ช่วยด้วยครับ! ผมแค่จะทอดไข่เจียว แต่ท่านนายพลโอนดาวเคราะห์มาให้!

ตอนที่ 2: ไข่เจียวหมูสับสะท้านจักรวาล

👁️ 36 อ่าน
22px

ส้อมสเตนเลสหลุดจากง่ามนิ้วร่วงกระทบขอบจานพลาสติกดังสนั่น นัยน์ตาสีเข้มขยายกว้างจนเบ้าตาปวดร้าว จดจ้องตัวเลขห้าพันเครดิตที่เด้งหลาอยู่กลางหน้าจอโฮโลแกรม หยาดเหงื่อเย็นเฉียบไหลซึมจากขมับจรดปลายคาง มือบางสั่นระริกขณะเอื้อมไปกดปุ่มปิดช่องสัญญาณถ่ายทอดสด เลนส์กล้องจิ๋วทั้งสี่ตัวดับแสงสีแดงลง บินกลับเข้าซ่อนตัวในกำไลข้อมือโลหะตามคำสั่ง

ข้าวจ้าวกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ สองขาทรุดลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกโยกเยก โลกอนาคตใบนี้วิปริตผิดเพี้ยนเกินกว่าที่สมองของอดีตพ่อครัวร้านอาหารตามสั่งจะประมวลผลไหว เพียงแค่ทอดไข่เจียวปรุงรสด้วยน้ำปลา กลับได้รับยอดเงินสนับสนุนมากพอจะต่อลมหายใจจากการถูกยึดอวัยวะชำระหนี้ สองมือยกขึ้นลูบหน้าแรงๆ เพื่อเรียกสติ ก่อนจะตวัดสายตาลงมองเศษไข่เจียวสีเหลืองทองที่เหลืออยู่บนจาน

กลิ่นหอมฉุนของน้ำปลาผสมผสานกับไขมันหมูที่โดนความร้อนยังคงอวลเข้มข้นอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ข้าวจ้าวหยิบส้อมขึ้นมาจิ้มไข่ชิ้นสุดท้ายส่งเข้าปาก สัมผัสกรอบเกรียมที่ขอบและเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำด้านในเรียกความสดชื่นกลับคืนมาสู่ร่างกายที่อ่อนล้า ก้อนเนื้อในอกซ้ายกระแทกซี่โครงเป็นจังหวะหนักหน่วง เลือดในกายสูบฉีดพล่านเมื่อตระหนักได้ว่า ทักษะการทำอาหารที่ติดตัวมาคืออาวุธทรงอานุภาพที่สุดในจักรวาลอันแสนจืดชืดแห่งนี้

ภายนอกบานประตูเหล็กขึ้นสนิม สถานการณ์กลับไม่สงบสุขเช่นนั้น

โถงทางเดินแคบทอดยาวของเขตสลัมชั้นล่างสุดเต็มไปด้วยแสงไฟนีออนกะพริบติดดับ ผนังโลหะผุกร่อนมีรอยรั่วซึมของน้ำยาหล่อเย็นหยดแหมะลงบนพื้น เสียงรองเท้าบูตหุ้มข้อหยาบกระด้างย่ำเหยียบลงบนแอ่งน้ำขัง ชายฉกรรจ์ในชุดหนังมอซอสามคนซึ่งทำหน้าที่เป็นยามเฝ้าเขตเดินตรวจตราความเรียบร้อย

จมูกของชายร่างยักษ์ที่เดินนำหน้าขยับฟุดฟิด สันกรามหนาขบเข้าหากันแน่น กลิ่นประหลาดลอยลอดออกมาจากช่องว่างใต้บานประตูห้องหมายเลข 9527 กลิ่นนั้นดุดัน เกรี้ยวกราด ทิ่มแทงโสตประสาทรับกลิ่นจนกระเพาะอาหารบีบรัดตัวรุนแรง น้ำย่อยหลั่งไหลจนปวดแสบปวดร้อน เสียงกระเพาะครากครางดังก้องแข่งกับเสียงท่อระบายอากาศชำรุด

"กลิ่นบ้าอะไรวะ" ชายร่างยักษ์สบถ น้ำลายสอเต็มโพรงปากจนต้องกลืนลงคอดังอึก ฝ่ามือหยาบกร้านกำแน่นทุบลงบนบานประตูเหล็กดังปัง โครงสร้างโลหะเก่าคร่ำคร่าสั่นสะเทือนตามแรงอารมณ์ "เฮ้ย! ข้างในนั่นทำอะไร! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!"

เพื่อนร่วมทีมอีกสองคนก้าวเข้ามายืนขนาบข้าง มือขวาเอื้อมแตะด้ามกระบองไฟฟ้าที่เหน็บอยู่ข้างเอวเตรียมพร้อม สัญชาตญาณความหิวโหยดึงรั้งให้สติสัมปชัญญะของพวกเขาลดต่ำลง กลิ่นหอมเย้ายวนที่ไม่เคยพานพบในอาหารสังเคราะห์กระตุ้นความดุร้ายให้พุ่งทะยาน

ตัดสลับไปยังห้วงอวกาศอันเวิ้งว้าง ยานรบหุ้มเกราะสีดำทมึนขนาดมหึมาลอยลำอยู่เหนือวงโคจรดาวเคราะห์เมืองหลวง สัญลักษณ์รูปโล่และดาบไขว้สลักเด่นหราบนตัวถังบ่งบอกถึงสังกัดกองทัพพันธมิตรดวงดาว ภายในศูนย์บัญชาการหลัก แสงไฟสีฟ้าเย็นตาส่องสว่าง ทหารนับร้อยนายในชุดเกราะสีขาวบริสุทธิ์ยืนประจำการตามสถานี แผ่นหลังตั้งตรงดิ่ง ฝ่ามือแนบชิดตะเข็บกางเกง ไร้สรรพเสียงใดเล็ดลอดออกมานอกจากเสียงกลไกขับเคลื่อนตัวยาน

บนเก้าอี้บัญชาการระดับสูงสุด ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบจอมพลสีดำสนิทนั่งเอนหลังพิงพนัก สันกรามคมคายขบเข้าหากันจนนูนเด่น หยาดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าหล่อเหลาดุดัน โรคประสาทสัมผัสเกินพิกัดกำลังแผลงฤทธิ์เล่นงานระบบสมอง แสงไฟและเสียงกลไกของตัวยานที่คนทั่วไปแทบไม่ได้ยิน กลับดังกึกก้องประดุจระเบิดในโสตประสาทของเขามาตลอดหลายปี

ระบบจำลองกลิ่นจากหน้าจอโฮโลแกรมส่วนตัวที่เปิดทิ้งไว้ ส่งผ่านกลิ่นหอมประหลาดล้ำเข้ามา กลิ่นไขมันสัตว์ถูกความร้อน กลิ่นของเหลวหมักดองเค็มจัด ความรุนแรงของมันปะทะเข้ากับปลายประสาท ดับความเจ็บปวดทรมานในระบบสมองลงชั่วระยะเวลาหนึ่ง กระเพาะอาหารที่พึ่งพาเพียงสารอาหารเหลวผ่านทางสายน้ำเกลือมานับสิบปี บีบรัดตัวส่งสัญญาณความหิวโหยดุดันทะลุทะลวงขีดจำกัด

"อลัน" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเค้นผ่านลำคอ

พันโทอลัน นายทหารคนสนิทก้าวเท้าเข้ามาประชิด ส้นรองเท้าคอมแบทกระแทกพื้นโลหะดังก้องหนักแน่น "ครับท่านจอมพล"

"แกะรอยพิกัดสัญญาณถ่ายทอดสดเมื่อครู่" นิ้วแกร่งภายใต้ถุงมือหนังสีดำชี้ไปยังหน้าจอที่มืดสนิทไปแล้ว นัยน์ตาสีทองอำพันวาวโรจน์ทะลุความมืด "ส่งหน่วยรบพิเศษลงไป คุมตัวคนทำอาหารนั่นมาที่นี่"

อลันรับคำสั่ง แขนขวายกขึ้นทำวันทยหัตถ์แข็งขัน "รับทราบครับท่าน จะให้ตั้งข้อหาทดลองอาวุธชีวภาพผิดกฎหมายเลยหรือไม่ครับ"

มุมปากของจอมพลหนุ่มกดลึก "ไม่ต้อง... ฉันต้องการแค่คนที่ถือกระทะนั่น"

กลับมาที่ห้องพักหมายเลข 9527 ข้าวจ้าวสะดุ้งสุดตัวเมื่อเสียงทุบประตูดังสนั่น มือบางคว้าด้ามกระทะเทฟลอนขึ้นมาถือต่างอาวุธ ขาทั้งสองข้างก้าวถอยร่นไปชิดขอบเคาน์เตอร์สเตนเลส เสียงโวยวายของยามเฝ้าสลัมด้านนอกดังแทรกสลับกับเสียงกระแทกบานประตูเหล็กจนกรอบประตูเริ่มปริร้าว

เสียงทุบประตูเงียบหายไปฉับพลัน ถูกแทนที่ด้วยเสียงปะทะกันของเนื้อหนังและเสียงร้องโอดโอย แสงเลเซอร์สีแดงสว่างวาบลอดผ่านรอยแยกของขอบประตู ตามด้วยเสียงวัตถุหนักทิ้งตัวลงกระแทกพื้นน้ำขัง

แผงควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ข้างประตูส่งเสียงร้องเตือนแหลมเล็ก ไฟสถานะสีแดงเปลี่ยนเป็นสีเขียว บานประตูเหล็กขึ้นสนิมถูกงัดเปิดออกด้วยแรงกระแทกมหาศาล ควันสีเทาลอยคลุ้งกระจายเข้ามาในห้อง

ร่างสูงใหญ่ของทหารในชุดเกราะรบสีขาวบริสุทธิ์นับสิบนายก้าวพรวดเข้ามา ปลายกระบอกปืนพลาสม่าเล็งกดต่ำลงพื้น ไม่ได้ชี้เป้ามาที่ตัวข้าวจ้าว พันโทอลันก้าวเดินแหวกแถวทหารเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าเด็กหนุ่ม สายตาภายใต้หมวกนิรภัยกวาดมองสภาพห้องซอมซ่อ ก่อนจะหยุดลงที่จานพลาสติกสีขาวบนโต๊ะ ซึ่งบัดนี้เหลือเพียงคราบน้ำมันและรอยเกรียมสีน้ำตาล

จมูกของพันโทอลันขยับสูดอากาศ กลิ่นพริกกระเทียมและน้ำปลายังคงลอยอวลเข้มข้น ท้องของนายทหารผู้ฝึกฝนมาหนักหน่วงส่งเสียงร้องโครกครากประท้วงทะลุชุดเกราะเกรดทหาร

"คุณคือข้าวจ้าวใช่ไหม" อลันเอ่ยถาม น้ำเสียงพยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด ทว่าสายตายังคงจดจ้องคราบน้ำมันบนจานไม่วางตา

"ค... ครับ" ข้าวจ้าวกระชับด้ามกระทะแน่น หยาดเหงื่อซึมชื้นเต็มฝ่ามือ

"ท่านจอมพลเซธ มีคำสั่งให้เชิญตัวคุณขึ้นยานรบเอจิส" อลันยื่นมือออกไปเบื้องหน้า "กรุณานำอุปกรณ์ผลิต... สิ่งนั้น... ติดตัวไปด้วย เราต้องการพิสูจน์ทราบว่ามันคืออะไร"

ข้าวจ้าวก้มมองกระทะเทฟลอนในมือสลับกับกองทหารหุ้มเกราะตรงหน้า ริมฝีปากบางขบเข้าหากันแน่น โลกใบนี้มันบ้าไปแล้วจริงๆ แค่ทอดไข่เจียวใบเดียว ถึงขั้นส่งหน่วยรบพิเศษพร้อมปืนพลาสม่ามาบุกสลัมเพื่อเชิญตัวไปทำกับข้าว การเอาชีวิตรอดในยุคดวงดาวที่แสนจืดชืดนี้ คงต้องฝากฝังไว้กับปลายตะหลิวและขวดน้ำปลาเสียแล้ว

ยานเกราะจู่โจมขนาดกะทัดรัดทะยานแหวกม่านเมฆสีตะกั่วของดาวเคราะห์เมืองหลวง แรงกระชากจากเครื่องยนต์ขับดันต้านแรงโน้มถ่วงกดทับแผ่นหลังของข้าวจ้าวให้แนบชิดติดเบาะหนังสีดำสนิท ภายในห้องโดยสารไร้หน้าต่างมีเพียงแสงสว่างสีฟ้าอ่อนจากแผงหน้าปัด อากาศภายในถูกกรองจนปราศจากฝุ่นผง ทว่ากลิ่นน้ำมันหมูและคราบไข่เจียวที่ติดตัวเด็กหนุ่มมาตลบอบอวลไปทั่วพื้นที่แคบๆ

ทหารองครักษ์สองนายในชุดเกราะสีขาวนั่งประกบซ้ายขวา ปืนพลาสม่าพาดตักเตรียมพร้อม สันกรามของนายทหารทั้งสองขบแน่น ลำคอหนากลืนน้ำลายฝืดเคืองลงคอซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลิ่นหอมประหลาดจากร่างของพลเรือนผู้ต้องสงสัยกำลังทดสอบความอดทนทางทหารขั้นสูงสุด

ข้าวจ้าวลอบสังเกตปฏิกิริยาของทหารเหล่านั้น แขนเรียวโอบกอดกระทะเทฟลอนแนบอกราวกับเป็นโล่กำบังชั้นดี "พวกพี่ชาย... หิวเหรอครับ" เสียงใสเอ่ยถามทำลายบรรยากาศอึดอัด

ทหารนายหนึ่งตวัดสายตาขวับผ่านเลนส์หมวกนิรภัย ส้นรองเท้าคอมแบทขยับกระแทกพื้นโลหะดังตึงเป็นเชิงข่มขู่ "ห้ามพูดคุยระหว่างการเคลื่อนย้าย" เสียงทุ้มห้าวลอดผ่านเครื่องแปลงสัญญาณฟังดูแข็งกร้าว แต่ปลายเสียงกลับมีความสั่นพร่าเล็กน้อยเจือปน

เด็กหนุ่มปิดปากสนิท ก้อนเนื้อซีกซ้ายกระแทกซี่โครงถี่รัว ยานเกราะลดความเร็วลง แรงกดทับมหาศาลถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกเบาหวิว บานประตูหนาหนักค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นลานจอดกว้างขวางปูด้วยแผ่นโลหะสะท้อนแสง ไฟสปอตไลต์ส่องสว่างเจิดจ้าจนต้องหรี่ตาปรับแสง

"ลุกขึ้น" เสียงคำสั่งดังขึ้นพร้อมปลายกระบอกปืนพลาสม่าที่สะกิดแผ่นหลัง

ข้าวจ้าวก้าวเท้าลงจากยานเกราะ สภาพแวดล้อมตรงหน้ากว้างใหญ่ไพศาลเกินกว่าจินตนาการ ยานรบรูปทรงแหลมเฟี้ยวคล้ายหอกสามง่ามนับร้อยลำจอดเรียงรายเป็นระเบียบ ทหารนับพันนายในชุดเกราะสีขาวบริสุทธิ์ยืนตั้งแถวสวนสนามต้อนรับการกลับมาของหน่วยรบพิเศษ สายตาทุกคู่ตวัดมองมายังเด็กหนุ่มร่างผอมบางในชุดเสื้อยืดคอย้วยและกางเกงวอร์มเก่าๆ ที่เดินกอดกระทะเทฟลอนดำเมี่ยม

เสียงซุบซิบกระซิบกระซาบดังเซ็งแซ่แทรกผ่านความกว้างใหญ่ของลานจอด

"นั่นน่ะเหรอผู้ก่อการร้ายทางชีวภาพ"

"กลิ่นอะไรวะ หอมจนท้องกูร้องเลย"

"ไอ้แผ่นดำๆ ในมือมันคืออาวุธรุ่นใหม่ใช่ไหม"

ข้าวจ้าวก้มหน้าหลบสายตาคุกคาม สองเท้าก้าวตามการคุมตัวของทหารองครักษ์ผ่านทางเดินสเตนเลสยาวเหยียด ประตูอัตโนมัติหลายชั้นเปิดออกรับผู้มาเยือน อุณหภูมิภายในตัวยานเย็นเฉียบจนขนแขนลุกชัน

พันโทอลันเดินนำหน้าขบวน นำทางมุ่งตรงสู่โซนบัญชาการระดับสูงสุด ประตูโลหะผสมไทเทเนียมบานยักษ์สลักรูปตราสัญลักษณ์กองทัพพันธมิตรเลื่อนเปิดออก ลมเย็นยะเยือกพัดผ่านกรอบประตู ปะทะใบหน้าของเด็กหนุ่มจนต้องสูดลมหายใจลึก

ภายในโถงบัญชาการหลักกว้างขวางสุดลูกหูลูกตา เพดานสูงลิบประดับด้วยโคมไฟระย้าคริสตัลที่ส่องแสงสีฟ้าอ่อน บนแท่นยกระดับกลางห้อง เก้าอี้บัญชาการสีดำสนิทหันหลังให้ผู้มาเยือน

"ท่านจอมพลเซธ นำตัวเป้าหมายมาถึงแล้วครับ" อลันก้าวไปข้างหน้า ทำวันทยหัตถ์แข็งขัน ส้นรองเท้ากระทบพื้นดังสนั่น

เก้าอี้บัญชาการค่อยๆ หมุนกลับมา เผยให้เห็นบุรุษร่างสูงใหญ่ในเครื่องแบบสีดำขลิบทองประดับเหรียญตราเต็มหน้าอก สันกรามคมคายรับกับริมฝีปากหยักลึก เรือนผมสีเงินยวงตัดสั้นระต้นคอ รังสีความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจากตัวเขา กดทับมวลอากาศในห้องให้หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก

นัยน์ตาสีทองอำพันดุดันดุจพญาเหยี่ยวตวัดจ้องมองตรงมายังร่างเล็กที่ยืนตัวสั่น

ข้าวจ้าวลอบกลืนน้ำลายลงคอ ฝ่ามือชื้นเหงื่อกระชับด้ามกระทะเทฟลอนแน่นขึ้น สายตาสองคู่สบประสานกันในโถงบัญชาการอันกว้างใหญ่ การเผชิญหน้ากับบุรุษผู้ครอบครองอำนาจล้นฟ้า และเป็นเจ้าของไอดีเปย์หนักผู้สนับสนุนไข่เจียวใบเดียว กำลังจะเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของอดีตพ่อครัวหนุ่มไปตลอดกาล

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!