บรรยากาศยามเย็นของร้านอาหารไทยสไตล์โฮมมี่บนชั้นดาดฟ้าเต็มไปด้วยความอบอุ่น ลมพัดพากลิ่นอายของความผ่อนคลายมาปะทะผิวหน้า แสงไฟสีส้มสลัวๆ ช่วยสร้างบรรยากาศเป็นกันเอง ภากรเลือกร้านนี้เพราะรู้ว่าอัปสราชอบความสงบ ไม่วุ่นวาย และที่สำคัญคืออาหารอร่อยถูกปากเธอแน่นอน
"ร้านสวยมากเลยค่ะคุณภากร บรรยากาศดีมากๆ เลย"
อัปสรามองไปรอบๆ ด้วยดวงตาทอประกาย
"ผมเห็นคุณทำงานหนักมาทั้งวัน เลยอยากให้มานั่งพักผ่อนที่สบายๆ ครับ"
ภากรเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม พลางขยับแก้วน้ำส่งให้เธออย่างใส่ใจ
"คุณสราลองชิมแกงรัญจวนดูสิครับ เขาทำเครื่องแกงได้หอม รสชาติทั้งเข้มข้นทั้งกลมกล่อมลงตัวมากๆ เลยครับ"
อัปสราตักอาหารเข้าปากก่อนจะทำตาโต
"อร่อยจริงด้วยค่ะ! แกงกลมกล่อมมากเลย ถ้ามาทุกวันน้ำหนักสราคงขึ้นเป็นแน่"
เธอพูดพร้อมหัวเราะตาหยี
ภากรหัวเราะเบาๆ ในลำคอ สายตาที่มองเธอเต็มไปด้วยความเอ็นดู เขายกมือขึ้นหมายจะช่วยเช็ดมุมปากของเธอที่มีคราบน้ำแกงติดอยู่เล็กน้อย แต่ชะงักไว้ก่อนอย่างระมัดระวัง
"ขออนุญาตนะครับ..."
ภากรเอ่ยขอความยินยอมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
อัปสราพยักหน้ารับอย่างเขินอาย เมื่อนิ้วโป้งเรียวยาวของภากรแตะลงที่มุมปากของเธอเบาๆ สัมผัสจากปลายนิ้วอุ่นร้อนซึมซาบผ่านผิวเนื้อ จนหัวใจดวงน้อยเต้นระทึกไม่เป็นจังหวะ สายตาคมกริบสบประสานกับดวงตาคู่สวยชั่วครู่หนึ่ง บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดหมุนไปชั่วขณะ
"ขะ...ขอบคุณค่ะ"
อัปสราก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อหลบสายตาที่ชวนให้ใจละลายคู่นั้น และเพื่อที่เขาจะไม่ได้เห็นแก้มที่แดงยิ่งกว่ามะเขือเทศสุกในตอนนี้
"ด้วยความยินดีครับ"
ภากรยิ้มบางๆ เติมเต็มความหวานให้มื้ออาหารได้อย่างดีเยี่ยม
หลังจากทานอาหารไปได้สักพัก ภากรก็สังเกตเห็นว่าดวงตาคู่สวยคู่เดิมเริ่มมีร่องรอยความกังวลฉายออกมา อัปสราเผลอถอนหายใจออกมาเบาๆ ขณะมองออกไปนอกกระจก แม้เธอจะพยายามซ่อนมันไว้ด้วยรอยยิ้มก็ตาม
"คุณสราครับ..."
ภากรเรียกชื่อเธอด้วยความห่วงใย น้ำเสียงปรับเปลี่ยนเป็นจริงจังและนุ่มนวล
"คุณสรามีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าครับ? วันนี้ผมเห็นคุณเหม่อๆ และถอนหายใจหลายครั้งแล้ว แต่ถ้าคุณไม่สะดวกใจบอกผมได้เลยนะครับ แต่ถ้าอยากมีคนรับฟัง... ผมยินดีรับฟังทุกเรื่องเลยนะ"
คำพูดที่เต็มไปด้วยความจริงใจ อีกทั้งน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความห่วงใยและไม่มีการบีบบังคับทำให้อัปสรารู้สึกอบอุ่นในหัวใจ เธอสบตาชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องที่แบกรับไว้คนเดียวมาหลายวัน เธอไม่กล้าไปปรึกษาคุณอัปสร ผู้เป็นแม่ เธอกลัวว่าแม่จะไม่สบายใจและบอกให้เธอกลับไปอยู่บ้านที่เชียงใหม่
"คือว่า... เรื่องสัญญาเช่าร้านน่ะค่ะคุณภากร"
อัปสราถอนหายใจยาว
"อีกสามเดือนจะหมดสัญญา แล้วเจ้าของที่เขาแจ้งว่าจะไม่ต่อสัญญาเช่าแล้วค่ะ เขาจะขายให้นายทุนไปสร้างเป็นคอนโด ถ้าคุณแม่รู้ แม่ต้องเรียกตัวสรากลับบ้านแน่ๆ ค่ะ"
"อย่างนี้นี่เอง..."
ภากรรับฟังอย่างตั้งใจ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
"สราพยายามหาพื้นที่ใหม่ในบริเวณใกล้เคียงแล้วค่ะ แต่ค่าเช่าสูงมาก บางที่ระบบไฟฟ้ากับระบบระบายอากาศก็ไม่พร้อมหรือไม่เหมาะสำหรับการทำครัวเบเกอรี่เลย... ร้าน Sweet Season คือความฝันและทุกสิ่งทุกอย่างของสรา พอเจอแบบนี้ก็เลยแอบกังวลน่ะค่ะ"
น้ำเสียงของเธอแผ่วลงเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยล้า
ภากรมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความเข้าใจและความสงสารจับใจ เขาขยับมือเลื่อนไปจับมือเล็กๆ ของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะเบาๆ กุมไว้ด้วยความอบอุ่นเพื่อส่งผ่านกำลังใจ
"ไม่ต้องกังวลไปนะครับ ทุกปัญหามีทางออกเสมอ"
ภากรเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นคงที่ทำให้คนฟังรู้สึกปลอดภัย
"จริงสิ... โครงการคอมมูนิตี้มอลล์แห่งใหม่ของบริษัทผมที่กำลังจะเปิดตัวในอีกสองเดือนข้างหน้า ตั้งอยู่ห่างจากร้านเดิมของคุณแค่นิดเดียวเองครับ"
อัปสราเงยหน้าขึ้นมองเขา
"เอ๋? โครงการเดชาวิลล์เหรอคะ?"
"ครับ ในโครงการนั้นเรามีโซนสำหรับร้านเบเกอรี่และคาเฟ่โดยเฉพาะ ระบบไฟ ถังดักไขมัน และการระบายอากาศถูกออกแบบไว้ครบถ้วนมาตรฐานสูงมาก"
ภากรส่งยิ้มอ่อนโยน
"ถ้าคุณสราสนใจ... ผมอยากเชิญคุณไปดูพื้นที่จริงพรุ่งนี้ครับ"
"แต่ว่า... โครงการระดับนั้น ค่าเช่าต้องแพงมากแน่ๆ เลยค่ะ ฉันคงสู้ค่าเช่าไม่ไหวแน่ๆ"
"เรื่องนั้นคุณสราไม่ต้องกังวลครับ"
ภากรขัดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
"และผมไม่ได้จะยกพื้นที่ให้คุณฟรีๆ หรือให้เอกสิทธิ์พิเศษจนผิดหลักธุรกิจหรอกครับ เพราะผมรู้ว่าคุณสราภูมิใจในฝีมือตัวเอง และอยากเติบโตด้วยตัวเองใช่ไหมครับ?"
อัปสราพยักหน้ารับ ภากรเข้าใจตัวตนของเธออย่างแท้จริง เขาไม่ได้ใช้เงินหรืออำนาจมาตัดปัญหา แต่เคารพในศักดิ์ศรีและความสามารถของเธอ
"ผมจะให้ทีมงานส่งเงื่อนไขสัญญาเช่าตามมาตรฐานธุรกิจให้คุณพิจารณาครับ มีส่วนลดสำหรับการเปิดร้านใหม่ตามนโยบายบริษัทปกติเลย แต่สิ่งที่ผมประกันได้คือ พื้นที่นั้นเหมาะกับร้านของคุณมากจริงๆ อีกทั้งฝีมือทำอาหารของคุณ ไม่มีใครเทียบเลยครับ"
ภากรส่งยิ้มหวานและบีบมือเธอเบาๆ อย่างถนอม
"ให้ผมได้ช่วยดูแลและสนับสนุนความฝันของคุณนะครับ คุณสรา"
คำพูดที่ให้เกียรติและสายตาที่เต็มไปด้วยความหวังดีไร้ซึ่งผลประโยชน์แอบแฝง ทำให้ความกังวลในอกของอัปสราคลายลงอย่างน่าประหลาด ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่
ใครเล่าจะคิดว่า ผู้ชายที่ดูสุขุม พูดน้อย อย่างเขา จะมาใส่ใจกับแม่ค้าขายขนมอย่างเธอ
"ขอบคุณนะคะคุณภากร... ขอบคุณจริงๆ ค่ะที่ใส่ใจสราขนาดนี้"
"เพราะคุณสำคัญสำหรับผมไงครับ"
ภากรตอบกลับทันที นัยน์ตาฉายประกายความรักและจริงใจอย่างไม่ปิดบัง ทำเอาแก้มของคนฟังขึ้นสีแดงระเรื่อ (เป็นรอบที่เท่าไรไม่รู้ในค่ำนี้) อย่างห้ามไม่ได้