ยามไฮ่ (ประมาณสี่ทุ่ม) บรรยากาศภายในจวนแม่ทัพเงียบสงัดลงตามเวลาพักผ่อน ทว่าที่เรือนนอนใหญ่ของเซียวเหวินตง แสงเทียนกลับยังคงสว่างไสวสะท้อนเงาร่างสูงใหญ่กำยำที่กำลังนั่งนิ่งอยู่บนตั่งเตียงไม้แกะสลักพยัคฆ์เหยียบเมฆา
แม่ทัพหนุ่มไม่ได้สวมชุดเกราะเหล็กกล้าเฉกเช่นกลางวัน มีเพียงฉลองพระองค์ผ้าไหมเนื้อบางสีขาวสะอาดตาที่เผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยแผลเป็นประปรายจากศึกลูกผู้ชาย ผมยาวสีดำสนิทถูกปล่อยสยายลงมาปะบ่า ทำให้ใบหน้าคมคายดุดันดูอ่อนโยนและเย้ายวนใจขึ้นอย่างลึกลับ
หัวใจของเทพสงครามผู้ไม่เคยสั่นคลอนต่อหน้ากองทัพนับแสน ในยามนี้กลับเต้นผิดจังหวะเพียงเพราะเสียงฝีเท้าเล็กๆ ที่กำลังขยับเข้ามาใกล้ประตูห้อง
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
“ท่านแม่ทัพเพคะ หม่อมฉันมู่หมิง นำอุปกรณ์จัดฮวงจุ้ยห้องนอนมาแล้วเพคะ” เสียงหวานละมุนดังขึ้นจากด้านนอก
เซียวเหวินตงสูดหายใจเข้าลึก ปรับเสียงให้ราบเรียบที่สุด “เข้ามา”
บานประตูเปิดออกช้าๆ ร่างโปร่งบางของมู่หมิงก้าวเข้ามาในห้อง ในอ้อมแขนของเธอหอบหิ้วสิ่งของพะรุงพะรัง ทั้งแจกันเซรามิก กระจกเงาทรงกลม แผ่นผังแปดทิศ และกระถางต้นไม้มงคลขนาดเล็ก ใบหน้าจิ้มลิ้มมีเหงื่อซึมจางๆ ตามไรผม ดูน่าเอ็นดูจนคนมองใจอ่อนยวบ
[ติ๊ง! โฮสต์เข้าสู่เขตรัศมี 3 เมตรจากเป้าหมายหลัก] [ตรวจพบพลังหยางเข้มข้นในยามราตรี อัตราการชาร์จ: +2 วัน ต่อทุก ๆ 1 นาที!]
‘โอ้โห! ยามค่ำคืนในห้องปิดตายแบบนี้ พลังหยางของท่านแม่ทัพหนาแน่นปานลาวาภูเขาไฟเลยทีเดียว ดีล่ะ... วันนี้ข้าจะชาร์จไฟให้เต็มคราบเลย!’ มู่หมิงแอบกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ ทว่าภายนอกกลับตีหน้าซื่อ วางข้าวของลงบนโต๊ะกลางห้องแล้วย่อกายคารวะอย่างอ่อนช้อย
“ท่านแม่ทัพยังไม่บรรทมหรือเพคะ?”
“ข้ารอเจ้าอยู่...” เซียวเหวินตงเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ก่อนจะรีบเสริมเมื่อเห็นดวงตากลมโตของนางเบิกกว้าง “หมายถึง... ข้ารอตรวจสอบดูว่าเจ้าจะทำอย่างไรกับห้องนอนของข้า ดวงกาลกิณีของข้าฝังรากลึกในห้องนี้มาหลายปี เจ้ารู้ใช่ไหมว่ามันอันตราย?”
“หม่อมฉันทราบดีเพคะ แต่เพื่อความปลอดภัยของท่านแม่ทัพ ต่อให้ห้องนี้จะมีไอดำกาลกิณีหนาแน่นปานหุบเขากิเลน หม่อมฉันก็ไม่หวั่น!” มู่หมิงสบตาเขาด้วยแววตาซาบซึ้งใจ แสร้งทำเป็นเดินสำรวจรอบๆ ห้องเพื่อหาทิศทางจัดวางของ
จริง ๆ แล้ว สายตาของเธอกำลังเพ่งมอง ‘ไอหมอกสีดำ’ ที่ลอยวนอยู่บนเพดานห้องนอน มันหนาแน่นจริงตามที่คาด แต่พอเธอก้าวเข้าไปใกล้เตียงนอนของเขา พลังหยางสีทองก็พุ่งเข้ามากระแทกจนหมอกดำเหล่านั้นแตกกระจาย
“ท่านแม่ทัพเพคะ เตียงนอนของท่านวางผิดทิศอย่างร้ายแรงเลยเพคะ!” มู่หมิงอุทานพลางชี้ไปที่เตียง “หัวเตียงหันไปทางทิศตะวันตก ซึ่งเป็นทิศแห่งความตายและวิญญาณหลอน มิน่าเล่า... ท่านถึงได้นอนหลับไม่สนิทและมีไอดำเกาะกุม ยามค่ำคืนพลังหยางของท่านจะอ่อนแอลง ทำให้เคราะห์ร้ายเข้าแทรกได้ง่ายเพคะ”
เซียวเหวินตงลุกขึ้นจากเตียง เดินเข้ามายืนข้างหลังนาง “แล้วข้าควรทำอย่างไร?”
มู่หมิงหันกลับมา ทันใดนั้นเธอถึงกับชะงักไปเล็กน้อย เพราะเมื่อเขาเดินเข้ามาใกล้ ความสูงใหญ่ของเขาบดบังแสงไฟจากตะเกียงจนร่างของเธอตกอยู่ใต้ร่มเงาของเขา กลิ่นอายบุรุษเพศผสมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้กฤษณาโชยเข้าจมูก แผงอกกว้างที่โผล่พ้นสาบเสื้อสีขาวทำให้นางหมอดูสาวใจสั่นไปแวบหนึ่ง
‘ใจเย็นๆ ยัยมู่หมิง! แกมาดูดพลังชีวิต ไม่ได้มาดูดผู้ชาย! โฟกัสที่งาน!’ เธอเตือนตัวเองในใจ ก่อนจะรีบทำเนียนขยับเข้าไปใกล้เขาจนระยะห่างเหลือเพียงไม่ถึงคืบ
“ต้องย้ายหัวเตียงมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เพคะ และระหว่างที่ทำพิธีปัดเป่า หม่อมฉันต้องขออนุญาต... แตะต้องตัวท่านเพื่อนำทางพลังหยางให้เสถียรเพคะ” มู่หมิงเงยหน้าอ้างเหตุผลสายมูตาใส
“แตะต้องตัวข้า?” เซียวเหวินตงเลิกคิ้ว นัยน์ตาฉายแวววูบวาบ “เจ้าไม่กลัวไอดำกาลกิณีของข้าแล่นเข้าสู่ร่างหรืออย่างไร?”
“หม่อมฉันบอกแล้วไงเพคะ... เพื่อท่านแม่ทัพ ต่อให้ร่างสลายก็ยอม” มู่หมิงส่งสายตาหวานเชื่อม
คำพูดหวานหูทำเอาท่านแม่ทัพใหญ่ใบหูแดงซ่าน เขาพยักหน้าเบาๆ อนุญาตอย่างจำนน มู่หมิงไม่รอช้า ยื่นมือเล็กๆ ทั้งสองข้างไปจับเข้าที่ข้อมือหนาของเขาขวับ!
[ติ๊ง! ทำการเชื่อมต่อแบบสัมผัสโดยตรงสำเร็จ!] [พลังชีวิต: +5 วัน... +10 วัน... +20 วัน...] [กระแสพลังหยางไหลเวียนอย่างบ้าคลั่ง!]
“อืม...” มู่หมิงเผลอครางออกมาเบาๆ ด้วยความสบายตัว ราวกับได้แช่น้ำอุ่นในหน้าหนาว เธอจับมือเขาแน่นขึ้น แสร้งทำเป็นหลับตาแล้วท่องคาถางึมงำ “อม พะลึกพะลือ มังกรทองจงมา... พลังหยางจงสถิต...”
เซียวเหวินตงมองสตรีที่กุมมือเขาไว้แน่น ใบหน้าจิ้มลิ้มของนางดูมีความสุขปานได้กินขนมหวานรสเลิศ มือของนางนุ่มนิ่มและอบอุ่นอย่างประหลาด ความอบอุ่นนั้นแล่นพล่านจากข้อมือตรงเข้าสู่หัวใจของเขา ซึมซับเข้าสู่จิตใจที่โดดเดี่ยวอ้างว้างมาเนิ่นนาน
‘นางช่างดีต่อข้าเหลือเกิน... ยอมเจ็บปวด ยอมเสี่ยงภัยกักเก็บไอดำของข้าไว้กับตัว เพื่อให้ข้าได้นอนหลับสบาย’ แม่ทัพหนุ่มคิดไปไกลเป็นเรื่องราวใหญ่โต แววตาที่มองนางจึงทวีความอ่อนโยนและคลั่งรักขึ้นเรื่อยๆ โดยที่นางไม่รู้ตัว
หลังจากชาร์จพลังจนระบบเด้งไปถึง 2 ปี มู่หมิงก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ยอมปล่อยมือช้าๆ (แอบอาลัยอาวรณ์เล็กน้อย) “เรียบร้อยแล้วเพคะ ต่อไปนี้ท่านแม่ทัพลองบรรทมดู จะพบว่าหลับสนิทขึ้นแน่นอน”
“ขอบใจเจ้ามาก มู่หมิง...” เซียวเหวินตงเอ่ยเสียงนุ่ม พลางยื่นมือไปกุมมือของนางกลับเบาๆ ทำเอามู่หมิงสะดุ้ง “ข้าไม่เคยพบสตรีใดเหมือนเจ้ามาก่อน... เจ้าเป็นคนเดียวที่ไม่เคยถอยหนีข้า”
“หม่อมฉัน... หม่อมฉันไม่มีวันหนีท่านเพคะ” มู่หมิงตอบ (ก็ถ้าหนีก็ตายสิคะ!)
ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานละมุนจนมดจะขึ้นห้องนอน ทันใดนั้น เสียงระบบในหัวของมู่หมิงก็ดังหวีดร้องขึ้นมาเป็นสีแดงฉานขีดสุด!
[คำเตือนอันตรายระดับวิกฤต! ตรวจพบสปายสายมูฝ่ายศัตรูแอบใช้อาคม ‘หุ่นพยนต์กาลกิณีปลุกชีพ’] [พิกัด: ใต้แผ่นกระเบื้องหลังคาห้องนอนของโฮสต์โดยตรง! มีเป้าหมายเพื่อสะท้อนไอดำกาลกิณีกลับมาสังหารเซียวเหวินตงในคืนนี้!]
มู่หมิงหน้าซีดเผือด รีบสลัดมือออกจากเซียวเหวินตงแล้วเงยหน้ามองเพดานห้อง ทันใดนั้น เธอเห็น ‘เงาร่างสีดำกระตุกเกร็ง’ ของหุ่นตุ๊กตาผ้าลงอาคมกำลังคืบคลานอยู่บนหลังคา มันกำลังร่ายมนตร์ดำเพื่อดึงไอกาลกิณีรอบๆ เมืองให้พุ่งตรงมาที่เตียงนอนของพระเอก!
“ท่านแม่ทัพ! แย่แล้วเพคะ! พวกมันใช้คุณไสยมนตร์ดำกะเอาชีวิตท่านถึงในห้องนอน!” มู่หมิงร้องลั่น
“ว่าอย่างไรนะ!” เซียวเหวินตงหน้านิ่ว ชักกระบี่ข้างเตียงออกมาทันที
“ไม่ต้องใช้กระบี่เพคะ! ของแบบนี้ต้องเจอสายมูตัวจริง!” มู่หมิงตาโตด้วยความโกรธ ‘หน็อย... กล้าดีอย่างไรจะมาทำลายแท่นชาร์จไฟราคาแพงของฉัน!’
หญิงสาวรีบคว้า ‘กระจกเงาทรงกลม’ (กระจกแปดทิศแก้เคล็ด) ที่เตรียมมา พุ่งตัวไปที่หน้าต่างห้องนอน ผลักบานหน้าต่างออกแล้วชูกระจกขึ้นรับแสงจันทร์เต็มดวง พร้อมกับเรียกใช้งานระบบขั้นสุดยอด
“ระบบ! เปิดใช้งานฟังก์ชัน ‘สะท้อนศาสตรามนตร์ดำ’ เล็งไปที่หุ่นพยนต์บนหลังคาเดี๋ยวนี้!”
[รับทราบ! เปิดใช้งานระบบสะท้อนกลับเบญจธาตุทองคำบริสุทธิ์!]
ฟึ่บ!
ประกายแสงสีทองเจิดจ้าพุ่งออกจากกระจกในมือของมู่หมิง สะท้อนแสงจันทร์กลายเป็นลำแสงศักดิ์สิทธิ์พุ่งทะยานขึ้นสู่หลังคาห้องนอน เสียงระเบิดตูมดังขึ้นเบาๆ ในมิติวิญญาณ พร้อมกับเสียงกรีดร้องแหลมเล็กของหุ่นพยนต์ชั่วร้ายที่ถูกแสงสีทองแผดเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา!
แรงระเบิดของอาคมทำให้เกิดลมพายุหมุนพัดกรรโชกเข้ามาในห้องนอนอย่างรุนแรง พัดเอาข้าวของกระจัดกระจาย มู่หมิงที่ร่างผอมบางอยู่แล้วทนแรงลมไม่ไหว ร่างของเธอปลิวหวืดหงายหลังล้มลงไปทันที
“มู่หมิง!”
เซียวเหวินตงตาโตด้วยความตกใจ ทิ้งกระบี่ในมือแล้วพุ่งตัวเข้าไปรับร่างของนางไว้ได้ทันท่วงที ร่างของทั้งสองล้มลงไปนอนคว่ำอยู่บนเตียงนุ่ม โดยมีร่างสูงใหญ่ของแม่ทัพหนุ่มคร่อมทับอยู่ด้านบน แขนแกร่งทั้งสองข้างโอบกอดนางไว้แน่นเพื่อบังลมพายุ
ลมพายุค่อยๆ สงบลง เหลือเพียงความเงียบและเสียงหายใจกระชั้นชิดของคนทั้งสอง
มู่หมิงลืมตาขึ้นมา พบว่าใบหน้าของเซียวเหวินตงอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงสามเซนติเมตร นัยน์ตาคู่คมคายคู่นั้นฉายแววตื่นตระหนก ห่วงใย และ... ความรักที่ลึกซึ้งจนแทบจะล้นทะลักออกมา ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดแก้มเนียนทำให้นางหน้าร้อนผ่าวของจริง
“เจ้า... เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? เหตุใดถึงโง่เขลาเช่นนี้! ยอมเอาตัวเข้าแลกกับคุณไสยมนตร์ดำเพื่อข้าอีกแล้ว!” เสียงของเซียวเหวินตงสั่นเครือ อ้อมกอดของเขารัดแน่นขึ้นราวกับกลัวว่านางจะหายไป “ถ้าเจ้าเป็นอะไรไป ข้าจะทำอย่างไร...”
มู่หมิงมองหน้าจอระบบที่ตอนนี้ขึ้นเตือนคะแนนความคลั่งรัก
[คะแนนความคลั่งรักจากเซียวเหวินตง: 65 แต้ม! (สถานะ: คลั่งรักรุนแรง พร้อมมอบชีวิตและหัวใจให้โฮสต์ควบคุม) ] [พลังชีวิตโบนัส: +1 ปี!]
‘อุ๊ยตาย... ท่านแม่ทัพคิดว่าฉันยอมสละชีวิตช่วยเขาอีกแล้ว’ มู่หมิงแอบคิดในใจ พลางยิ้มหวานละมุน สองมือเรียวเอื้อมไปโอบรอบคอของแม่ทัพหนุ่มเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงออดอ้อน
“หม่อมฉันบอกแล้วไงเพคะ... เพื่อท่านแม่ทัพ ต่อให้ต้องสู้กับพญายม หม่อมฉันก็ไม่กลัว ขอเพียงท่านปลอดภัย... หม่อมฉันก็มีความสุขที่สุดแล้วเพคะ”
คำพูดนี้ทำเอาเซียวเหวินตงหมดสิ้นความอดทน ความคลั่งรักและหวงแหนปะทุขีดสุด เขาซุกใบหน้าลงกับซอกคอขาวของนาง กอดนางไว้แนบกาย ราวกับสตรีผู้นี้คือสมบัติล้ำค่าชิ้นเดียวในชีวิตที่เขาจะไม่มีวันยอมปล่อยให้ใครแย่งชิงไปเด็ดขาด!