ฝ่าโลกสัตว์ประหลาดกับยัยปีศาจกลายพันธุ์ 2 (เล่มจบ) - revised edition

ตอนที่ 2: ตอนที่ 2: ดอกไม้กินซอมบี้

👁️ 1 อ่าน
22px

บิ๊กเจพยุงลูซินด้าซึ่งท่าวิ่งดูแข็ง ๆ เนื่องจากเฝือกที่ขาขึ้นมาถึงชั้น Floor ได้ในที่สุด คนทั้งสองกระโจนผ่านประตูหนีไฟออกมาหลังจากฝูงรากไม้แห้งเริ่มฟื้นตัวจากการโจมตีด้วยเสียงของแมรี่แล้วเริ่มต้นไล่ล่าพวกเขาตอนที่อยู่บนบันไดขั้นที่สี่ก่อนถึงชานพักทางออก บิ๊กเจเสียอาวุธไปในความพยายามใช้ไม้หน้าสามทุบรากที่รวมร่างกันเป็นตัวประหลาดหน้าตาเหมือนปิรันย่าแพลนท์จากเกมมาริโอ้ ส่วนลูซินด้าเสียไม้ค้ำยันช่วยเดิน แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ยังมีชีวิตอยู่

“คิดว่าแมรี่จะช่วยคลาร่าได้ไหม” ลูซินด้าถามระหว่างเร่งฝีเท้าไปยังประตูทางออก โชคดีที่ข้างบนนี้มีรากไม้น้อยกว่าชั้นใต้ดินราวหนึ่งในห้า พวกเขาจึงแทบไม่ถูกขัดขวางเลย แต่ถึงอย่างนั้นทั้งคู่ก็ดูออกว่าตัวอะไรข้างล่างนั่นกำลังพยายามขึ้นมาข้างบน พื้นหินสั่นไหว รอยร้าวปรากฏขึ้นบนกำแพงชั้น Floor เป็นอันดับแรกจากนั้นขยายออกยังพื้นกระเบื้องหินอ่อน ตามเสาต้นมหึมาไล่ขึ้นไปยังระเบียงลอยแต่ละชั้น รากแห้งรูปร่างเหมือนฝูงตะขาบต่อตัวเป็นร่างแหแข่งกันเบียดออกมา และเมื่อตรงไหนเริ่มหนาแน่นมากพอ พวกมันก็จะรวมกันมีขนาดใหญ่ขึ้นและเปลี่ยนรูปลักษณ์กลายเป็นสิ่งแปลกประหลาดราวกับหลุดจากหนังสัตว์ประหลาดต่างดาว

“ฉันเชื่อว่าแมรี่จะพยายามเต็มที่” บิ๊กเจหอบหายใจ ด้วยอายุที่มากแล้วทำให้เรี่ยวแรงของเขามีจำกัด

“แล้วพวกเราเอาไงต่อ จะไปนั่งหลบรอในรถงั้นหรือ”

“คนที่ต้องรอในนั้นมีแค่เธอ” บิ๊กเจว่าต่อ “ไม่มีแต่ทั้งนั้น ขาเธอยังไม่หายดีเลย! จะสู้หรือวิ่งหนีก็ไม่ถนัด เพราะงั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเถอะ”

ลูซินด้ากัดปาก เธออยากเถียงทว่าก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายพูดถูก “แล้วคุณล่ะ”

“ฉันน่ะหรือ คิดว่าคงทำระเบิด ไม่สิ เครื่องพ่นไฟน่าจะดีกว่า” ชายสูงวัยร่างใหญ่อธิบาย “ต่อให้เป็นแมรี่ก็เถอะ แต่รากไม้พวกนั้นก็ไม่น่าจะทำลายได้ง่าย ๆ เพราะงั้นคงดีกว่าถ้าฉันลงไปช่วยเปิดทางให้อีกแรง”

ลูซินด้าตงิด ๆ ว่าความคิดนี้ไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่ ที่จริงเธอไม่อยากให้จอห์นกลับลงไปข้างล่างนั่นสักนิด แต่คลาร่าก็ต้องการความช่วยเหลือ และพอมาพิจารณาดี ๆ แล้ว แม้ฝั่งเธอจะมีแมรี่ แต่ก็อย่างที่จอห์นพูดนั่นแหละว่ารากไม้มีอยู่มากเกินไป ขนาดตอนที่พวกมันไม่ได้เคลื่อนไหว พวกเธอก็ยังต้องใช้เวลาเกือบครึ่งนาทีไปกับการทำลายกำแพงรากไม้หนาเป็นเมตรที่ปิดทางเลย แล้วลองมาเทียบกับตอนนี้ที่ไม่ใช่แค่เคลื่อนไหวได้เท่านั้น ทว่าถึงกับเปลี่ยนร่างเป็นสัตว์ประหลาดเชียวนะ

“คุณทำเครื่องพ่นไฟเป็นด้วยหรือ”

“ก็ไอ้นั่นนิดไอ้นี่หน่อยมาประกอบกัน” บิ๊กเจตอบ “ที่แต่ก่อนไม่เคยทำมาใช้ก็เพราะพวกเราแทบไม่เคยมีโอกาสกักตุนน้ำมันเลย ที่สำคัญถังที่แข็งแรงพอก็ไม่มีอีก จนมาได้แมรี่ช่วยออกไปหาเก็บมาให้นี่แหละ”

“งั้นก็อย่าลืมทำชุดป้องกันด้วยล่ะ” ลูซินด้าสั่ง ด้วยแน่ใจว่าสามีตนต้องรีบร้อนประกอบเครื่องพ่นไฟแล้วผลุนผลันไปช่วยคลาร่าโดยไม่สนใจสิ่งอื่นแหง

“เข้าใจแล-”

ทั้งคู่พุ่งผ่านประตูใหญ่ออกมาที่ลานใต้กันสาดหน้าอาคาร กว่าเขากับลูซินด้าจะทันหยุดเท้า ทั้งคู่ก็เผลอก้าวลงบันไดมาแล้วหลายขั้นโดยไม่ทันรู้ตัว ก่อนจะตระหนักว่าพวกเขาถูกล้อมด้วยซอมบี้จำนวนมากเพียงใด

ฝูงซอมบี้นับร้อยแออัดยัดเยียดเต็มถนนรอบทิศทางมืดฟ้ามัวดิน พวกมันรวมกลุ่มกันราวฝูงชนที่โกรธแค้นเดินขบวนมุ่งหน้ามายังทางเข้าอาคารหอสมุด เสียงประสานอืออาอื้ออึงก่อความรู้สึกเสียวสยองทำเอาเลือดทุกหยาดหยดในกายเย็นเฉียบเป็นน้ำแข็ง น่าแปลกที่พวกเขาไม่ได้ยินเสียงนี้ในระหว่างวิ่งผ่านห้องโถงแม้แต่น้อย บางทีอาจเพราะมัวแต่กำลังคิดหาแผนการช่วยเหลือคลาร่าอยู่ก็ได้

ทว่าต่อให้บรรดาซอมบี้แถวหน้าจะได้ยินและเห็นคนทั้งสอง พวกมันก็หาได้บ้าคลั่งเริ่มไล่ล่าพวกเขา ซากศพยังคงเดินแน่วแน่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ นัยน์ตาขาวโพลนคล้ายจับจ้องบิ๊กเจกับลูซินด้าอยู่ กระนั้นกลับให้ความรู้สึกราวกับไม่ได้โฟกัสที่คู่สามีภรรยาจริง ๆ

พวกเขาไม่มีเวลาให้สงสัยนานนัก ด้วยวินาทีที่บิ๊กเจกับลูซินด้าหมุนตัวกำลังจะหนีย้อนกลับเข้าหอสมุด เสียงโหยหวนแบบวาฬเพียงแต่หนวกหูและหลอนกว่าหลายเท่าก็ส่งแรงสั่นสะเทือนมาจากด้านใน คลื่นลมพัดกระแทกทั้งคู่จนต้องยกมือปิดตา ฉับพลันเสียงครวญครางของฝูงซอมบี้บนถนนก็เงียบลงดื้อ ๆ บิ๊กเจพบว่าพวกมันหยุดเดินและต่างแหงนหน้าขึ้นด้านบนมองไปทางจุดเดียวกัน นั่นคือหลังคาของหอสมุดเซ็นซานทีอา

ผืนดินขยับไหวจากการที่บางสิ่งใหญ่มโหฬารเคลื่อนที่อยู่ข้างใต้ พวกเขาได้แต่ยืนแข็งทื่อ ลืมเลือนกระทั่งวิธีการหายใจในยามอภิมหาลำต้นระเบิดขึ้นจากด้านหลังของหอสมุด ลำต้นเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 10 เมตรมีสีเขียวลวดลายแดงระยับสะท้อนแสงแดดจากเปลือกไม้หน้าตาประหนึ่งเกล็ดงูมันวาวเรียงซ้อนกัน การเคลื่อนไหวเชื่องช้าดูหนักหน่วงของมันก่อเสียงครืน ๆ เหมือนฟ้าคำราม อาคารเกือบหนึ่งในสี่ถล่มลงทันที ระเบียงชั้นลอยจำนวนสามชั้นหายวับไปพร้อมชั้นหนังสือ โต๊ะเก้าอี้กับเครื่องใช้อื่น ๆ ที่เหลือรอดอยู่ก็ดี เสียหายอยู่ก็ดี ทุกสิ่งทุกอย่างถูกบดขยี้จากกิ่งก้านสาขาขนาดเล็กกว่าทว่าก็ยังมหึมาซึ่งงอกจากฐานของลำต้นตรงชั้น Floor กิ่งก้านเหล่านี้แทงทะลุกำแพงออกมาถึงถนนด้านนอก ก่อนจะฝังตัวลงเป็นส่วนหนึ่งกับพื้น

ส่วนยอดลำต้นมีกระเปาะรูปร่างคล้ายลูกตุ้มวงรีกวัดแกว่งในอากาศ หลังจากลำต้นหยุดเติบโตตอนที่มันสูงเท่ากับตึกสัก 30 ชั้นได้ กระเปาะบนยอดสูงสุดก็หยุดส่ายซ้ายทีขวาทีแล้วโน้มลงมาทางด้านหน้าอาคาร หรือก็คือเหนือมนุษย์ทั้งสองขึ้นไปนั่นเอง จากนั้นดอกไม้ก็ค่อยแย้มบาน เผยกลีบสีฟ้าสดใสแต่งแต้มด้วยลวดลายรอร์ชัคสีเลือด ใจกลางกลีบดอกมีรูกลวงเต็มไปด้วยเขี้ยวแบบงูน่าจะยาวเทียบเท่าส่วนสูงมนุษย์คนหนึ่งเลยทีเดียว เขี้ยวเหล่านี้จัดเรียงไร้ระเบียบโดยไม่มีตารางเมตรไหนปราศจากมันอย่างน้อยหนึ่งซี่ ไม่จำเป็นต้องสาธิตวิธีใช้งานกระนั้นบิ๊กเจก็บอกได้ว่านั่นคือปากกับหลอดอาหารของมัน ของเหลวสีเขียวเสลดหยดเท่ามินิคาร์หยดหนึ่งร่วงหล่นลงมาถูกซอมบี้บนถนน แทบจะทันที ซากศพมีชีวิตเจ็ดตัวละลายกลายเป็นก้อนหนืดสีเทาดำส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งน่าสะอิดสะเอียน

กลีบดอกสั่นระริกจากเสียงกรี๊ดที่ดังจากรูปาก รยางค์มากมายแหวกว่ายอากาศออกมาจากความมืดในหลอดอาหาร น้ำเสลดเขียวปี๋สาดกระจายราวกับสายฝน โชคดีที่ลูซินด้าได้สติลากบิ๊กเจหลบกลับเข้าใต้ชายคากันสาดทันเวลาจึงรอดจากฝนกรดมาได้อย่างหวุดหวิด ไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองหรือเปล่าที่รู้สึกว่าท่าทางของเหล่าซอมบี้ดูอย่างกับยินดีที่ได้มารวมตัวกันอาบน้ำกรดเช่นนี้ พวกมันพร้อมใจกันชูแขนขึ้นพลางส่งเสียงอืออาประดุจสวดภาวนาขณะที่ร่างกายบางส่วนเริ่มกลายสภาพเป็นของเหลว

จากนั้นรยางค์นับสิบเส้นก็ตวัดมาจากเบื้องบน พวกมันมีขนาดประมาณสามเท่าของงูอนาคอนด้าโตเต็มวัย สีม่วงแดงช้ำเลือดประดับตุ่มหนองสีเหลืองขุ่นบวมเป่งประปรายในแต่ละเส้น ปลายรยางค์มีปากแบบไดโนเสาร์ทีเร็กซ์ ทันทีที่มันงับซอมบี้ตัวใดตัวหนึ่งได้ รยางค์ก็จะถูกดึงกลับขึ้นด้านบน(คาดว่าคงมุดเข้ารูหลอดอาหารนั่นแหละ) แล้วรยางค์ชุดต่อไปก็จะตวัดลงมาแทน

บิ๊กเจกับลูซินด้ามองหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างหน้าซีดไร้สีเลือด

“กลับ...” ความกลัวท่วมท้นทำให้บิ๊กเจพูดได้แค่นั้น

พวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากย้อนกลับเข้าหอสมุดเพื่อมองหาเส้นทางอื่น ถนนตลอดสายที่อัดแน่นด้วยซอมบี้นั้นเสี่ยงเกินไปต่อให้พวกมันจะถูกสะกดจิต ควบคุมสมองเน่า ๆ หรือบ้าอะไรก็ตาม แต่ก็ไม่มีสิ่งใดรับประกันว่าศพมีชีวิตเหล่านั้นจะไม่เปลี่ยนใจหันมาจู่โจมพวกเขาระหว่างมุดฝ่าไปได้แค่ครึ่งทางประมาณนั้น ที่สำคัญยังมีไอ้ดอกไม้ประหลาดที่พ่นเสลดกรดและคอยยิงรยางค์ลงมาไล่งับ อาหาร ด้านล่างอีกต่างหาก บิ๊กเจค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเลือกหลับหูหลับตาฝ่าออกไปจะฆ่าพวกเขาไวยิ่งกว่านับหนึ่งถึงสิบเสียอีก

เกิดห่าเหวอะไรวะเนี่ย!!!” เขากัดฟัน พยุงลูซินด้ามุ่งกลับไปยังห้องโถงหน้าตอนที่รากไม้สีน้ำตาลดูกรอบ ๆ พากันงอกจากกิ่งขนาดยักษ์ซึ่งแยกจากลำต้นออกมาพาดข้ามห้อง รากไม้รวมตัวถักทอเป็นรูปร่างสัตว์ประหลาดศีรษะสุนัขไม่ก็ทีเร็กซ์ ฝูงซอมบี้ด้านนอกเริ่มมีการเคลื่อนไหว บิ๊กเจได้ยินเสียงฝีเท้าพวกมันวิ่งตามเข้ามา ขณะเดียวกัน ซากศพแห้งเหี่ยวราวกับมัมมี่ก็แตกฮือออกจากบันไดหนีไฟข้างหน้า

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!