ล่องลอยประหนึ่งอยู่ในความฝัน ไร้ซึ่งความเจ็บปวด ปราศจากความรู้สึกใด ๆ ไม่ว่าจะดีใจ เสียใจและเศร้าสร้อย มันเหมือนกับว่าเธอได้เสียชีวิตไปแล้ว ติดอยู่ในสถานะวิญญาณเร่ร่อนในความมืดมิดไปตลอดกาล กระนั้นเศษเสี้ยวหนึ่งก็รู้ดีว่าความเชื่อมโยงระหว่างเธอกับร่างกายที่เน่าเปื่อยยังคงมีอยู่ และจะเป็นเช่นนี้ต่อไปอีกนานแสนนาน หรืออย่างน้อยก็จนกว่าจะถูกใครสักคนเอาขวานมาจามสมองนั่นแหละ
แล้วจู่ ๆ ความเจ็บปวดรวดร้าวราวเส้นประสาททุกเส้นถูกดึงออกพร้อมกับเลือดเปลี่ยนสภาพเป็นน้ำกรดก็กระชากเธอจากเส้นแบ่งของโลกวิญญาณกลับสู่ความเป็นจริง คลาร่าลืมตาโพลง สูดหายใจเข้าปอดที่กำลังลุกไหม้ได้เพียงเล็กน้อย เธอกรีดร้อง กรีดร้องแล้วก็กรีดร้อง โสตประสาทจากที่รับรู้เพียงความเงียบงันเริ่มมีเสียงแห่งความทรมานของเธอเองสะท้อนเข้ามาประหนึ่งดังจากอีกฟากของโลก ก่อนจะดังขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ต่างจากค้อนกระหน่ำลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
คลาร่าเหมือนเพิ่งโผล่พ้นน้ำ รับรู้ลมหายใจแรกของตัวเองผ่านความรู้สึกของการถูกทิ่มแทง ร่างสั่นสะท้านจากคลื่นความเจ็บปวด โดยจุดศูนย์กลางของมันอยู่ตรงหน้าท้อง
แมรี่เป็นสิ่งแรกที่เธอเห็น ใบหน้าปีศาจไม้เสียบผีที่คุ้นตาชะโงกอยู่เหนือขึ้นไป ไม่รู้คิดไปเองหรือไม่ ทว่าดวงตาเบ้อเริ่ม จมูกนิดหน่อยกับปากฉีกกว้างผิดมนุษย์มนาดูอย่างกับกำลังกังวลถึงขั้นหวาดกลัวอย่างนั้นแหละ
“มาให้เห็นทั้งที... ไหงต้องทำให้น่าเกลียดด้วยก็ไม่รู้” คลาร่าพึมพำเสียงแหบ เธอพยายามยกแขนขึ้นราวกับจะเอื้อมไปสัมผัสใบหน้าตัวประหลาด
“อยู่นิ่ง ๆ ” แมรี่คว้าข้อมือหญิงสาวจับให้วางลงข้างตัวเช่นเดิม “ต้องซ่อมแซมร่างกายอีกเยอะเลย”
“อะไร... นะ” คลาร่าขมวดคิ้วไม่เข้าใจ เธอฝืนสู้กับความทรมานหนักอึ้ง อาศัยเรี่ยวแรงที่กลับคืนมาบางส่วนยกศีรษะขึ้นมองตามสายตาอีกฝ่ายก่อนจะถึงกับร้องเสียงหลง อะดรีนาลีนพลุ่งพล่านทำเอาอาการปางตายเมื่อสักครู่หายวับเป็นปลิดทิ้ง เธอกระเด้งพรวดมาอยู่ในท่านั่ง และคงคลานถอยโดยไม่สนใจความรู้สึกเหมือนถูกไม้แหลมเสียบพุงย้ำ ๆ แล้วหากแมรี่ไม่ชิงยึดไหล่หญิงสาวไว้เสียก่อน
บาดแผลบนหน้าท้องเธอตอนนี้มีฝูงสิ่งมีชีวิตยาวบางหน้าตาแบบเส้นบะหมี่สีชมพูกำลังมุดเข้ามุดออกยั้วเยี้ย!?! พวกที่เข้ามาในตัวเธอได้แล้วนั้น ที่อยู่ใกล้กับผิวหนังจะสามารถเห็นได้ชัดเจนจากแสงนวลตาที่สว่างจากตัวพวกมัน ทว่าที่ชอนไชลึกลงไปกว่านั้นก็ยังพอรู้ว่าอยู่กันตรงไหนบ้างจากระดับแสงที่อ่อนกำลังกว่า และคลาร่าก็บอกว่า จากที่เห็นพวกมันเยอะขนาดนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าป่านนี้คงไปถึงสมองแล้วละ!
ไส้เดือน พยาธิเส้นด้าย หนอนประหลาด ไม่ว่ามันคือตัวบ้าอะไรกันแน่ พวกมันก็สยองจนหัวใจแทบหยุดเต้นส่งเธอกลับไปยังภาวะล่องลอยใกล้ตายอีกครั้งเลยทีเดียว
“อย่าเพิ่งตกใจ” แมรี่รีบบอก ออกแรงกดไหล่คลาร่าให้ไม่สามารถดิ้นได้เต็มที่ พร้อมกันนั้นก็ชิงจับมือที่ตั้งใจจะปัดหนอนประหลาดเหล่านั้นทิ้งเอาไว้ด้วย “พวกมันกำลังช่วยเหลือเธออยู่”
“หา!?! ช่ว- ช่วยเรอะ! พูดบ้าอะไรเนี่ย!!!” คลาร่ากรี๊ด มืออีกข้างที่เป็นอิสระพยายามคว้าสิ่งมีชีวิตน่าขยะแขยงบนบาดแผลของตนกระชากทิ้ง “ไม่ให้ตกใจ! ไม่ให้ตกใจมารดาเอ็งสิ!?! ปล่อยฉัน! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!!!”
คลาร่าส่งหน้าผากกระแทกหน้าแมรี่ แน่นอนว่ามีแค่เธอเท่านั้นที่เจ็บ หญิงสาวกรีดร้องโหยหวน เตะเท้าย้ำ ๆ โดยไม่สนใจกับบาดแผลที่เริ่มปริ เลือดสีม่วงเข้มไหลทะลักซึ่งโชคดีที่เธอไม่ทันสังเกตเห็น
“คลาร่า หยุดนะ” แมรี่จับข้อมือสองข้างของอีกฝ่ายกระแทกกับพื้นแล้วใช้ร่างผอมแห้งทว่าแข็งแรงผิดรูปลักษณ์กดทับหญิงสาวไว้ คลาร่ายังคงโวยวาย กระชากแขนและบิดตัวไปมาขืนสู้กับหล่อนสุดฤทธิ์ “หยุดเถอะ เธอกำลังทำร้ายตัวเองอยู่นะ”
“ปล่อยฉัน! ปล่อย! ปล่อย – ฉัน – เดี๋ยว – นี้!!!”
ไม่ตะโกนเปล่า คลาร่ายังยกศีรษะขึ้นกัดคอแมรี่ในร่างตัวประหลาดอีกด้วย ลำคอลีบหนังหุ้มกระดูกดูบอบบางเหมือนจะหักได้ง่าย ๆ ทว่าสัมผัสยามกัดไปเต็มที่นั้นอย่างกับท่อนเหล็กหุ้มด้วยแผ่นยางหยุ่น ๆ ยังไงยังงั้น
“พอได้แล้ว!” แมรี่เอ่ยเสียงเฉียบขาด คลาร่าอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายเปลี่ยนจากยึดข้อมือซ้ายมาผลักศีรษะเธอ ออกหมัดเสยคางแมรี่ ความตระหนกและตื่นกลัวผลักดันให้คลาร่าประเคนหมัดซ้ายใส่ยายนี่รัว ๆ ที่น่าเจ็บใจก็คือแค่ทำให้หน้าหันไปตามแรงชกสักห้าองศาก็ไม่ได้ด้วยซ้ำ
“ไป – ตาย – ซะ – ยาย – สัตว์ – ประหลาด!!!”
“คลาร่า หยุดเถอะ” แมรี่เปลี่ยนมาใช้น้ำเสียงขอร้อง “เธอเข้าใกล้ความเป็นซอมบี้มากซะจนอีกนิดเดียวก็กลายเป็นพวกมันแล้วนะ”
“แล้วมันเพราะอะไรกันล่ะ! ถ้าไม่ใช่หนอน... ระยำ... น่าขยะแขยงพวกนี้!” คลาร่ากัดฟัน ขนลุกซู่จากภาพฝูงหนอนตัวยาวกำลังชอนไชท้องตนอยู่ ความรู้สึกรังเกียจที่ลุกโชนตอนนี้มากพอให้หยิบมีดออกมาควักพวกมันออกด้วยมือตัวเองเลยทีเดียว
“เฮ้ พวกเขาไม่ได้น่าขยะแขยงนะ!” แมรี่แย้ง “อีกอย่าง ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขา ป่านนี้เธอก็กลายสภาพไปเรียบร้อยแล้ว เป็นซอมบี้โง่ ๆ ไร้สมองทำอะไรไม่ได้นอกจากร้องอือ ๆ อา ๆ ”
“ไม่ใช่เพราะพวกมันเรอะ! เธอพูดบ้าอะไร!”
“คลาร่า พวกเขาไม่ใช่หนอนธรรมดา ถึงหน้าตาจะเหมือนก็เถอะ เขาคือส่วนหนึ่งของฉัน หรือที่นักวิจัยเรียกว่าปรสิตวิวัฒน์”
“อะ- อะไรนะ???”
“ถ้าเธอจะเลิกสติแตกแล้วสงบสติอารมณ์ฟังฉันก่อน ฉันรับรองได้ว่าเธอจะปลอดภัย”
“ปลอดภัยที่มีหนอน- ปรสิตชอนไชทั่วตัวเนี่ยนะ”
“พวกเขากำลังพยายามเต็มที่เพื่อยับยั้งเซลล์กลายพันธุ์ในตัวเธอ” แมรี่ว่า “เวลานี้เธอไม่ควรขยับเขยื้อนเร็ว ๆ หรือมีอารมณ์รุนแรง อัตราการเต้นหัวใจมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเพิ่มจำนวนของเซลล์กลายพันธุ์ ซึ่งฉันขอยืนยันว่าเธอมีโอกาสสูงสุด ๆ ที่จะเป็นได้แค่ซอมบี้ทั่วไปเท่านั้น”
“เอ่อ... ฉันไม่เข้าใจ... ว่าเธอกำลังพูดอะไรอยู่...”
“ทฤษฎีการกลายพันธุ์ 101”
“เธอ... พังก์แมรี่... งั้นหรือ”
“ใช่ ฉันเอง” แมรี่ชะงักนิดหน่อยด้วยไม่ชินกับชื่อเล่นที่คลาร่าตั้งให้โดยไม่ได้ขอหรือแม้แต่มีโอกาสปฏิเสธ “ว่าแต่เธอถามทำไม โอ๊ะ- เข้าใจละ” หล่อนสังเกตเห็นมือยืดยาวเล็บแหลมราวปีศาจของตน จากนั้นพริบตาถัดมา ตัวประหลาดหน้าตาชวนสะพรึงก็ถูกแทนที่ด้วยสาววัยรุ่นผมบ็อบสีน้ำเงินสวมเสื้อยืดเขียนข้อความว่า ‘ฉันนี่แหละฆาตกร’ “คงเพราะหน้าตาฉันละสิที่ทำให้เธอสติแตก แบบนี้พอจะดีขึ้นไหม”
ต่อให้อยู่ในร่างสาวน้อยเยาว์วัย กระนั้นมือที่คอยกดหัวกับข้อมือคลาร่าก็ยังทรงพลังดั่งเหล็กกล้าอยู่ดี แล้วยังมีสะโพกที่ทับบนท้องน้อยซึ่งให้ความรู้สึกไม่ต่างจากการติดแหง็กในซอกหินนั่นอีก
คลาร่าส่ายหน้า “ไม่ เธอเอาหนอน... ปรสิตวิวัฒน์อะไรนั่นออกไปจากตัวฉันก่อนสิ”
“ถ้ากลัวนักก็อย่ามอง ปล่อยให้พวกเขาทำงานไป” แมรี่บอก
“...มันจำเป็นจริง ๆ หรือ”
“ที่สุด” แมรี่ยืนยัน “พูดง่าย ๆ คือถ้าไม่มีพวกเขา เวลานี้เธอคงไม่ได้คุยกับฉันแบบนี้หรอก”
คลาร่ากัดปาก อาการพะอืดพะอมยังจุกที่คอหอย เธอใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะเริ่มทำใจให้ลดการต่อต้านเรื่องหนอนปรสิตบัดซบนี่ลงได้บ้าง “งั้นอย่างน้อยก็ช่วยทำให้มันหยุดเรืองแสงหน่อยเถอะ”
“ได้สิ” สิ้นเสียงแมรี่ คลาร่าก็พบว่าแขนที่มีแสงสีชมพูไหลวูบวาบกลับมาเป็นแขนธรรมดาทั่วไปอย่างที่ควรจะเป็น เว้นแต่หากตั้งใจมองจริง ๆ ในบางครั้งจะมีอาการปูดนูนเป็นรูปร่างพยาธิเส้น ๆ ผุดขึ้นบนผิวหนัง “ที่ฉันทำให้เรืองแสงก็เพราะอยากรู้ว่าพวกเขาไปถึงไหนแล้วน่ะ”
“โทษทีนะ แต่ฉันไม่ได้ต้องการให้พวกมันไปถึงไหนต่อไหนสักนิด!” คลาร่ากระแทกเสียง “แล้วถ้าเธอจะกรุณา ช่วยปล่อยมือจากฉันสักที”
“เธอคงไม่พยายามทำร้ายพวกเขาแล้วใช่ไหม สัญญาสิว่าจะไม่สติแตกอีก”
ฉันทำร้ายพวกมันเนี่ยนะ บ้าบอที่สุด ไอ้ตัวน่าขยะแขยงพวกนี้ต่างหากที่ทำร้ายฉัน อย่างน้อยก็ทางจิตใจละ!
“ฉันสัญญา” คลาร่าตอบด้วยสีหน้ากล้ำกลืนเต็มทน เธอคงเปรียบว่าเหมือนถูกบังคับให้กลืนหนอนลงท้องไปแล้วหากไม่ใช่ว่ามีพวกมันทั้งฝูงอยู่ในตัวเธอเรียบร้อยแล้วก็นะ
แมรี่ยอมปล่อยคลาร่าทว่าก็ยังคงเฝ้าอยู่ใกล้ ๆ คอยจับตาเหมือนไม่เชื่อใจเท่าไหร่ พอหล่อนเห็นเธอพยายามลุกขึ้น(โดยพยายามไม่มองท้องตัวเอง)ก็รีบเข้ามาช่วยพยุงแล้วลากไปให้หลังพิงกับตู้อะไรสักอย่างด้วยความระมัดระวัง “เร็วเกินไปที่จะยืนหรือเดิน”
“นี่มันเรื่องอะไรกัน”
“เธอจำไม่ได้เลยหรือ”
“ได้สิ พวกเราถูกโจมตีจากรากไม้ตอนกำลังกลับขึ้นชั้น B1” คลาร่านึกย้อนยังเหตุการณ์บันไดถล่มก่อนหน้านี้ รากไม้ที่รวมตัวกันเป็นสัตว์ประหลาด จนถึงการหลบหนีอย่างสิ้นคิดเพราะไม่มีทางเลือกก่อนจะจบลงตรงที่เธอนั้น... “เธอช่วยฉันจากดอกไม้นั่นหรือ”
“ใช่ แต่ก็เกือบไม่ทันแล้ว ถ้าฉันลงมาช้ากว่านี้อีกนิดละก็ กระบวนการเปลี่ยนแปลงคงเป็นไปอย่างสมบูรณ์ และฉันคงไม่มีทางพาเธอกลับมาได้อีก” แมรี่พูดพลางยกแขนขวาคลาร่ามาบีบ ๆ ไล่ตั้งแต่ฝ่ามือจนถึงข้อศอก จากนั้นก็ย้ายมาที่ต้นแขนซ้าย
“ทำอะไรน่ะ”
“ตรวจดูว่าร่างกายของเธอฟื้นฟูแค่ไหนแล้ว ฉันจำเป็นต้องแน่ใจว่าการซ่อมแซมเป็นไปอย่างถูกต้อง”
“ด้วยการบีบ ๆ จับ ๆ ดูแค่นี้หรือ”
“ฉันกำลังสื่อสารกับปรสิ-”
“พอเลย! ไม่ต้องพูดแล้ว!” คลาร่าถลึงตา “คนเขาอุตส่าห์ลืมไปได้แล้วแท้ ๆ ยังจะขุดมาพูดอีกทำไม!”
“ก็เธอถามฉันเองนี่”
“อย่างน้อยโกหกสักหน่อยก็ได้ไม่ใช่เรอะ”
“ฉันเชื่อว่าการซื่อสัตย์จะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า” แมรี่ยิ้มตอบสีหน้าหงุดหงิดของเธอ
คลาร่าพบว่าเวลานี้เธอกับแมรี่ปักหลักในห้องเซิร์ฟเวอร์ชั้นใต้ดิน B2 ...ก็ห้องเซิร์ฟเวอร์เป้าหมายของพวกเธอแต่แรกนั่นแหละ เพียงแต่ตอนนี้สภาพของมันดูไม่พร้อมใช้งานได้เมื่อไฟมาเช่นที่เคยอีกต่อไป เครื่องเซิร์ฟเวอร์ประมาณสองในสามเสียหายโดยสิ้นเชิง ทั้งโครงเหล็กส่วนนอก ฮาร์ดไดร์ฟและแผงวงจรแหลกเละราวกับถูกกระชากจากพื้นด้วยแรงมหาศาลแล้วทุบใส่กำแพงจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมอีกต่อไป ร่องรอยทั้งหมดบ่งชี้ถึงการต่อสู้อันดุเดือดระหว่างพลังทำลายเหนือมนุษย์
หญิงสาวมองเห็นสิ่งคล้ายคลึงกับรากไม้ที่ไล่ล่าทำร้ายเธอเกือบตาย ทว่าคราวนี้ลักษณะของพวกมันไม่ใช่ส่วนหนึ่งของพืชกลายพันธุ์อีกต่อไป รูปร่างพวกมันให้ความรู้สึกประหนึ่งอวัยวะภายในที่เปียกชุ่มและยืดหยุ่น ผิวนอกเคลือบด้วยเมือกใสสะท้อนกับแสงไฟฉาย ใต้ชั้นเมือกคือกล้ามเนื้อสีม่วงแดงแซมด้วยปื้นสีดำเหมือนเต็มไปด้วยรอยช้ำเป็นจ้ำ ๆ ตลอดทั้งเส้นและในทุก ๆ เส้น รยางค์น่าเกลียดเหล่านี้เรียงตัวกันหนาแน่นเป็นกำแพงมีชีวิตที่ขยับไหวประหนึ่งคลื่นกระเพื่อมบนผิวน้ำ พวกมันไม่ได้แค่เข้ามาแทนที่กำแพงกระจกที่แตกไปเท่านั้น ทว่าภายในหลุมบนพื้นกับรูโหว่ขนาดใหญ่บนเพดานหลายแห่งก็มีกำแพงรยางค์เนื้อสีม่วงแดงปิดกั้นอยู่ ราวกับว่าพวกมันมีไว้เพื่อกักขังพวกเธอไว้ในห้องเซิร์ฟเวอร์ยังไงยังงั้น
“นะ นั่นมัน...” คลาร่าพึมพำ สีหน้าหวาดกลัว รยางค์เหล่านี้ชวนให้เธอนึกถึงปรสิตที่แหวกว่ายข้างในตัวเธอขึ้นมาตงิด ๆ
“อ้อ นั่นน่ะฉันเองแหละ” แมรี่ยิ้มเขิน ๆ ยามพูดถึงกำแพงกล้ามเนื้อสีช้ำ ๆ ที่เลื้อยบิดไปมาอย่างเชื่องช้าอย่างกับชิ้นส่วนสัตว์ประหลาดตามหนังไซไฟ
“อะไรนะ!?!”
“ถึงจะพูดว่านั่นคือฉัน แต่ที่จริงแล้วก็ไม่เชิงเป็นฉันซะทีเดียวหรอกนะ คือจะพูดยังไงดีล่ะ”
“หยุดอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ แล้วอธิบายมาสักที!!! ทั้งหมดนี่มันเรื่องบ้าอะไร! ทำไมฉันถึงมาติดอยู่ในห้องเซิร์ฟเวอร์ได้! แล้วไอ้รยางค์น่าเกลียดพวกนี้มันนรกอะไรกันแน่ ปีศาจรากไม้ร่างอัพเกรดเรอะ!?! แล้วบิ๊กเจกับลูซินด้าล่ะ ตอนนี้พวกเขาเป็นยังไงกันบ้าง!” คลาร่าตะโกนลั่น คว้าคอเสื้อกระชากแมรี่ที่มัวง่วนกับการลูบหัวเข่าซ้ายที่บวมเป่งของเธออยู่ให้มาสบตากันตรง ๆ “เดี๋ยวก่อนนะ ฉันจำได้ว่าก่อนหน้านี้เธอพูดว่าไม่รู้สึกถึงตัวอะไรเลยในหอสมุด แล้วไหงพวกเราถึงโดนโจมตีจากสัตว์ประหลาดรากไม้ล่ะ นี่เป็นแผนของเธอใช่ไหม คิดจะล่อมาฆ่างั้นหรือ!!!”
“โอเค ๆ เข้าใจแล้ว ใจเย็น ๆ ก่อนนะ ฉันจะตอบทุกข้อสงสัยของเธอ แค่อย่าเพิ่งสติแตกไป พวกเขาค่อนข้างบอบบางเวลาที่ไม่ได้อยู่กับฉันแล้วน่ะ”
“พวกเขาอะไรของเธอ!” คลาร่ากระแทกเสียง
“ก็ปรสิตไงล่ะ” แมรี่ตอบ ไม่พูดเปล่า หล่อนยังยื่นมือขวามาแบต่อหน้าหญิงสาวอีกต่างหาก และในอุ้งมือขาวเนียนข้างนั้นก็ปรากฏหนอนพยาธิรูปร่างยาวบางงอกขึ้นมาโบกไหวคล้ายดอกไม้ทะเลสิบกว่าเส้น
คลาร่ากรี๊ดสุดเสียง ผลักอีกฝ่ายออกทันที พร้อมกันนั้นก็ออกหมัดอัดหน้าแมรี่สุดแรง