ตุลา(ไม่)อ่อนโยน

ตอนที่ 4: ตอนที่ 3. ตัดหาง(ไม่)ปล่อยวัด

👁️ 2 อ่าน
22px

รวมถึงการแวะซื้อของใช้สำหรับแมวตัวอวบอ้วนที่หญิงสาวเรียกมันว่า น้องฟูฟู

            น้องไม่อ้วนนะคะ น้องแค่ตัวฟู

            ตุลาคร้านจะต่อปากต่อคำกับหญิงสาว และเขาเองก็ไม่รู้ว่าแมวหนัก 3.6 กิโลกรัมเรียกว่าอ้วนได้ไหม แต่ที่เขาช่วยถือตะกร้าแมวให้ก็รู้สึกว่ามันหนักไม่น้อย หรือตาชั่งที่เธอใช้มันไม่ตรงกับความเป็นจริง

            ขวัญข้าวมองบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้เบื้องหน้า เธอเรียนที่จังหวัดนี้ได้ สองปีแล้วแต่ไม่ค่อยได้ไปไหนนัก ส่วนใหญ่ก็รอบบริเวณมหาวิทยาลัย บ้านในเมืองที่เธอคิดในใจว่าเป็นภาพบ้านค่อนข้างหรูหรา แต่ที่เห็นคือบ้านไม้กึ่งปูนสองชั้นที่อายุราวๆสิบปี แต่ร่มรื่นด้วยต้นไม้น้อยใหญ่

            “พออยู่ได้ไหม”  เขาถามเมื่อเห็นเธอยืนมองนิ่งงันไป

            “ได้ค่ะ” ขวัญข้าวตอบแล้วยิ้มกว้าง “ชอบบ้านแบบนี้มากเลยค่ะ”

            “ทำความสะอาดห้องกับเตรียมกรงแมวก่อนแล้วกัน” ตุลาพูดแล้วพาหญิงสาวเข้ามาในบ้าน เขาไขกุญแจแล้วเปิดบ้านให้เธอเข้าไปด้านใน  “ขนของลงจากรถเองได้ใช่ไหม พี่จะไปเอากรงออกมาก่อน แมวจะได้ออกมาจากตะกร้า”

            “ค่ะ”  เธอพยักหน้ารับแล้ววางเป้เสื้อผ้าลงบนโซฟาก่อนจะหมุนตัวเดินเร็วๆ ไปหยิบของท้ายรถ มันคือกะละมังใบย่อมสำหรับเป็นกระบะทรายแมว,ทรายแมว,ที่โกยขี้แมว และอาหารสำหรับแมว  ขวัญข้าววิ่งไปวิ่งมาหลายรอบกว่าจะขนทุกอย่างที่เป็นของแมวลงมาหมด เป็นจังหวะเดียวกับที่ตุลาเอากรงที่พับไว้มากางออก เขาผิวปากออกมาเมื่อเห็นว่ามันยังพร้อมใช้งานได้

            “มาสิ เอาแมวไว้ในกรงได้แล้ว”

            “เอ่อ...จะเอากรงแมวไว้นอกบ้านหรือคะ”

            “ทำไมล่ะ ก็อยู่ใต้ชายคานี่ไม่โดนแดดโดนฝนหรอก”

            “แต่...เอ่อ...คือ...ขอ..ขอเอากรงไว้ในบ้านได้ไหมคะ มุมห้องก็ได้ค่ะ รับรองว่าจะไม่ให้สกปรกเลยค่ะ” ขวัญข้าวพูดอย่างเกรงใจแต่ก็สงสารถ้าแมวจะต้องอยู่นอกบ้าน แต่เธอดูแลเจ้าแมวอ้วนฟูมาเป็นสัปดาห์แล้ว นอนห้องเดียวกัน เตียงเดียวกัน จะให้อยู่ห่างกันก็ยังไงอยู่

            จะอ้าปากปฏิเสธ  แต่เห็นแววตาเปี่ยมความหวังแล้วเขาก็ใจอ่อน แค่เอากรงไว้ในบ้านคงไม่เป็นอะไร

            “ก็ได้ แต่ต้องดูแลให้ดีล่ะ”

            “ขอบคุณค่ะ”  ขวัญข้าวยิ้มกว้างแล้วมองคนตัวโตยกกรงแมวเข้าไปด้านใน เขาตั้งไว้มุมหนึ่งของห้อง เธอเปิดตะกร้าอุ้มแมวอ้วนออกมาแล้วใส่ในกรง จากนั้นก็จัดการเททรายแมววางไว้ด้านใน เธอถือชามใส่น้ำแล้วมองหน้าเจ้าของบ้าน  ยังไม่ทันเอ่ยปากเขาก็ชี้ทางไปห้องครัวให้ หญิงสาวเดินเร็วๆ เทน้ำใส่ชามแล้วเดินกลับมาวางไว้ให้แมว

            “ขอโทษนะ คงอึดอัดแย่เลย อยู่ในตะกร้าตั้งนาน”   ขวัญข้าวปลอบใจแมวอวบด้วยขนมแมวเลีย “รองท้องไปก่อน เดี๋ยวเอาอาหารให้กิน”

            “ดูยังไงก็อ้วน”

            “อย่าว่าน้อง!  ขวัญข้าวหันมาทำตาดุใส่ แต่ตุลากลับหัวเราะแล้วยื่นมือไปดึงแก้มของเธอเล่นเหมือนตอนที่เธอยังเป็นเด็ก

            “ไปทำความสะอาดห้องก่อน เดี๋ยวคืนนี้ไม่มีที่นอน”

            “ค่ะ”

ขวัญข้าวยกมือขึ้นลูบแก้มที่ถูกเขาดึง เขาทำเหมือนเธอเป็นเด็กอีกแล้ว หรือเห็นเธอเป็นเด็กอ้วนอยู่อีกนะ  หญิงสาวส่ายหน้าไปมาไม่อยากคิดมากไปคนเดียว  ร่างเพรียวบางเดินตามหลังเขาไปที่ห้องนอนชั้นล่างเป็นห้องพักสำหรับแขก ตุลาดึงผ้าคลุมเตียงออก  ปกติให้แม่บ้านมาทำความสะอาดบ้านอาทิตย์ละครั้งอยู่แล้ว ห้องจึงยังสะอาดอยู่

“นี่เป็นห้องนอนแขก ห้องนอนพี่อยู่ข้างบน ห้องน้ำอยู่ด้านนอกก่อนถึงห้องครัว เห็นแล้วใช่ไหม”

“ค่ะ”

“อ้อ! ต้องรายงานแม่ว่ารับข้าวจี่มาถึงบ้านแล้ว”  เขาพูดอย่างเพิ่งนึกได้แล้วโทรศัพท์รายงานมารดา เขาพูดคุยสองสามคำแล้วหันมาทางหญิงสาวแล้วพูดขึ้น “แม่อยากคุยด้วย”

“ค่ะ...” ขวัญข้าวรับสมาร์ทโฟนมาแล้วคุยกับคุณน้ารัศมี “ขอบคุณนะคะคุณน้า ข้าวจี่มาถึงบ้านแล้วค่ะ ...ค่ะ...พี่ตุลย์ไปรับมาค่ะ ปลอดภัยดีค่ะ ทั้งคนทั้งแมว ขอบคุณมากนะคะ”

ตุลายืนฟังขวัญข้าวคุยโทรศัพท์กับแม่ของเขาไม่กี่นาที แปลกใจที่ฟังดูเหมือนคุยกันบ่อย แต่กับเขาที่อยู่ใกล้กว่ากลับไม่ได้เจอกันเลย ขวัญข้าวพูดคุยอีกเล็กน้อยแล้วยื่นโทรศัพท์ส่งคืนให้

“ดูแลน้องดีๆล่ะ เดี๋ยวแม่โอนตังค์ไปช่วยค่ารักษาแมว”

“แม่สายเปย์ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี้ย”  ตุลาอดหยอกแม่ไม่ได้ นี่แสดงว่ารู้อยู่แล้วว่าต้องดูแลแมวถึงให้เขาไปรับเองสินะ

“พูดมากจริง แม่ไม่คิดค่าเช่าบ้านก็ดีแค่ไหนแล้ว”

“เค็มเกินไปแล้วคุณนายรัศมี”

ตุลาคุยกับแม่อีกเล็กน้อยแล้ววางสาย วันนี้ยุ่งวุ่นวายเกือบทั้งวัน เขาเก็บโทรศัพท์แล้วหันมาคุยกับขวัญข้าว

“เดี๋ยวพี่จดรหัสWifiให้นะ ปกติพี่อยู่คนเดียวเลยไม่ได้ซื้อของสดไว้ในตู้เย็น ถ้าหิวอะไรก็โทรสั่งเอาได้ หรือจะออกไปกินข้างนอกก็ได้ แล้วก็ดูโทรทัศน์ที่ห้องนั่งเล่นก็ได้ อ้อ! เครื่องซักผ้าอยู่ด้านหลัง อยากซักเสื้อผ้าก็ได้นะ”

“ขอบคุณค่ะ” 

“เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว พักผ่อนก่อนเถอะ พี่ขอพักสักชั่วโมงแล้วจะพาแมวไปหาหมอแล้วกัน” พรุ่งนี้เขาต้องไปทำงาน ถ้าไม่พาไปวันนี้คงไม่มีเวลาพาไป และดูท่าทางเธอจะหิ้วตะกร้าแมวไปเองไม่สะดวกนัก

“ค่ะ” 

คนตัวเล็กพยักหน้ารับ รอจนเขาออกไปแล้วจึงเปิดเป้หยิบเสื้อผ้าที่เอาติดตัวมาสามสี่ชุดออกมาวางบนเตียง เธอเป็นห่วงแมวเลยไม่ได้หยิบเสื้อผ้ามาเยอะนัก แค่โน้ตบุ๊คกับแมวก็หนักแล้ว เอาเถอะ คงไม่ได้อยู่บ้านนี้นานนักหรอก  ขวัญข้าวบอกกับตัวเองแล้วเก็บของเข้าที่ให้เรียบร้อยแล้วออกไปเล่นกับเจ้าแมวหางเจ็บ  ได้ยินคุณน้ารัศมีพูดแบบนั้นแล้วเธอก็โล่งใจไปเปราะหนึ่ง อย่างน้อยก็มีคนช่วยค่ารักษาแมว จะโทรไปขอเงินแม่ก็เกรงใจ แม่ทำงานหนักให้เธอได้เรียนหนังสือสบายแต่เธอก็ยังหาภาระมาให้แม่ต้องเหนื่อยอีก  ที่จริงก็อยากย้ายออกมาอยู่หอนอกแต่เพราะค่าที่พักค่อนข้างแพงเอาการอยู่ เธออยากช่วยแม่ประหยัดค่าใช้จ่ายเลยไม่ย้ายออกเสียที และด้วยนิสัยโลกส่วนตัวสูงอย่างเธอจะไปหารูมเมทมาช่วยแชร์ค่าเช่าห้องก็เป็นไปได้ยากมาก 

ขวัญข้าวโผล่หน้าออกมาไม่เห็นเงาร่างของชายหนุ่ม เธอจึงเดินมาดูเจ้าแมวอ้วนกลมขนสีครีมแต่ช่วงท้องเป็นสีขาว อายุน่าจะราวๆ ปีกว่าๆ เธอไม่รู้ว่าทำไมหางของมันเป็นแผล และเป็นมานานแค่ไหนก็ไม่อาจรู้ได้ แต่หางของมันหดสั้นไปเรื่อยๆ แม้ว่าเธอจะพยายามล้างแผลและใส่ทิงเจอร์ไอโอดีนให้ก็ตาม

“ฟูฟู อดทนหน่อยนะ”  เธอคุยกับแมวที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน แล้วอุ้มแมวออกมานอนเล่นบนโซฟา เจ้าตัวอ้วนกลมคงเจ็บแผล ส่งเสียงร้องเบาๆ

ตุลาคิดจะหลับสักงีบแต่ดันนอนไม่หลับ อาจเพราะมี คนอื่น อยู่ในบ้านทำให้รู้สึกแปลกๆ เขาเดินลงมาจากชั้นบนก็เห็นหญิงสาวนอนเอกเขนกบนโซฟาโดยมีแมวตัวกลมอยู่บนอก

“นึกว่าหลับ”  เขาทักแล้วเดินเลยไปในครัว หยิบน้ำดื่มแล้วเดินกลับมานั่งที่โซฟาอีกฝั่งที่หญิงสาวนอนอยู่

ขวัญข้าวรีบดีดตัวขึ้นนั่ง เธอก็คิดว่าเขาหลับอยู่เลยออกมานอนกลิ้งไปกลิ้งมาในห้องนั่งเล่นแบบนี้

“นึกว่าพี่ตุลย์หลับอยู่เหมือนกันค่ะ”

“ก็ว่าจะหลับแต่ไม่ง่วง” เขาดื่มน้ำแล้วมองหน้าแมวที่จ้องเขาตาขวาง “เฮ้!มองหน้าผู้มีพระคุณดีๆหน่อยสิ”

“พี่ตุลย์อย่าไปดุน้องสิคะ”  เธอกอดแมวแน่นขึ้น

“ไหน ดูแผลหน่อยสิ”  เขาถามแล้วเธอก็หันก้นแมวให้ดู หางมันเป็นแผลไม่รู้เป็นมานานแค่ไหน แต่ตอนนี้หางแมวยาวแค่คืบเดียวเอง

“ถ้านอนไม่หลับเอาแมวไปหาหมอเถอะ”

“ค่ะ”  เธอยิ้มออกมาได้ แล้วรีบอุ้มแมวไปใส่ตะกร้าราวกับกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ

ชายหนุ่มขับรถพาทั้งคนและแมวมาคลินิกรักษาสัตว์ห่างจากบ้านราวสองกิโลเมตร โชคดีที่ไม่ต้องรอนาน แต่เมื่ออุ้มแมวอวบขึ้นเตียงและคุณหมอตรวจดูแผลที่หางแล้วก็แนะนำว่าควรตัดหางส่วนที่ติดเชื้อทิ้ง

“อย่าลืมว่าหางคือกระดูกสันหลังส่วนปลาย มันอาจมีผลกับระบบประสาทได้นะคะ ตัดหางแล้วรักษาแผลจะดีที่สุดค่ะ”

ขวัญข้าวเม้มปากจนเรียบตึง เธอก็ลองเสิร์ซหาข้อมูลมาบ้างแต่พอได้ยินคุณหมอยืนยันอย่างนี้แล้วก็อดสงสารแมวตัวนี้ไม่ได้

“งั้นก็ตัดเลยครับ”  เป็นตุลาที่ตัดสินใจแทน รักษาชีวิตแมวไว้น่าจะดีกว่าเสี่ยงรักษาแผลติดเชื้อที่หางที่อาจจะลามและทำลายระบบประสาทของแมวได้

“แต่ตัดวันนี้ไม่ได้นะคะ”  คุณหมอพูดด้วยรอยยิ้มและอธิบาย “ก่อนผ่าตัดต้องงดน้ำงดอาหารน้องก่อนค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้น คุณหมอนัดวันรักษาเลยก็ได้ค่ะ”

“เดี๋ยวสิ เธอจะมาคนเดียวได้ไง”  ตุลาหันมาดุขวัญข้าว ถึงคลินิกจะไม่ไกลบ้านแต่ก็ต้องขับรถมา ต่อให้มาด้วยมอเตอร์ไซค์ก็ต้องมีคนช่วยหิวตะกร้าแมว

“เอาวันที่สะดวกก็ได้ค่ะ ก่อนพามาก็งดน้ำงดอาหารน้องตั้งแต่สองทุ่มเป็นต้นไป”

“วันศุกร์แล้วกันครับ”  ตุลาไม่ถามเจ้าของแมวเลยสักคำ

“พี่ตุลย์ไม่ต้องทำงานเหรอคะ” 

“วันศุกร์นั้นแหละ เสาร์อาทิตย์จะได้ช่วยดูแลได้”  น่าจะพอลางานวันศุกร์ได้นะ ถ้าลาไม่ได้ค่อยให้คุณนายรัศมีจัดการให้

“ถ้าพี่ตุลย์สะดวกวันศุกร์ ก็มาวันศุกร์ก็ได้ค่ะ”  เธอตกลงเอาที่เจ้าของบ้านสะดวก เพราะเธอจะพามาเองก็ไม่ได้

“ถ้าอย่างนั้นนัดไว้เลยนะคะ วันพฤหัสก็งดน้ำงดอาหารน้องตั้งแต่สองทุ่ม คลินิกเปิดแปดโมงครึ่งค่ะเอาน้องมาแต่เช้า บ่ายๆ ก็ฟื้นยาสลบแล้วเอากลับบ้านได้ค่ะ”

“วางยาสลบด้วยเหรอคะ” 

“ถ้าไม่วางยาแมวก็จะเจ็บมากนะสิ” ตุลาหันมาบอกคนตัวเล็ก

“ค่ะ...”

ขวัญข้าวลูบหัวเจ้าแมวอ้วนที่นอนร้องเหมียวๆ เหมือนไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง หลังจากจัดการนัดหมายวันตัดหางแมวแล้ว เขาก็หิ้วตะกร้าแมวให้หญิงสาว

“ซื้ออะไรกลับไปกินที่บ้านเลยแล้วกันนะ คราวนี้อยากกินแบบไหนเอาให้ชัด พี่จะได้จอดรถถูกร้าน”

“ข้าวค่ะ อยู่หอกินแต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ข้าวจี่คงไม่อยากกินไปอีกนานเลย”

ตุลาพยักหน้ารับแล้วรอจนขวัญข้าวนั่งรถเรียบร้อยแล้วจึงขับรถออกไป เขาลอบมองหญิงสาวที่พูดคุยกับแมวเบาๆ 

ทีเรื่องแมวนี้ทำหน้าระรื่นขึ้นมาเชียว แต่...ก็น่ารักดีแฮะ.

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!