หวานนักรักนี้

ตอนที่ 3: ตอนที่ 3

👁️ 9 อ่าน

ตอนที่ 3

รู้... ทำไมปารมีจะไม่รู้ว่าถูกธนัฐมองด้วยสายตาแปลกๆมาโดยตลอด และก็ยอมรับว่าหล่อนก็ใจเต้นไม่เป็นจังหวะเท่าไหร่กับท่าทีของเขา แต่ก็เพียงเท่านั้น... เพราะหล่อนกับธนัฐแทบจะไม่ได้เจอกันบ่อย เว้นแต่อีกฝ่ายจะแวะเวียนมาอุดหนุนพี่สาวตัวเองที่ร้านบ้าง

และก็ยังยอมรับอีกว่า เมื่อเช้าตอนที่เห็นเขาเดินตามตติยาเข้ามา หล่อนรู้สึกยินดีและรู้สึกถึงความสดชื่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

หากก็ได้แต่คิดว่า ไม่แปลกอะไรนี่นา ป้าๆแบบหล่อนจะชื่นชมเด็กหนุ่มหล่อๆสักคนให้กระชุ่มกระชวยหัวใจจะเป็นไรไป

แต่... ไม่คิดว่าธนัฐจะกล่าวออกมาแบบนั้นโดยไม่ให้หล่อนได้ตั้งตัวเลย ช้อนที่ถือค้างเอาไว้ร่วงหล่นจากมือจนมีเสียงดัง

“ช็อคขนาดนั้นเลยหรือมี่” ธนัฐเอ่ยยิ้มๆ หยิบช้อนที่ร่วงบนจานจัดวางใหม่

ปารมีกะพริบตาอย่างไม่อยากเชื่อ มองใบหน้ายิ้มพรายของธนัฐที่กำลังมองมาด้วยความนิ่งอึ้ง 

“จะไม่ช็อคได้ไง พูดอะไรออกมารู้ตัวหรือเปล่า”

“รู้สิ... ผมไม่ได้เพิ่งคิดเมื่อกี้นะมี่ คิดมานานแล้วแค่ยังหาโอกาสไม่ได้ก็เท่านั้นเอง”

ปารมีที่ยังจับอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ตากลมยังคงมองอีกฝ่ายด้วยแววตาเหลือเชื่อและตกตะลึง

“สรุปมีคบกับผมได้หรือเปล่า” 

หญิงสาวเม้มริมฝีปาก ใจเต้นระรัวพวงแก้มใสอมชมพูแดงระเรื่อขึ้นเรื่อยๆเมื่อสายตาคมปราบของธนัฐมองสำรวจไปทั่วดวงหน้าด้วยสายตาเต็มไปด้วยความหมายและรอคอย...

แต่มันจะถูกต้องหรือ อายุหล่อนกับธนัฐห่างกันเป็นสิบปี แล้วถ้าคนอื่นรู้เข้าจะยอมรับมันได้หรือโดยเฉพาะบิดามารดาของธนัฐ

อย่าว่าแต่คนอื่นเลย แม้แต่ตติยาเพื่อนสนิทของหล่อนเอง ปารมียังไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายจะรับความสัมพันธ์นี้ได้

“มี่ไม่ต้องคิดเรื่องอายุแล้วก็สนใจความเห็นของคนอื่นเลยนะ ถ้ามี่ตกลง... คนเดียวที่มี่ต้องสนใจคือผมไม่ใช่คนอื่น”

“จะทำแบบนั้นได้ยังไงเล่านัฐ เรายังต้องใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่น อีกอย่าง นัฐยังอยู่แค่มหาลัยเอง พี่ว่านัฐค่อยคิดเรื่องนี้ดีกว่าไหม” 

ธนัฐลุกขึ้นแล้วเดินอ้อมมายืนข้างร่างบอบบางของปารมีที่เงยหน้าขึ้นมองเขา

“มี่ยังไม่ต้องตอบตกลงคบกับผมก็ได้ แต่ผมจะจีบมี่จริงจังแล้วนะ อ้อแล้วผมก็เรียนจบมหาลัยแล้วด้วย เหลือแค่รับใบปริญญา ทีนี้จะคบกันได้หรือยัง”

“นัฐ...” 

นิ้วชี้เรียวยกขึ้นแตะริมฝีปากอิ่ม เสียงที่กำลังจะเอ่ยห้ามเงียบหายไปทันที 

แม้เพียงสัมผัสแผ่วเบาจากปลายนิ้ว หากเพราะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนทำให้ปารมีรู้สึกสะท้านในใจ ธนัฐที่ก้มหน้ามองลงมาด้วยแววตานิ่งลึก ไม่ใช่แววตาขี้เล่นของเด็กหนุ่มคนหนึ่งอีกแล้ว

“ไม่ต้องตอบอะไรแล้ว ไม่อยากฟังแล้ว มี่แค่เตรียมตัวรับผมก็พอ”

รับ? รับอะไร ใบหน้าที่แดงมากอยู่แล้วคราวนี้ลามไปถึงใบหูเล็กและลำคอ

ธนัฐอมยิ้ม ก้มหน้าลงมาเกือบชิดใบหน้านวล นิ้วเรียวของเขาดึงออกไปแล้วหากเปลี่ยนเป็นจับไหล่บอบบางเอาไว้แทน

“คืนนี้ผมจะอยู่ช่วยทำขนม จะนอนที่นี่ด้วย เจ๊นิ้งอนุญาตแล้ว”

 

ตติยาอนุญาตแล้ว โดยการปล่อยให้หล่อนกับธนัฐอยู่ด้วยกันตามลำพัง ส่วนตัวเองหลังจากที่ช่วยกันผสมแป้งทิ้งไว้เสร็จเกือบสี่ทุ่มก็ออกไปกับหนุ่มหล่อหน้าใหม่ที่ชื่ออะไรหล่อนยังไม่รู้ 

หญิงสาวหันมองเด็กหนุ่มที่นั่งเหยียดขายาวๆไปบนเก้าอี้อีกตัว

“จะกลับบ้านก็ได้นะนัฐ ยังไม่ดึกเท่าไหร่”

ธนัฐเงยหน้าขึ้นวางโทรศัทพ์ลงข้างกายแล้วลดขาลง

“คิดจะไล่กันเหรอมี่ กว่าจะหาโอกาสนี้ได้มี่ไม่รู้หรอกผมต้องทำอะไรบ้าง” 

หญิงสาวเลิกคิ้วมองเขาอย่างสงสัย สบตาคมวาวมีแววเจ้าเล่ห์เล็กๆ

“อย่าบอกนะว่าคนที่ขอให้จัดงานปีใหม่แบบปัจจุบันทันด่วนคือนัฐ”

ชายหนุ่มยิ้มกว้างพลางยักคิ้วให้

“เป็นไง ฝีมือผม”

“วางแผนนานไหม”

“ก็คิดนานอยู่นะ ว่าจะทำยังไงให้ได้อยู่กับมี่ตามลำพัง จะบุกมาหาเลยก็กลัวมี่จะไม่ยอม”

ปารมีหัวเราะ เดินไปล็อคประตูปิดไฟ หากแสงจากด้านนอกยังส่องผ่านกระจกใสของร้านเข้ามาให้มองเห็นว่าธนัฐลุกขึ้น จับเก้าอี้ขึ้นวางบนโต๊ะแล้วเดินตามร่างบอบบางขึ้นชั้นสองไป

“เอาเสื้อผ้ามาด้วยหรือเปล่า”

“เอามาครับ”

เตรียมพร้อมมาแล้วจริงๆ หญิงสาวยิ้มพลางส่ายหน้ากับตัวเอง

“งั้นก็อาบน้ำนอนเถอะ”

“มี่ เดี่ยว” ธนัฐจับข้อมือบางของหญิงสาวเอาไว้

ร่างบางที่กำลังเปิดประตูห้องนอนของตัวเองชะงักหันกลับมามองเขา

“อาบน้ำแล้วอย่าเพิ่งรีบนอนนะ ผมยังอยากคุยกับมี่” ร่างสูงของชายหนุ่มเดินเข้ามาใกล้ โน้มตัวลงจรดริมฝีปากบนหน้าผากมนแล้วถอยออก

คนที่ไม่ทันได้ตั้งตัวมองเขาตาโต ยกมือขึ้นแตะหน้าผากตัวเอง

“ผมไปอาบน้ำก่อน” เขาว่าแล้วหมุนตัวเปิดประตูห้องนอนอีกห้องเข้าไป ใบหน้าหล่อเหลายิ้มพรายอย่างมีความสุข

จะมีก็แต่ปารมีที่ยังทำหน้าไม่ถูก ตื่นตะลึงกับสัมผัสรวดเร็วของอีกฝ่าย 

 มี่แค่เตรียมตัวรับผมก็พอ นี่กระมังที่ธนัฐบอกเอาไว้ แต่หล่อนยังไม่ได้เตรียมตัวเลยนี่สิ และมันก็ทำเอาหัวใจเต้นระส่ำเหมือนมีกลองนับสิบตีกันอยู่ภายใน

เด็กบ้า รุกกันเร็วเกินไปหรือเปล่า

 

หลังจากที่อาบน้ำเสร็จปารมีก็นอนเอนหลังอยู่บนเตียงนุ่ม ตากลมทอดมองไปยังบานประตูอย่างรอคอย และเพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงธนัฐก็ทำตามที่เขาพูด

ก๊อก ก๊อก

หญิงสาวดีดตัวขึ้นจากเตียงทันที ก้มหน้าสำรวจเสื้อผ้าตัวเองก่อนจะจัดให้เรียบร้อยด้วยมือที่สั่นเทาน้อยๆ ทำไมหล่อนต้องตื่นเต้นและรอคอยขนาดนี้ ใช่ว่าไม่เคยโดนหนุ่มที่ไหนจีบมาก่อน แม้จะยังไม่เคยเลยเถิดถึงขั้นไหนต่อไหนก็เถอะ แต่ทำไมตอนนี้ปารมีถึงได้รู้สึกแตกต่างไป

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดแรงๆแล้วเดินไปเปิดประตู ปรับสีหน้าให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ กระนั้นยังรู้สึกร้อนๆบนใบหน้าเมื่อสายตาคมปราบจากเด็กตัวสูงๆตรงหน้ามองมา

“ผมเข้าไปได้หรือเปล่า” 

เสียงทุ้มนุ่มของเขากำลังทำให้สาววัยเกือบสามสิบอย่างหล่อนกำลังหลอมละลาย ปารมีเม้มริมฝีปากไม่กล่าวอะไรหากเบี่ยงตัวให้ร่างสูงกว่าตัวเองเดินเข้าไปภายใน

“มี่อยู่คนเดียวเหงาไหม”

ธนัฐเดินไปนั่งลงบนโซฟาขนาดสามที่นั่งริมผนัง ใกล้กันมีโต๊ะทำงานไม่ใหญ่ตั้งชิดริมหน้าต่าง ด้านนอกหากมองลงไปจะมองเห็นด้านหน้าของตัวร้าน

“ก็ไม่หรอก ปิดร้านเสร็จก็กลับขึ้นมานอน ตื่นเช้าก็ทำงานต่อเอาเวลาที่ไหนมานั่งเหงา” หญิงสาวเดินเลยไปจัดหนังสือบนโต๊ะ รู้สึกทำตัวไม่ถูกเมื่อมีแขกที่ไม่ได้ตั้งตัวสักเท่าไหร่มาอยู่ในห้องด้วยตามลำพังแบบนี้

“มี่” 

เสียงทุ้มเอ่ยเรียกทำให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมอง

“หืม?” 

ร่างสูงของธนัฐลุกขึ้นแล้วเดินมาหา เขาหยุดแล้วนั่งลงบนขอบโต๊ะ และเพราะยืนแทบจะชิดกันอยู่แล้วปารมีจึงรู้สึกได้ถึงกระไออุ่นจากกายสูง หากไม่ได้เพียงแค่เท่านั้น เมื่อธนัฐยกมือขึ้นแล้วจับปอยผมของหล่อนเล่น

ปารมีรู้สึกว่าหัวจิตหัวใจของหล่อนมันกำลังออกมาวิ่งเล่นนอกอก มองการกระทำที่คล้ายจะคุ้นเคยนั้นของธนัฐด้วยความรู้สึกตื่นเต้นอย่างประหลาด

“อยากมาอยู่กับมี่ด้วยจัง”

“จะบ้าเหรอ” 

“ไม่บ้าหรอก ผมโตแล้วนะมี่” 

“ไม่ได้หรอก ไม่เหมาะสม”

“ได้สิ ต้องได้ มี่คอยดูก็แล้วกัน พี่พียังมานอนได้เลย” ธนัฐดึงดันด้วยรอยยิ้มพลางมองสำรวจใบหน้านวลในระยะใกล้ อยากทำมากกว่ามอง

“มันไม่เหมือนกันเสียหน่อย”

“ไม่เหมือนตรงไหน มี่กำลังหาข้ออ้าง” ธนัฐเถียงไม่ลดหย่อน

ขณะที่ปารมีถอนหายใจ

“เอาแต่ใจตัวเองจังเลย”

เขาหัวเราะ ใช้สองนิ้วจับแก้มนุ่มๆอย่างหมั่นเขี้ยว กดประทับเรียวปากนุ่มลงบนหน้าผากมนอีกครั้ง หากคราวนี้เขายังไล่เรื่อยลงมาฝังจมูกไว้บนแก้มหอมนั้นเนิ่นนานแล้วถอนออก

ธนัฐลุกขึ้นยืน ขืนยังป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ร่างหอมๆแก้มนุ่มๆนี้ต่อกลัวจะอดใจไว้แค่นี้ไม่ได้จริงๆ

“มี่พักผ่อนเถอะ ฝันดีครับ” 

“ฝันดี...” ปารมีเอ่ยเสียงเบา ยังรู้สึกมึนงงปนความสึกพร่างพรายกับรอยจูบบนหน้าผากและแก้ม

มองตามร่างสูงที่โบกมือให้ก่อนปิดประตูลง

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!