หวานนักรักนี้

ตอนที่ 5: ตอนที่ 5

👁️ 8 อ่าน

ตอนที่ 5

ธนัฐทำตามที่เขาพูดไว้ได้ไม่ผิดเพี้ยน เมื่อเขาพาตัวเองมาอยู่ร่วมบ้านกับปารมีจนได้ แม้จะถูกตติยาขัดแล้วขัดอีก

ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ยังถูกปกปิดเอาไว้มาโดยตลอด อาจจะมีใครสักคนสงสัยหรือมองออก อยางเช่นวาริน ที่มักหรี่ตามองธนัฐอยู่เสมอเมื่ออีกฝ่ายชอบเดินเฉียดไปเฉียดมาใกล้ปารมีเสียจนมากเกินไป

กระนั้นวารินก็ไม่ได้เข้ามาถามหรือก้าวก่ายแต่อย่างใด

ทำไมเราถึงบอกใครเรื่องความสัมพันธ์ของเราไม่ได้สักทีนะมี่ นี่ก็จะเกือบปีแล้วนะ”  สามเดือนที่ธนัฐเข้าออกบริษัทของครอบครัวเพื่อฝึกงานและ รอคอยบางอย่าง

ธนัฐที่เอนหลังพิงพนักหัวเตียงเอาไว้แล้วกอดอกมองปารมีที่เดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำ

หญิงสาวชะงักมือ มองคนตัวโตที่นับวันยิ่งดูสูงใหญ่กว่าเดิมด้วยแววตาแปลกใจ หล่อนไม่ได้คิดคำตอบนี้เอาไว้ และบอกตรงๆว่าปารมีเองก็ไม่แน่ใจนักหรอกว่าความสัมพันธ์นี้จะไปจบที่ตรงไหน ธนัฐเด็กกว่าหล่อนมากนัก และยังมีเส้นทางอนาคตของเขาอีกไกล ทำไมหล่อนจะไม่รู้ว่ารอบกายเขามีตัวเลือกมากมาย ไหนจะเด็กสาวที่ชื่อมนรดา ที่มักตามธนัฐมานั่งเล่นกินขนมที่ร้านบ่อยๆ ให้มองอย่างไรก็ดูเหมาะสมกว่าหล่อนเป็นไหนๆ

หล่อนรักธนัฐ รักแบบที่มีแต่ความหวังดีและห่วงใย

ทำไมอยู่ดีๆถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมา

ผมแค่สงสัย ว่าเพราะอะไรเราถึงต้องหลบซ่อนความสัมพันธ์ขนาดนี้ ตอนนี้ผมก็เรียนจบจนทำงานแล้วนะมี่ คุณพ่ออยากให้ผมไปเรียนต่อโท แต่ผมกลับห่วงมี่ไม่อยากไปโดยที่ไม่มีใครรู้หรือเข้าใจเรื่องนี้เลย

นั่นอย่างไร เส้นทางของธนัฐ...

ปารมียิ้ม เดินไปแขวนผ้าขนหนูไว้แล้วเดินกลับมาที่เตียง นั่งลงข้างเขาแล้วสบตาชายหนุ่มเต็มตัวมาหลายปีแล้วของธนัฐด้วยแววตาสดใส ต่างกับอีกคนที่กำลังเจือความผิดหวังเลือนราง

ไปเถอะ ไปทำชีวิตให้พร้อมถึงตอนนั้นเวลานัฐอยากได้อะไรขึ้นมาบ้างก็จะไม่มีใครมาขัด

มี่ไม่คิดจะไขว่คว้าผมไว้บ้างเลยเหรอ” 

เสียงทุ้มเบาของเขากำลังทำให้ปารมีวูบโหวงในใจ หากธนัฐจะเข้าใจความหวังดีของหล่อนสักนิด เขาจะไม่เอ่ยอะไรที่ดูคล้ายจะน้อยใจแบบนี้ออกมาเลย

ฉันมีนัฐอยู่แล้วจะต้องไขว่คว้าอีกทำไม” นานแล้วที่ปารมีเปลี่ยนสรรพนามเรียกตัวเองจากพี่เป็นฉัน ทั้งที่ธนัฐอยากให้หล่อนแทนตัวเองว่ามี่ แต่ปารมีกลับรู้สึกว่าหากใครได้ยินเข้ามันจะฟังดูประหลาดไปหรือเปล่า

ธนัฐคลี่ยิ้มบางเบา หากแววตาของเขาไม่ได้รู้สึกอยากยิ้มไปด้วยเลยสักนิด เขามีคำถามในใจมาโดยตลอดว่าปารมีต้องการหรือรักเขาจริงหรือเปล่า ถ้าเขาต้องจากไปโดยไม่ได้เจอกันบ่อยถึงสองปี ปารมีจะเปลี่ยนใจจากเขาไหม

เรียนโทน่ะ สองปีเชียวนะมี่

ต้องพูดว่าแค่สองปีเองต่างหาก” ร่างบอบบางสอดตัวเข้าใต้ผ้าห่มขยับกายตะแคงไปหาร่างสูงแล้วเอื้อมแขนไปโอบเอวเขาไว้

ธนัฐขยับตัวลงนอนเคียงกัน วางมือลงบนท่อนแขนนวลเนียนลูบไล้แผ่วเบาก่อนจะจับมือบางไว้แล้วยกขึ้นจรดกับริมฝีปากของตัวเอง กดจูบเนิ่นนานแล้วถึงเอามาวางไว้บนอกตำแหน่งเดียวกับหัวใจที่กำลังเต้น

ผมรักมี่นะ

หญิงสาวยิ้มขยับใบหน้าเกยแขนเขาไว้ และเพราะเหนื่อยมาทั้งวันหญิงสาวจึงหลับไปอย่างง่ายดาย

สองปีหลังมานี้หล่อนแทบจะหลับทันทีที่หัวถึงหมอน ตติยาแทบไม่ค่อยได้เข้าร้านเพราะอีกฝ่ายต้องเข้าบริษัทที่เป็นของครอบครัวเสียส่วนใหญ่ หล่อนยังไม่อยากหาพนักงานเพิ่มในตอนนี้เพราะรายได้ยังคงที่ การที่รับพนักงานเพิ่มจะกลายเป็นเพิ่มรายจ่าย

ตอนนี้หล่อนมีแพลนที่จะเปิดเป็นร้านกาแฟแบบจริงจัง เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้า ซึ่งน่าจะเป็นความคิดที่ดีแต่คงต้องหารือกับตติยาเสียก่อน

จะมีก็แต่ธนัฐเท่านั้นที่ยังนอนลืมตา เขากระชับอ้อมแขนกอดอีกฝ่ายไว้แนบอก กดจูบลงบนศีรษะที่ยังชื้นเล็กน้อยเนิ่นนาน

บางที คงต้องถึงเวลาที่เขาจะให้โอกาสปารมีได้ตัดสินใจเรื่องเขาอย่างจริงจังเสียที...

 

จัดการเลยมี่ หาบาริสต้าเพิ่มสักคนหรือจะเพิ่มคนเสิร์ฟด้วยอีกสักคนก็น่าจะได้

ฉันว่าแค่บาริสต้าก่อนสักคนก็แล้วกัน ดูว่าลูกค้าจะเพิ่มกว่าเดิมแค่ไหนเราค่อยมาดูเรื่องคนเสิร์ฟเพิ่มก็น่าจะได้” 

ตติยาพยักหน้าอย่างเห็นด้วย มองไปภายในร้ายที่มีลูกค้านั่งอยู่เกือบเต็มทุกโต๊ะ

ไอ้นัฐกับเพื่อนมันจะมาอะไรกันบ่อยๆวะ

ปารมีเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มบางเบา สายตาของธนัฐที่เมียงมองมาอยู่บ่อยๆ หนักเข้าก็ทำทีเดินมาหาเมื่อสักครู่ที่ผ่านมาก่อนที่ตติยาจะเข้ามาในร้าน

คงเพราะใกล้ที่ทำงานนั่นล่ะ

นั่นจะใช่แฟนมันหรือเปล่า ที่สวยๆนั่งข้างกันน่ะหน้าตาคุ้นๆ” ตติยาเพยิดหน้าไปทางนั้น

ปารมีมองตามแล้วส่ายหน้าเบาๆ

ไม่รู้สิ” 

นึกออกแล้ว นั่นมันลูกสาวคุณเมธัสเจ้าของโรงแรมห้าดาวที่ภูเก็ตนี่นา อืม... ไม่เลว” 

ปารมีหันกลับไปมองเด็กสาวใบหน้าสวยจัดคนนั้นอีกครั้ง มองเห็นเด็กสาวคนนั้นกำลังหยิบขนมจากจานของธนัฐ เมื่อธนัฐเห็นก็เลื่อนจานของตัวเองให้ ได้ยินเสียงหัวเราะของเพื่อนร่วมโต๊ะอีกสามคนดังครื้นเครงแล้วรู้สึกแปลกแปร่งในหัวใจ

ปารมีหันกลับมามองตติยาที่มีสีหน้าชื่นชมเด็กสาวคนนั้นอย่างเปิดเผย

หญิงสาวก้มหน้าลง รอยยิ้มบางเบาที่แต้มบนใบหน้าอยู่ตลอดเลือนหายไป

บางที... สองปีของธนัฐอาจจะทำให้เขารู้จักหัวใจของตัวเองก็ได้

คุณมี่ คุณนิ้ง สวัสดีครับ

อ้าวคุณต้น สวัสดีค่ะ” 

สวัสดีค่ะคุณต้น” 

สองสาวเอ่ยทักทาย ต้นตระกานเดินมาหาสองสาวที่ยืนอยู่หลังเตาท์เตอร์ แล้ววางการ์ดสองใบ

อะไรกันคะนี่” 

ผมเปิดแกลอรี่สาขาสองย่านเอกมัย เลยอยากเชิญคุณสองคนไปด้วยครับ

ยินดีด้วยนะคะ” ปารมีเงยหน้าขึ้นจากการ์ดเชิญแล้วเอ่ยกับจิตกรหนุ่ม

ขอบคุณครับ ถ้าคุณมีกับคุณนิ้งว่างก็แวะไปนะครับ” 

ได้ค่ะ ว่าแต่เปิดหลายสาขาแบบนี้จะแยกร่างยังไงคะคุณต้น” ตติยาเอ่ยถามอย่างสงสัย เพราะหล่อนจะปลีกตัวมาร้านทีก็ลำบากแทบแย่ บางทีทั้งเดือนหล่อนก็มาได้แค่วันเดียว สงสารเพื่อนก็สงสาร แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง เสนอให้เพิ่มพนักงาน ยายเพื่อนตัวดีก็ปฎิเสธ

คงอยู่ที่นี่เป็นหลักครับ อีกสาขาน้องชายผมกลับจากต่างประเทศมาช่วยดู

อย่างนี้นี่เอง ยังไงก็ยินดีด้วยนะคะ

ขอบคุณครับ” ตาคู่สวยของต้นตระกานจับจ้องใบหน้างามของปารมีนานกว่าใคร

เมื่อลับร่างสูงของจิตกรหนุ่มแล้วตติยาก็หันมามองคนเป็นเพื่อนด้วยแววตาขี้เล่น

นี่ถ้าไม่ติดว่าคุณต้นมีแฟนอยู่แล้ว ฉันจะคิดว่าเขาจีบแกนะมี่” 

ปารมียิ้มบางเบาพลางส่ายหน้าอย่างเหนื่อยอ่อน

แฟนเขายังมานั่งจิบชากับกินขนมปังอยู่เลยเมื่อเช้า

ตติยาหัวเราะร่า มองใบหน้าของคนเป็นเพื่อนนิ่งนาน

แล้วทำไมแกถึงไม่เลือกคบใครสักคนวะ ก็เห็นแวะเวียนมาหลายคน

ใครกัน

ก็คุณเตวิช กับคุณปกรณ์ไง อย่าอกนะว่าไม่ได้มาจีบแก ฉันมองเห็นตั้งแต่ห้าร้อยเมตรแล้วว่าสายตาแบบนั้นน่ะชอบแกชัดๆ

คุณเตวิชน่ะแวะเพราะทางผ่าน ส่วนคุณกรณ์คุณแม่เขาชอบขนมร้านเราต่างหากเลยฝากลูกชายมาซื้อ

แหม ข้ออ้างชัดๆ แกอย่าใสซื่อไปหน่อยเลยยายมี่

ปารมีหัวเราะบ้าง รู้สิ หล่อนเองก็พอจะมองออก แต่ก็ไม่อยากเก็บเอามาใส่ใจหรือคิดอะไร หากหล่อนไม่เปิดทางให้เสียอย่าง คนพวกนั้นก็ไม่กล้าก้าวข้ามเข้ามาหรอก

อีกอย่าง ขืนธนัฐรู้ มีหวังคงโวยวายน่าดู

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!