ย้อนเวลาเปลี่ยนชะตารักฉบับนางร้าย

ตอนที่ 1: สตรีใจทราม

👁️ 6 อ่าน
22px

แคว้นต่ง จวนตระกูลกวน

“เยวี่ยหลัน ข้าไม่ได้รักเจ้า ข้ารักถิงถิงน้องสาวของเจ้า เจ้าไม่เข้าใจที่ข้าพูดหรือ เจ้าไม่คู่ควรกับตำแหน่งพระชายาองค์รัชทายาทของข้าเลยแม้แต่น้อย นิสัยป่าเถื่อน เอาแต่ใจ และไม่เห็นหัวใครเช่นเจ้า ข้าคงไม่อาจร่วมเรียงเคียงหมอนกับเจ้าได้ เจ้าตัดใจเสียเถอะ โปรดถอยไปอย่าได้ขัดขวางงานแต่งงานของพวกเราสองคน ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เห็นแก่ความเป็นสหายในวัยเยาว์แต่เก่าก่อน!”

เซียวลู่เฟย องค์รัชทายาทแห่งแคว้นต่งเอ่ยกับ กวนเยวี่ยหลันด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ เพราะยามนี้นางกำลังขวางทางไม่ยอมให้เขาพากวนเสี่ยวถิง ขึ้นเกี้ยวเจ้าสาว อีกทั้งนางยังกรีดร้องด่าทอกวนเสี่ยวถิงโดยไม่สนใจสายตาของผู้คนที่มองมาเลยแม้แต่น้อย

กวนเยวี่ยหลันกำมือแน่น แววตาคู่สวยจ้องมองน้องสาวที่สวมชุดแต่งงานอย่างหรูหราสมฐานะพระชายาด้วยความอาฆาตมาดร้าย นังสารเลวนี่มันมีดีอันใดกันจึงมัดใจเซียวลู่เฟยชายหนุ่มที่นางหลงรักมาตั้งแต่เด็กเอาไว้ได้ ทั้งที่นางและเซียวลู่เฟยรู้จักคุ้นเคยกันมานาน เขาเองก็รู้ว่านางคิดเช่นไรกับเขา แต่เขากลับไม่ไยดีนางซ้ำยังไปเลือกกวนเสี่ยวถิงน้องสาวต่างมารดาของนางมาแต่งงานเป็นพระชายาองค์ชายรัชทายาทอีกด้วย

นางคือกวนเยวี่ยหลัน อายุสิบหกปี เป็นบุตรสาวคนโตของแม่ทัพใหญ่กวนเผิง ท่านพ่อของนางมีท่านแม่เป็นภรรยาเอกที่แต่งเข้ามาก่อน ทว่าสามเดือนต่อมาก็แต่งอนุซูและอนุภรรยาคนอื่นๆเข้าจวนมาอีกสามคน ในบรรดาเหล่าอนุทั้งหมด อนุซูได้รับความโปรดปราณจากท่านพ่อมากที่สุด นางแต่งเข้ามาเพียงไม่กี่เดือนก็ตั้งครรภ์เสียแล้ว

มารดาของนางสุขภาพไม่ใคร่จะสู้ดีเท่าใดนักหลังจากให้กำเนิดนาง ท่านพ่อพยายามตามหาท่านหมอฝีมือดีมารักษาท่านแม่อยู่หลายปี ท่านแม่ก็ใจสู้ยิ่งนักพยายามฝืนทนเพื่อที่จะได้อยู่เลี้ยงดูบุตรสาวนานๆ แต่สุดท้ายกลับไม่อาจยื้อชีวิตของท่านแม่เอาไว้ได้ ท่านแม่ฝืนทนประคองอาการอยู่นานหลายปีจนไม่อาจทนไหว และได้ตายจากไปตอนนางอายุได้เพียงสิบปีเท่านั้น นับแต่นั้นท่านพ่อก็เลี้ยงดูนางมาอย่างตามใจ นางอยากได้สิ่งใดล้วนได้ทั้งหมด

ต่อมาไม่นานท่านพ่อก็ยก ซูจื่อรั่ว อนุคนโปรดให้เป็นฮูหยินใหญ่คนใหม่แทนมารดาของนาง ซูจื่อรั่วคือท่านน้าของนางซึ่งเป็นน้องสาวต่างมารดาของท่านแม่ เป็นบุตรที่เกิดจากอนุ แต่งงานเข้ามาได้เพียงหนึ่งปีก็ให้กำเนิดบุตรสาวนามว่ากวนเสี่ยวถิงออกมา

ปีนี้กวนเสี่ยวถิงมีอายุสิบห้าปีเต็มแล้วอายุน้อยกว่ากวนเยวี่ยหลันหนึ่งปี

กวนเยวี่ยหลันเดิมทีไม่ชอบหน้าสองแม่ลูกอยู่แล้ว เพราะซูจื่อรั่วมักจะแสร้งทำท่าทีอ่อนหวานเอาอกเอาใจท่านพ่อของนาง กวนเสี่ยวถิงก็ช่างออเซาะบิดา ทำให้ท่านพ่อมักจะแวะเวียนไปหาพวกนางสองแม่ลูกอยู่เสมอ โดยไม่สนใจท่านแม่ของนางที่กำลังล้มป่วยนอนอยู่บนเตียง

กวนเยวี่ยหลันที่เอาแต่ใจและไม่เห็นหัวใครทั้งสิ้น จึงพาลเอาโทสะไปลงกับสองแม่ลูก แม้มารดาจะตายจากไป แต่ซูจื่อรั่วกลับไม่อาจกดข่มนางได้ เด็กสาวรังแกและตบตีมารดาเลี้ยงต่อหน้าต่อตาผู้เป็นบิดา แม้แต่น้องสาวก็พลอยโดนรังแกไปด้วย ท่านพ่อของนางก็จนปัญญาจะสั่งสอน เพราะตนเองก็ถูกนางด่าทออย่างไม่ไว้หน้าเช่นเดียวกัน

นางคิดว่าสองแม่ลูกคู่นี้คือคนที่มาแย่งความรักของนางไป ซูจื่อรั่วแย่งท่านพ่อของนางไปแล้ว กวนเสี่ยวถิงยังมาแย่งเซียวลู่เฟยไปจากนางอีก นางจึงผูกใจเจ็บแค้นสองแม่ลูกคู่นี้อย่างลึกซึ้ง เมื่อรู้ว่าเซียวลู่เฟยจะแต่งงานกับกวนเสี่ยวถิงและน้องสาวสารเลวก็กำลังจะได้เป็นพระชายาองค์รัชทายาท วันหน้านางจะได้เป็นถึงเฟิ่งโฮ่ว มารดาของแผ่นดิน กวนเยวี่ยหลันก็ยิ่งยอมไม่ได้ นางจึงมาขัดขวางพวกเขาสองคนเช่นนี้

แต่เซียวลู่เฟยกลับไม่ไว้หน้านางเลยสักนิด!

หญิงสาวน้ำตาเอ่อคลอดวงตาแดงก่ำ พลางกล่าวกับเขาอย่างตัดพ้อ

“ลู่เฟย ท่านก็รู้ว่าข้าหลงรักท่านมาตั้งนาน แต่ท่านกลับทำกับข้าเช่นนี้หรือ!”

“ข้าทำอะไรเจ้า ข้าไม่เคยชอบเจ้าเลยเจ้าเองก็รู้ดี เยวี่ยหลันหลบไป! ก็ได้ ในเมื่อเจ้าไม่หลบเช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าแล้งน้ำใจ ทหาร ลากตัวนางออกไปเสีย!”

สิ้นคำของเซียวลู่เฟยเหล่าทหารก็กรูกันเข้ามาลากตัวของกวนเยวี่ยหลันออกไป ไม่ให้นางมาขัดขวางพิธีพาตัวเจ้าสาวออกจากจวนได้อีก แม่ทัพใหญ่กวนเผิงถึงกับหลับตาลงช้าๆพร้อมกับส่ายหน้าไปมา ยามนี้เขาไม่อาจห้ามปรามอะไรได้ เพราะเรื่องนี้กวนเยวี่ยหลันทำผิดจริงๆ อีกทั้งงานแต่งครั้งนี้ยังเป็นสมรสพระราชทานจากหลงตี้อย่างไรย่อมไม่อาจยกเลิกได้ตามใจชอบ

“ไม่นะ ปล่อยข้า ท่านจะแต่งกับนางไม่ได้ ท่านต้องแต่งกับข้าคนเดียวเท่านั้น ลู่เฟยท่านกลับมาเดี๋ยวนี้นะ!”

ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันส่ายหน้าอย่างอิดหนาระอาใจ ชื่อเสียงของกวนเยวี่ยหลันนั้นเลื่องลือไปทั่วทั้งเมืองหลวงทว่าไม่ใช่ในด้านดี นางทำเรื่องร้ายกาจสารพัด ทำให้ผู้คนที่เห็นสภาพน่าสมเพชของนางในเวลานี้ นึกสมน้ำหน้านางอยู่ในใจเป็นร้อยเป็นพันครั้ง

กวนเยวี่ยหลันเมื่อได้เห็นว่าตนกลายเป็นตัวตลกในสายตาของผู้คน นางก็กรีดร้องออกมาทันที

“มองหน้าข้าหาบิดาเจ้าหรือ งานเลี้ยงเลิกแล้วก็ไสหัวไปสิ จะมาอยู่รอขอส่วนบุญรึยังไง ไอ้พวกเฮงซวย!”

แม่ทัพใหญ่กวนเผิงถึงกับหมดคำจะกล่าว เขารีบออกหน้าเอ่ยวาจาขอโทษขอโพยคนที่มาร่วมงานเลี้ยงแทนบุตรสาวของตน เมื่อขบวนรับตัวเจ้าสาวจากไปแล้ว ทหารที่จับกุมตัวกวนเยวี่ยหลันอยู่ก็ปล่อยนางให้เป็นอิสระในทันที กวนเยวี่ยหลันหายใจเหนื่อยหอบจนอกกระเพื่อม รู้สึกโมโหจนเกินจะทานทน

“เยวี่ยเอ๋อร์ เจ้าหยุดเถอะ ยอมรับความจริงเสียที พ่อขอร้องล่ะ!”

แม่ทัพใหญ่กวนเผิงบอกกับบุตรสาวด้วยน้ำเสียงที่ลำบากใจ กวนเยวี่ยหลันเมื่อได้ฟังที่บิดากล่าววาจาสั่งสอนก็โมโหจนเลือดขึ้นหน้า นางหันมาจ้องบิดาเขม็ง ก่อนจะเอ่ย

“ท่านพ่อ ท่านไม่ต้องมาสั่งสอนข้า ท่านมีสิ่งใดดีบ้างเล่า ยามท่านแม่นอนล้มป่วยอยู่บนเตียง ท่านก็เอาใจนางแพศยาซูอยู่ตลอดและยังละเลยท่านแม่ของข้า ไม่เพียงเท่านั้นยังหลงมันหัวปักหัวปำอีกด้วย แล้วยังสนับสนุนให้บุตรสาวของมันมาแย่งลู่เฟยไปจากข้าอีก ท่านเป็นบิดาประสาอะไรกัน เหตุใดจึงไม่รักใคร่บุตรสาวของตน ข้าเป็นบุตรสาวสายตรงที่เกิดจากภรรยาเอก มิใช่บุตรที่เกิดจากอนุต่ำต้อยหน้าด้านบางคน ที่เชิดหน้าขึ้นมาได้เพราะใช้ของต่ำแลกตำแหน่งและยังกล้าแย่งสามีพี่สาวของตน หน้าไม่อาย!"

เพียะ!

"ท่านพี่ ท่านตบเยวี่ยเอ๋อร์ทำไม!"

นางซูที่ยืนดูเหตุการณ์เมื่อเห็นว่าแม่ทัพใหญ่กวนเผิงลงไม้ลงมือกับกวนเยวี่ยหลันก็รู้สึกตกใจเป็นอย่างยิ่ง แม่ทัพใหญ่กวนเผิงที่เพิ่งรู้ตัวว่าตนเองทำสิ่งใดลงไป มือไม้ก็พลันสั่นไปหมด เขามองมือของตนเองสลับกับมองหน้าบุตรสาวคนโตด้วยความรู้สึกผิดเสียเต็มประดา

"พ่อ..."

เพียะ!

แม่ทัพใหญ่กวนเผิงยังเอ่ยไม่ทันจบประโยค กวนเยวี่ยหลันก็ฟาดฝ่ามือเข้าใส่ใบหน้าของซูจื่อรั่วมารดาเลี้ยงที่ยืนอยู่ไม่ไกลทันที แรงตบนั้นไม่เบาเลยทำเอาซูจื่อรั่วเซถลาไม่เป็นท่า นางมึนงงยิ่งนักที่อยู่ดีๆ กวนเยวี่ยหลันก็มาตบหน้าตนเช่นนี้ แม้นางจะเป็นมารดาเลี้ยง แต่อย่างไรก็ได้ชื่อว่าเป็นน้าสาวของกวนเยวี่ยหลัน แต่จนใจยิ่งนักที่หลานสาวไม่เคยรักนางเลย ซ้ำยังตั้งท่ารังเกียจเดียดฉันท์นางมากถึงขนาดนี้

“เยวี่ยหลัน เจ้าตบนางทำไมกัน?

“เหตุใดจะตบไม่ได้ นางเป็นต้นเหตุที่ทำให้ท่านตบข้า เช่นนั้นนางก็ต้องชดใช้คืนให้กับข้า ตบแค่นี้มันจะไปพออะไร วันนี้ข้าจะตบมันให้ตายคามือเลย ใครกล้าขวางข้าจะฆ่ามันให้หมด!

กล่าวจบนางก็พุ่งเข้าไปตบตีซูจื่อรั่วอย่างบ้าคลั่ง แม่ทัพใหญ่กวนเผิงพยายามห้ามปรามแต่กลับถูกลูกหลงจนล้มลงไปที่พื้น ศีรษะกระแทกโขดหินจนสลบไป ส่วนนางซูก็ถูกตบตีจนหน้าบวมช้ำ ซ้ำยังถูกกวนเยวี่ยหลันถีบเข้ามาที่กลางอกนาง และจับนางกดน้ำอีกด้วย

ความวุ่นวายเกิดขึ้นในจวนตระกูลกวนทันที คนที่ตั้งสติได้รีบสั่งให้คนไปตามท่านหมอและช่วยกันหามแม่ทัพใหญ่กวนเผิงกับนางซูไปที่เรือนนอน ส่วนกวนเยวี่ยหลันนั้นไม่ได้รู้สึกผิดเลยแม้แต่น้อย เพราะนางคิดว่าสิ่งที่ตนเองทำนั้นถูกต้องทั้งหมด เพราะฉะนั้นนางไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดอะไร!

ต่อมาเรื่องราวกลับย่ำแย่ลงกว่าเดิม กวนเยวี่ยหลันแค้นใจเซียวลู่เฟย จึงไปเข้าหา เซียวฉงจวิน องค์ชายรองที่เกิดจากฉีกุ้ยเฟย นางต้องการทำลายสองคนนั้นให้สิ้นซาก จึงตกลงกับเขาว่าจะนำตราประทับทางการทหารของบิดามามอบให้กับเขาด้วยตนเอง แต่เขาต้องยกนางให้เป็นเฟิ่งโฮ่ว เซียวฉงจวินตกปากรับคำ เพราะเขากำลังมองหาพันธมิตรเพื่อกำจัดเซียวลู่เฟยอยู่พอดี แต่ก็จนใจที่เซียวลู่เฟยมีเซียวอวี้ฉี ชินอ๋องคอยหนุนหลัง เขาจึงยากจะลงมือ

อยู่ดีๆ ก็เหมือนสวรรค์มาโปรด เมื่อกวนเยวี่ยหลันบุตรสาวของแม่ทัพใหญ่กวนเผิงกลับเสนอตัวมาอยู่ฝั่งเดียวกับเขาเช่นนี้ มีหรือเขาจะไม่ตอบรับ

จากนั้นกวนเยวี่ยหลันก็เริ่มวางแผนการของตนเอง แม่ทัพใหญ่กวนเผิงตั้งแต่ล้มศีรษะกระแทกพื้นก็กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง ส่วนนางซูก็จากไปเพราะสุขภาพย่ำแย่จากการถูกซูจื่อรั่วหาเรื่องตบตีทุกวัน ต่อมานางก็นำตราประทับของบิดาไปมอบให้กับเซียวฉงจวิน แม่ทัพใหญ่กวนเผิงมองบุตรสาวทั้งน้ำตา แต่นางกลับบอกเขาเพียงว่า ในเมื่อเป็นบิดาที่ดีไม่ได้ ก็อย่าได้มาขวางหนทางเจริญของนาง!

ต่อมาแผนการของนางก็สำเร็จ เซียวฉงจวินอาศัยจังหวะที่เซียวอวี้ฉีออกนอกเมืองหลวงไปทำภารกิจอื่น จึงก่อกบฏขึ้นมาเซียวลู่เฟยพ่ายแพ้ถูกสังหารจนตาย ส่วนกวนเสี่ยวถิงก็ถูกจับตัวไป กวนเยวี่ยหลันเป็นคนใช้เชือกรัดคอน้องสาวของตนเองกับมืออย่างไร้ความปรานี วังหลวงจึงถูกผลัดเปลี่ยน เซียวฉงจวินได้อำนาจมาถือครอง

“ฉงจวิน ท่านต้องแต่งตั้งข้าเป็นเฟิ่งโฮ่วนะ”

นางหันมาส่งยิ้มให้กับเซียวฉงจวินทั้งที่มือยังถือเชือกที่ใช้รัดคอน้องสาวเอาไว้ เซียวฉงจวินยิ้มเต็มใบหน้าแล้วดึงนางเข้ามากอดเอาไว้ และทำในสิ่งที่นางไม่คาดฝัน

เขาบีบปลายคางของนางอย่างแรง ก่อนจะกรอกยาพิษเข้ามาในปากนางอย่างเลือดเย็น กวนเยวี่ยหลันดวงตาเบิกกว้าง นางไอออกมาอย่างหนักและพยายามจะอาเจียนเอาสิ่งแปลกปลอมนั้นออกมาแต่กลับไม่เป็นผล ไม่นานนางก็เริ่มหายใจติดขัด ใบหน้าเขียวคล้ำ ตามร่างกายและช่องทวารทั้งเจ็ดเริ่มมีเลือดไหลซึมออกมาไม่หยุด

“ท่าน!”

นางพยายามจะเอ่ยถามเหตุผลจากชายหนุ่มตรงหน้าแต่กลับไม่เป็นผล ทำไมกัน? ทั้งที่นางยอมเปิดใจให้กับเขาแล้ว นางไม่รักเซียวลู่เฟยแล้ว แต่นางเลือกเซียวฉงจวิน นางยินดีอยู่เคียงข้างเขา แล้วเหตุใดเขาจึงทำเช่นนี้กับนางเล่า!

เซียวฉงจวินยิ้มเยาะ ก่อนจะเดินตรงเข้ามาหานางที่นั่งอาเจียนเป็นเลือดอยู่บนพื้น ชายหนุ่มยื่นมือมากระชากเส้นผมของนางอย่างป่าเถื่อน

“สตรีต่ำช้า ทุบตีบิดาฆ่ามารดาเลี้ยงและน้องสาวเช่นเจ้า คู่ควรกับตำแหน่งมารดาของแผ่นดินหรือ ตายๆ ไปเสียเถอะ อย่ามีชีวิตอยู่ให้รกแผ่นดินเลย!”

“ฉง จวิน!”

"อย่าเอาปากสกปรกของเจ้ามาเรียกชื่อข้า นังสารเลว! ลากตัวนางออกไป!”

เหล่าทหารเมื่อได้ยินคำสั่งต่างพากันลากตัวของกวนเยวี่ยหลันออกไปจากตำหนักมังกรทันที นางถูกนำมาทิ้งไว้หน้าประตูตำหนัก อีกทั้งยังนอนหายใจรวยรินอย่างทรมาน หญิงสาวไม่มีแรงเดิน นางทำได้เพียงคลานไปตามทางเดินอย่างทรมาน ความชั่วช้าที่ตนเองเคยทำเอาไว้ได้ผุดขึ้นในหัวราวกับสายน้ำหลาก มือที่ใช้จิกคลานไปตามพื้นมีเลือดไหลซึมออกมาดูช่างน่าสยดสยองยิ่งนัก

ไม่จริง!นางลงแรงไปตั้งมาก อีกเพียงก้าวเดียวก็จะสมปรารถนาแล้วไม่ใช่หรือ เหตุใดมันจึงพังครืนไม่เป็นท่าเช่นนี้เล่า!

“แย่แล้ว ชินอ๋องยกทัพกลับมาแล้ว!”

ในขณะที่นางกำลังใกล้จะสิ้นใจ กลับได้ยินเสียงทหารร้องตะโกนว่าชินอ๋องกลับมาแล้ว ไม่นานก็มีทหารนับแสนบุกเข้ามาในวังหลวงและสังหารคนของเซียวฉงจวินทั้งหมด เซียวฉงจวินและมารดาไม่อาจรอดชีวิต คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาล้วนตายตกไปตามกันทั้งหมด

กวนเยวี่ยหลันขย้อนเลือดออกมาอีกครั้ง นางได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ หญิงสาวพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดก่อนจะค่อยๆหันไปมอง และพบว่าเป็นชินอ๋องเซียวอวี้ฉีนั่นเอง

ความทรงจำเก่าผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง เขาคนนี้คือเซียวอวี้ฉี ชินอ๋องแห่งแคว้นต่ง พระอนุชาร่วมมารดาเดียวกันกับหลงตี้พระองค์ก่อนอายุราวๆ ยี่สิบห้าปี กวนเยวี่ยหลันจำได้ว่ามีครั้งหนึ่งนางไปกราบไหว้มารดาที่สุสานบรรพชนตระกูลกวนซึ่งตั้งอยู่ที่นอกเมืองหลวงและบังเอิญได้พบเขาที่กำลังถูกลอบทำร้ายพอดี จึงช่วยเขาเอาไว้และกลายเป็นผู้มีพระคุณต่อกัน เซียวอวี้ฉีเอ่ยกับนางอย่างอ่อนโยนว่าหากมีสิ่งใดให้ช่วยเหลือก็มาบอกเขาได้เลย

ก่อนที่นางจะไปเข้าร่วมกับเซียวฉงจวินนางเคยไปขอความช่วยเหลือจากเขาแล้ว นางขอให้เขาช่วยนางแก้แค้นเซียวลู่เฟย แต่เขากลับบอกปัดและหลีกเลี่ยงไม่ยอมช่วย นางจึงมาหาเซียวฉงจวินแทน เขาเคยเตือนนางแล้วว่าคนอย่างเซียวฉงจวินไม่เคยจริงใจกับผู้ใดแต่นางดื้อรั้นไม่ฟัง ซ้ำยังทวงบุญคุณกับเขาอย่างหน้าไม่อาย จนสุดท้ายเซียวอวี้ฉีก็ไม่คิดจะเตือนนางอีก

“เยวี่ยหลัน เจ้าไม่น่าเดินมาถึงจุดนี้เลยจริงๆ”

ชายหนุ่มเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดกวนเยวี่ยหลันจึงรู้สึกว่าน้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความเศร้าสุดคณา

นางไม่อาจกล่าววาจาใดได้อีกแล้ว เพราะพิษร้ายได้แทรกกระจายไปทั่วร่างกายของนาง ตอนนี้นางกลายเป็นคนอัมพาตที่นอนรอคอยความตายเพียงเท่านั้น

เซียวอวี้ฉีค่อยๆ ย่อกายลงนั่งตรงหน้านาง เขายื่นมือมาประคองนางเอาไว้ในอ้อมกอด ดวงตาสีนิลของเขาทำให้นางไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าเขาคิดจะทำสิ่งใด

“เจ้าเคยช่วยข้าครั้งหนึ่ง คราวก่อนเรื่องที่เจ้าขอข้าไม่อาจทำตามได้ แต่ครั้งนี้ข้าจะทำ เยวี่ยหลัน เจ้าอยากให้ข้าช่วยส่งเจ้าไปปรโลกหรือไม่?

ดวงตาของหญิงสาวสั่นระริกเมื่อได้ยินเขาเอ่ยถามเช่นนี้ น้ำตาของนางหลั่งลงมาอาบแก้มทั้งสองข้าง กวนเยวี่ยหลันกะพริบตาสองสามครั้ง เพียงเท่านี้เซียวอวี้ฉีก็พอจะคาดเดาได้แล้วว่านางต้องการสิ่งใด

ชายหนุ่มล้วงหยิบมีดสั้นขึ้นมาถือเอาไว้ มือเขาสั่นระริกอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาเป็นปกติ

“ชาตินี้เจ้าชั่วช้าเกินไป หากได้เกิดใหม่ในชาติหน้า ก็ช่วยทำตัวดีๆ กับคนรอบข้างหน่อยเถอะ บางทีเรื่องที่เจ้าเห็นอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้าคิดเสมอไป กวนเยวี่ยหลัน สตรีที่งดงามและชาติกำเนิดเพียบพร้อมเช่นเจ้า ไม่ควรจมปลักอยู่กับบุรุษเพียงผู้เดียว ควรจะมองคนรอบกายเจ้าเสียใหม่”

เขายื่นมือมาเช็ดน้ำตาให้นาง เด็กสาวตรงหน้าคือคนที่เขาเคยพบเจอเมื่อสองปีก่อน ยามนั้นนางยังเป็นเพียงสตรีตัวน้อยน่ารักคนหนึ่ง ไม่คิดเลยว่าความแค้นในใจจะเผาไหม้นางให้กลายเป็นเช่นนี้ไปได้

“หลับตาเถอะ!”

เขาบอกเสียงเบา กวนเยวี่ยหลันเองก็ทำตามอย่างว่าง่าย

ฉึก!

เซียวอวี้ฉีใช้มีดสั้นในมือของตนแทงเข้าไปที่หัวใจของกวนเยวี่ยหลันจนมิดด้าม หญิงสาวดวงตาเบิกกว้าง ร่างกายกระตุกก่อนจะกระอักโลหิตออกมาคำโตและสิ้นใจตายทันที

แท้จริงแล้วชีวิตคนเรามีสิ่งใดยั่งยืนหรือแน่นอนบ้างเล่า คนที่นางรักไม่รักนาง คนที่นางเริ่มจะรักกลับลงมือฆ่านางอย่างเลือดเย็น ส่วนคนที่นางเคยมีพระคุณช่วยเหลือเขาเอาไว้ สุดท้ายแล้วเขากลับตอบแทนนางด้วยมีดสั้นเล่มหนึ่ง แต่นางกลับไม่รู้สึกโกรธหรืออาฆาตเขาเลยแม้แต่น้อย

เมื่อนางสิ้นใจแล้ว ดวงจิตของกวนเยวี่ยหลันกลับไม่ได้เดินทางไปยังปรโลกอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับวนเวียนมายังจวนตระกูลกวนอีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!