ตอนที่ 2
หกโมงครึ่งที่ตติยาเปิดประตูร้านเข้ามาพร้อมกับร่างสูงของเด็กหนุ่มที่เดินถือของตามหลังเข้ามา คนที่กำลังดูดฝุ่นอยู่เงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้
“สวัสดีณัฐ หยุดแล้วเหรอ”
แค่เพียงได้ยินเสียงใสกังวาล ใจของธณัฐก็เต้นเร็วขึ้นมาทันที เขาเปิดยิ้มกว้าง
“หยุดแล้วครับ มี่ตื่นเช้าจัง”
“โธ่ไอ้นัฐ ถ้าฉันไม่ไปเอาตีนเขี่ยป่านนี้แกจะตื่นไหมแล้วบอกตื่นไหวแน่นอน” ตติยาที่โผล่หน้าส่งเสียงแหวมาจากในครัว
ปารมีหัวเราะ
“มี่มีอะไรให้ผมช่วยบ้าง” ธนัฐเดินไปวางของไว้หลังเคาท์เตอร์ที่ผู้เป็นพี่สาวให้ช่วยถือมา แล้วเดินกลับมาหาปารมีที่ยืนจับสายเครื่องดูดฝุ่นอยู่กลางร้าน
“เอาเก้าอี้ฝั่งนั้นลงก็แล้วกันจ้ะพี่ดูดฝุ่นเรียบร้อยแล้ว”
ร่างสูงของเด็กหนุ่มที่กำลังเดินไปตรงจุดที่ปรามีชี้
“ครับผม”
หญิงสาวยิ้ม เป็นยิ้มที่ธนัฐมองแล้วหัวใจเขารู้สึกสว่างไสว อกใจเขามันเหมือนเต้นระบำได้
เขาหลงรักหญิงสาวคนนี้มานานแล้ว นานมากหลายปีแล้วตั้งแต่ที่รู้ว่าความรักคืออะไรนั่นแหละ
และถ้าใครสักคนจะถามเขาว่าความรักคืออะไร ธนัฐก็บอกได้อย่างไม่ลังเลเลยว่า ความรักของเขา ก็คือปารมี ผู้หญิงที่มีใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือ ปากนิดจมูกหน่อย ยิ้มสวยมากคนนี้อย่างไรละ
ธนัฐไม่เคยให้ความสนใจกับสาวสวยคนไหน ไม่ว่าคนคนนั้นจะสวยที่สุดในมหาวิทยาลัย ตามบอกรักเขาเป็นสิบครั้ง หากธนัฐก็ให้ได้แค่ความเป็นเพื่อน และถ้าจะมีใครสักคนที่รู้ว่าทำไมธนัฐถึงไม่เปิดโอกาสให้ใครเลย เห็นทีจะมีก็แต่เพื่อนสนิทของเขาเพียงคนเดียว ก็คือไอ้จอมเดช ที่คอยพาเขามานั่งเล่นที่ร้านนี้บ่อยๆ
“ช่วยหน่อยนะแก บวกเป็นโอทีเพิ่มเอานะ ฉันเองก็ไม่เข้าใจคุณแม่ทำไมอยู่ดีๆถึงปุบปับจะจัดงานกัน”
คนที่ยืนฟังอยู่นึกกระหยิ่มในใจ
จะเพราะใครละที่ขอให้จัดงาน ก็เขาน่ะสิ
“ไม่มีปัญหาหรอก นวดแป้งไว้คืนนี้ อบพรุ่งนี้สายๆก็ใช้ได้แล้ว จำนวนไม่ได้เยอะเท่าไหร่”
“โอเค ขอบใจมากนะแก ปะไอ้นัฐไปพลิกป้ายหน้าร้านให้หน่อย”
ธนัฐพยักหน้าแล้วเดินไปพลิกป้ายหน้าร้านให้เป็น OPEN แล้วเดินกลับมาหาคนที่เขาอยากอยู่ใกล้ตลอดเวลา
“สวัสดีครับคุณนิ้ง คุณมี่” หนุ่มหล่อมาดดีที่เปิดประตูเข้ามาแล้วเอ่ยทักทายเจ้าของร้านทั้งสองคน มองเลยมายังเด็กหนุ่มที่เขารู้จักดีว่าเป็นใครพยักหน้าให้เล็กน้อย ไม่ต่างจากธนัฐที่ทำแบบเดียวกัน
เขาไม่ค่อยชอบเจ้าหมอนี่สักเท่าไหร่หรอก ชอบทำทียิ้มพรายให้คนนั้นทีคนนี้ที ก็ไม่รู้ว่าชอบใครอยู่หรือเปล่าในบรรดาสองสาวนี่ ถ้าชอบตติยาก็แล้วไป แต่ถ้าชอบมีมี่ของเขาล่ะก็ ข้ามศพเขาไปก่อนเถอะ
“สวัสดีค่ะคุณต้น ร้านยังไม่หยุดหรือคะวันนี้”
“หยุดแล้วครับ แต่แวะมาเพราะอยากให้ของขวัญปีใหม่กับเพื่อนบ้าน นี่ครับ เป็นภาพที่ผมวาดไว้ สวัสดีปีใหม่นะครับ”
ตติยาที่ยืนอยู่ใกล้เป็นคนรับไว้
“ขอบคุณนะคะคุณต้น สวยมากเลยค่ะ”
“ขอบคุณเช่นกันครับสำหรับขนมปีใหม่ เมื่อเช้าคุณแม่ท่านทาน ท่านบอกชอบมาก ว่างๆจะมาขออุดหนุนด้วยตัวเอง”
“ถ้าเป็นขนมของขวัญปีใหม่เป็นแบบพิเศษที่เราทำออกมาช่วงเทศกาลสำหรับลูกค้าแล้วก็สวัสดีปีใหม่เท่านั้นค่ะคุณต้น แต่ถ้ายังไงถ้าคุณแม่คุณต้นจะมาบอกล่วงหน้าได้นะคะ มี่จะให้พีเขาทำไว้รอ”
“โอะ อย่าลำบากเลยครับ ให้เป็นฝีมือคุณพีขนมไหนก็อร่อยอยู่แล้วครับ”
“ขอบคุณนะคะ ฝากขอบคุณคุณแม่คุณต้นด้วยที่ชอบขนมของพวกเรา”
ต้นตระการยิ้ม ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลา อายุไล่เลี่ยกันกับสองสาว เขาเป็นจิตกรที่มีชื่อเสียง เปิดแกลอรี่ภาพวาด ภาพส่วนมากเป็นภาพวาดฝีมือของเขาเอง มีบางส่วนที่เป็นของศิลปินชื่อดังท่านอื่นที่เขาซื้อและประมูลมาจัดแสดงไว้ หลายครั้งที่เห็นหนุ่มหล่อมาดดีได้ออกรายการทางโทรทัศน์ พบเห็นหน้าบนสื่อออนไลน์ต่างๆบ่อย เพราะหากไม่บอกว่าเป็นจิตกรที่มีชื่อเสียง หลายคนอาจจคิดว่าเขาเป็นดารานายแบบก็ได้
และแม้ท่าทีของต้นตระการจะไม่ได้ดูมากไมตรีจนให้คิดเลยเถิด แต่ใบหน้าหล่อๆใสๆนั่นก็ทำให้คนที่ยืนกอดอกมองอยู่ไม่ไกลขุ่นๆในใจเล็กน้อย
พูดเฉยๆทำไมต้องทำตาวาวๆใสๆใส่มีมี่ของเขาด้วยนะ
มีธนัฐมาช่วยวันนี้นับว่าดีไม่น้อย แม้ลูกค้าจะเริ่มบางตาลง แต่ช่วงสายที่ผ่านมาก็เล่นเอาขาพันกันน่าดู
“ไม่ได้นัฐมาช่วยอีกคนสงสัยพี่กับนิ้งคงขาขวิดแน่ๆวันนี้”
“อยากมาช่วยทุกวันเลย ถ้ามี่ต้องการ” หนุ่มน้อยว่าพลางช่วยหยิบจานจากมือของหญิงสาวไป
ปารมีมองตามหลังร่างสูงผอมเดินเข้าไปในครัว ยิ้มบางเบากับตัวเอง
“มี่ ไปกินข้าวเถอะ ฉันกินเรียบร้อยละ แกกับไอ้นัฐไปกินหน่อยไป เดี๋ยวฉันเฝ้าข้างนอกเอง”
“ให้นัฐกินไปก่อนก็ได้ ฉันยังไม่หิว” ปารมีเงยหน้าขึ้นขณะที่กำลังเช็ดโต๊ะหลังจากที่ลูกค้าลุกออกไป
“ไม่หิวก็ไปกินก่อนเถอะ เดี๋ยวช่วงเย็นลูกค้าจะเยอะกว่าเดิมเสียหรือเปล่าก็ไม่รู้”
หญิงสาวพยักหน้าอย่างเห็นด้วย เช็ดโต๊ะจนเสร็จแล้วเดินเข้าไปในครัว
มองเห็นร่างสูงของธนัฐกำลังกดโทรศัพท์ บนโต๊ะมีจานอาหารวางเรียงรายกันอยู่ เป็นตติยาที่ทำไว้รอ
หญิงสาวล้างมือแล้วเดินไปนั่งตรงกันข้ามกับธนัฐ
ชายหนุ่มวางโทรศัพท์แล้วเงยหน้าขึ้นมอง
“มี่ ไม่ค่อยกินข้าวใช่ไหม ว่าจะทักตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วว่ามี่ดูผอมไปจากเดือนก่อนที่เจอกัน” เขาว่าพลางตักอาหารใส่จานหญิงสาว
ปารมียิ้ม เป็นยิ้มที่ธนัฐหลงรักเหลือเกิน เคยคิดมาตลอดว่าผู้หญิงคนนี้ยิ้ม เป็นมิตรแทบจะตลอดเวลา ปารมีของเขาเคยมีเรื่องอะไรทุกข์ใจกับใครบ้างไหมนะ
“ก็กินเท่าเดิมแหละ แต่งานเยอะเดินไปเดินมากินพลังงานไปทั้งวันก็เลยเป็นแบบที่เห็น”
“แสดงว่าเจ๊นิ้งไม่ทำงาน ปล่อยให้มี่ทำคนเดียวหรือไง เจ๊นิ้งถึงได้อ้วนเอาอ้วนเอา”
“นี่ นัฐ พูดไปนิ้งได้ยินเดี๋ยวเราจะโดน”
ธนัฐหัวเราะร่า
“มี่”
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาคมของเด็กหนุ่มที่มองมาด้วยแววตาเรียบนิ่ง นิ่งจนคนถูกมองรู้สึกแปลกในใจ
“หืม?”
“คุณต้นคนนั้นจีบมี่เหรอ”
ปารมีขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ก่อนจะทำหน้าเหมือนนึกได้ว่าอีกฝ่ายกำลังพูดถึงใคร
“คุณต้นตระการข้างบ้านนี่นะเหรอ ไม่นี่ ดูเหมือนคุณต้นเขาจะมีแฟนแล้วนะพี่ก็ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆเขาไม่ได้จีบพี่หรอก”
“แต่ผมเห็นเขามองมี่แบบคนที่ชอบอ่ะ แบบปลื้มมาก”
คราวนี้ปารมีเลิกคิ้วสูง เผยยิ้มเล็กน้อย มองเด็กหนุ่มคล้ายว่านี่เป็นสิ่งที่ตลกขบขันสิ้นดี
“ไม่ตลกนะมี่”
“ก็มันตลกจริงๆนี่ คุณต้นไม่ได้จีบพี่ ไม่เคยเห็นมาจีบสักที หรือจีบแต่พี่ไม่รู้ตัวกัน”
ธนัฐวางช้อนเสียงไม่เบาเลย สีหน้าเรียบเมื่อกี้กระด้างขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่สบอารมณ์
“ก็แล้วถ้าคุณต้นจีบจริงๆ มี่จะว่ายังไง”
ปารมีทำปากยื่นขมวดคิ้วเล็กๆอย่างขบคิด
หากท่วงท่าน่ารักนั้นทำเอาคนที่อารมณ์ขุ่นเล็กๆมองด้วยอาการตาพร่าอย่างลืมตัว
“ก็ไม่ว่ายังไง พี่ไม่ได้ชอบคุณต้นแบบนั้นเสียหน่อย”
โดยเฉพาะคำตอบ เพราะคนฟังลืมเลือนจากสิ่งที่ขุ่นเคืองเมื่อครู่จนต้องเผยยิ้มออกมาทันที
“มี่”
“หืม...” หล่อนขานรับเพราะกำลังเคี้ยวอาหาร มองเด็กหนุ่มด้วยแววตาสงสัย ดูเหมือนธนัฐจะมีเรื่องให้คุยเยอะแยะเหลือเกิน
“งั้นมี่คบกับผมได้ไหม”
เพล้ง!