้น...ก็น่าจะราคาเป็นหมื่นแล้ว"
ปริญยิ้มกว้าง
"ก็คงรวยจริง ๆ ครับ" เขาเว้นจังหวะ ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"แต่ใจดีเหมือนคุณแพมเลย"
ลักษิกาหลุดหัวเราะ
"ปากหวานนะคะ"
เธอก้มมองนาฬิกาข้อมือ
"ถ้าคุณยังจัดของไม่เสร็จ ฉันช่วยต่อก็ได้นะคะ อีกตั้งชั่วโมงกว่าต้นไม้จะมาส่ง"
"คุณแพมซื้อต้นไม้เพิ่มหรือครับ"
"ค่ะ บางต้นตาย บางต้นก็โตไม่ทันใจ เลยว่าจะเปลี่ยนใหม่"
ปริญยิ้มทันที
"งั้นเดี๋ยวผมไปช่วยปลูกนะครับ ผลัดกันช่วย"
หญิงสาวเลิกคิ้ว
"คิดค่าแรงด้วยหรือเปล่า"
"โธ่..."
เขาหัวเราะ
"ผมไม่ได้หน้าเลือดขนาดนั้นสักหน่อย"
ทั้งสองช่วยกันจัดของเงียบ ๆ อยู่พักหนึ่ง ระหว่างนั้นลักษิกาก็อดถามขึ้นไม่ได้
"เจ้านายของเพื่อนคุณ...เป็นผู้หญิงหรือผู้ชายคะ"
มือของปริญชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที
ขณะเดียวกัน ลักษิกาก็เดินถือปลอกหมอนเข้ามาในห้องนอน
ชายหนุ่มเพิ่งนึกได้ว่า หมอนที่เพิ่งซื้อใหม่ยังไม่มีปลอกสวม
หญิงสาวหยิบหมอนจากมือเขาไปอย่างเคยชิน ก่อนเริ่มสวมปลอกหมอนให้โดยไม่รู้ตัว
กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเรือนผมของเธอลอยมาแตะปลายจมูก
ปริญทอดมองใบหน้าหวานในระยะใกล้
ดวงตากลมโต ขนตางอนยาว จมูกโด่งรับกับริมฝีปากอิ่ม ทุกองค์ประกอบบนใบหน้าของเธอดูละมุนจนเขาเผลอมองนิ่ง
"เดาว่าเป็นผู้ชายแน่เลยค่ะ"
ลักษิกาเอ่ยขึ้น พลางเกลี่ยปลอกหมอนให้เรียบ
"ดูจากสไตล์การตกแต่ง"
"ครับ"
คำตอบสั้น ๆ ทำให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้น
สายตาทั้งสองประสานกัน
แววตาของปริญนิ่งลึกจนเธอรู้สึกเหมือนมีบางอย่างซ่อนอยู่ภายในนั้น
แต่เพียงชั่วพริบตา...ความรู้สึกทั้งหมดก็ถูกเก็บซ่อนไว้เหมือนไม่เคยเกิดขึ้น
ลักษิกาชะงัก ก่อนก้มมองมือของตัวเอง เธอเพิ่งรู้ว่ากำลังจัดของใช้ส่วนตัวให้เขาอยู่
หญิงสาวรีบวางหมอนลงบนเตียง แล้วถอยออกมาทันที
"เอ่อ...ขอโทษนะคะ"
เธอยิ้มเจื่อน ๆ
"ฉันติดนิสัยน่ะค่ะ เห็นอะไรค้าง ๆ แล้วชอบจัดให้เรียบร้อย คุณ…คงไม่ถือใช่ไหม"
ปริญรีบส่ายหน้า
"ไม่ใช่แบบนั้นครับ"
เขายิ้มอ่อน
"ผมแค่...ดีใจ"
"ดีใจ?"
"ครับ"
เขามองเธอด้วยแววตาอบอุ่น
"ดีใจที่คุณแพมไม่รังเกียจแม้แต่ของใช้ส่วนตัวของผม"
หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ
"พูดอะไรแบบนั้นคะ ทำไมฉันต้องรังเกียจด้วย"
เธอหยิบหมอนอีกใบขึ้นมา
"มาค่ะ เดี๋ยวช่วยจัดให้เสร็จ"
"ขอบคุณครับ"
ปริญยิ้มกว้าง
ลึก ๆ แล้ว เขาไม่ได้เผลอนิ่งไปเพราะซาบซึ้งอย่างที่พูด
แต่เป็นเพราะ... เขาไม่ชอบที่ลักษิกาถามถึงผู้ชายคนอื่นต่างหาก