22px

ปลายนิ้วแตะลงบนหน้าจอสมาร์ตโฟนที่มีรอยร้าวพาดผ่าน กดปุ่มยุติการถ่ายทอดสด หน้าจอแอปพลิเคชันตัดฉับเข้าสู่โหมดพักหน้าจอ ผมสูดลมหายใจเข้าปอดลึก นิ้วหัวแม่มือที่มีรอยด้านชาสไลด์หน้าจอเปลี่ยนแอปพลิเคชันเข้าสู่ระบบธนาคารออนไลน์

หน้าจอประมวลผลเสี้ยววินาที ตัวเลขยอดเงินคงเหลือปรากฏเด่นหรา 10,025.50 บาท

เงินบริจาคหนึ่งหมื่นบาทถ้วนจากการกดส่งของขวัญรูปสถานีอวกาศของบุคคลปริศนานาม โพลาร์แบร์ ถูกหักเปอร์เซ็นต์ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มตามระเบียบ ทว่าส่วนแบ่งที่โอนตรงเข้าสู่บัญชีธนาคาร ก็มีมูลค่ามหาศาลพอที่จะพลิกฟื้นลมหายใจรวยรินให้กลับมาสูบฉีดเต็มปอด

ผมกดเล็บจิกลงบนฝ่ามือซ้ายจนเจ็บแปลบ ความเจ็บปวดแล่นริ้วยืนยันข้อเท็จจริงว่าร่างกายนี้มิได้นอนหลับฝัน หยาดเหงื่อเย็นเยียบซึมชื้นตามไรผม ผมกดปุ่มล็อกหน้าจอ วางอุปกรณ์สื่อสารลงบนพื้นกระเบื้องยาง

ผมละสายตาจากตัวเลขห้าหลัก หันไปมองผู้ช่วยตัวน้อยข้างกาย หมูหยองเพิ่งจัดการข้าวผัดทองคำคำสุดท้ายเข้าโพรงปาก ช้อนสังกะสีขูดก้นจานพลาสติกดังแกรก ริมฝีปากและพวงแก้มเปื้อนคราบน้ำมันบางๆ ทว่าใบหน้ากลับเปี่ยมล้นด้วยความอิ่มเอม นัยน์ตากลมโตสุกสกาวปะทะเข้ากับโครงหน้าของผม

ผมเอื้อมมือไปคว้าผ้าสะอาด ชุบน้ำหมาดๆ แล้วบรรจงเช็ดคราบอาหารรอบปากให้เด็กน้อย

"อิ่มไหมครับ"

เด็กน้อยพยักหน้ารัวๆ รอยยิ้มแฉ่งโชว์ฟันน้ำนมซี่เล็ก

"อิ่มฮะ ปะป๊าทำข้าวผัดอร่อยที่สุดเลย"

"ถ้าอิ่มแล้ว ป๊าพาไปอาบน้ำแต่งตัวดีกว่า วันนี้เราจะออกไปข้างนอกกัน"

"ไปไหนฮะ" หมูหยองเอียงคอถาม มือป้อมกำชายเสื้อยืดของผมแน่น

"ไปกดตังค์ครับ แล้วป๊าจะพาหนูไปกินของอร่อยๆ ซื้อขนมเยอะๆ เลย"

ผมดึงฝ่ามือเล็กมากอบกุมไว้ในมือของตนเอง ออกแรงบีบกระชับเบาๆ พาก้าวเดินเข้าสู่ห้องน้ำแคบๆ จัดการถอดเสื้อผ้าชุดเก่าเหม็นอับ โยนลงตะกร้าพลาสติกสีเขียวใบแตก เปิดก๊อกน้ำประปาที่ไหลเอื่อย รองน้ำใส่อ่างพลาสติกสีดำ ใช้ขันตักน้ำราดรดชำระล้างคราบสกปรกบนผิวกาย หมูหยองสะดุ้งเล็กน้อยยามอุณหภูมิน้ำเย็นเฉียบปะทะผิวเนื้อ ทว่ายอมยืนนิ่งให้ผมใช้สบู่ก้อนเล็กสีชมพูถูไถจนเกิดฟองฟอด กลิ่นสบู่ดอกไม้สังเคราะห์ลอยคลุ้งกลบกลิ่นอับชื้นของห้องน้ำ

ภายหลังเช็ดตัวจนแห้งสนิท ผมรื้อค้นตู้เสื้อผ้าไม้อัด คัดเลือกเสื้อผ้าชุดที่ดีที่สุดเท่าที่มีหลงเหลือ เสื้อเชิ้ตลายสกอตสีแดงซีดจางกับกางเกงยีนส์ขาสั้นยางยืด สวมใส่ให้เด็กน้อย หยิบหวีพลาสติกซี่หักสางผมที่พันกันเป็นสังกะตังให้เรียบแปล้ ส่วนตัวผมเองสวมเสื้อยืดสีขาวทับด้วยเสื้อเชิ้ตยีนส์เปิดกระดุมหน้า สวมกางเกงขายาวสีดำทะมัดทะแมง

หมุนลูกบิดล็อกกุญแจประตูเหล็กดัดเสียงดังกริ๊ก สองเท้าก้าวลงบันไดปูนเปลือยแคบชัน กลิ่นเหม็นเปรี้ยวของขยะหมักหมมจากถังรวมชั้นล่างลอยแตะจมูก ผสมคลุกเคล้ากลิ่นควันท่อไอเสียรถจักรยานยนต์ แสงแดดยามสายสาดส่องกระทบพื้นถนนคอนกรีตขรุขระแผ่ไอร้อนระอุ ผมพาหมูหยองเดินลัดเลาะตามตรอกแคบ มุ่งหน้าสู่ตู้กดเงินสดอัตโนมัติหน้าปากซอย

ตู้เหล็กสีเขียวตั้งตระหง่านรับแสงแดด ผมสอดบัตรพลาสติกแข็งเข้าช่องเสียบ กดรหัสผ่านหกหลักลงบนแป้นพิมพ์โลหะสากกระด้าง หน้าจอกระจกแสดงตัวเลือก ผมกดถอนเงินสดจำนวนเก้าพันบาทถ้วน เสียงกลไกเครื่องจักรภายในตู้ทำงานดังกึกกัก ช่องจ่ายเงินเปิดกว้าง ดันธนบัตรสีเทาใบละพันบาทจำนวนเก้าใบออกมาสู่โลกภายนอก

ผมดึงธนบัตรเหล่านั้นมากำไว้ในมือ สัมผัสความสากของเนื้อกระดาษใหม่เอี่ยม กลิ่นหมึกพิมพ์จางๆ ลอยปะทะจมูก เงินก้อนนี้คือหยาดฝนแรกที่ร่วงหล่นลงมาชโลมพื้นดินแห้งแล้ง ผมยัดธนบัตรลงในกระเป๋าสตางค์หนังเทียมใบเก่า ยัดเก็บเข้ากระเป๋ากางเกงด้านหลังมิดชิด

"ไปกันครับ วันนี้ป๊าจะพาหนูนั่งรถแท็กซี่แอร์เย็นๆ"

ผมอุ้มหมูหยองขึ้นแนบอก ก้าวเดินออกไปริมถนนใหญ่ โบกมือเรียกพาหนะสีเขียวเหลืองที่แล่นผ่านมา รถยนต์จอดเทียบฟุตบาท ผมเปิดประตูเบาะหลัง สอดตัวเข้าไปนั่งพร้อมเด็กน้อย กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศกลิ่นมะลิสังเคราะห์ลอยอบอวล เครื่องปรับอากาศพ่นไอเย็นฉ่ำปะทะผิวหนัง ขับไล่ความร้อนระอุจากภายนอก

"ไปห้างสรรพสินค้าเอ็มควอเทียร์ครับพี่"

ผมบอกจุดหมายปลายทาง คนขับพยักหน้ารับ เหยียบคันเร่งพารถพุ่งทะยานเข้าสู่กระแสการจราจรคับคั่งของเมืองหลวง หมูหยองเบิกตากว้าง สองมือเกาะขอบหน้าต่างกระจก ทอดสายตามองตึกสูงระฟ้าและรถยนต์หลากสีสันบนท้องถนนตื่นตาตื่นใจ โลกภายนอกสลัมคือความแปลกใหม่สำหรับเด็กวัยสามขวบ

ล้อรถหยุดหมุนหน้าทางเข้าห้างสรรพสินค้าหรูหราใจกลางเมือง ผมจ่ายค่าโดยสาร พาหมูหยองก้าวลงจากรถ บานประตูกระจกอัตโนมัติเลื่อนเปิดกว้างต้อนรับ มวลอากาศเย็นเฉียบปะทะร่างกาย กลิ่นหอมหวานของวานิลลาและเนยอบสดใหม่จากร้านเบเกอรี่ชั้นล่างโชยมาทักทาย กระตุ้นน้ำย่อยในกระเพาะอาหารให้ทำงานหนัก

พื้นหินอ่อนขัดเงาวับจนสะท้อนภาพหลอดไฟแชนเดอเลียร์ระยิบระยับ หมูหยองก้าวเท้าเตาะแตะย่ำลงบนพื้นลื่น สองมือกระชับกำนิ้วชี้และนิ้วกลางของผมเอาไว้แน่นหนา นัยน์ตากลมโตสอดส่ายมองร้านค้าราคาแพงและผู้คนแต่งกายภูมิฐานรอบกาย

"ปะป๊า... ที่นี่สว่างจังเลยฮะ หอมด้วย"

เด็กน้อยกระซิบเสียงแผ่ว สูดลมหายใจเข้าจมูกฟุดฟิด

"เราไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันก่อนดีกว่า ป๊าหิวแล้ว หมูหยองหิวไหมครับ"

"หิวฮะ!"

ผมพาเด็กน้อยขึ้นบันไดเลื่อน มุ่งหน้าสู่โซนร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น กลิ่นน้ำซุปปลาแห้งและโชยุเคี่ยวลอยเตะจมูก ผมเลือกโต๊ะมุมเก้าอี้โซฟานุ่ม พนักงานสวมชุดยูนิฟอร์มสีดำนำเมนูเล่มหนามาวางตรงหน้า

ผมพลิกเปิดหน้ากระดาษ สั่งราเมนทงคตสึน้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้นสำหรับตนเอง และชุดเซตข้าวปลาแซลมอนย่างซีอิ๊วพร้อมไข่ตุ๋นสำหรับหมูหยอง ปิดท้ายด้วยไก่ทอดคาราเกะจานใหญ่

รอคอยเพียงไม่นาน อาหารควันฉุยถูกยกมาเสิร์ฟ ชามราเมนใบยักษ์บรรจุน้ำซุปสีขาวนวล เส้นบะหมี่สีเหลืองทอง และหมูชาชูชิ้นหนา ส่วนของหมูหยองคือปลาแซลมอนชิ้นโตย่างจนหนังกรอบเกรียม ราดซอสซีอิ๊วสีน้ำตาลเข้มส่งกลิ่นหอมหวาน

"กินเลยครับ ระวังร้อนนะ"

ผมใช้ตะเกียบสเตนเลสคีบชิ้นปลาแซลมอน เป่าลมฟู่ๆ ไล่ความร้อน ก่อนจะวางลงบนช้อนของหมูหยอง เด็กน้อยอ้าปากงับชิ้นปลาเข้าโพรงปาก ฟันซี่เล็กบดเคี้ยวเนื้อปลาที่สุกพอดี นุ่มละมุนละลายบนลิ้น รสชาติเค็มหวานของซอสซีอิ๊วผสมผสานความมันของปลาแซลมอน

แก้มสองข้างพองออกเป็นก้อนกลม เปลือกตาปิดหลับพริ้ม มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มกว้างขวาง

"อร่อย! ปะป๊า ปลาอร่อยมากเลยฮะ!"

หมูหยองตักข้าวญี่ปุ่นเม็ดสั้นเหนียวนุ่มเข้าปากตามไป เคี้ยวข้าวแก้มตุ่ยดื่มด่ำรสชาติอาหาร ผมตักไข่ตุ๋นเนื้อเนียนละเอียดป้อนเสริม เด็กน้อยรับประทานมื้ออาหารตรงหน้าประหนึ่งพายุลง ผมนั่งทอดสายตามองภาพเบื้องหน้า คีบไก่ทอดคาราเกะชิ้นกรอบกรุบเข้าปากตนเอง รสชาติเนื้อไก่หมักเครื่องเทศทอดจนเหลืองกรอบ ซึมซาบเข้าสู่ปุ่มรับรส

กระเพาะอาหารที่เคยหดเกร็งจากความอดอยาก ได้รับการเติมเต็มด้วยสารอาหารคุณภาพ สภาพความหิวโหยในห้องเช่าซอมซ่อถูกบรรเทาลง ผมใช้กระดาษทิชชูซับคราบซอสริมฝีปากลูกชาย การได้เห็นเด็กน้อยกินอิ่มนอนหลับ คือเป้าหมายสูงสุดของการมีชีวิตอยู่ในร่างนี้

จัดการมื้ออาหารเสร็จสิ้น ผมเรียกพนักงานเก็บเงิน จ่ายด้วยธนบัตรใบละพันบาท รับเงินทอนพร้อมใบเสร็จ สองพ่อลูกก้าวเดินออกจากร้าน มุ่งหน้าสู่ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นล่าง เป้าหมายหลักของการเดินทางวันนี้

รถเข็นคันใหญ่ตะแกรงเหล็กถูกเข็นผ่านช่องทางเดิน ผมจับหมูหยองนั่งลงบนเบาะพับสำหรับเด็กด้านหน้ารถเข็น

โซนแรกที่พุ่งชนคือโซนอาหารสด อุณหภูมิบริเวณนี้เย็นจัดกว่าโซนอื่น ละอองน้ำพ่นฝอยรดผักใบเขียวสดชื่น ผมหยิบกะหล่ำปลี ผักกาดขาว แครอต และต้นหอมผักชีใส่ถุงพลาสติกชั่งน้ำหนัก ถัดมาคือโซนเนื้อสัตว์ ตู้กระจกแช่เย็นจัดเรียงเนื้อหมู เนื้อไก่ และเนื้อวัวสีแดงสด ผมคัดเลือกเนื้อหมูสันคอติดมัน เนื้อไก่ส่วนสะโพก และปลาแซลมอนชิ้นหนาโยนลงรถเข็น

"หมูหยองอยากกินนมรสอะไรครับ"

ผมเข็นรถมาหยุดหน้าตู้แช่ผลิตภัณฑ์นม นมกล่องหลากสีสันเรียงรายละลานตา

"รสสตอเบอรี่ฮะ!"

ปลายนิ้วป้อมชี้ไปยังนมกล่องสีชมพูสดใส ผมหยิบนมรสสตรอว์เบอร์รีแพ็กใหญ่สามแพ็ก นมจืดสองแพ็ก และโยเกิร์ตอีกครึ่งโหลใส่รถเข็น การตุนเสบียงอาหารที่มีประโยชน์คือความจำเป็นเร่งด่วนสำหรับร่างกายเด็กวัยกำลังเจริญเติบโต

ถัดจากโซนอาหาร ผมเข็นรถมุ่งหน้าสู่โซนเครื่องครัว อุปกรณ์ทำอาหารในห้องเช่านั้นเสื่อมโทรมเกินกว่าจะใช้สตรีมมิงระยะยาว ผมเลือกหยิบกระทะเทฟลอนก้นลึกเคลือบสารกันติดคุณภาพดี กระทะเหล็กหล่อสำหรับคั่วไฟแรง หม้อสเตนเลสใบกะทัดรัด มีดเชฟเหล็กกล้าคาร์บอนสูงด้ามจับถนัดมือ และเขียงไม้เนื้อแข็ง

ของเต็มรถเข็นจนล้นทะลัก ผมเข็นไปชำระเงินที่แคชเชียร์ พนักงานสแกนบาร์โค้ดสินค้าทีละชิ้น เสียงติ๊ดๆ ดังต่อเนื่อง ตัวเลขยอดรวมปรากฏบนหน้าจอ สี่พันห้าร้อยบาท ผมควักเงินสดจ่ายออกไป รับถุงพลาสติกใบยักษ์ห้าถุงมาถือเต็มสองมือ

"กลับบ้านกันครับลูกชาย วันนี้ป๊าจะทำของอร่อยให้กินอีก"

ผมฉีกยิ้มให้หมูหยองที่เดินเตาะแตะช่วยถือถุงขนมขบเคี้ยวใบเล็ก สองพ่อลูกเรียกรถแท็กซี่กลับสู่ห้องเช่าซอมซ่อ พร้อมเสบียงอาหารและอุปกรณ์ชุดใหม่ เตรียมพร้อมสำหรับการสตรีมมิงครั้งต่อไป

ณ อาคารสำนักงานใหญ่ อัครเดชโภคิน กรุ๊ป...

ห้องทำงานประธานกรรมการบริหารกว้างขวางโอ่อ่า ผนังกระจกใสบานสูงจรดเพดานเผยให้เห็นทัศนียภาพตึกระฟ้าของกรุงเทพมหานคร มวลอากาศภายในห้องเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศ กลิ่นกาแฟเอสเปรสโซคั่วเข้มลอยกรุ่นจากแก้วเซรามิกสีดำบนโต๊ะทำงานกระจกนิรภัย

อัศวิน บุรุษร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสากลสีเทาเข้ม เสื้อเชิ้ตด้านในสีขาวสะอาดตา เนกไทสีน้ำเงินเข้มถูกปลดปมให้หลวมรุ่ยเล็กน้อยเพิ่มความผ่อนคลาย โครงหน้าคมคายดุดันพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ นัยน์ตาสีดำสนิทดั่งรัตติกาลจดจ้องหน้าจอแท็บเล็ตขนาดสิบสองนิ้วที่ตั้งตระหง่านอยู่บนขาตั้ง

ภาพบนหน้าจอคือวิดีโอบันทึกการถ่ายทอดสดของสตรีมเมอร์ช่อง เชฟน่านฟ้า

ชายหนุ่มกดปุ่มเล่นวิดีโอซ้ำเป็นรอบที่สาม เสียงตะหลิวเหล็กกระทบกระทะอะลูมิเนียมดัง ฉับ ฉับ ภาพเม็ดข้าวสีเหลืองทองลอยละล่องขึ้นกลางอากาศจากการสะบัดข้อมือของชายหนุ่มร่างซูบผอมในจอ อัศวินหรี่ตาลง เพ่งพินิจทุกการเคลื่อนไหว

มุมมองของบุคคลทั่วไปอาจมองเห็นเพียงการทำข้าวผัดธรรมดา ทว่าสำหรับอัศวิน ผู้ครอบครองทักษะการชิมอาหารระดับนักวิจารณ์ และคลุกคลีกับเชฟระดับมิชลินสตาร์มานับไม่ถ้วน เขามองเห็นรายละเอียดที่ซุกซ่อนอยู่

การควบคุมอุณหภูมิไฟ จังหวะการกระดกกระทะที่สม่ำเสมอไร้ที่ติ องศาการตวัดตะหลิวเพื่อกระจายความร้อนให้เข้าถึงเม็ดข้าวทุกอณู เทคนิคเหล่านี้มิใช่สิ่งที่มือสมัครเล่นจะลอกเลียนแบบได้จากการดูคลิปวิดีโอสอนทำอาหาร มันคือทักษะที่เกิดจากการฝึกฝนหน้าเตาไฟร้อนระอุนานนับปี การจดจำความร้อนผ่านผิวสัมผัส และสัญชาตญาณของมืออาชีพ

อัศวินเคาะปลายนิ้วชี้ลงบนผิวกระจกโต๊ะทำงานดังก๊อกๆ เป็นจังหวะเชื่องช้า

ชายหนุ่มร่างผอมในวิดีโอสวมเสื้อผ้าย้วยยาน สภาพห้องครัวด้านหลังบ่งบอกฐานะยากจนข้นแค้น ทว่าฝีมือการคั่วกระทะกลับสวนทางกับสภาพแวดล้อมลิบลับ ผนวกกับสายตาที่สตรีมเมอร์คนนั้นมองเด็กน้อยแก้มยุ้ยที่นั่งกินข้าวผัด ล้วนอัดแน่นด้วยความปกป้องและหวงแหน

"ภาคิน"

เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยเรียกชื่อเลขาหนุ่มคนสนิท

บานประตูไม้บานหนาถูกผลักเปิดออก ภาคิน เลขาหนุ่มสวมแว่นตากรอบเงิน ชุดสูทเนี้ยบกริบ ก้าวเท้าเข้ามายืนค้อมศีรษะหน้าโต๊ะทำงาน

"ครับท่านประธาน"

อัศวินหมุนหน้าจอแท็บเล็ตหันไปทางเลขาหนุ่ม ภาพค้างวิดีโอช็อตที่น่านฟ้ากำลังเช็ดปากให้หมูหยองปรากฏเด่นชัด

"ฉันต้องการข้อมูลผู้ชายคนนี้"

อัศวินออกคำสั่งราบเรียบ ทว่าเฉียบขาด

"สืบประวัติมาให้หมด ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ปัจจุบัน ภูมิหลังการทำงาน และ... สถานะหนี้สินทั้งหมดที่มี ฉันต้องการรายงานฉบับสมบูรณ์วางอยู่บนโต๊ะนี้ภายในแปดโมงเช้าวันพรุ่งนี้"

ภาคินขยับกรอบแว่นตา กวาดสายตามองภาพบนหน้าจอแท็บเล็ต ชายหนุ่มร่างผอมกับเด็กน้อยในห้องครัวซอมซ่อ เขาประหลาดใจที่เจ้านายระดับหมื่นล้านให้ความสนใจสตรีมเมอร์โนเนม ทว่าสัญชาตญาณเลขาผู้ภักดีสั่งการให้รับคำสั่งโดยปราศจากข้อกังขา

"รับทราบครับท่านประธาน ผมจะจัดการประสานงานทีมสืบสวนเดี๋ยวนี้ครับ"

ภาคินค้อมศีรษะรับคำสั่ง หมุนตัวก้าวเดินออกจากห้องทำงาน ปิดบานประตูเงียบเชียบ

อัศวินเอนแผ่นหลังพิงเก้าอี้อีกครา ยกแก้วเอสเปรสโซขึ้นจรดริมฝีปาก ความขมปร่าของของเหลวสีเข้มไหลลื่นลงลำคอ ทว่าภาพเม็ดข้าวสีทองที่เด้งกระดอนในกระทะ ยังคงติดตา ภาพเด็กน้อยเคี้ยวข้าวแก้มตุ่ยกระตุ้นน้ำย่อยในกระเพาะอาหารของเขาให้ปั่นป่วน

ความอยากอาหารที่สูญหายไปเนิ่นนาน คล้ายถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยข้าวผัดไข่จานนั้น

"เราจะได้เห็นดีกัน เชฟน่านฟ้า"

ชายหนุ่มพึมพำกับตนเอง นัยน์ตาสีรัตติกาลทอดมองภาพในจอ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้เบื่อหน่ายอาหารทุกชนิดบนโลก กำลังค้นพบเป้าหมายใหม่ที่น่าลิ้มลอง และเมื่ออัศวินแห่งอัครเดชโภคิน กรุ๊ป ต้องการสิ่งใด เขาไม่เคยปล่อยให้มันหลุดรอดเงื้อมมือไปได้แม้แต่ครั้งเดียว

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!