เล่ห์พรายลายรัก

ตอนที่ 9: ตอนที่ 9

👁️ 6 อ่าน
22px

ตอนที่ 9

 

วรนันใช้เวลาไม่นานนักสำหรับการอาบน้ำ ร่างระหงที่พันกายไว้ด้วยผ้าขนหนูเดินออกมาจากห้องน้ำ รู้สึกสดชื่นมากพอที่จะอยู่ทำงานต่ออีกสักสามสี่ชั่วโมงหรือมากกว่านั้น

คิดเอาไว้ว่ากลับคอนโดไปเธอก็คงไม่ต้องอาบน้ำแล้ว เข้านอนได้เลย

หากในขณะที่กำลังจะเดินไปยังห้องเสื้อผ้าที่อยู่ทางด้านขวามือ หางตากลับเห็นบางอย่างเคลื่อนไหว เมื่อหันมองเต็มตาวรนันก็ต้องเบิกตากว้าง

ดารัณ!

ร่างสูงของเขานั่งลงบนเตียงกลางห้องนอน

เขาเข้ามาทำอะไรในนี้! สองมือบางยกขึ้นปิดหน้าอกที่พันไว้ด้วยผ้าขนหนูหมิ่นเหม่เพราะไม่คิดว่าจะมีชายหนุ่มที่ไหนเข้ามาในห้องนี้

“ตกใจอะไร ฉันไม่ใช่ผีเสียหน่อย”

“ยิ่งกว่าผีอีกค่ะ คุณรัณเข้ามาทำไมคะ”

“จะให้ฉันพูดซ้ำๆไปถึงไหนหะ ว่าที่นี่น่ะบ้านฉัน” เขากล่าวหน้าตาย

พลางก้าวตัวขึ้นไปบนเตียงเอนหลังพิงพนักเตียงไว้แล้วเหยียดขายาวด้วยท่วงท่าแสนสบาย ไม่สนใจว่าคนที่ยืนอยู่หน้าห้องน้ำนั้นขากำลังสั่น

“แต่คุณรัณจะเข้ามาตอนที่นันอยู่ไม่ได้ แล้วถ้าใครมาเห็นเข้าจะทำยังไงคะ”

เขาไหวไหล่

วรนันมองท่าทางของเขาแล้วรู้สึกคันยุบยิบในใจ

“ใครจะกล้าทำอะไรในเมื่อฉันเป็นเจ้าของบ้าน เอะเธอนี่จะต้องให้ฉันบอกอีกกี่ร้อยครั้งกัน”

หญิงสาวกัดฟันกรอด โทสะวิ่งพล่านจนนึกอยากเก็บความคิดชั่วร้ายที่อยากเดินเข้าไปแล้วยกมือฟาดเขาแรงๆสักทีให้สาแก่ใจ

กระนั้นสิ่งที่ทำได้คือสูดลมหายใจหนักๆแล้วเค้นเสียงให้ราบเรียบที่สุด

“งั้นคุณรัณช่วยออกไปรอข้างนอก ขอนันแต่งตัวก่อนได้ไหมคะ”

“ไม่” เขายังคงหน้าตาย มองร่างระหงที่ยังคงมีหยดน้ำเกาะพราวบนใบหน้า และแม้เจ้าตัวจะยกมือขึ้นปิดบังเนินอกอิ่มเอาไว้

หากสายตาของเขาก็มองทะลุทะลวงคาดคะเนไปต่างๆนาๆจนคนถูกมองรู้สึกร้อนผ่าวระคนอึดอัดไปหมด

ไม่ต่างจากค่ำคืนนั้นที่เขาเผลอก้มลงจูบ...

จะว่าเพราะยังคงมีฤทธิ์แอลกอฮอล์อยู่ในกายก็ดูจะกลายเป็นการแก้ตัวอย่างน่าอาย เพราะคืนนั้นเขาดื่มไวน์ไปแค่แก้วเดียวเท่านั้น

ร่างระหงที่นอนคุดคู้บนโซฟาตัวยาวในห้องหนังสือของบ้าน ใบหน้าอ่อนเยาว์

แก้มอมชมพูระเรื่อกับริมฝีปากอิ่มสีเดียวกันที่ไร้การแต่งแต้มใดๆทำให้เขาที่เดินเข้ามาในห้องหนังสือเพื่อความแน่ใจบางอย่างอดใจไม่ไหว ก้มหน้าลงประทับเรียวปากอุ่นกับริมฝีปากอิ่มของวรนัน

แต่จะเพราะอะไรที่เขาทำลงไปแบบนั้น ดารัณก็ไม่อาจบอกตัวเองได้อย่างชัดเจน หากเขารู้เพียงอย่างเดียวว่า

จูบเดียวในค่ำคืนนั้นไม่เพียงพอสำหรับเขา และแม้เจ้าตัวจะยังหลับใหลหรืออาจจะสลึมสะลือเสียก็ไม่รู้

แต่อาการจูบตอบเขาแบบเงอะๆงะๆอย่างน่ารักน่าชังนั้นทำให้อารมณ์ของเขาแตกกระเจิง

ดารัณอยากทำมากกว่านั้น อยากเข้าไปอยู่ในตัวของวรนันเสียเดี๋ยวนั้นแต่เขาต้องห้ามใจ

วรนันไม่เหมือนคนอื่น หญิงสาวคนนี้ไม่เคยให้ความสนใจเขาเหมือนหญิงสาวคนอื่นที่อยู่รอบกายเขา

แถมยังคอยมองเขาด้วยแววตารังเกียจที่เขาไม่แน่ใจว่าคิดไปเองหรือเจ้าตัวรังเกียจเขาจริงๆ หากเพราะเมื่อก่อนเขายังเด็กนัก

แถมเจ้าตัวยังเป็นเพื่อนสนิทกับน้องสาวของตัวเอง ทำให้เขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับวรนันสักเท่าไหร่ นอกจากรับรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาว เข้าออกบ้านเขาบ่อยๆหากก็ไม่ค่อยได้สนทนากันมากนัก

กระทั่งเมื่อดวงตากลมโตวาวระยับเบิกกว้างตกใจ แปลกใจ และคล้ายว่าเขาจะมองเห็นความผิดหวังอยู่ในนั้นตอนที่เขากำลังจูบโรมรันอยู่กับมโนชา

ดารัณยอมรับว่าแสงจากดวงตาคู่นี้นั้นกระทบใจเขาอย่างประหลาด แม้กระทั่งในตอนที่เขากำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับมโนชาบนเตียง

แสงจากดวงตาของวรนันก็ยังไม่หายไปจากความคิดเขา

สุดท้ายก็จบลงที่เขาต้องหยุดกิจกรรมบนเตียงอย่างหัวเสียเล็กๆที่หมดอารมณ์ไปเฉยๆ

มโนชาเองก็คงไม่ต่างกัน

กระนั้นเพราะอีกฝ่ายยังต้องการเขา จะให้โมโหโทโสหัวฟัดหัวเหวี่ยงใส่เขาอีกฝ่ายก็คงไม่กล้าทำ

ดารัณพามโนชาไปส่งที่คอนโดหญิงสาวใจกลางเมืองแล้ววกรถกลับมา เขารีบอาบน้ำชำระร่างกายเรียกความสดชื่นแล้วออกตามหา...

จนกระทั่งเจอร่างเล็กนอนขดอยู่บนโซฟาในห้องหนังสือ บนโต๊ะรับแขกข้างตัวรวมทั้งบนพื้นพรมเต็มไปด้วยเอกสารมากมายที่เขาไม่ได้ให้ความสนใจ

เพราะสิ่งเดียวที่เขาสน คือดวงหน้าเรียวเล็กจิ้มลิ้มที่กำลังหลับใหลนั่นต่างหาก

“คุณรัณ!”

เขาเลิกคิ้วพลางเลื่อนตัวลงนอนราบไปบนที่นอน

เห็นเขายังใส่ชุดเดิมที่เพิ่งกลับเข้ามาหลังจากออกไปเกลือกกลั้วกับยายมโนชา วรนันก็ทำหน้าสะอิดสะเอียน

“ก็แต่งตัวไปสิ ฉันอยากพักสายตาสักหน่อย เพลียจังเลย”

ยี๊ คนอะไรพูดออกมาได้หน้าไม่อาย

ชายหนุ่มหลับตาลงเอียงใบหน้าไปอีกทาง

วรนันไม่รู้จะทำอะไรดีไปกว่านั้น เธอควรหาทางแต่งตัวให้เรียบร้อยให้เร็วที่สุด หญิงสาวรีบเดินไปแต่งตัวอย่างเร็วที่สุดอย่างที่ไม่เคยเร็วมาก่อนในชีวิต หากไม่ว่าเธอจะเร็วเท่าไหร่ ก็คงไม่เท่าที่ดารัณหลับไปแล้วจริงๆ

สังเกตได้จากที่เขานอนนิ่งในท่าเดิมเช่นเมื่อครู่ หน้าอกกระเพื่อมเป็นจังหวะสม่ำเสมอ

วรนันไม่คิดจะเอ่ยเรียกเขา

หญิงสาวรีบถลาตัวไปยังประตูห้องนอน เปิดออกและปิดลงอย่างเบามือที่สุด เมื่อออกมาได้แล้วก็ไม่วายหันกลับไปค้อนให้กับประตู

สมน้ำหน้า เชิญหลับไปเลย คนอะไรมันถึงได้ชอบแกล้งกันไม่หยุดหย่อนนักนะ!

 

“ทำไมแกถึงได้ชอบทำหน้าตาตื่นตอนกลางคืนนักยายนัน ทำอย่างกับบ้านฉันมีผีงั้นแหละ”

วรนันยกมุมปาก

ยิ่งกว่าผีนะสิ

“กลัวจะดึกเกินน่ะ เลยรีบวิ่งมา หน้าตาฉันเลยเป็นแบบนี้” หญิงสาวบอกปัดหน้าตาย

ใจยังเต้นระรัวไม่หาย ไม่เข้าใจทำไมดารัณถึงได้ชอบทำตัวแปลกๆนัก

ห้องหับตัวเองไม่มีหรือไงถึงต้องมานอนห้องคนอื่น

แม้จะอ้างว่าเป็นบ้านของตัวเองก็เถอะ ดารัณนี่ช่างงี่เง่าเป็นเด็กเสียจริง

“ดึกก็ไม่เห็นเป็นไร แกคิดจะกลับคอนโดอีกเหรอ นอนมันเสียที่นี่แหละ ยังไงเสียห้องนั้นคุณแม่ก็ยกให้แกเรียบร้อยแล้ว”

เป็นดรุงจิตเองนั่นล่ะ

ที่ออกปากให้ดารินย้ายไปนอนห้องนอนใหญ่อีกห้องที่ติดกันกับห้องนาง

แล้วให้เด็กในบ้านจัดห้องเดิมของดารินให้ใหม่เพื่อให้วรนันพักห้องนั้นแทนการพักห้องรับรองแขกที่ให้เด็กในบ้านคอยทำความสะอาดอาทิตย์ละครั้ง

วรนันได้แต่ทำเสียงเหอะในใจ

อีตาพี่ชายสุดรักของแกจะได้มาทวงความเป็นเจ้าบ้านยิกๆน่ะสิ แถมตอนนี้ยังครองเตียงนั้นเสียเต็มเตียงไปแล้วด้วย

อยากจะรู้เหมือนกันว่าถ้าดารินรู้ว่าพี่ชายตัวเองเข้าไปนอนห้องนั้น ดารินหรือแม้แต่คนในบ้านจะว่ายังไง

“ค่อยว่ากัน” เธอกล่าวตัดบท ถ้าดึกมากแล้วต้องนอนเสียที่นี่

โซฟาในห้องนี้ก็เป็นที่นอนให้เธอได้

 

เพราะต้องทำพร้อมกันสองโครงการ ข้อมูลจึงกลายเป็นเท่าตัว

กาแฟแก้วล่าสุดตอนที่แม่บ้านสูงวัยเอาส่งให้เมื่อตอนสามทุ่มเหือดแห้งไปแล้ว

ดารินนั้นหนีไปนอนตั้งเที่ยงคืน หญิงสาวมองเวลาบนหน้าจอแล็ปท็อป นาฬิกาบอกเวลาตีหนึ่งกว่า

หนังตาของวรนันก็แทบจะปิดอยู่รอมร่อ แต่ก็ยังฝืนทำต่อไปอีกหน่อยจนกระทั่งฟุบหลับไปกับแป้นพิมพ์

...คนที่ยืนกอดอกเอนตัวพิงไหล่ไว้กับขอบประตูบานใหญ่หัวเราะเบาๆกับสภาพของสาวเจ้า ผงกศีรษะอยู่หลายรอบแต่ก็ยังฝืนต่อ

...ฝันของวรนันมักเป็นเรื่องดีให้อบอุ่นหัวใจและหวามไหวเสมอ แต่จะเป็นเพราะช่วงนี้มีร่างสูงใหญ่ของใครคนนั้นเข้ามาชิดใกล้จนเกินความจำเป็น

หรือเพราะตลอดสิบปีที่ผ่าน เธอไม่เคยลืมเรื่องราวของเขาเลยกัน

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!