เมื่อได้เห็นว่าคนตรงหน้าคือผู้ใด บรรยากาศรอบกายก็พลันเปลี่ยนไปในทันที ราวกับมีแรงกดดันมหาศาลที่กดทับจิตใจของกวนเยวี่ยหลันเอาไว้
เหตุใดคนที่เจ็บจึงกลายเป็นเซียวลู่เฟยไม่ใช่เซียวอวี้ฉีเล่า นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!
กวนเยวี่ยหลันยังไม่ทันได้คิดสิ่งใดให้มากความก็พบว่ามีนักฆ่าชุดดำโผทะยานเข้ามาในสุสานบรรพชนของนางร่วมหลายสิบคน ดูเหมือนว่าเป้าหมายของมันคือการสังหารเซียวลู่เฟยอย่างแน่นอน กวนเยวี่ยหลันใจเต้นตึกตัก นางซูก็ตกใจจนหน้าซีดเผือด
“ถิงถิง พาแม่เจ้ากับลู่เฟยเข้าไปหลบด้านในก่อน เร็วเข้า”
“พี่หญิง!”
“รีบไปสิ!”
นางหันมาตวาดใส่น้องสาวจนกวนเสี่ยวถิงสะดุ้งโหยง นางรีบวิ่งเข้าไปประคองเซียวลู่เฟยให้เข้ามาหลบด้านในทันที ตอนนี้นักฆ่ากำลังล้อมพวกนางเอาไว้ แต่เพราะท่านพ่อส่งทหารมาคอยคุ้มกันพวกนางก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้พวกมันไม่สามารถเข้าถึงตัวของพวกนางได้ เพราะมีเหล่าทหารคอยปกป้องเอาไว้
“ส่งตัวเขามา แล้วข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้า”
หนึ่งในนักฆ่าตะโกนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา กวนเยวี่ยหลันส่งเสียงเหอะออกมา นางไม่โง่อยู่แล้ว หากนางตัดสินใจส่งตัวเซียวลู่เฟยไปให้คนชั่วพวกนั้น เขาจะต้องไม่รอดอย่างแน่นอนและหลงตี้จะต้องพิโรธคนตระกูลกวนอย่างหนักที่ปล่อยให้องค์รัชทายาทเกิดเรื่อง
อย่างไรเสียแม้เขาจะไม่ได้รักนาง และนางจะยอมตัดใจจากเขาแล้ว แต่นางก็ไม่เคยคิดว่าจะต้องการให้เขาสิ้นชีพไปอย่างน่าเวทนาเช่นนี้
เมื่อเห็นว่ากวนเยวี่ยหลันไม่ตอบ เหล่านักฆ่าก็เริ่มหมดความอดทน พวกมันต้องทำงานตามคำสั่งของเจ้านายให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี และวันนี้จะต้องไม่มีใครรอดชีวิตไปได้แม้แต่คนเดียว พวกเขาต้องพยายามอย่างมาก เดิมทีเป้าหมายในวันนี้คือเซียวอวี้ฉี แต่ใครจะรู้กันเล่าว่าสวรรค์จะส่งลูกแกะน้อยอย่างเซียวลู่เฟยให้มาติดบ่วงในครั้งนี้ เขาจึงจัดการแบ่งคนออกเป็นสองกลุ่ม แยกกันไปคนละทาง ทางหนึ่งคอยรับมือกับเซียวอวี้ฉี อีกทางหนึ่งไล่ล่าสังหารเซียวลู่เฟย เขาออกจากวังมาครานี้ไม่ได้พาคนติดตามมาด้วยมากนัก ย่อมง่ายต่อการลงมือ
แต่เขาไม่คิดเลยว่าเซียวลู่เฟยจะดวงแข็งถึงขนาดมีคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือได้ทันการณ์เช่นนี้
“ถ้าอย่างนั้นอย่าหาว่าพวกข้าไม่ปรานี!”
เอ่ยจบพวกมันก็คิดจะพุ่งเข้ามาสังหารพวกนาง แต่อยู่ๆ กลับมีธนูหลายสิบดอกพุ่งตรงมาจากกำแพง ลูกธนูพุ่งปักเข้ามาที่ขาของนักฆ่าพวกนั้นจนพวกมันทรุดตัวลงไปกองกับพื้นพลางร้องตะโกนออกมาเสียงดัง เมื่อถูกยิงที่ขาอย่างไรย่อมไม่อาจเคลื่อนไหวได้อยู่แล้ว
เมื่อกวนเยวี่ยหลันหันไปมองก็พบเข้ากับเซียวอวี้ฉีและทหารของเขาจำนวนร่วมหลายสิบคนที่กำลังกระโดดเข้ามาทางกำแพงสุสานบรรพชนตระกูลกวน ใบหน้าของชายหนุ่มฉายแววเย็นชาอย่างไม่ปิดบัง
“จับเป็น อย่าให้พวกมันตาย!”
เหล่าทหารรีบรับคำทันที แต่ทว่ากวนเยวี่ยหลันกลับมองเห็นว่านักฆ่าผู้หนึ่งกำลังพยายามจะเคี้ยวอะไรบางอย่างในปากตน ไวกว่าความคิดนางรีบถอดรองเท้าของตนและเขวี้ยงเข้าใส่มันทันที ฝีมือของนางค่อนข้างแม่นยำไม่น้อย รองเท้าคู่นั้นพุ่งเข้าฟาดไปที่แก้มข้างซ้ายของมันอย่างแรง ทำให้มันคายยาพิษนั้นออกมาบนพื้นไม่อาจกลืนลงท้องไปได้ ส่วนนักฆ่าคนอื่นๆ ก็ถูกจับเป็นได้ทั้งหมด
กวนเยวี่ยหลันยิ้มออกมาเต็มใบหน้า ก่อนจะเดินเข้ามาเก็บรองเท้าของตนขึ้นมาสวมใส่ เมื่อนางเงยหน้าขึ้นมาก็สบสายตาเข้ากับเซียวอวี้ฉีทันที เขากำลังมองนางอย่างพิจารณาราวกับต้องการถามคำถามบางอย่าง กวนเยวี่ยหลันที่เห็นอย่างนั้นก็ยิ้มแก้เก้อก่อนจะเอ่ย
“ท่านอ๋อง รองเท้าหม่อมฉันใช้งานได้ดีใช่หรือไม่เล่า?”
นางแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อนก่อนจะเดินกลับไปอยู่ข้างกายนางซู เซียวอวี้ฉีสั่งให้คนจับตัวนักฆ่าเอาไว้ทั้งหมดแล้วรีบวิ่งเข้ามาดูอาการของเซียวลู่เฟย ตอนนี้เขายังมีสติดีอยู่ โชคดีที่ได้รับบาดเจ็บเพียงที่แขนซ้ายเท่านั้น ส่วนอื่นในร่างกายยังคงปลอดภัยดี
ชายหนุ่มกัดฟันกรอด นึกโกรธหลานชายตนเองขึ้นมา
ก่อนหน้านี้เขาคาดการณ์เอาไว้แล้วว่าจะต้องมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น และเขาก็เตรียมแผนการรับมือเอาไว้เป็นอย่างดี แต่ใครจะรู้กันเล่าว่าเซียวลู่เฟยกลับดื้อรั้นลอบติดตามเขามาโดยไม่พาองครักษ์มาด้วย จึงทำให้เกิดเรื่องเช่นนี้
“ข้าจะพาเจ้ากลับเมืองหลวง!”
เซียวอวี้ฉีเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่สู้ดี กวนเยวี่ยหลันเมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงรีบกล่าวแย้งขึ้นมาทันที
“ไม่ได้ ระยะทางจากสุสานบรรพชนตระกูลกวนกลับไปถึงเมืองหลวงต้องใช้เวลาราวสองชั่วยาม เขาไม่รอดแน่เพราะเสียเลือดมาก เอาอย่างนี้ น้าซู ไม่ไกลจากตรงนี้มีบ้านท่านหมอชนบทหลังหนึ่ง ท่านรีบส่งคนไปตามเขามา ให้เงินเขามากหน่อยเขาจะต้องยอมมาอย่างแน่นอน ส่วนข้าจะไปหาเก็บสมุนไพรห้ามเลือดที่ภูเขาด้านหลังจวน ส่วนเจ้าถิงถิง ช่วยทำความสะอาดแผลให้เขาหน่อย”
พูดจบนางก็รีบวิ่งขึ้นไปยังภูเขาด้านหลังสุสานบรรพชนทันที เพราะชาติที่แล้วนางมักจะชอบศึกษาเรื่องสมุนไพรควบคู่กับความงาม จึงทำให้พอมีความรู้เรื่องสมุนไพรต่างๆ อยู่พอสมควร นางเดินค้นหาไปเรื่อยๆ จำได้ว่าชาติที่แล้วสมุนไพรที่นางใช้รักษาเซียวอวี้ฉีก็อยู่ที่นี่ด้วย หญิงสาวมองซ้ายมองขวาก่อนจะพบเข้ากับสมุนไพรที่ตนต้องการ นางรีบเก็บมันมามากหน่อย ก่อนจะรีบกลับมาที่บ้านพักและจัดการล้างสมุนไพรให้สะอาด เมื่อนางมาถึงก็พบเข้ากับท่านหมอผู้นั้นพอดี จึงมอบสมุนไพรให้เขาช่วยรักษาบาดแผลให้กับเซียวลู่เฟย
ท่านหมอผู้นี้ชาติก่อนก็เป็นคนรักษาชีวิตของเซียวอวี้ฉีเอาไว้เช่นเดียวกัน
เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว ท่านหมอก็รีบรักษาอาการบาดเจ็บของเซียวลู่เฟยทันที เพราะแผลของเขาฉกรรจ์ไม่น้อยทำให้ชายหนุ่มเจ็บปวดจนหมดสติไป กวนเยวี่ยหลันหันไปมองกวนเสี่ยวถิงที่ยืนอยู่หน้าห้อง นางมองออกว่าดวงตาของน้องสาวฉายแววไม่สบายใจอย่างเห็นได้ชัดอีกทั้งยังลนลานไม่น้อยเลย
ครั้งก่อนนางไม่ได้ใส่ใจว่าสองคนนั้นมีความรู้สึกที่ดีต่อกันตั้งแต่เมื่อใด นางคิดเพียงว่ากวนเสี่ยวถิงยั่วยวนเซียวลู่เฟยเท่านั้น ยามนี้เมื่อได้มาเห็นเองกับตา นางจึงไม่แปลกใจที่เซียวลู่เฟยจะหลงรักกวนเสี่ยวถิง น้องสาวผู้นี้เป็นคนเปิดเผยตรงไปตรงมาและจริงใจอย่างมาก ต่างจากนางที่เสแสร้งและจิตใจอำมหิต เซียวลู่เฟยจึงเลือกกวนเสี่ยวถิงมิใช่นาง
“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าไม่ไกลจากตรงนี้มีท่านหมออาศัยอยู่”
กวนเยวี่ยหลันที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิดพลันหันมามองเซียวอวี้ฉีแวบหนึ่ง ก่อนจะพบว่าในสายตาของเขามีความคาดคั้นและตั้งคำถามกับนางอยู่หลายส่วน เมื่อครู่เพราะรีบร้อนเกินไปทำให้นางเผลอพูดไปว่าที่นี่มีท่านหมออาศัยอยู่
“อ้อ หม่อมฉันเคยออกไปเดินเล่นแล้วพบเจอท่านหมอท่านนี้น่ะเพคะ”
“อย่างนั้นหรือ?”
“แน่นอนอยู่แล้ว ท่านอ๋องทรงสงสัยสิ่งใดหรือเพคะ?”
“ไม่มีอะไร อย่างไรก็ขอบใจเจ้ามาก”
นางพยักหน้าเล็กน้อยและไม่เอ่ยสิ่งใดกับเขาต่อ จากนั้นก็หาทางหลบเลี่ยงเดินหนีเขาไปเสีย
ไม่นานท่านหมอก็ออกมาแจ้งว่าเซียวลู่เฟยปลอดภัยดีแล้ว แต่เพราะยามนี้ยังนอนหลับอยู่ เซียวอวี้ฉีจึงปล่อยให้เขานอนพักเสียหน่อยแล้วค่อยคิดหาหนทางอีกที จนกระทั่งเซียวลู่เฟยได้สติฟื้นคืนมาแล้วคนทั้งหมดจึงเดินทางกลับเมืองหลวงในทันที