วันนี้ดาตื่นสายกว่าปกติ เพราะเมื่อคืนเธอมัวแต่นั่งอ่านรายละเอียดเฟอร์นิเจอร์ของบริษัทจนนอนดึก เนื่องจากริทให้แฟ้มงานเธอไปทำความเข้าใจสินค้า เพื่อให้เก็บรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมบางส่วน และจะได้นำไปเสนองานให้กับลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง
ดาเดินงัวเงียเข้ามาในออฟฟิศ สิ่งแรกที่เจอคือภาพสวีทหวานแหว๋วของยัยนิกับนายกันต์อดีตแฟนเก่าของเธอ ซึ่งช่วยกระตุ้นโสตประสาทให้ตื่นขึ้นเป็นอย่างดี เธอรู้สึกเลี่ยนกับภาพตรงหน้าที่ทั้งสองหยอกล้อกันไปมาตรงหน้าประตูทางเข้า
"ช่วยหลีกทางด้วย" เสียงดาพูดขึ้นจากข้างหลังสองคนนั้น ทั้งสองจึงหันมามองหน้าดาด้วยความหงุดหงิด ก่อนที่กันต์จะผงะถอยไปในทันที เหมือนโดนน้ำร้อนลวกใส่
ดาเดินหน้าบึ้งเข้าประตูไปอย่างอารมณ์เสีย เธอไม่ได้ยังมีเยื่อใยอยู่กับนายกันต์แต่อย่างใด ออกจะไม่ชอบขี้หน้าเสียด้วยซ้ำ แต่เธอไม่พอใจที่กันต์กำลังมีความสุขหลังจากที่ทิ้งเธอไปคบกับคนใหม่ ในขณะที่ชีวิตเธอเจอแต่มรสุมหลายลูกพัดเข้ามาไม่หยุดหย่อน
"สวัสดีค่ะคุณดา เมื่อคืนหลับสบายไหมคะ" เลขาหน้าห้องริทถามด้วยความสุภาพตามมรรยาท
"หลับสบายดีค่ะ" ดาตอบกลับตามมรรยาทเช่นกัน เธอยิ้มน้อย ๆ พอเป็นพิธี ความจริงในใจเธออยากจะบอกว่านอนไม่พอมากกว่า ต้นเหตุก็มาจากเจ้านายสุดเคี่ยวของบริษัทนี้นั่นแหละ
เนื่องจากยังไม่ถึงเวลาเข้างาน ดาจึงแอบงีบหลับกับโต๊ะในมุมเล็ก ๆ ของเธอ โดยหวังว่าจะไม่มีใครเห็น แต่ผิดคาดมีคนเอาสันแฟ้มหนา ๆ มาเคาะเบา ๆ ที่หัวของเธอ เพื่อเป็นการปลุก ดาคิ้วย่นหน่อย ๆ เพราะรู้สึกเจ็บนิด ๆ และค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา
"ที่นี่มีกฎห้ามลับในออฟฟิศ" เจ้าของเสียงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากนายริทธิกร หัวหน้าของเธอนั่นเอง
"นี่ยังไม่ถึงเวลาเข้างานเลยค่ะ" ดามีการโต้เถียงกลับ พร้อมเอามือขึ้นมาลูบหัวเบา ๆ ตรงที่โดนเคาะหัว
นายริทธิกรไม่พูดอะไรต่อ เขายื่นแฟ้มให้เธอและเดินกลับเข้าห้องทำงานไป ดาเปิดแฟ้มมาดูแบบขอไปที แค่อยากรู้ว่าข้างในคืออะไร ปรากฎว่าเป็นรายชื่อลูกค้าที่เธอจะต้องโทรติดต่อไปเสนองาน ซึ่งมีอยู่ยาวเหยียดเป็นร้อย ๆ คน ดาอ้าปากค้างไป 3 วินาที เธอรีบปิดแฟ้มอย่างไว ลุกขึ้นไปชงกาแฟฟรีของบริษัท เพื่อเปลี่ยนอารมณ์และกระตุ้นตัวเองให้ตื่นอย่างเต็มตา
พอดาปรับอารมณ์ได้แล้ว เธอก็เริ่มลุยงานเต็มที่ ขั้นแรกก็หารายละเอียดของบริษัทที่จะโทรไปเสนองานก่อน และหาสินค้าที่ดูเหมาะสมกับบริษัทนั้น จดโน้ตแยกเอาไว้หลายแผ่น รอจนถึงเวลาสาย ๆ จึงเริ่มโทรหาลูกค้า เพราะถ้าโทรเช้าเกินไปอาจจะโดนตัดสายทิ้งหรือไม่มีใครรับก็ได้
ริทแอบมองดูดาที่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานอยู่เงียบ ๆ เขาแกล้งเดินออกมาจากห้องผู้บริหาร เลขาจึงถามว่าต้องการอะไรหรือเปล่า ริทรีบปฏิเสธก่อนคิดหาข้ออ้างมาตอบเป็นพัลวัน
ตอนที่ริทแอบเดินผ่านโต๊ะของดา เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะด้วยซ้ำ มือข้างหนึ่งกำลังวุ่นวายอยู่กับการจดโน้ต ส่วนมืออีกข้างก็ถือโทรศัพท์ของสำนักงานแนบหูเอาไว้
วิญญาณมนุษย์ออฟฟิศกลับมาเข้าสิงดาอีกครั้ง หลังจากที่เธอห่างหายจากการทำงานนั่งหน้าโต๊ะไปนาน เพราะเธอเคยมีความฝันเล็ก ๆ ที่จะเปิดร้านกาแฟเป็นของตัวเอง แต่เสียดายที่เธอวิเคราะห์ทำเลผิด ทำให้ขายได้ไม่ค่อยดี แม้แต่ยอดขายออนไลน์ก็ยังช่วยพยุงค่าใช้จ่ายรายเดือนไว้ไม่ได้ เลยต้องปิดกิจการไป แต่เธอยังไม่ยอมแพ้ และคิดว่าจะเก็บตังค์ใหม่เพื่อกลับไปเปิดร้านกาแฟอีกครั้ง แต่แค่คราวนี้เธอคงต้องหาทำเลดี ๆ ซะก่อน
เวลาผ่านไปจนถึงพักเที่ยง ดาวางหูจากลูกค้าคนสุดท้ายเสร็จ เธอก็ปิดแฟ้มและเก็บเอกสารให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะไปกินข้าวที่โรงอาหาร แต่วันนี้เธอไม่ได้นั่งคนเดียว มีสาวออฟฟิศกลุ่มหนึ่งมาขอนั่งด้วย ก่อนจะเลียบเคียงถามอดีตความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับกันต์
"นี่เธอเป็นแฟนเก่าของกันต์เหรอ" หญิงสาวคนหนึ่งกระซิบถามดาเบา ๆ ขณะที่กำลังกินข้าวอยู่บนโต๊ะอาหาร
"ใช่จ๊ะ" ดาตอบรับและยิ้มอย่างมีมรรยาท ทั้งที่ในใจเธออึดอัดจะตายอยู่แล้ว
"แล้วพอจะบอกได้ไหมว่าใครเป็นฝ่ายขอเลิกก่อน" หญิงสาวท่าทางอยากรู้อยากเห็นอีกคนหนึ่งถามขึ้น
หลังจากที่ดาได้ฟังประโยคนี้ จากที่กำลังหงุดหงิดอยู่จู่ ๆ ก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่า ควรจะใช้โอกาสนี้แก้แผดนายกันต์แฟนเก่าของเธอซะเลย ดาจึงวางช้อนกับส้อมลง จิบน้ำเปล่าเล็กน้อย ก่อนจะเล่าเรื่องในอดีตด้วยท่าทางที่จริงจังว่า
"กันต์เป็นคนขอเลิกก่อน ตอนแรกก็ไม่ยอมบอกหรอกว่าเพราะอะไร แต่พอเราบอกว่าถ้าไม่มีเหตุผลที่ดีพอจะไม่เลิก เพราะไม่ชอบทำอะไรแบบไม่มีเหตุผล กันต์เลยยอมสารภาพว่าเขามีคนอื่น เป็นรุ่นน้องที่ทำงาน กำลังคุยกันอยู่ ตอนหลังนางอยากจะคบกันต์เป็นแฟน เขาก็เลยมาขอเลิกกับเรา" ดาเล่าด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูมีอรรถรส สาว ๆ มนุษย์ออฟฟิศนั่งฟังกันอย่างใจจดใจจ่อ
"แล้วเธอก็ยอมเลิกง่าย ๆ เหรอ ทำไมไม่ลุยอีกฝ่ายไปเลยล่ะ" เป็นอีกคำถามจากความสงสัยของสาวออฟฟิศอีกคน
"เราต้องสตรองค่ะ ของไม่ดีก็ปล่อยทิ้งไป อย่าไปเก็บไว้ เสียอารมณ์เปล่า ๆ" ดาตอบอย่างสาวมั่น ทั้งที่ความจริงวันที่เธอโดนบอกเลิก ดาร้องไห้จะเป็นจะตาย แถมจะจมบ่อน้ำตา แถมโทรจิกเรียกน้ำเพื่อนสนิทของเธอให้มานอนเป็นเพื่อน ฟังเธอระบายความอัดอั้นยันเช้า
แล้ววงสนทนาก็เริ่มมีสีสันขึ้น เมื่อสาวออฟฟิศเริ่มเล่าถึงวีรกรรมของกันต์ให้ดาฟัง ส่วนอีกคนก็ดูน่าทางจะหมั่นไส้นิพนักงานใหม่อยู่พอสมควร จึงรีบใส่ไฟทันที ดาก็ต้องทนฟังต่อไป ทั้งที่ไม่อยากจะรับรู้เรื่องราวของสองคนนี้เลย แต่เพราะเธอเป็นคนจุดประกายก่อน ก็ต้องนั่งปั้นหน้าทำท่าเหมือนสนใจอย่างเต็มประดา
พอหมดพักเที่ยงทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำงาน นั่งโต๊ะใครโต๊ะใหม่ แต่ก็ไม่วายยังได้ยินเสียงซุบซิบนินทาถึงคู่รักคู่ใหม่ที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในตอนนี้ ดารู้สึกสนุกที่ได้เอาคืนกันต์บ้าง แต่ก็ไม่พยายามเงี่ยหูฟัง และทำงานต่อ
เวลาผ่านไปพอสมควร โทรศัพท์บนโต๊ะดาดังขึ้น เธอแปลกใจเล็กน้อย เพราะทั้งวันเธอเป็นคนโทรหาคนอื่นมากกว่า แต่พอคิดถึงหัวหน้าคนปัจจุบัน ปลายสายก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก...
[เข้ามาหาผมหน่อย] คำพูดสั้นฟังกระชับ ยังไม่ทันที่ดาจะตอบรับ ปลายสายก็วางหูทันที
เจ้าคนไร้มรรยาท คิดว่าตัวเองเป็นหัวหน้า แล้วจะทำยังไงก็ได้เหรอ
ดาแอบตำหนินายริทในใจ แต่ก็เดินเข้าไปหาเขาในห้องทำงานแต่โดยดี
"งานคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว" นายริทถามโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองดาด้วยซ้ำ เขากำลังก้มหน้าอ่านเอกสารบางอย่างอยู่
"ก็ติดต่อไปหลายบริษัทแล้วค่ะ" ดาตอบ
"แล้วมีใครสนใจตอบรับกลับมาบ้างไหม" นายริทถามทั้งที่ยังก้มหน้าอยู่เหมือนเดิม
"ยังเลยค่ะ" ดาตอบ เธอเริ่มรู้สึกกดดัน
"ก็ไม่แปลกหรอก เพิ่งมาทำงานได้แค่ 2 วัน" นายริทเอ่ยขึ้น คำพูดเหมือนกำลังดูถูกดาอยู่ เธอจึงเริ่มฉุน
ริทวางเอกสารลงและเงยหน้าขึ้นมามองดา เธอจึงต้องรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว
"แต่เรื่องอื่นนี่ดูเหมือนจะคืบหน้าได้เยอะนี่" ริทเปรยถามดา ดาเลิกคิ้วด้วยความงุนงง
"ตอนพักเที่ยง ฉันได้ยินพนักงานในบริษัทคุยกันเรื่องเธอกันนายกันต์ และพอถึงเวลาทำงานทุกคนก็ยังแอบคุยกันไม่หยุด ฉันอยากให้พนักงานตั้งใจทำงาน ไม่ใช่มาตั้งวงนินทากันแบบนี้" ริทกล่าว เขาพูดจบก็จ้องหน้าดา เธอได้แต่นิ่งเงียบทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ เหมือนสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเธอเลยสักนิด ริทเห็นปฏิกิริยาของดาที่ตอบกลับมาก็ถอนหายใจ และกลับไปก้มหน้าอ่านเอกสารต่อ ก่อนพูดแบบไม่มองหน้าเธอว่า
"รู้นะว่าต้องทำตัวยังไง กลับไปทำงานต่อได้" ริทตัดบทจบการสนทนาทันที
ดาเดินกลับไปที่โต๊ะตัวเองด้วยสีหน้าบู้ดบึ้ง เธอแค่เป็นคนปล่อยข่าวลือที่เป็นความจริงจากอดีตของเธอเอง ทำไมหัวหน้าต้องทำเหมือนเธอเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดด้วย
ทันทีที่ดาเดินกลับมาถึงโต๊ะตัวเองก็ไปสะดุดกับกระดาษโน้ตใบเล็กที่มีข้อความเขียนไว้ว่า
ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับเธอ
ดาจำลายมือหวัดของกันต์แฟนเก่าของได้ เธอจึงหยิบปากกาขึ้นมา และเขียนตอบกลับไปในกระดาษใบเดิมว่า
แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับนาย
แล้วเธอก็เอากระดาษแผ่นนั้นไปติดไว้ที่ฉากกั้นโต๊ะด้านนอกของโต๊ะกันต์ ตอนที่เขาลุกไปเข้าห้องน้ำพอดี เพื่อให้ทุกคนในออฟฟิศมองเห็นข้อความได้อย่างชัดเจน การแก้เผ็ดของเธอดูท่าจะไม่จบลงง่าย ๆ