พูดกันว่าผู้เล่นแต่ละคนต่างก็มีเป้าหมายของตัวเองยามอยู่ในเกม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวันดีคืนดีเกมนั้นก็ดันกลายมาเป็นวิถีชีวิตเพราะดันล็อคเอาท์ออกไม่ได้ซะงั้น บ้างก็กลายเป็นทรราชผู้ชั่วร้าย บ้างก็อุทิศตัวเพื่อความดีงามบนโลกแห่งความรุนแรง บ้างก็ยังคงรักษาจิตวิญญาณดั้งเดิมเอาไว้ได้ ด้วยการมุ่งมาดปรารถนามุ่งสู่จุดที่อยู่เหนือผู้ใด
แต่ไม่ว่าความหมายของคำว่า ‘เป้าหมาย’ จะเป็นอย่าง อาร์เทมีสก็ไม่ได้คาดคิดสักนิดว่าตนจะต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
สภาพที่เป้าหมายเดียวในเวลานี้เป็นการเอาตัวรอดล้วน ๆ
...จากเหล่าหญิงสาวที่บ้าคลั่ง!
“ยายบ้าฟอร์จูน่า จำไว้เลยนะยะ! ข้าต้องกลับไปล้างแค้นเจ้าให้ได้!!!” หนุ่มผมสีเงินสาวเท้าเร็วเท่าที่จะเร็วได้ไปตามระเบียงทางเดินหินอ่อนประดับหรูหรา โดยเบื้องหลังของเขานั้นเต็มไปด้วยเหล่าหญิงงามในสภาพไม่เรียบร้อยยิ่ง มีทั้งนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว บางคนสวมสปอร์ตบาร์กับกางเกงใน ส่วนที่เปลือยก็ล่อนจ้อนก็มีอยู่ด้วยเช่นกัน
สตรีผมดำอายุราวสิบแปดสิบเก้าปีผู้มีแววตาคั่งแค้นที่วิ่งนำอยู่ด้านหน้าสุดเรียกคันธนูพร้อมลูกจากช่องเก็บไอเทม จากนั้นก็ยิงใส่อาร์เทมีสโดยไม่พูดพล่ามทำเพลงใด ๆ “ตายซะเถอะ! ไอ้ถ้ำมองลามก!!!”
อาร์เทมีสร้องเสียงหลง ทิ้งตัวลงตีลังกาหลบลูกธนูแฝงจิตสังหาร ลูกธนูพุ่งฉิวต่อไปจนกระทบกับกำแพงก่อนเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง และปรากฏเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ในเวลาต่อมา “นี่มันถึงตายเชียวนะ! เจ้าเอาจริงหรือเนี่ย!?!”
“หุบปากนะ เศษขยะผีทะเล!” ว่ายังไม่ทันจบ หล่อนก็ซัดธนูอีกดอกทันที
อาร์เทมีสคราง รู้สึกราวกับกำลังจะเสียสติยังไงยังงั้น เขาไม่มีทางเลือกต้องกระโจนทะลุหน้าต่างแล้วเหวี่ยงตัวลงไปยังชั้นสองของอาคารแทน
“ไอ้หยา อย่าหนักมือนักสิ โรซี่” สาวร่างเล็กนุ่งกระโจมอกเร่งฝีเท้าตีคู่กับหญิงนักแม่นธนูที่เพิ่งยิงพลาดไปสองนัดซ้อน “พวกเรายังต้องการตัวเขานะ”
หญิงสาวผมดำผู้ถูกเรียกว่าโรซี่ หรือที่จริงคือ โรซาเลีย โรเว็ทต์สะบัดข้อมือ เก็บคันธนูกลับลงกระเป๋าคาดเอวพกพา แล้วชำเลืองผู้พูดที่แต่งตัวแค่ผ้าขนหนูสีม่วงบาง ๆ พันกายผืนเดียว ความบางของมันเมื่อเจอกับเนื้อขาว ๆ เปียกปอนจึงแทบบดบังรายละเอียดใด ๆ ไม่ได้เลย ทว่าเหนืออื่นใดก็แววตาของเพื่อนสาวนี่แหละ นัยน์ตาฉ่ำวาวคู่นั้นดูยังไงก็เมาอยู่ชัด ๆ !
“หลิน เจ้าหุบปากไปเลย พวกเจ้าน่ะโดนสกิลมนตร์เสน่ห์ของไอ้ถ้ำมองสารเลวนั่นเข้าไปต่างหาก!” โรซาเลียว่า
“อื้ม จะมนตร์เสน่ห์หรือไม่ ก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่าหมอนั่นน่ากินเป็นบ้า! ไปละนะค้า!!!” หลินหัวเราะลั่น จากนั้นก็เปิดหน้าต่างบานใกล้ที่สุดแล้วพุ่งตามอาร์เทมีสลงไป
เช่นเดียวกับหญิงสาวในสภาพโป๊เปลือยอีกกลุ่มใหญ่
“ข้าต้องฆ่าแกให้ได้ ไอ้โจรถ้ำมอง!” ว่าแล้วโรซาเลียก็เรียกใช้สกิลเร่งความเร็ว ร่างสูงโปร่งงดงามของหล่อนพลันหายวับไปในทันใด
อาร์เทมีสที่หลังจากทะลุหน้าต่างชั้นสองเข้ามาแล้วก็คิดว่าตนน่าจะพอมีเวลาพักหายใจหายคอบ้าง แต่ดูเหมือนบรรดาสาวหื่นทั้งหลายจะไม่ยอมปล่อยเขาไปง่าย ๆ เมื่อหางตาเทพีในคราบเทพบุตรนักล่าเห็นเงาแวบ ๆ ของสาวน้อยผ้าขนหนูสีม่วงที่คล้ายจะกระโดดหน้าต่างตามเขาลงมา
อาร์เทมีสไม่จำเป็นต้องห่วงหญิงสาวเหล่านี้มากนัก เพราะเอาจริง ๆ นะ ต่อให้พวกหล่อนจะมากันแบบตัวเปล่าเล่าเปลือย ทุกคนในกลุ่มนั้นก็เลเวลสูงกว่าเขากันหมดนั่นแหละ กะอีแค่เหวี่ยงตัวลงจากตึกหาใช่ปัญหาใหญ่แต่อย่างใด คนที่ควรเป็นห่วงที่สุดในตอนนี้ก็คือตัวเขาเองต่างหาก
“บ้าชะมัด” อาร์เทมีสพรวดพราดเข้าประตูตรงหน้า มันเป็นประตูไม้เรียบ ๆ ที่ดูปกติเป็นอย่างยิ่ง เพราะงั้นก็คงจะไม่ใช่-
เฮ้ย! เอาอีกแล้วเรอะ!?!
ห้องที่อาร์เทมีสคาดว่าสมควรเป็นห้องเรียนธรรมดากลับกลายเป็นห้องอาบน้ำไปซะได้ หมอกไอน้ำประหนึ่งม่านเลือนรางปกคลุมบ่อน้ำร้อนใหญ่ขนาดลงแช่ได้ประมาณสามสิบคน ด้านในสุดของบ่อคือภูเขาจำลองสูงสี่เมตรอันเป็นต้นกำเนิดของน้ำร้อนในรูปแบบสายน้ำตกส่งเสียงดังซัดซ่า กลิ่นดอกไม้หอมอบอวลชวนเคลิบเคลิ้ม
โชคดีที่ไม่มีใครอยู่... อาร์เทมีสลอบถอนหายใจ
“จู่ ๆ ก็โผล่พรวดพราดเข้ามาในห้องอาบน้ำหญิงเนี่ย เสียมารยาทมากเลยนะจ๊ะ็ฌ” เสียงหวานหยาดเยิ้มดังขึ้นจากทางด้านหลัง อาร์เทมีสหมุนตัวไปหาต้นเสียงทันที เพียงแต่เขากลับต้องพบกับการโจมตีไร้จิตสังหารที่ไม่คาดฝันเข้าเสียก่อน เนื่องจากวินาทีต่อมา แสงสว่างทั้งมวลพลันหายวับไป ใบหน้าของชายหนุ่มปะทะกับความมืดมิดหอมกรุ่น และถูกจู่โจมด้วยความรู้สึกเหมือนถูกโอบอุ้มด้วยความนุ่มนิ่ม
Boin Boin คำสั้น ๆ สองคำผุดขึ้นในหัวอาร์เทมีส ขณะที่เขาเอื้อมไปคว้าวัตถุนั้น บีบ ๆ คลำ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง
ทั้งนุ่มแล้วก็ยืดหยุ่นดีจริง ๆ เลยแฮะ ช่าง-
“อ๊างค์!” ใครคนนั้นครางเสียงใส อาร์เทมีสช็อคตัวแข็งทื่อในฉับพลันทันใด พริบตาต่อมาเขาก็ผงะถอยห่าง รีบปล่อยมือจาก ‘สวรรค์ชั้นมหึมา’ นั้นประหนึ่งเพิ่งคว้าจับโดนถ่านร้อน ๆ ก็ไม่ปาน “แหม ช่างเป็นลูกแกะน้อยที่ซุกซนเหลือเกิน”
อาร์เทมีสกำลังจะเอ่ยขอโทษ ทว่าคำพูดกลับติดอยู่ในลำคอ นั่นก็เนื่องจากคนที่ตนเพิ่ง ‘ล่วงเกิน’ ไปคือมอนสเตอร์ตัวหนึ่ง
ไม่สิ คนที่เข้ามาในเขตโรงเรียนนี้ได้มีแค่ผู้เล่นเท่านั้น เช่นนั้นก็ไม่ต้องสงสัย หล่อนคือผู้เล่นเผ่ามนุษย์ภูต หรือพวกครึ่งสัตว์นั่นเอง
ความสูงของหญิงสาว ณ ตอนนี้อยู่ที่สองเมตรครึ่ง กระนั้นอาร์เทมีสก็เชื่อว่าหากอีกฝ่าย ‘ยืดแข้งยืดขา’ เต็มที่จริง ๆ ละก็น่าจะได้สักสี่ถึงห้าเมตรเลยทีเดียว หล่อนหาใช่นางยักษ์หรือสัตว์ประหลาดรูปร่างใหญ่อะไรเทือกนั้น กลับกันเลย หญิงสาวมีรูปร่างสะโอดสะอง เค้าโครงตั้งแต่ศีรษะลงมาถึงบั้นท้ายบอกได้คำเดียวว่าสมส่วนงดงามเฉกเช่นกูรูโยคะสาวไม่ก็เทรนเนอร์หญิง เรือนผมเงางามประดุจเส้นไหมย้อมสีชมพูอ่อน นัยน์ตาโตสีแดงเหมือนพลอยสุกทว่าในบางมุมก็ดูราวกับหยาดโลหิต หางตาชี้แหลมให้ความรู้สึกของนางพญา โอเค ถึงตรงนี้อาร์เทมีสเห็นด้วยกับคำ ๆ นี้เลยละ
ก็เพราะหล่อนคืออารัคเน่ยังไงล่ะ
ท่อนล่างหาใช่ขาของมนุษย์ แต่เชื่อมกับส่วนท้องและก้นแมงมุมขนาดมหึมาถึงขั้นสามารถยัดสิงโตตัวใหญ่ ๆ เข้าไปข้างในได้สบาย ขาแปดข้างทั้งยาวทั้งน่ากลัว เส้นขนหนาและดูแข็งเหมือนขนเม่นงอกยาวเหมือนต้นกล้าเติบโตอย่างหลวม ๆ เท้ากรงเล็บใช้เป็นอาวุธร้ายแรงได้ ไหนจะเปลือกนอกร่างกายส่วนแมงมุมสีแดงสดแซมด้วยสีดำน่าเกรงขามที่มองยังไงก็มีพิษชัด ๆ
แวบหนึ่งอาร์เทมีสนึกไปถึงหญิงงามผู้หนึ่งที่ชีวิตถูกทำลายลงด้วยความอยุติธรรมโดยพี่น้องของตนเมื่อนานแสนนานมาแล้ว
ไม่ เธอคนนี้ไม่ใช่อารัคเน่ แต่เป็นแค่ผลพวงจากอารยธรรมการ์ตูนและความหื่นกามของบรรดานักออกแบบตัวละครต่างหาก!
“ถึงกับตกใจทำอะไรไม่ถูกเลยหรือ แม่สาวน้อย” เสียงหวาน ๆ ของสาวครึ่งแมงมุมดึงสติอาร์เทมีสกลับมา ฝ่ายนั้นโน้มตัวลงจนวงหน้าเปี่ยมเสน่ห์เย้ายวนสไตล์ ‘พี่สาว’ อยู่ห่างไปไม่มากนัก กลิ่นกุหลาบเข้มข้นขึ้น กระตุ้นความรู้สึกอยากลิ้มลองต่อเรียวปากชมพูอ่อนตรงหน้าขึ้นมา
อาร์เทมีสกลืนน้ำลายเอื้อก แต่แล้วก็นึกบางอย่างออก
“เจ้ารู้ว่าข้าเป็นผู้หญิงงั้นหรือ”
“แน่นอนสิว่ารู้ สกิลจำแลงกายระดับนี้ไม่ได้สังเกตยากมากมายอะไรหรอก” ไม่พูดเปล่า พลางเอื้อมมือมาลูบไล้ใบหน้าอาร์เทมีสไปด้วย “เรียกฉันว่าลีเนียร์”
ถ้างั้นก็ง่ายแล้ว “เอ่อ... เจ้าพอจะช่วยถอนสกิลให้ได้ไหม ข้าโดนสาปมา-”
ปลายนิ้วเรียวแตะปากอาร์เทมีสเป็นทำนองให้หยุดพูด “แต่มาดหนุ่มรูปงามแบบนี้ก็ดูไม่เลวเหมือนกันนะ”
ใช่แล้ว อาร์เทมีสในยามนี้ตกอยู่ใต้อิทธิพลของสกิล ‘สลับเพศ’ ของฟอร์จูน่า ทำให้จากหญิงสาวสง่างามกลับต้องติดอยู่ในคราบของเจ้าชายสุดหล่อ ที่จริงจะพูดว่าตัวเธอในเวอร์ชั่นนี้แตกต่างจากร่างหญิงโดยสิ้นเชิงก็ไม่ค่อยจะเอ่ยได้เต็มปากเท่าไหร่นัก ด้วยเดิมทีอาร์เทมีสก็มีใบหน้าที่ทั้งสง่างามอย่างเทพบุตรและอ่อนหวานดั่งนางอัปสรอยู่ภายในคนเดียวกันอยู่แล้ว ทว่าเมื่ออยู่ในร่างชายหนุ่ม ความอ่อนละมุนของสตรีก็ได้หายไป ทดแทนด้วยความดุดันคมเข้มของบุรุษอย่างเต็มที่
เพียงแต่อาร์เทมีสไม่มีความสุขกับสภาพเช่นนี้เอาเสียเลย เธอภาคภูมิใจกับความเป็นหญิงของตนเป็นอย่างยิ่ง เพราะแต่ไหนแต่ไรมาเธอก็เป็นเทพีผู้ดูแลสตรีทั้งมวลอยู่แล้ว ความแข็งแกร่งของเธอสะท้อนความแข็งแกร่งของหญิงสาวทั้งหลาย และที่สำคัญเหนืออื่นใดก็คือเธอไม่ต้องการให้ตัวเองดูเหมือนเจ้าพี่ชายงี่เง่านั่นด้วย!
อ๊าคคค ข้าคิดถึงหน้าอกหน้าใจแล้วก็สะโพกดินระเบิดจะแย่อยู่แล้ว เอาคืนมานะ เอาหน้าอกข้าคืนมา ยายบ้าฟอร์จูน่า!!!
“แต่ข้าไม่ชอบ” อาร์เทมีสเผยสีหน้าดึงดันเอาแต่ใจออกมา ลีเนียร์เห็นความโกรธสะท้อนในแววตาสีอาเมทิสต์ที่น่าหลงใหลคู่นั้น “ถ้าเจ้าช่วยข้าไม่ได้ เช่นนั้นก็หลีกไปได้แล้ว!”
“เดี๋ยวก่อน” สาวแมงมุมคว้าไหล่ แต่อาร์เทมีสไม่สนใจหล่อนอีก ในเมื่อช่วยอะไรไม่ได้ เธอก็ไม่มีทางเลือกต้องตามไปลากคอยายตัวการความวุ่นวายทั้งหมดนี่ให้ได้ แล้วไหนจะยังมีผู้หญิงพวกนั้นอีก ทั้งที่อยากระเบิดเธอให้เป็นผุยผงก็มี หรือกลุ่มที่อยากจับกดเธอใจจะขาดก็มี นี่มันวันบ้าอะไรกันฟะเนี่ย!?!
ตอนที่อาร์เทมีสปัดแขนลีเนียร์ออก จู่ ๆ เธอก็พลันสัมผัสถึงลางร้าย “ฉิบ-”
วินาทีนั้นเองสกิล ‘ซุ่มซ่ามจนได้เรื่อง’ ที่ ‘ถูกยัดเยียดให้มา’ ก็เกิดทำงานขึ้นอัตโนมัติ ชั่วพริบตาเดียวอาร์เทมีสก็สบถสาปแช่งเสียยาวเหยียด ไหงมันจะต้องมาทำงานเอาตอนนี้ด้วยนะ! บ้าเอ๊ย! ไปตายซะ! ขอสาปแช่งเจ้า ฟอร์จูน่า! ขอให้หน้าอกพวกนั้นของเจ้าหายไปเหมือนกับลูกโป่งถูกปล่อยลมออก!!!
แม้ความคิดจะแล่นไปไกล แต่ร่างกายกลับไม่ได้ไล่ตามสมองไปด้วย ความจริงก็คือ ภายใต้อิทธิพลของสกิล ‘ซุ่มซ่ามจนได้เรื่อง’ เธอจะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เลยแม้แต่น้อย นับว่าเป็นสกิลที่บงการโชคชะตาได้อย่างแท้จริง
‘สะดุดล้มได้แม้บนพื้นเรียบ ๆ คือคุณสมบัติพื้นฐานของสาวซุ่มซ่าม’ เสียงพี่ชายตัวดีดังขึ้นความทรงจำ จะว่าไปแล้วการที่เธอกลายมาเป็นเทพีติดเกมบ้าการ์ตูนเช่นทุกวันนี้สาเหตุก็ด้วยเจ้าเทพสุริยันอะพอลโลนี่เอง
อาร์เทมีสเสียหลักหน้าคะมำ ช่วยไม่ได้ที่ปฏิกิริยาตอบสนองตามธรรมชาติของคนล้มเป็นการโบกไม้โบกมือควานหาหลักเพื่อยึดร่างกายเอาเป็นเอาตาย แต่โชคร้ายตรงที่หลักนั้นกลับเป็นผ้าขนหนูผืนจิ๋วซึ่งมีอยู่เพียงผืนเดียวในห้อง
แน่นอนว่าต้องเป็นผืนของสาวแมงมุมลีเนียร์อยู่แล้ว
“อ๊ะ!” ลีเนียร์กับอาร์เทมีสร้องออกมาพร้อมกัน ผ้าที่แค่เหน็บหลวม ๆ หลุดทันทีราวกับรอคอยจังหวะนี้มานานแสนนาน เทพีในร่างจำแลงชายหนุ่มตาโตกับหน้าอกที่กระเด้งผัลวะออกมากระเพื่อมสั่นไหวทักทายอวดโฉมอย่างกระตือรือร้น แต่ยัง ยังไม่จบ ถ้ามีแค่นี้แล้วสกิลซุ่มซ่ามจนได้เรื่องนั้นจะถูกเรียกว่าสกิลกวนประสาทอันร้ายกาจที่สุดได้อย่างไรกัน
ข้อเท้าเธอส่งเสียงดังก๊อก เจ็บจนน้ำตาแทบทะลักออกมา อาร์เทมีสล้มแบบหมุนคว้างอย่างกับนางเอกเอ็มวีในฉากสโลว์โมชั่น ลีเนียร์โผเข้าจะช่วยเหลือ ซึ่งอาร์เทมีสแทบกราบขอร้องเลยว่า ‘ห้ามเข้ามาใกล้เด็ดขาดเลยนะเว้ย!’ ทว่าอะไร ๆ ก็ดูจะสายไปเสียแล้ว เธอพุ่งเข้าใส่ใบหน้าอีกฝ่ายด้วยความเร็วเต็มที่
คิดละสิว่าพวกเธอคงจูบกันโดยไม่ได้ตั้งใจ จากนั้นก็อายม้วนทำอะไรไม่ถูกกันพักใหญ่ ขอโทษเถอะ พล็อตนั่นมันเกร่อแล้ว ที่ไหนสักแห่งในโรงเรียน ฟอร์จูน่าแสยะยิ้มชั่วร้ายระหว่างจับตาดูคนทั้งสองผ่านหน้าจอโฮโลแกรมจากสกิลสอดแนม ท่านพี่เนี่ยไม่เลวเลย สมกับที่เป็นพี่สาวของข้าจริง ๆ แฮะ ยิ่งกว่านั้นยังดูเหมือนจะได้รับพรสวรรค์จากท่านพ่อมาอย่างเต็มที่เสียด้วย
ริมฝีปากพลาดกันไปในระดับมิลลิเมตร แต่เชื่อเถอะว่าสกิลซุ่มซ่ามสามารถพาไปได้ไกลกว่านั้น
มองเผิน ๆ เหมือนเธอจะพุ่งเข้าไปกอดลีเนียร์ และก็ดูเผิน ๆ อีกนั่นแหละที่เหมือนกับเธอเพิ่งจะประทับปากกับยอดปทุมถันของสาวครึ่งแมงมุมที่เพิ่งพบกันครั้งแรก
“อุ๊บ! อืม...” ชั่วขณะหนึ่งสมองอาร์เทมีสพลันว่างเปล่า ปฏิกิริยาตอบสนองตามธรรมชาติล้วน ๆ ย้ำ! ปฏิกิริยาตามธรรมชาติ!!! ทำให้เธอเผลอใช้ฟันขบเบา ๆ ทั้งยังตวัดลิ้นเลียอีกต่าง รสหวานยากจะบรรยายค่อย ๆ แผ่ซ่านในปาก ส่งผลให้เธออดไม่ได้ต้องเริ่มดูดกลืนด้วยปรารถนารสสัมผัสมากยิ่งขึ้น
จนกระทั่งร่างสูงผิดมนุษย์ของลีเนียร์ทรุดลงอย่างกะทันหันพร้อมเสียงครางหวานที่แว่วเข้ามาในหูนั่นแหละ อาร์เทมีสจึงได้สติขึ้นมา ทันทีที่ตระหนักว่าตนเพิ่งทำอะไรลงไปเท่านั้น เธอก็แทบกระอักเลือดออกมาเลยทีเดียว
ร่างของสาวครึ่งแมงมุมอ่อนยวบลงในอ้อมแขนเธอ ผิวขาวอมชมพูของลีเนียร์เริ่มซับสีเลือดก่อนแดงจัดไปทั้งหัวทั้งหู ใบหน้าซึ่งปกติก็ยั่วยวนอยู่แล้วยิ่งเปล่งประกายเชิญชวน เข้มข้นเสียจนกระทั่งผู้หญิงด้วยกันอย่างอาร์เทมีสก็ยังเกิดความปรารถนาขึ้นมา
“ขะ ขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจ!”
“เอาอีก...”
“หา”
“ขออีก” นัยน์ตาลีเนียร์แดงก่ำ อาร์เทมีสมองเห็นประกายระยิบระยับรูปหัวใจสีชมพูกะพริบในนั้นชัดเจน “ช่วยทำให้ฉันเป็นของเธอทีเถอะ!”
“ซวยล่ะสิ!”
แน่นอนว่านั่นเป็นผลจากสกิล ‘ที่ได้รับยัดเยียดมา’ อีกหนึ่งสกิล สกิล ‘ประทับตรา’ ซึ่งมีผลทำให้เมื่อสัมผัสจากอาร์เทมีสได้ก่อให้เกิดความรู้สึกสุขสมขึ้น หญิงสาวผู้นั้นก็จะตกอยู่ใต้มนตร์เสน่ห์อย่างรุนแรงของอาร์เทมีสในทันที
“นะ นี่ก็โดนไปอีกคนแล้วเรอะ!” เสียงประตูกระแทกเปิดดังลั่น อาร์เทมีสหันขวับไปแล้วก็ต้องหน้าซีด ผู้ที่ยืนตระหง่านอยู่ประหนึ่งร่างอวตารของเทพีผู้ล้างแค้นก็คือหญิงสาวผมดำกับธนูในมือ โรซาเลีย ...พร้อมทั้งกองทัพอันน่าเกรงขามทางด้านหลังอย่างหลินกับหญิงสาวทุกคนที่โดนสกิล ‘ประทับตรา’ ของเธอเข้าไปก่อนหน้านี้ “แก! นี่แม้แต่รุ่นพี่ลีเนียร์ก็ยังไม่เว้น!?!”
“เอาเลย ๆ ท่านพี่ จัดการกับโรซาเลียซะ จากนั้นก็สร้างฮาเร็มมั่วกามขึ้นในห้องอาบน้ำนั่นเลย!!!” ฟอร์จูน่าชูกำปั้นโบกอยู่ในห้องทำงานประจำตำแหน่งของตน โดยมีผู้ช่วยผู้อำนวยการของโรงเรียนมองดูด้วยสายตาเอือมระอา
ความเจ็บปวดพุ่งปรี๊ดจากลำคอ อาร์เทมีสพบว่าลีเนียร์เพิ่งใช้ฟันแหลมคมกัดตนในตอนที่ไม่ทันระวัง สาวครึ่งแมงมุมเปลี่ยนจากท่าทางอ่อนปวกเปียกมาเป็นกราดเกรี้ยว หล่อนรวบตัวอาร์เทมีสเข้าไปกอดไว้ราวกับแม่ไก่หวงไข่
“หล่อนเป็นของฉัน ไม่ว่าใครก็ไม่ยกให้ทั้งนั้น!”
อาร์เทมีสอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ทำไม่ได้เนื่องจากพิษได้วิ่งพล่านไปทั่วร่างแล้ว
จากนั้นเธอก็ตาเหลือก คอพับคออ่อนหมดสติไป