วันที่ 4 / 100
เช้าวันถัดมา ร้านดอกไม้เงียบกว่าที่เคย
ปาริชไขกุญแจ ผลักประตูกระจกเข้าไปตามลำพัง เสียงกระดิ่งเหนือบานประตูดังกังวานในความว่างเปล่าที่ป้าสมพรเคยเติมเต็มด้วยเสียงบ่นเรื่องราคาปุ๋ยกับละครหลังข่าว ป้าเพิ่งจากไปเยี่ยมญาติได้เพียงคืนเดียว ทว่าความเงียบของเช้านี้กลับหนักอึ้งผิดปกติ
เขายืนนิ่งอยู่กลางร้าน สูดอากาศยามเช้าเข้าปอดช้าๆ แล้วก็หยุดหายใจไปดื้อๆ
กลิ่นนั้นยังอยู่ แม้จะเจือจางไปกับกลิ่นดินและละอองน้ำบนกลีบกุหลาบจนคนธรรมดาไม่มีทางจับได้ แต่สำหรับปาริช มันชัดราวกับรอยนิ้วเปื้อนหมึกบนผ้าขาว
ปาริชค่อยๆ กำมือแน่น
หากครุฑลงมือกับเขาตรงนี้ เขาคงไม่สามารถต่อกรได้แม้แต่จะกะพริบตา
แต่มันไม่ลงมือ ทั้งที่ลงมือได้
ผู้ล่าที่มาถึงตัวเหยื่อแล้วไม่รีบกิน คือผู้ล่าที่กำลังเล่นเกม และเกมของครุฑชั้นสูงไม่เคยเล่นกับเหยื่อโดยตรง มันเล่นกับสิ่งที่เหยื่อรัก
ลึกลงไปใต้กระดูกอก ดวงพฤกษาขยับตัวแผ่วเบา เมื่อคืนเขาฝันถึงผืนน้ำใสนิ่งของสระอโนดาตที่ไม่เคยไปเยือนในชาตินี้ ความทรงจำที่ไม่ใช่ของร่างนี้ ซึมกลับมาอีกหยดหนึ่งแล้ว
“ป้าอยู่ไกลแล้ว” เขาพึมพำกับตัวเอง พยายามให้มันฟังดูเป็นความจริง “ไม่เป็นไรหรอก”
ทว่าสันหลังของเขายังคงเย็นวาบ สัญชาตญาณที่ใช้เอาตัวรอดมานับชาติไม่เคยโกหกเขาสักครั้ง และเช้านี้มันกำลังกรีดร้องเตือนแผ่วๆ ว่าเขากำลังมองข้ามบางอย่างที่สำคัญไป
✦ ✦ ✦
ห่างจากร้านดอกไม้ไปสุดถนน รถยุโรปสีดำคันหนึ่งจอดนิ่งอยู่ใต้ร่มเงาต้นโพธิ์เก่าแก่หน้าวัดร้าง
เพลิงนั่งอยู่เบาะหลัง แขนพาดขอบหน้าต่าง ปลายนิ้วเคาะเป็นจังหวะช้าๆ สายตาคมจับจ้องประตูร้านที่เพิ่งเปิด เขามาปักหลักอยู่ตรงนี้ตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสาง ไม่ใช่เพราะเป็นห่วง เขาย้ำกับตัวเองเช่นนั้น เพียงเพราะดวงพฤกษาดวงหนึ่งกำลังจะหมดภพได้ที่ เขาไม่อยากปล่อยให้คลาดสายตาไปเท่านั้นเอง
แล้วจมูกของยักษ์ชั้นสูงก็จับกลิ่นนั้นได้ กลิ่นเดียวกับที่ลอยอบอวลอยู่ในร้านดอกไม้
รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้าเพลิงหายวับไปในบัดดล
“ครุฑ…ไอ้นกผีนั่น” เขาเอ่ยเสียงต่ำในลำคอ ดวงตาหรี่ลงเหมือนสัตว์ร้ายที่ได้กลิ่นคู่แข่ง “มาเดินดมของของฉันถึงหน้าบ้านเชียวนะ”
“ท่านเพลิงครับ” สรัลที่นั่งประจำเบาะคนขับเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าซื่อบริสุทธิ์ “เมื่อคืนผมเฝ้าหน้าร้านทั้งคืนตามคำสั่ง ไม่เห็นมีใครเฉียดเข้ามาใกล้สักคนเลยนะครับ ครุฑมันไม่ได้ลงมาที่พื้นด้วยซ้ำ มันแค่…”
“บินผ่าน แล้วจงใจทิ้งกลิ่นไว้ให้รู้ว่ามาถึงแล้ว” เพลิงพูดตัดบทเสียงเรียบ “มันไม่ได้มาล่า สรัล มันมาทักทาย”
สรัลเงียบไปครู่หนึ่ง ในใจขมวดปม — ถ้านี่คือการทักทายของครุฑ… ผมก็ไม่อยากรู้เลยครับว่าการข่มขู่ของพวกมันจะน่ากลัวแค่ไหน
เพลิงผลักประตูรถออก ก้าวลงมายืนเต็มความสูง เงาร่างทอดยาวบนพื้นถนนยามเช้า เขาเงยหน้ากวาดตามองท้องฟ้าที่ว่างเปล่าด้วยสีหน้าที่ใครเห็นเป็นต้องถอยหนี
“เฝ้าดวงพฤกษาไว้ให้ดี” เขาสั่งสรัลโดยไม่หันมามอง น้ำเสียงเย็นเยียบ
“ใครก็ตามที่คิดจะเด็ดผลของฉันไปก่อนเวลาอันควร ฉันจะเด็ดหัวมันก่อน”
สรัลก้มทำความเคารพรับคำ
“รับทราบครับท่าน”
มุมปากของยักษ์หนุ่มยกขึ้นเพียงนิดเดียว เขาไม่เคยคิดจะเถียงเจ้านายอยู่แล้ว เพียงแต่ในใจอดนึกไม่ได้ว่า…
บางที สิ่งที่ท่านเพลิงกำลังเฝ้าอยู่ อาจไม่ใช่แค่ดวงพฤกษาเพียงอย่างเดียว
✦ ✦ ✦
สายของวันเดียวกัน ปาริชยืนจ้องโทรศัพท์อยู่นานกว่าที่เขายอมรับกับตัวเองได้
เลขหมายป้าสมพรขึ้นอยู่บนหน้าจอ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้ววางลงไปสองรอบ เพราะการกดโทรออกเท่ากับยอมรับว่าความกลัวเมื่อเช้ามีตัวตนจริง และถ้าน้ำเสียงเขาสั่นแม้เพียงนิดเดียว ป้าจะจับได้
ครุฑไม่ได้ไล่ฆ่าคนธรรมดาให้เปลืองแรง เขาบอกตัวเอง มันชอบเล่นเกม
แต่มือเขากดหมายเลขออกไปเองก่อนที่หัวจะคิดจบ
สัญญาณดังไปสองครั้ง สามครั้ง ปาริชรู้สึกว่าช่วงเวลาระหว่างเสียงแต่ละครั้งนานกว่าปกติ
“ฮัลโหล ปาริชเหรอลูก” เสียงอบอุ่นคุ้นเคยดังขึ้นจากปลายสาย เคล้าด้วยเสียงพื้นหลังของสถานีรถไฟที่จอแจ
หัวใจที่เกร็งแน่นของปาริชคลายลงครึ่งหนึ่งทันที “ครับป้า ถึงบ้านญาติหรือยังครับ เดินทางเป็นยังไงบ้าง”
“ถึงแล้วจ้ะ สบายดี๊ดี” ป้าหัวเราะร่วน “เออ รู้ไหมลูก เมื่อวานป้าโชคดีมากเลยนะ ตอนที่ป้าลากกระเป๋าขึ้นรถไฟไม่ไหว มีคุณผู้ชายคนนึงใจดีมากเข้ามาช่วยยกให้ หน้าตาดี สุภาพเรียบร้อย พูดจาน่าฟังเชียวลูก”
ปาริชหยุดมือที่กำลังจัดดอกไม้ลงกลางอากาศ “…คุณผู้ชายเหรอครับ”
“อื้อ เขาบอกว่ารู้จักร้านดอกไม้ของเราด้วยนะ”
“…”
ปาริชไม่หายใจ
“อื้อ เขารู้จักลูกด้วยนะ เขาพูดชื่อ ‘ปาริช’ ถูกเป๊ะเลย ป้ายังแปลกใจว่าเขารู้จักลูกตั้งแต่เมื่อไหร่”
เสียงของป้าเล่าต่อไปเรื่อยๆ แต่ปาริชไม่ได้ยินมันอีกแล้ว
โลกทั้งใบรอบตัวเขาเงียบสนิทลงในพริบตา เหลือเพียงเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นกระหน่ำอยู่ในหู
เขาไม่จำเป็นต้องเห็นหน้าเลยด้วยซ้ำ ก็รู้ทันทีว่าเป็นใคร
มันไม่ใช่การข่มขู่ แต่มันคือการส่งสาร พญาครุฑตนนั้นเอื้อมมือไปแตะคนที่เขารักที่สุดบนโลกใบนี้แล้ว ทำได้อย่างนุ่มนวล สุภาพ ต่อหน้าต่อตา โดยที่ป้าไม่มีวันล่วงรู้เลยว่า มือที่ช่วยยกกระเป๋าให้นั้น… คือมือของศัตรู
“…ปาริช ลูกยังอยู่ไหมจ๊ะ” เสียงป้าดึงเขากลับมาสู่ความจริง
เขากลืนก้อนแข็งในลำคอลงไป บีบเสียงให้กลับมานิ่งสนิทราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความสามารถที่เขาฝึกฝนมาตลอดทั้งชีวิต “อยู่ครับป้า… ป้าครับ”
เขาเงียบไปเสี้ยววินาที สูดหายใจลึกเพื่อสะกดก้อนความหวาดกลัวลงคอ
“ป้านวลคงเหงา ป้าอยู่ยาวๆ เลยนะครับ ไม่ต้องรีบกลับ ที่ร้านผมดูแลเองได้สบายมาก”
คำพูดนั้นออกมาเรียบและนุ่มนวล หากทุกพยางค์กลับกดทับหัวใจของเขาจนแทบหายใจไม่ออก เขากำลังผลักไสคนเพียงคนเดียวที่รักเขาให้ไกลที่สุด… เพื่อปกป้องเธอ
วางสายไปแล้ว ปาริชยังยืนนิ่งอยู่กลางร้านที่รายล้อมด้วยดอกไม้นานแสนนาน เขากำก้านกุหลาบในมือแน่นจนหนามทิ่มลึกเข้าฝ่ามือ เลือดหยดเล็กๆ ซึมออกมา โดยที่เขาไม่รู้สึกเจ็บ
สมองที่เคยพาเขารอดมานับชาติกำลังหมุนหาทางออก และทุกเส้นทางกลับไปจบลงที่คำตอบเดียวกัน — สิ่งเดียวที่หยุดผู้ล่าได้ คือผู้ล่าที่ใหญ่กว่า
ปาริชหลับตาลง พลางสบถกับตัวเองในใจ เขาเกลียดความจริงข้อนี้… เกลียดที่ในสถานการณ์แบบนี้คนแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวกลับเป็นยักษ์ปากร้ายตนนั้น
✦ ✦ ✦
กริ๊ง—
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้น ปาริชไม่ต้องเงยหน้าก็รู้ว่าใครมา
ไอร้อนหนักแน่นของเผ่าอสูรแผ่กดทับเข้ามาในร้านก่อนที่เจ้าตัวจะก้าวพ้นประตูเข้ามาเสียอีก
“หน้าตาดูไม่ได้เลยนะ” เพลิงเอ่ยขึ้นลอยๆ น้ำเสียงยังคงกวนเหมือนเคย ทว่าดวงตาคมกลับกวาดมองใบหน้าซีดเผือดของปาริชอย่างไม่ยอมละสายตา
“ใครทำมักรีผลปากดีของฉันหน้าเสียได้ถึงขนาดนี้”
ปาริชไม่ตอบ เขาไม่มีอารมณ์จะเล่นเกมโต้คารมในตอนนี้ และนั่นเองที่ทำให้เพลิงเลิกคิ้วขึ้น
เขาคาดหวังจะให้ปาริชโต้กลับ ด้วยคำพูดคำจาที่คมราวมีดคอยเฉือนความหยิ่งยโสของเขาให้เสียศูนย์อยู่เสมอ แต่ในตอนนี้มักรีผลตรงหน้ากลับเงียบงัน สีหน้านิ่งเกินไป
เพลิงคลายรอยยิ้มกวนๆ ลง
เขาก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นครุฑจางๆ ที่ยังตกค้างอยู่ในอากาศบอกเรื่องราวได้มากพอ เพลิงต่อจุดทั้งหมดเข้าด้วยกันได้ในพริบตา
“ไอ้นกผีนั่น มันทำอะไรนาย” น้ำเสียงเขาเปลี่ยนไป เย็นลงจนน่าขนลุก
ปาริชไม่ตอบทันที เขาแค่หันหลังให้ “ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณหรอกครับ”
เพลิงไม่ขยับตาม ไม่โต้กลับ ทว่าสายตาเขาวาบลงไปหยุดนิ่งอยู่ที่ฝ่ามือซ้ายของปาริช
ปาริชเบี่ยงตัวหมายจะหันหลังเดินหนี
แต่เพลิงเร็วกว่า
มือใหญ่เอื้อมมาคว้าข้อมือซ้ายของเขาไว้ ก่อนจะออกแรงดึงตามสัญชาตญาณ
“อ๊ะ…”
ปาริชเสียหลัก ร่างทั้งร่างเซเข้าไปปะทะแผงอกกว้างของยักษ์หนุ่มเต็มแรง
เพลิงเลิกคิ้ว ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ
“บอบบางชะมัด ดึงแค่นิดเดียวก็เซแล้ว”
ปาริชชะงัก ไม่ใช่เพราะเจ็บ แต่เพราะไม่คาดว่าจะถูกแตะ
เขายืนนิ่งไม่รู้จะตอบสนองอย่างไรดี
รอยเลือดจากหนามกุหลาบสามสี่แห่งยังสดอยู่ กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยขึ้นมา
“ลึกไหม” เพลิงถามเสียงต่ำ สายตายังจับจ้องอยู่ที่รอยเลือดบนฝ่ามือ ไม่ได้มองหน้าปาริชเลย
“ไม่ครับ… และผมหมายถึงแผลของผม มันไม่เกี่ยวอะไรกับคุณ” ปาริชตอบเสียงเรียบ ทว่าหัวใจเต้นเร็วกว่าที่เขาอยากยอมรับ
เพลิงปล่อยข้อมือนั้นลงเบาๆ แล้วถอยออกมาหนึ่งก้าวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เกี่ยวสิ” เขาพูดสวนขึ้น เสียงกลับมาเย็นชาตามเคย
“สิ่งที่ฉันเฝ้ามานาน ใครจะมาแตะต้องไม่ได้ทั้งนั้น ไอ้นกบ้านั่น มันคิดจะโฉบผลของฉันไปก่อนสุก ฉันไม่ยอมหรอก”
ปาริชหัวเราะในลำคอแห้งๆ “ใช่สิครับ ดวงพฤกษาของคุณ ทรัพย์สินของคุณ ผมลืมไปเลย”
เพลิงไม่ตอบในทันที สายตาคมปลาบของนักล่าที่หรี่ลง จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของมักรีผลหนุ่มเพื่ออ่านพฤติกรรมและการตอบสนองอย่างจงใจควบคุมเกม
ปาริชหันหลังให้ เก็บกวาดเศษใบไม้บนเคาน์เตอร์ด้วยมือที่ยังสั่นระริก “ถ้าคุณอยากเฝ้าดวงพฤกษาไว้กินก็เชิญตามสบายเลยครับ แต่ได้โปรดอย่ามายุ่งกับป้าของผม ป้าไม่ได้รู้อะไรกับเรื่องพรรค์นี้เลยสักนิด”
เขามองแผ่นหลังร่างบางๆ นั้นที่พยายามตั้งตรงทั้งที่กำลังจะทรุดลงนั้นอยู่นาน มักรีผลที่ปากร้ายที่สุดเท่าที่เขาเคยพบ คนที่กล้าด่าเขาซึ่งหน้าโดยไม่กลัวความตาย ในตอนนี้กลับยอมก้มหัวให้ชะตากรรม เพียงเพื่อขอไม่ให้ผู้หญิงคนหนึ่งต้องเจ็บเพราะตัวเขา
มันไม่ใช่เรื่องของเขา หญิงชรานั่นเป็นแค่มนุษย์ ไม่ประโยชน์อันใดสำหรับตัวเขาเลย แต่…
กลับรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก น่ารำคาญชะมัด
“…ผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไร”
ปาริชหยุดมือ ไม่หันกลับมา “ทำไมคุณต้องรู้ด้วย”
“เพราะถ้าไอ้นกผีนั่น มันคิดจะใช้ยัยแก่ของนายเป็นเหยื่อล่อจริง” เพลิงตอบ มือที่กำอยู่ข้างกายแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาวาวโรจน์ขึ้นในความมืด
“ฉันจะได้รู้… ว่าต้องไปยืนขวางทางและหักปีกมันตรงไหน”
ปาริชนิ่งงันไปทั้งร่าง เขาค่อยๆ หันกลับมามองยักษ์ที่เพิ่งเอ่ยประโยคนั้นออกมาราวกับเป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่สุดในโลก ทั้งที่มันไม่ใช่เรื่องของ ‘ดวงพฤกษา’ เลยแม้แต่น้อย
ปาริชชะงักงัน
เขาไม่เคยคิดเลยว่า ยักษ์ตนที่เฝ้าพูดแต่เรื่องดวงพฤกษา จะเสนอปกป้องใครสักคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับมัน
เขาควรปฏิเสธ…
แต่ในเวลานี้ หากจะมีใครหยุดพญาครุฑได้
ก็คงมีเพียงยักษ์ชั้นสูงอย่างเพลิงเท่านั้น
✦ ✦ ✦
…
จู่ ๆ ลมสายหนึ่งก็พัดผ่านเข้ามาในร้านทั้งที่ประตูกระจกยังปิดสนิท
เงาปีกขนาดใหญ่กลับทอดผ่านบานกระจกวูบหนึ่ง ราวกับมีบางสิ่งบินผ่านเหนือหลังคา
ปาริชกับเพลิงหันมองพร้อมกัน
ดอกลิลลี่สีขาวบนโต๊ะพลันสั่นไหว
ก่อนขนนกสีทองเส้นหนึ่งจะค่อยๆ ลอยละล่องลงมากลางอากาศ
ทันทีที่แตะเคาน์เตอร์ มันก็แปรเปลี่ยนเป็นกระดาษสีขาวเนื้อเรียบหนึ่งใบ
ไม่มีใครเห็นว่ามันมาจากไหน
ปาริชค่อยๆ พลิกมันขึ้น ด้านหน้ามีเพียงข้อความสั้นๆ
“ฝากเปิดร้านรอผมด้วยนะครับ… คุณปาริช”
