ผมแค่จะสตรีมทำอาหารเลี้ยงลูก แต่ท่านประธานคนนั้นช่วยหยุดเปย์ก่อนได้ไหมครับ

ตอนที่ 3: ช้อปปิ้งครั้งแรก กับความสงสัยของท่านประธาน

👁️ 3 อ่าน

หลังจากกดปิดสตรีมลง ห้องเช่าแคบๆ ก็กลับสู่ความเงียบอีกครั้ง แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือตัวเลขในบัญชีธนาคารที่เด้งเตือนผ่านหน้าจอโทรศัพท์ร้าวๆ

[ยอดเงินเข้า: 10,000.00 บาท]

ผมจ้องมองตัวเลขนั้นนิ่งๆ ราวกับถูกมนต์สะกด นิ้วมือที่เคยจับมีดแล่ปลาและตะหลิวมานับครั้งไม่ถ้วนกำลังสั่นระริก หัวใจในอกข้างซ้ายเต้นรัวและแรงยิ่งกว่าตอนที่ผมยืนรอฟังลุ้นผลการตัดสินในรายการเชฟกระทะเหล็กเสียอีก สำหรับอดีตเอ็กซ์คลูซีฟเชฟที่เคยมีเงินเดือนหลักแสนอย่างผม เงินหนึ่งหมื่นบาทมันอาจจะดูน้อยนิดจนแทบไม่ต้องคิดเวลาใช้จ่าย แต่สำหรับ ‘น่านฟ้า’ ในสภาพที่เหลือเงินติดตัวเพียงยี่สิบห้าบาท และมีหนี้สินรัดคออยู่ในตอนนี้... มันคือเงินต่อชีวิต โชคดีที่แอปพลิเคชัน LiveCook มีระบบถอนเงินด่วนแบบเรียลไทม์เข้าบัญชีได้ทันทีสำหรับยอดโดเนทระดับวีไอพี มันจึงกลายเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ที่ช่วยต่อลมหายใจ ของคนสองคนให้มีชีวิตรอดไปได้อีกหลายสัปดาห์

"ปะป๊า... เป็นอะไรครับ? เจ็บตาเหรอ?"

เสียงเล็กๆ ที่ดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสแผ่วเบาที่หัวเข่า ดึงสติผมให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน ผมก้มลงมอง มือป้อมๆ ของหมูหยองเอื้อมมาสะกิดที่หัวเข่า เด็กน้อยทำหน้าสงสัยที่เห็นผมจ้องโทรศัพท์ไม่วางตา คิ้วเล็กๆ นั้นขมวดเข้าหากันด้วยความกังวล คงคิดว่าผมกำลังจะร้องไห้หรือมีอาการปวดหัวขึ้นมาอีก

ความน่ารักและไร้เดียงสานั้นทำเอากำแพงความเครียดที่สะสมมาตั้งแต่ตื่นนอนพังทลายลง ผมหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะคว้าตัวเจ้าก้อนแป้งที่ยืนทำหน้างงเข้ามากอดแน่นๆ ฟัดแก้มยุ้ยๆ ที่เพิ่งจะกินข้าวอิ่มไปฟอดใหญ่จนคนตัวเล็กหัวเราะคิกคัก ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนผม

"หมูหยอง... วันนี้เรามีตังค์ซื้อนมนกกระจิบที่หนูชอบแล้วนะ ซื้อเนื้อหมู ซื้อไข่ไก่ แล้วก็ซื้อขนมให้หนูด้วย!" ผมบอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น พยายามถ่ายทอดความดีใจนี้ไปให้เด็กน้อยได้รับรู้

หมูหยองหยุดหัวเราะทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น ริมฝีปากเล็กๆ อ้าค้างราวกับได้ยินเรื่องเหลือเชื่อที่สุดในโลก

"จริงเหรอครับ! ปะป๊าไม่ได้หลอกหนูนะ?"

คำถามซื่อๆ ที่แฝงไปด้วยความหวาดระแวงนิดๆ ทำเอาหัวใจผมกระตุก มันสะท้อนให้เห็นว่าในอดีต น่านฟ้าคนเก่าคงเคยให้สัญญาลมๆ แล้งๆ กับเด็กคนนี้มานับครั้งไม่ถ้วนเพื่อปัดความรำคาญ ผมกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่ใสแจ๋วนั้น

"ปะป๊าไม่เคยโกหกครับ ไป... แต่งตัว เดี๋ยวป๊าพาไปซูเปอร์มาร์เก็ต!"

ผมรีบจัดการอาบน้ำล้างคราบเหงื่อไคลให้ตัวเองและลูกชาย แม้ในตู้เสื้อผ้าจะมีแต่เสื้อยืดคอย้วยๆ และกางเกงที่สีซีดจนแทบดูไม่ออกว่าสีเดิมคือสีอะไร แต่ผมก็พยายามเลือกชุดที่ดูสะอาดและเรียบร้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้มาใส่ให้เราสองคน ผมใช้หวีสางผมที่ยุ่งเหยิงของตัวเองให้เข้าทรง ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมานิดหน่อย ก่อนจะอุ้มหมูหยองที่อยู่ในชุดเสื้อยืดลายหมีน้อยสีซีดขึ้นแนบอก แล้วเดินก้าวเท้าออกจากห้องเช่ารูหนู มุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าที่อยู่ใกล้ที่สุดในละแวกนี้

ตลอดทางที่เดินลัดเลาะออกจากซอยสลัม ผมสัมผัสได้ถึงสายตาของชาวบ้านและป้าๆ ในซอยที่มองมาอย่างสงสัยปนประหลาดใจ บางคนถึงกับหยุดซุบซิบกัน พวกเขาคงจำ ‘ไอ้น่านฟ้า’ ผีพนันขี้ยาประจำซอยที่วันๆ เอาแต่เมามายและด่าทอลูกเมียได้ แต่วันนี้ไอ้น่านฟ้าคนนั้นกลับเดินหลังตรง หน้าตาสะอาดสะอ้าน แถมยังอุ้มลูกชายสุดที่รักแนบอกด้วยท่าทีทะนุถนอมราวกับไข่ในหิน

แต่ผมไม่สน ผมไม่ได้เก็บสายตาเหล่านั้นมาใส่ใจ ผมเดินเชิดหน้าอุ้มลูกชายก้าวเข้าสู่เขตห้างสรรพสินค้าปรับอากาศที่เย็นฉ่ำอย่างมั่นใจ

เป้าหมายแรกของการชอปปิงครั้งนี้ไม่ใช่โซนของเล่น แต่คือ 'แผนกของสด' ซึ่งเปรียบเสมือนสนามเด็กเล่นของเชฟอย่างผม ทันทีที่เข็นรถเข็นเข้ามาในโซนนี้ สัญชาตญาณความเป็นมาสเตอร์เชฟก็ทำงานทันที ผมกวาดสายตามองเนื้อสัตว์ที่เรียงรายอยู่ในตู้แช่เย็น เลือกหยิบเนื้อหมูสามชั้นที่สัดส่วนเนื้อแดงและไขมันเรียงตัวสวยงามสลับกันสามชั้นพอดีเป๊ะ เนื้อหมูต้องมีสีชมพูอ่อนๆ ไม่แดงคล้ำ และไขมันต้องขาวสะอาด เพื่อให้ได้เทกเจอร์ที่กรอบนอกนุ่มในเวลาเอาไปคั่วพริกเกลือ

จากนั้นผมก็เลี้ยวรถเข็นไปที่โซนผัก เลือกหยิบผักออร์แกนิกที่ใบสดกรอบ ไม่มีรอยช้ำ ต้นหอม ผักชี พริกขี้หนูสวนสีสดใสกระแทกตา และผลไม้สดๆ อย่างแอปเปิลและส้มที่หมูหยองน่าจะชอบ ทุกอย่างที่ผมหยิบใส่รถเข็น ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีปรากฏอยู่ในตู้เย็นขึ้นสนิมของห้องเช่าห้องนั้นมาก่อนเลย

หมูหยองที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งเด็กของรถเข็นตื่นเต้นจนนั่งไม่ติด แกชะโงกหน้ามองซ้ายมองขวา ชี้โน่นชี้นี่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ตาโตเป็นประกายทุกครั้งที่เห็นแพ็กเกจจิ้งขนมสีสันสดใส

ผมเข็นรถมาหยุดที่โซนผลิตภัณฑ์นม เลื่อนสายตาหาแบรนด์นมโคแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ที่อุดมไปด้วยแคลเซียมและสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตของเด็กวัยกำลังโต

"เอาอันนี้ด้วยไหมลูก?" ผมหยิบกล่องนมรสจืดยี่ห้อดีที่สุด (และราคาค่อนข้างสูง) ซึ่งแพ็กเป็นลังใหญ่ใส่ลงไปในรถเข็น

หมูหยองมองลังนมสลับกับป้ายราคาที่ห้อยอยู่ตรงชั้นวาง แม้จะอ่านหนังสือไม่ออก แต่เด็กน้อยก็คงพอรู้ว่าป้ายสีเหลืองๆ ที่มีตัวเลขเยอะๆ นั้นหมายถึงอะไร

"เอาครับ! แต่... มันแพงนะปะป๊า" เด็กน้อยกระซิบข้างหูผมเบาๆ พรางเอามือป้องปากเหมือนกลัวพนักงานจัดของที่เดินผ่านไปมาจะได้ยิน

ประโยคนั้นทำให้มือที่กำลังจะหยิบของชิ้นต่อไปของผมชะงักงัน... ผมหันไปมองหน้าลูกชาย หัวใจที่พองโตเมื่อครู่รู้สึกปวดหนึบขึ้นมาทันที

"บอกแล้วไงว่าปะป๊าหาเงินได้แล้ว ต่อไปนี้หนูอยากกินอะไรบอกป๊าเลยนะ" ผมระบายยิ้มอ่อนโยน เอื้อมมือไปลูบกลุ่มผมนุ่มของลูกชายเบาๆ

ในอกมันรู้สึกจุกอย่างบอกไม่ถูก... เด็กสามขวบไม่ควรต้องมารู้จักคำว่า ‘แพง’ จนไม่กล้ากินสิ่งที่ตัวเองชอบแบบนี้ เด็กวัยนี้ควรจะได้กินอิ่ม นอนหลับ วิ่งเล่นสนุกสนาน และชี้บอกพ่อแม่ว่าอยากได้อะไรโดยไม่ต้องมากังวลเรื่องเงินในกระเป๋าผู้ใหญ่ ผมลอบถอนหายใจและตั้งปณิธานกับตัวเองอีกครั้ง ว่านับตั้งแต่วินาทีนี้ ผมจะใช้สองมือและทักษะการทำอาหารทั้งหมดที่มี ปูทางชีวิตที่สุขสบายที่สุดให้กับหมูหยองให้จงได้

...

ในเวลาเดียวกันนั้น ณ ตึกสูงระฟ้าใจกลางเมืองหลวง...

ห้องทำงานระดับเอ็กซ์คิวซีฟบนชั้นสูงสุดของบริษัทอัครเดชโภคิน กรุ๊ป ถูกตกแต่งด้วยโทนสีดำและเทาเข้ม ดูหรูหรา ทรงอำนาจ แต่ในขณะเดียวกันก็เยียบเย็นและเงียบสงัดจนน่าอึดอัด

บนเก้าอี้หนังแท้ตัวใหญ่หลังโต๊ะทำงานกระจกบานหรู อัศวิน ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เจ้าของโครงหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลัก กำลังนั่งจ้องมองหน้าจอแท็บเล็ตที่ค้างอยู่ที่หน้าโปรไฟล์ของสตรีมเมอร์หน้าใหม่ที่ชื่อว่า ‘น่านฟ้า’

คลิปวิดีโอย้อนหลังของการสตรีมทำข้าวผัดทองคำเมื่อเช้านี้กำลังถูกเล่นซ้ำเป็นรอบที่สาม...

ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบตึงอยู่เสมอขยับยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและเหนื่อยล้า บัดนี้กลับทอประกายความสนใจอย่างปิดไม่มิด ความรู้สึกเบื่อหน่ายอาหาร อาการเบื่ออาหารเรื้อรังที่เกาะกินเขามานานหลายปีจากความเครียดในการบริหารงานระดับหมื่นล้าน ดูเหมือนจะทุเลาลงเพียงแค่เขาได้เห็นวิธีการจับตะหลิวที่พลิ้วไหวราวกับร่ายมนตร์ และเสียงเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อยของเด็กตัวเล็กๆ แก้มป่องในสตรีมนั้น

ข้าวผัดไข่ธรรมดาๆ ที่ไม่ได้มีเนื้อสัตว์ราคาแพงอะไรเลย แต่กลับทำให้ท้องของเขาร้องประท้วงขึ้นมาได้เป็นครั้งแรกในรอบสามปี

ก๊อกๆ ...

เสียงเคาะประตูทำลายความเงียบ ก่อนที่เลขาส่วนตัวคนสนิทจะเดินเข้ามาด้วยสีหน้าจริงจัง

"ท่านประธานครับ ผลการตรวจสอบประวัติของเจ้าของช่องสตรีมเมอร์คนนี้... ได้มาแล้วครับ" เลขาวางแฟ้มเอกสารปกดำลงบนโต๊ะทำงานอย่างนอบน้อม

อัศวินละสายตาจากหน้าจอแท็บเล็ต เอื้อมมือไปหยิบแฟ้มนั้นมาเปิดออกดู ดวงตาคมกวาดอ่านข้อมูลในกระดาษอย่างรวดเร็ว แต่เพียงแค่บรรทัดแรกๆ คิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากันแน่นจนเป็นปม

"คนติดพนัน? ทิ้งลูกทิ้งเมีย? ประวัติเสียขนาดนี้เชียวหรือ..." อัศวินพึมพำเสียงต่ำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความผิดหวังและคลางแคลงใจ

ข้อมูลในแฟ้มระบุชัดเจนว่าน่านฟ้าเป็นพวกผีพนันตัวยง ก่อหนี้สินมากมายจนภรรยาทนไม่ไหวต้องหนีไป มีประวัติทำร้ายร่างกายและปล่อยปละละเลยลูกชายวัยสามขวบ... ข้อมูลทุกตัวอักษรในกระดาษแผ่นนี้ กำลังบอกว่าผู้ชายในจอคนนั้นคือขยะสังคมที่เลวร้ายที่สุด

อัศวินทิ้งแฟ้มลงบนโต๊ะเสียงดังป้าบ เขาหลับตาลง นึกถึงแววตามุ่งมั่นและรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นตอนที่ชายคนนั้นลูบหัวลูกชายในกล้อง นึกถึงน้ำเสียงที่นุ่มนวลตอนที่เรียกเด็กน้อยว่า 'หมูหยอง' และนึกถึงแววตาของเด็กน้อยที่มองคนเป็นพ่อด้วยความรักและเทิดทูน (แม้จะมีความหวาดกลัวซ่อนอยู่ลึกๆ ในตอนแรกก็ตาม)

แววตาแบบนั้น... ไม่ใช่แววตาของคนเห็นแก่ตัวอย่างที่ในประวัติว่าไว้แน่นอน

สัญชาตญาณนักธุรกิจที่มองคนทะลุปรุโปร่งมานักต่อนักของอัศวินกำลังบอกว่า มีบางอย่างผิดปกติ ข้อมูลบนกระดาษกับสิ่งที่เขาเห็นด้วยตาตัวเองมันสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง ผู้ชายที่สามารถคั่วข้าวผัดให้หอมกรุ่นและมีเทคนิคการสะบัดกระทะระดับปรมาจารย์ ไม่มีทางที่จะเป็นแค่พวกขี้ยาไร้ค่าอย่างแน่นอน

อัศวินลืมตาขึ้น ดวงตาคมกริบกลับมาแน่วแน่อีกครั้ง

"เตรียมรถ ผมอยากไปดู ‘ร้านอาหาร’ ที่สืบมาให้หน่อย"

เลขาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "ร...ร้านอาหารเหรอครับ? เอ่อ... ท่านประธานครับ แต่นั่นมันย่านสลัมเลยนะครับ สายของเรารายงานว่าเขาอาศัยอยู่ในห้องเช่าซอมซ่อท้ายซอยเปลี่ยว มันอันตรายและ... ไม่สมฐานะของท่านประธานเลยนะครับ"

"ฉันบอกให้เตรียมก็เตรียม"

อัศวินตัดบททันที เสียงทุ้มเข้มทรงอำนาจทำเอาเลขาไม่กล้าขัดใจ ต้องรีบโค้งคำนับแล้วเดินออกไปสั่งการคนขับรถอย่างรวดเร็ว

อัศวินหยิบเสื้อสูทตัวหรูที่พาดอยู่บนพนักเก้าอี้ขึ้นมาสวม เขาก็แค่อยากรู้... อยากพิสูจน์ด้วยตาและลิ้นของตัวเอง ว่า ‘รสชาติ’ ของอาหารที่ทำให้เขารู้สึกหิวขึ้นมาได้ครั้งแรกในรอบสามปี มันจะยอดเยี่ยมเหมือนภาพในหน้าจอหรือเปล่า

และที่สำคัญ... เขาอยากเห็นหน้า ‘เจ้าก้อนแป้ง’ ตัวเป็นๆ ที่ทำให้เขายอมควักเงินหมื่นโดเนทให้ตั้งแต่นาทีแรกที่เห็น อยากรู้ว่าเด็กคนนั้นได้รับการดูแลที่ดีขึ้นหรือยัง หลังจากที่เขาโอนเงินจำนวนนั้นไปให้

...

ตัดกลับมาที่ห้องเช่ารูหนู

ผมกับหมูหยองกลับมาถึงห้องด้วยความเหนื่อยเพลียจากการเดินหิ้วของพะรุงพะรัง แต่ในความเหนื่อยนั้น หัวใจของผมกลับพองโต เพราะตู้เย็นเก่าๆ ที่เคยว่างเปล่า ตอนนี้อัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบชั้นดี นมสด และผลไม้เต็มตู้จนแทบจะปิดประตูไม่ได้

"วันนี้เราจะทำ หมูสามชั้นคั่วพริกเกลือ นะครับ" ผมหันไปบอกหมูหยองที่กำลังช่วยเรียงกล่องนมใส่ตู้เย็นอย่างขยันขันแข็ง

ผมนำเนื้อหมูสามชั้นมาล้างทำความสะอาด หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ซับน้ำให้แห้งสนิทเพื่อป้องกันน้ำมันกระเด็นเวลาคั่ว ตั้งกระทะเหล็กใบเก่งบนเตาแก๊ส ไม่ต้องใส่น้ำมัน นำหมูสามชั้นลงไปรวนด้วยไฟอ่อนๆ เพื่อรีดน้ำมันหมูตามธรรมชาติออกมา เสียงน้ำมันแตกดังเป๊าะแป๊ะ พร้อมกับกลิ่นหอมของเนื้อหมูที่เริ่มเกรียมและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ค่อยๆ โชยออกมาเตะจมูก

หมูหยองที่เพิ่งเรียงนมเสร็จ วิ่งดุ๊กดิ๊กมายืนเกาะขอบเคาน์เตอร์ เขย่งปลายเท้าชะเง้อคอยาวเพื่อดูเนื้อหมูในกระทะ พรางสูดน้ำลายดังซี้ด

ระหว่างที่ผมกำลังรวนหมูให้กรอบได้ที่ และเตรียมสับกระเทียมกับพริกขี้หนูสวนเพื่อลงไปคั่วเพิ่มความแซ่บ เสียงแจ้งเตือนจากแอปสตรีมเมอร์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง

ผมเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏว่า เป็นข้อความส่วนตัว (DM) ที่ส่งมาจากยูสเซอร์ที่ผมจำได้ขึ้นใจ... ยูสเซอร์มหาเศรษฐีที่ช่วยชุบชีวิตผมกับลูกเมื่อเช้านี้

[Polar Bear: อาหารที่คุณทำวันนี้... ผมอยากชิมจริงๆ นะ]

ผมเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ ร้อยวันพันปีจะมีมหาเศรษฐีที่ไหนมาส่งข้อความขอชิมอาหารจากสตรีมเมอร์ห้องเช่าโทรมๆ แบบนี้ ผมนึกสนุกขึ้นมา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปาก ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปด้วยความกวนประสาทเล็กน้อยตามสไตล์เดิม สมัยที่ผมเคยเป็นเชฟใหญ่ผู้หยิ่งทะนง

[น่านฟ้า: ถ้าอยากชิม... ก็ต้องรอดูในสตรีมตอนเย็นนะครับคุณหมี แต่ถ้าอยากกินจริง... คงต้องมาขออนุญาตผู้ช่วยผมก่อนนะครับ ;) ]

ผมกดส่งไปพร้อมกับอิโมจิขยิบตา โดยไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าอีกฝ่ายก็คงแค่พิมพ์มาหยอกล้อเล่นๆ ตามประสาแฟนคลับ

หารู้ไม่ว่า... คนปลายทางที่ได้รับข้อความ กำลังสั่งให้คนขับรถเหยียบคันเร่งรถยุโรปคันหรู มุ่งหน้าฝ่าการจราจรมาที่สลัมแห่งนี้ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น!

มื้อค่ำวันนี้... ดูเหมือนจะมีแขกวีไอพีมาขอร่วมโต๊ะอาหารโดยไม่ได้นัดหมายเสียแล้ว

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!