เล่ห์พรายลายรัก

ตอนที่ 1: ตอนที่ 1

👁️ 16 อ่าน

ตอนที่ 1

เพราะข้อมูลมากมายแถมเวลายังเร่งรัดเข้ามาทุกขณะ จากช่วงบ่ายยาวต่อเนื่องมาจนถึงตอนนี้ เหลือบมองนาฬิกาอีกครั้ง…เกือบห้าทุ่มแล้ว

คนที่ยังนั่งเคร่งเครียดอยู่กับเอกสารกองโตได้แต่ยกมือขึ้นนวดระหว่างหัวคิ้ว คล้ายพยายามคลายความตึงที่สะสมมาตลอดทั้งวัน

ฉันจะไม่ไหวแล้วนะนัน ตาจะปิดอยู่แล้ว

วรนันที่กำลังกดนิ้วแล้วคลึงเบา ๆ ระหว่างหัวคิ้วชะงัก เงยหน้าจากจอแล็ปท็อปเหลียวไปด้านหลังมองคนเป็นเพื่อนที่นั่งทำงานมาด้วยกันตั้งแต่ช่วงบ่าย อันที่จริงดารินนั่งทำมาก่อนเธออีกตั้งแต่เช้าตรู่

สภาพของคนเป็นเพื่อนหัวหูฟูฟ่องไปหมด มองแล้ววรนันก็อดขำเบา ๆ ไม่ได้

แกไปนอนเถอะ เดี๋ยวฉันทำต่ออีกหน่อย

หือ... ฉันหลับไม่ลง แกก็รู้ว่านี่มันอนาคตฉัน นี่มันอนาคตของแกกับฉันเลยนะเว้ย

วรนันถอนหาย หากโครงการนี้ที่กำลังจะเสนอต่อคณะกรรมการของบริษัทถูกปัดตก เท่ากับว่าดารินก็หมดสิทธิ์ที่จะก้าวขึ้นมานั่งตำแหน่งรองกรรมการ ต่อให้ใช้วิธีล็อบบี้ก็ใช่ว่าจะได้ผลเสมอไป

และที่น่าเป็นห่วงไปกว่านั้น หากเป็นมโนชาที่ก้าวขึ้นมานั่งตำแหน่งรองกรรมการแทน ไม่เพียงแค่ดารินหรอกที่จะอกแตกตาย วรนันก็ไม่คิดว่าตัวเธอจะทนได้เลยสักนิด

คิดถึงพี่รัณจังเลย เมื่อไหร่จะกลับมาช่วยน้องสักทีก็ไม่รู้

ดารินเอ่ยเสียงเบาคล้ายรำพันกับตัวเอง วรนันนั้นเม้มริมฝีปากมองคนเป็นเพื่อนอย่างเห็นใจ อีกไม่นานดรุงจิตก็จะปลดเกษียณตัวเองแล้ว อย่างไรเสียภายในปีสองปีนี้ ดารัณ พี่ชายต่างสายเลือดของดารินที่ตอนนี้นั่งตำแหน่งรองกรรมการเพียงในนาม แต่ตัวเขาไม่อยู่ และอีกไม่นานดารัณก็ต้องกลับมารับตำแหน่งประธานกรรมการต่อจากผู้เป็นมารดา

ดารินนั้นที่เป็นเพียงบุตรบุญธรรมแม้จะใช้นามสกุลพงษ์ศักดิ์เกษมแต่ก็ไม่มีสิทธิ์อะไรมากไปกว่าพนักงานคนหนึ่งในPSKเช่นเดียวกับวรนัน

กระนั้นดารินก็ฝ่าฟันอุปสรรค์ ต่อสู้ทำผลงานจนได้ขึ้นเป็นผู้จัดการแผนก โดยมีเพื่อนสนิทอย่างเธอเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงคอยช่วยเหลือกันในตำแหน่งผู้ช่วย

แต่ทางเดินของดารินกับวรนันนั้นไม่ได้ราบรื่นนักหรอก เมื่อดาวเด่นอย่างมโนชาที่ทำผลงานแบบก้าวกระโดดขึ้นมา หลายครั้งที่แข่งขันกันแล้วทีมของดารินต้องพ่ายแพ้ยับเยิน

แต่ครั้งนี้คือการชี้ชะตาสำหรับไตรมาสสุดท้ายของปี หากโครงการของมโนชาชนะ เห็นที่เธอคงต้องม้วนเสื่อแล้วไสหัวตัวเองออกจากบริษัทนี้

แล้วถ้าหากดารัณกลับมาเล่า เขาจะช่วยดารินน้องสาวต่างมารดาได้จริง ๆ น่ะหรือ

คำตอบคือ ได้สิ เขาคือสายเลือดโดยตรงของดรุงจิต เป็นผู้สืบทอดธุรกิจ มีอำนาจเต็มที่ในการบริหาร หากอยู่ที่เขาจะช่วยหรือไม่ก็เท่านั้นเอง

แต่ต่อให้ดารินจะไม่มีผลงานอะไรเลย แต่พี่น้องต่างสายเลือดที่รักกันอย่างไรเสียเธอก็เชื่อว่าดารัณจะช่วยเหลือดารินได้

ผิดกับดรุงจิตที่แทบจะไม่ได้สนใจอะไรดารินนักแม้จะยังอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน

เธอเคยถามคนเป็นเพื่อนว่าเหตุใดถึงไม่ยอมย้ายออกไปอยู่ข้างนอก ดารินให้คำตอบว่าเพราะก่อนที่ผู้เป็นบิดาบบุญธรรมจะจากไป ได้ขอเอาไว้ให้ดารินช่วยดูแลดรุงจิต ราวกับบิดาบุญธรรมของดารินไม่อาจคาดหวังบุตรชายคนเดียวของตนได้ ซึ่งก็เห็นจะเป็นอย่างนั้นจริง ๆ

อีกทั้งดารินนั้นเป็นคนที่มีจิตใจดีขี้สงสาร เป็นเธอหน่อยไม่ได้ หากคนเดียวที่จะทำให้เธอรอดพ้นจากวิกฤตไปได้คือดารัณ เธอสัญญาเลยว่าจะไปลากคอเขาจากอเมริกากลับมาเมืองไทยให้รู้แล้วรู้รอดไป

คนอะไรใจร้ายชะมัด รู้ทั้งรู้ว่าน้องสาวของตัวเองกำลังลำบาก ไม่คิดจะหันกลับมาดูดำดูดีกันหน่อยหรือไง

จะเป็นไอ้ขี้แพ้หลบลี้หนีหน้าไปอีกนานแค่ไหน

แค่คิดมาถึงตรงนี้วรนันก็พ่นลมหายใจแรง หงุดหงิดขึ้นมาเสียเฉย ๆ

งั้นแกอยากได้กาแฟเพิ่มสักหน่อยไหม เดี๋ยวฉันไปชงให้

เพราะป่านนี้แม่บ้านของดารินพากันเข้าห้องนอนหมดแล้ว

ขอเข้ม ๆ นะนันดารินว่าพลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้แล้วหลับตาลง

วรนันลุกขึ้นจากพื้นพรมที่นั่ง บางครั้งก็ขึ้นนั่งบนโซฟาแล้วใช้โต๊ะรับแขกเป็นโต๊ะทำงานแล้วเดินออกจากห้องหนังสือที่คนทั้งคู่ใช้เป็นห้องทำงานมาทั้งวันไป

ด้านนอกเป็นห้องโถงสำหรับสมาชิกในบ้าน มีเพียงแสงไฟสลัวรางที่เปิดทิ้งไว้ ร่างระหงเดินตัดผ่านโถงทางเดินทอดยาวผ่านห้องรับแขกใหญ่อีกห้องไปยังห้องครัวที่อยู่ท้ายตัวบ้าน หรือเรียกให้ถูกก็คือคฤหาสน์ริมน้ำเจ้าพระยาที่กินอาณาบริเวณขนาดใหญ่อาจจะเกือบสิบไร่เห็นจะได้

คฤหาสน์ขนาดใหญ่ที่เธออยู่ตอนนี้ สมาชิกทุกคนอาศัยอยู่ที่นี่ ซึ่งก็มีแค่ดรุนจิตกับดารินเท่านั้น อีกคนก็คือดารัณที่หากเขาอยู่ด้วยก็ไม่ได้อาศัยอยู่ในตึกนี้เสียทีเดียว เพราะส่วนมากเจ้าตัวมีห้องชุดอยู่ใจกลางเมือง นัยว่าซื้อทิ้งไว้เมื่อเกือบสิบปีก่อนตั้งแต่ยังเรียนมหาวิทยาลัย ก่อนจะพาตัวเองหนีความเจ็บช้ำไปอยู่อเมริกาและแทบไม่กลับมาอีกเลยนับจากนั้น

ก็หลังจากที่เรื่องราวชวนให้ยอกแสยงใจจบลงนั่นล่ะ เคยได้ยินว่าเขากลับมาครั้งสองครั้ง แต่วรนันก็ไม่มีโอกาสได้เจอเขา และเท่าที่รู้ก็ไม่มีทีท่าจะได้ยินว่าดารัณจะกลับมาไทยอีกแล้วในเร็ว ๆ นี้

ป่านนี้เขาอาจจะอยู่กินกับคนรักใหม่ของเขาที่เข้ามาดามหัวใจอันบอบช้ำของเขาไปแล้วกระมัง หรือไม่อีกที ก็ยังฝังจิตฝังใจเรื่องราวในอดีต จนไม่อยากกลับมาแล้ว

วรนันเคยถามดารินหลายครั้ง ว่าถ้าดรุงจิตวางมือจริง ๆ แล้วดารัณไม่กลับมา จะทำยังไง

คำตอบคือ ก็คงต้องปล่อยให้สรศักดิ์ที่มีศักดิ์เป็นอาของดารัณตอนนี้ เขาเป็นหนึ่งในคณะกรรมการและยังมีตำแหน่งรองประธานพ่วงมาด้วยรับหน้าที่บริหารต่ออย่างไรเล่า

แค่คิดวรนันก็ถอนหายใจ เธออยากเป็นใครสักคนที่สามารถโน้มน้าวใจดารัณได้จังเลย

PSK จะถึงกาลอวสานเป็นแน่แท้หากปล่อยให้ตกไปอยู่ในมือของสรศักดิ์ เธอไม่เข้าใจเลยสักนิด ทำไมคณะกรรมการคนอื่น ๆ หรือแม้แต่ดรุงจิตถึงไม่เห็นความสำคัญของดาริน

ทั้งที่จะว่าไปแล้ว ดารินก็เป็นบุตรบุญธรรมถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่างของศิรธรรม หรือแท้จริงแล้วดรุงจิตมั่นใจว่าอย่างไรเสียดารัณก็ต้องกลับมา

วรนันได้แต่ถอนหายใจซ้ำ ๆ ตอนนี้ดูเหมือนจะมีแค่หนทางเดียวที่จะทำให้เธอและคนเป็นเพื่อนอยู่รอด นั่นคือการต้องทำให้โครงการที่กำลังยื่นเสนอต่อคณะกรรมการผ่านเท่านั้น

คำถามคือเธอกับดารินมีเวลาเพียงหนึ่งเดือนครึ่งนับจากนี้สำหรับการจัดเตรียมร่างโครงการ สำรวจ และสรุป จากนั้นจึงถึงเวลานำเสนอ

ตัวช่วยก็ถูกยายมโนชาดึงไปอยู่ด้วยในทีมหมดแล้ว แค่คิดก็นึกเกลียดอดีตดาวคณะอย่างมโนชาจับใจ กระนั้นก็อดสมน้ำหน้าหญิงสาวผู้นี้ลึก ๆ ในใจไม่ได้ ตามจีบดารัณมาเนิ่นนานทว่าอีกฝ่ายก็ไม่เคยเหลียวแล แม้มโนชาจะสะสวยปราดเปรียว แต่ดารัณดันไปคว้าเพื่อนสนิทของมโนชามาเป็นคนรักหักหน้ากันเสียยับเยิน

ก็ไม่รู้ว่าที่มโนชาเข้ามาทำงานกับPSKนั้นเพราะแค้นเคืองอยากเอาคืนที่ดารัณไม่เลือกตน แต่ดันไปเลือกรักกับเพื่อนสนิทของตัวเองแทน หรือเพราะยังตัดใจจากดารัณไม่ได้เสียก็ไม่รู้แน่ชัดนัก

วรนันกดเปิดสวิตไฟในห้องครัวขนาดใหญ่ เหลียวหากาต้มกาแฟ เมื่อเห็นว่าวางอยู่ในชั้นเกือบบนสุดก็หันไปยกเก้าอี้มาวางเพื่อปีนขึ้นไปหยิบ

วรนันเป็นหญิงสาวร่างเล็กสูงไม่ถึงร้อยหกสิบ ผิวไม่ได้ขาวจัดเหมือนดาริน ใบหน้าเรียวเล็กเท่าฝ่ามือ

เอากาต้มกาแฟลงมาได้ หญิงสาวก็หันหาน้ำ หากเมื่อไม่เห็นจึงคิดจะเปิดเอาน้ำจากตู้เย็นที่ตั้งเกือบชิดริมผนังแทน

ยังไม่ทันได้เอื้อมมือไปดึงประตูตู้เย็น เสียงกุกกักด้านหลัง พร้อมกับเสียงอืออาของใครบางคนดังขึ้น

อือ...”

ตึก

วรนันชะงัก เกร็งไปทั้งตัว ไม่ใช่ผีหรอกใช่ไหม ถ้าไม่ใช่ผีแล้วใคร โจรหรือ

ปกติเธอเข้าออกบ้านพงษ์ศักดิ์เกษมจนรู้ดีเกือบทุกซอกทุกมุม รู้แม้กระทั่งว่าคนในบ้านหลับนอนและตื่นกันตอนกี่ยาม

แถมการจะเข้าออกบ้านพงษ์ศักดิ์เกษมก็ไม่ใช่เรื่องงายเสียด้วย มีรักษาความปลอดภัยกันยี่สิบสี่ชั่วโมง

แล้วเสียงหอบหายใจ อืออานั่นเสียงใคร

ร่างบางค่อยๆหันหลังกลับไปช้า ๆ ค่อย ๆ ชะโงกหน้าออกจากมุมกำแพงของห้องครัว ภาพที่ปรากฎท่ามกลางแสงสลัวคือร่างสูงใหญ่คุ้นตากำลังตระกองกอดร่างของสตรีผู้หนึ่งที่กำลังโอบรัดเรียวขาขาวผ่องไว้กับเอวของอีกฝ่าย

ที่สำคัญไปกว่านั้นคือคนทั้งสองกำลังกอดจูบกันอย่างดูดดื่ม ชนิดที่ว่าไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนทั้งนั้น

และที่ทำให้คนแอบมองเบิกตากว้างมากกว่าเดิมแถมต้องรีบยกมือขึ้นปิดปากกลั้นเสียงหวีดร้องตกใจคือ เมื่อฝ่ายชายเอียงองศาใบหน้ามาด้านข้างขณะที่เรียวปากยังบดจูบฝ่ายหญิงที่หันหลังให้เธออยู่

เพียงแค่เสี้ยวหน้าของใครคนนั้น เธอเห็นใบหน้าของเขาได้ชัดเจน

โอ... เขากลับมาแล้ว...

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!