เกิดใหม่ทั้งที ขอเปิดร้านข้าวแกงให้รุ่ง

ตอนที่ 3: เดินตลาดฉบับเชฟ กับปิ่นโตกะเพราคั่วแห้ง

👁️ 52 อ่าน
22px

แสงแดดอุ่นจัดจ้าลอดผ่านรอยแยกของหลังคาสังกะสีตกกระทบเปลือกตา ความร้อนแผ่ซ่านปะทะผิวหน้าจนต้องขยับตัวลุกจากฟูกนอนบางเฉียบ เสียงกระดูกสันหลังและข้อต่อลั่นกรอบแกรบจากการนอนผิดท่าบนแผ่นไม้กระดานแข็งกระด้าง กลิ่นความชื้นผสมควันท่อไอเสียรถยนต์โชยมาตามลมพัดลมเพดานเก่าที่หมุนส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด

หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าโปร่งแสงเด้งขึ้นตรงหน้าระดับสายตา

[ภารกิจรายวัน: ปิ่นโตมัดใจเจ้าหนี้] 

[รายละเอียด: ทำอาหารกลางวันส่งให้ 'เสือภูผา' ระดับความพึงพอใจต้องเกิน 80%] 

[รางวัล: แต้มประสบการณ์ 50 แต้ม และกล่องสุ่มวัตถุดิบระดับทั่วไป 1 กล่อง] 

[บทลงโทษเมื่อล้มเหลว: หนี้สินเพิ่มขึ้น 100,000 บาท]

นิ้วมือสิบนิ้วกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกฝ่ามือ หนี้สองล้านบีบคออยู่ทุกลมหายใจเข้าออก บทลงโทษพวกนี้กะจะบีบให้ตายกันไปข้าง มือขวาคว้าแบงก์พันสีเทาที่เสือภูผาทิ้งไว้เมื่อวานขึ้นมายัดใส่กระเป๋ากางเกงขาสั้นเนื้อหยาบ

สองเท้าสวมรองเท้าแตะยางฟองน้ำย่ำลงบนพื้นปูนซีเมนต์หน้าเพิงพัก เดินตรงไปยังจักรยานแม่บ้านสีแดงสนิมเขรอะที่จอดพิงเสาไม้ มือซ้ายจับแฮนด์จักรยานที่หุ้มด้วยพลาสติกเหนียวหนึบ ออกแรงถีบลูกบันไดพลาสติกพารถเคลื่อนตัวออกไป โซ่จักรยานที่ขาดการหยอดน้ำมันหล่อลื่นส่งเสียงดังเสียดแก้วหูไปตามถนนขรุขระ ล้อรถเหยียบแอ่งน้ำขังจนน้ำโคลนสีขุ่นกระเด็นเลอะขอบกางเกง เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นตามไรผม หยดลงบนเสื้อยืดสีมอซอ ลมยามเช้าตีเข้าหน้าไม่ได้ช่วยคลายความร้อนจากสภาวะร่างกายที่ขาดสารอาหาร

ตลาดสดตอนตีห้าครึ่งคลาคล่ำไปด้วยผู้คน เสียงมีดอีโต้สับกระดูกบนเขียงไม้เนื้อแข็งดังสะท้อนก้อง เสียงแม่ค้าตะโกนบอกราคาแข่งกับเสียงเครื่องยนต์รถส่งของ กลิ่นคาวปลาสด กลิ่นดินโคลน และกลิ่นเครื่องเทศพริกแห้งเตะจมูกผสมปนเปกัน ล้อจักรยานบดเบียดกับพื้นกระเบื้องเปียกแฉะของตลาด ขาซ้ายยันพื้นหยุดรถ จอดพิงเสาไฟฟ้าปูนซีเมนต์ เดินหลบแอ่งน้ำเฉอะแฉะตรงไปยังเขียงหมูเจ้าประจำ

"ป้า เอาหมูสับครึ่งกิโล" ผมชี้ไปยังก้อนเนื้อสีแดงสดบนแผงสแตนเลส

"เอาแบบเนื้อแดงล้วนไหมลูก หรือติดมันนิดหน่อย" ป้าเจ้าของร้านนำผ้าขนหนูสีตุ่นคาดเอวมาเช็ดมือที่เปื้อนคราบมัน

"ไม่เอาแบบบดสำเร็จครับ" ผมกวาดสายตามองชิ้นส่วนเนื้อหมูที่แขวนบนตะขอเหล็กเหนือหัว เล็งหาชิ้นส่วนที่สมบูรณ์แบบที่สุด "ขอเนื้อสันคอชิ้นนั้น สีชมพูอ่อนมีไขมันแทรกเป็นลายหินอ่อน เอามาหั่นแล้วบดใหม่ ขอแบบหยาบไม่ต้องละเอียดมาก แล้วก็ขอมันหมูแข็งๆ แถมให้ผมสักก้อนด้วยนะป้า"

ป้าแม่ค้าเลิกคิ้วสูง ริมฝีปากอ้ากว้าง คนจ่ายตลาดทั่วไปมักเลือกหมูบดสำเร็จรูปในถาดเพื่อประหยัดเวลา การเจาะจงส่วนสันคอและสั่งบดหยาบคือเทคนิคการรักษาสัมผัสเนื้อเวลาเคี้ยวให้สู้ฟัน ไม่เละเปื่อยเป็นโจ๊กเวลาโดนความร้อนจากกระทะ

"ตาถึงนะเรา รอเดี๋ยว ป้าจัดการให้" ป้าปลดก้อนสันคอลงจากตะขอ หั่นแบ่งชิ้นส่วนแล้วดึงก้อนเนื้อเข้าเครื่องบดเหล็ก เสียงมอเตอร์ทำงานครางกระหึ่ม เนื้อหมูบดหยาบสีชมพูสลับขาวร่วงหล่นลงถุงพลาสติก ป้าหยิบมันหมูชิ้นใหญ่ใส่ถุงแยกมาให้อีกก้อนตามคำขอ

ผมรับถุงพลาสติกใส่น้ำแข็งแช่หมูมาถือไว้ ความเย็นเฉียบส่งผ่านผิวเนื้อถุงพลาสติก สองเท้าก้าวเดินลัดเลาะไปโซนผักสด เลือกร้านแบกะดินของคุณยายที่ปูใบตองทับกระดาษหนังสือพิมพ์วางขายผักพื้นบ้าน

"ยาย กะเพรากำนี้เท่าไหร่" ผมชี้ไปยังกะเพราใบเล็กจิ๋วสีเขียวอมม่วง มีรอยหนอนเจาะเป็นรูประปราย วางซ้อนกันอยู่สามสี่กำ

"กำละสิบบาท เอากี่กำล่ะพ่อหนุ่ม" มือเหี่ยวย่นตามวัยหยิบกำกะเพราขึ้นมาสะบัดน้ำฝอย

"เอาสามกำเลยจ้ะ" ผมหยิบแบงก์ยี่สิบและเหรียญสิบส่งให้ คนทำอาหารทั่วไปมักชอบใบกะเพราขนาดใหญ่สีเขียวสดไร้รอยแมลง สำหรับคนจับตะหลิวระดับมืออาชีพ กะเพราใบเล็กที่มีสีม่วงปน หรือกะเพราแดง คือสุดยอดวัตถุดิบ กลิ่นฉุนและน้ำมันหอมระเหยรุนแรงกว่ากะเพราขาวใบใหญ่หลายเท่า

เงินทอนถูกเก็บใส่กระเป๋า ผมเดินจ่ายเงินซื้อพริกขี้หนูสวนเม็ดเล็กจิ๋ว พริกจินดาสีแดงสด กระเทียมไทยกลีบเล็กสีม่วงอ่อนที่ลอกเปลือกยากแต่ให้กลิ่นหอมจัด และไข่เป็ดฟองโตก้นตะกร้ากลับมาที่ตะแกรงหน้ารถจักรยาน

ล้อจักรยานบดถนนกลับมาถึงหน้าเพิงสังกะสี ซากความเสียหายจากฝีมือลูกน้องมาเฟียเมื่อวานยังคงเด่นชัด ผมจัดการเก็บกวาดเศษกระจกที่แตกกระจายเกลื่อนพื้น นำแผ่นพลาสติกใสขุ่นมาขึงปิดโครงอะลูมิเนียมกันฝุ่นละอองชั่วคราว ก่อนจะลงมือล้างทำความสะอาดวัตถุดิบทั้งหมดผ่านสายน้ำไหลเย็น มือจับมีดหั่นผักเล่มเล็ก หั่นมันหมูแข็งโยนลงกระทะเหล็กสีดำสนิทบนเตาแก๊ส บิดลูกบิดเปิดไฟอ่อนสุด

เสียงน้ำในมันหมูเดือดปุด ก้อนมันสีขาวขุ่นคลายน้ำมันใสเยิ้มออกมา ขอบชิ้นมันหมูหดเล็กลง ผิวสัมผัสเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ฟองอากาศเล็กๆ ผุดรอบชิ้นมันหมู กลิ่นหอมคั่วกระทะเตะจมูก ผมใช้ตะหลิวไม้คนกากหมูไม่ให้ติดก้นกระทะ ตักกากหมูสีเหลืองกรอบขึ้นพักบนตะแกรงสแตนเลส เสียงน้ำมันหยดติ๋งลงถาดรอง เทน้ำมันหมูสีใสแจ๋วใส่ชามกระเบื้องเคลือบแยกไว้

เมนูมัดใจเจ้าหนี้วันนี้คือ ข้าวกะเพราหมูสับสันคอคั่วแห้ง โปะไข่ดาวเป็ดลาวา

มือซ้ายหยิบครกหินเก่าหนักอึ้งวางลงบนโต๊ะพับพลาสติก โยนพริกขี้หนูสวนสีเขียวเม็ดจิ๋ว พริกจินดาสีแดง และกระเทียมไทยกลีบเล็กทั้งเปลือกบางลงไป การใช้เครื่องปั่นไฟฟ้าจะปั่นทำลายเนื้อสัมผัสและกลิ่นของสมุนไพรจนแหลกเหลว สากหินในมือขวากระทบก้นครกเสียงดัง โป๊ก โป๊ก โป๊ก เป็นจังหวะหนักแน่น น้ำมันหอมระเหยจากกระเทียมและพริกแตกตัว กลิ่นฉุนกึกเตะจมูกจนต้องสูดปาก ขยับสากบดขยี้พริกกระเทียมพอหยาบ ไม่ละเอียดจนเป็นน้ำ

มือขวาบิดลูกบิดเตาแก๊สเร่งไฟแรงสุด เปลวไฟสีแดงอมฟ้าพุ่งขึ้นมาเลียก้นกระทะเหล็กจนส่งเสียงฟู่ กระทะเหล็กแผ่รังสีความร้อนระอุ ควันสีขาวบางลอยขึ้นเหนือผิวกระทะ ผมตักน้ำมันหมูที่เพิ่งเจียวใหม่ลงไปสองช้อนโต๊ะ รอจนน้ำมันเดือดจัด ตวัดพริกกระเทียมโขลกหยาบจากครกหินลงไปกึ่งกลางน้ำมัน

ซู่!

เสียงของสดปะทะน้ำมันเดือดดังสนั่น ควันสีขาวพวยพุ่ง กลิ่นฉุนรุนแรงของพริกกระเทียมทอดน้ำมันระเบิดออก ผมจามติดกันสามครั้งจนน้ำตาเล็ด การผัดกะเพราที่ไม่ได้กลิ่นฉุนจนคนผัดจามแปลว่ายังไม่ถึงเครื่อง มือจับตะหลิวไม้สนิมเขรอะคนส่วนผสมในกระทะฉับไว สีพริกกระเทียมเปลี่ยนเป็นเหลืองทองส่งกลิ่นหอมจัดจ้าน

มือซ้ายคว้าชามหมูสับสันคอเทลงไป ยีเนื้อหมูบดหยาบให้กระจายตัวไม่จับเป็นก้อน เสียงน้ำในเนื้อหมูระเหยปะทะเหล็กร้อนดังฉ่า เนื้อสีแดงสดสุกขาวรัดตัวเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อน

ตวัดข้อมือหยิบขวดซอสปรุงรส เหยาะซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว ซอสฝาเขียวลงไปตามสัดส่วนที่คำนวณไว้ในหัว เหยาะซีอิ๊วดำแต่งสีเพียงเล็กน้อย โรยน้ำตาลทรายปลายช้อนเพื่อตัดรสเค็มแหลม มือขวากำด้ามกระทะเหล็กแน่น สะบัดกระทะเหล็กกระดกขึ้น เปลวไฟลุกพรึบเลียขอบกระทะข้ามมาสัมผัสเนื้อหมู กลิ่นกระทะไหม้แทรกซึมเข้าเนื้อหมู คั่วตะหลิวไปมาจนน้ำซอสแห้งงวดซึมเข้าเนื้อหมูทุกอณู ไร้น้ำเจิ่งนองกวนใจก้นกระทะ

กำใบกะเพราแดงที่เด็ดเตรียมไว้ใส่ลงไปเต็มกำมือ มือซ้ายปิดลูกบิดไฟเตาแก๊ส ใช้ความร้อนที่หลงเหลือในเหล็กหนาพลิกกระทะสามสี่ครั้งให้ใบกะเพราสลบ กลิ่นกะเพราแดงพุ่งทะยานผสมความเผ็ดร้อนของพริกกระเทียม

ตักกะเพราคั่วแห้งสีสันเข้มข้นพักไว้บนจานกระเบื้อง หยิบกระทะใบเล็กอีกใบตั้งไฟ เทน้ำมันหมูลงไปจนท่วมก้นกระทะ รอจนน้ำมันร้อนจัดควันลอยบาง มือขวาตอกไข่เป็ดฟองโตก้นตะกร้าลงไปตรงกลาง

ไข่ขาวบานฟูฟ่องปะทะน้ำมันเดือด เสียงแตกฟองปุดๆ ดังระงม มือขวาจับตะหลิวไม้วิดน้ำมันร้อนราดขอบไข่ขาวให้สุกกรอบเกรียมสีเหลืองทอง ข้อมือขยับแม่นยำระวังไม่ให้น้ำมันร้อนโดนไข่แดงตรงกลาง ขอบไข่ดาวกรอบฟูงอตัว ไข่แดงตาน้ำสีส้มสดนูนเต่งไหลเยิ้ม

เวลาสิบเอ็ดโมงครึ่ง ปิ่นโตเถาสังกะสีแบบย้อนยุคถูกนำมาวางบนโต๊ะ ชั้นล่างสุดบรรจุข้าวสวยหอมมะลิควันฉุย ชั้นต่อมาตักกะเพราหมูสับคั่วแห้งสีสันจัดจ้านใส่ลงไปจนเต็ม และโปะไข่ดาวเป็ดลาวาไว้ด้านบนสุด ปิดฝาปิ่นโตล็อกสนิท

รถกระบะสี่ประตูสีดำแล่นมาจอดเทียบริมถนน ยางล้อบดพื้นซีเมนต์หน้าตลาด ลูกน้องมือขวาหน้าบากของเสือภูผาก้าวลงมาจากเบาะคนขับ รองเท้าหนังเหยียบลงบนแอ่งน้ำขัง ใบหน้ามีรอยแผลเป็นบึ้งตึง หัวคิ้วกดลึก มันเดินล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็คเข้ามาหยุดยืนหน้าตู้ที่ขึงพลาสติกใสขุ่น

"เสร็จรึยังวะไอ้เด็กเมื่อวานซืน เฮียสั่งให้กูมารับข้าว" ลูกน้องหน้าบากตวาดลั่น เสียงทุ้มต่ำตวาดก้องจนป้าขายผลไม้แผงข้างๆ ย่นคอก้มหน้าหนี

ผมเดินถือปิ่นโตเถาสังกะสีที่มีไอร้อนระอุแผ่ออกมา ยื่นส่งให้ตรงหน้า

"ผมไม่ได้ใส่กล่องโฟม ใส่ปิ่นโตเก็บความร้อนได้ดีกว่า"

พี่เข้มคว้าหูหิ้วปิ่นโตไปถือไว้ หัวคิ้วกระตุก นิ้วมือสัมผัสความร้อนที่แผ่ออกมาจากเนื้อโลหะ กลิ่นหอมของพริกกระเทียมและใบกะเพราคั่วไฟเล็ดลอดผ่านรอยต่อของชั้นปิ่นโต มันลอยอวลเตะจมูกจนกระเพาะอาหารของนักเลงร่างยักษ์ส่งเสียงร้องโครกคราก

ลูกน้องหน้าบากสูดจมูกฟุดฟิด ลูกกระเดือกบนลำคอหนาขยับขึ้นลง

"กลิ่นอะไรวะ" พี่เข้มถาม เสียงห้าวลดความดุดันลงครึ่งหนึ่ง

"ข้าวกะเพราหมูสับสันคอคั่วแห้ง โปะไข่ดาวเป็ดลาวา" ผมตอบหน้านิ่ง มองปฏิกิริยากลืนน้ำลายของคนตรงหน้า "ฝากบอกเฮียผาด้วย รีบกินตอนยังร้อน ปล่อยให้เย็นไข่ดาวลาวาของผมจะหมดอร่อย"

พี่เข้มกระแอมไอ กวาดตามองซ้ายขวากลบเกลื่อนอาการหิว ชี้หน้านิ้วชี้หนาใส่หน้าผม

"มึงอย่ามั่นใจให้มากนัก เฮียผากินแต่ของแพงระดับภัตตาคารห้าดาว เมื่อวานที่กินข้าวไข่เจียวมึงแค่เพราะเฮียแกหิวจัด วันนี้ถ้าอาหารมึงไม่ได้เรื่อง เฮียสั่งกระทืบมึงจมดินแน่"

นักเลงหน้าบากหันหลังเดินหิ้วปิ่นโตกลับไปเปิดประตูรถกระบะ เหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไป ทิ้งควันไอเสียจางๆ ไว้เบื้องหลัง

สายตามองตามท้ายรถกระบะจนลับหัวมุมถนน ริมฝีปากขยับยิ้ม ระดับภัตตาคารห้าดาวแล้วยังไง คนยืนอยู่ตรงนี้คืออดีตหัวหน้าเชฟมิชลิน

สองเท้าเดินกลับเข้ามาในร้าน มองวัตถุดิบที่เหลืออยู่บนโต๊ะ หมูสับสันคอและกะเพราแดงยังมีพอผัดขายได้อีกหลายสิบจาน ผมลงมือบิดเตาแก๊สอีกครั้ง ผัดกะเพราหมูสับกระทะใหญ่ กลิ่นพริกกระเทียมโขลกสดและใบกะเพราแดงคั่วกระทะเหล็กเดือดพล่านลอยฟุ้งครอบคลุมพื้นที่ตลาด กลิ่นควันไฟผสมผสานกับน้ำมันหมูเจียวเรียกน้ำย่อยผู้คน

หญิงวัยกลางคนสวมเสื้อคอกระเช้าเดินเข้ามาเกาะขอบตู้พลาสติกหน้าร้าน เธอคือป้าจิตร แม่ค้าขายผลไม้แผงถัดไป

"ปั้นลูก เมื่อกี้ป้าได้กลิ่นผัดกะเพราหอมฟุ้งไปถึงแผงผลไม้ป้า ปั้นทำกะเพราขายด้วยเหรอ" ป้าจิตรชะโงกหน้ามองกระทะเหล็กใบยักษ์บนเตา

ผมฉีกยิ้มกว้าง ลูกค้าคนแรกมาถึงหน้าเคาน์เตอร์แล้ว

"ทำจ้ะป้า วันนี้มีข้าวกะเพราหมูสับคั่วแห้ง ป้าจิตรรับสักจานไหมจ๊ะ เดี๋ยวปั้นโปะไข่ดาวกรอบๆ ให้พิเศษเลย"

"หอมขนาดนี้ ป้าเอาข้าวกะเพราจานนึง โปะไข่ดาวกรอบด้วยนะ" ป้าจิตรล้วงมือเข้ากระเป๋าผ้ากันเปื้อน ดึงแบงก์ร้อยยับยู่ยี่ออกมาวางบนโต๊ะ

ผมตักข้าวสวยร้อนจากหม้อไฟฟ้าใส่จานพลาสติกสีชมพูควันฉุย ราดผัดกะเพราหมูสับคั่วแห้งสีสันจัดจ้านลงไปครึ่งจาน โปะไข่ดาวตาน้ำสีส้มสดไหลเยิ้มทับข้าวสวย ยื่นจานข้าวให้ลูกค้าคนแรก

ป้าจิตรรับจานข้าว เดินถือกลับไปที่โต๊ะพับแผงผลไม้ มือขวาจับช้อนสังกะสีตัดไข่แดงลาวา น้ำไข่แดงสีส้มข้นไหลเยิ้มคลุกเคล้าข้าวสวยและหมูสับคั่วแห้ง สอดช้อนส่งเข้าปาก

ดวงตาของหญิงวัยกลางคนเบิกกว้าง ริมฝีปากขยับเคี้ยวรัวเร็ว

"ปั้น! ทำไมมันอร่อยขนาดนี้ลูก หมูนุ่มหนึบเคี้ยวเพลิน รสชาติเข้มข้นเข้าเนื้อ กลิ่นใบกะเพราหอมเตะจมูก ป้ากินข้าวแกงมาทั้งตลาดยังไม่เคยเจอผัดกะเพราอร่อยแบบนี้มาก่อนเลย"

เสียงตะโกนข้ามแผงของป้าจิตรดึงความสนใจผู้คนรอบข้าง คนที่กำลังเดินจับจ่ายซื้อของผ่านไปมาหยุดฝีเท้า กลิ่นกระทะไฟแดงดึงดูดลูกค้าสองสามคนให้เดินเข้ามามุงหน้าตู้เพิงสังกะสี

"น้อง เอากะเพรากล่องนึง ไข่ดาวด้วย" ชายสวมเสื้อวินมอเตอร์ไซค์สีส้มตะโกนสั่งพลางล้วงเหรียญ

"หนู เอาใส่จานกินนี่จานนึง มีเมนูอื่นไหมลูก" หญิงสาวหิ้วถุงผ้าถาม

"ตอนนี้มีแค่กะเพราหมูสับคั่วแห้งครับ รอสักครู่นะครับ" มือขวาจับตะหลิวไม้สนิมตวัดผัดข้าวในกระทะเหล็ก มือซ้ายจับด้ามกระทะกระดกพลิกหมูสับ เสียงฉ่าดังต่อเนื่อง การตักอาหารใส่จานแล้วเห็นลูกค้ายืนล้อมวงรอคอยคือรางวัลของคนทำอาหาร

สถานการณ์การค้าขายกำลังราบรื่น ลูกค้าต่อคิวรอผัดกะเพรากระทะต่อไปยาวออกไปถึงริมฟุตบาท มือขวาตักข้าว มือซ้ายตักกะเพราราด เหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก ยอดเงินในกระป๋องพลาสติกเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ

รถกระบะสี่ประตูสีดำคันเดิมแล่นกลับมาจอดเทียบฟุตบาทหน้าร้าน ล้อรถเสียดสีถนน ลูกค้าที่ยืนรอคิวสะดุ้งหันไปมอง ประตูรถกระชากเปิดออก ร่างสูงใหญ่ของพี่เข้มก้าวลงมาพร้อมใบหน้าเหี้ยมเกรียม ตามด้วยลูกน้องชุดดำสวมแว่นตากันแดดอีกสองคน

คนต่อคิวรอบร้านหน้าถอดสี ขยับตัวถอยห่างจากหน้าร้านข้าวแกง

"หลบไป ขวางทางเดินเว้ย!" พี่เข้มตวาดเสียงแข็ง มือหนาผลักไหล่ลูกค้าผู้ชายคนหนึ่งให้พ้นทาง มันเดินย่ำเท้าเข้ามา ลากเก้าอี้พลาสติกสีแดงมาตั้งกระแทกพื้นหน้าตู้ ทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้าง กอดอกจ้องหน้าผม

ลูกน้องอีกสองคนลากเก้าอี้มานั่งขนาบซ้ายขวา ทำตัวเป็นกำแพงมนุษย์ขวางทางเข้าออกร้าน

"น้อง พี่ว่าพี่ไม่กินแล้วดีกว่า เดี๋ยวพี่ไปกินก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอยแทนนะ" ลูกค้าเสื้อวินมอเตอร์ไซค์พึมพำเสียงสั่น สับเท้าจ้ำอ้าวเดินหนีไปอีกทาง

"ป้าลืมไปว่าต้องไปรับหลาน ไว้คราวหน้านะลูก" ลูกค้าหญิงวัยกลางคนรีบเดินหนีตามกันไป

คิวลูกค้าที่ต่อแถวรอสลายตัวหายไปเกลี้ยงร้าน เหลือเพียงความว่างเปล่าและชายชุดดำสามคนนั่งทำหน้ายักษ์ขมูขี

มือขวาลดตะหลิวไม้สนิมลงแนบข้างลำตัว ฟันกรามบดเบียดเข้าหากันจนปวดร้าว ปลายนิ้วบีบด้ามตะหลิวแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด

"พี่เข้ม มานั่งทำหน้ายักษ์ขวางหน้าร้านผมทำไม ลูกค้าหนีหมดแล้วเห็นไหม" ผมวางตะหลิวลงบนขอบกระทะเหล็ก ก้าวออกมายืนประจันหน้ากับนักเลงร่างยักษ์

"กูก็มาทำตามคำสั่งเฮียผา" พี่เข้มตอบหน้าตาย ไม่สะทกสะท้านกับสายตาขุ่นขวาง "เฮียสั่งให้กูกับพวกมานั่งเฝ้ามึงไว้ กลัวว่ามึงจะหาเรื่องหนีหนี้ กูเป็นเจ้าหนี้ กูก็ต้องมาคุมการลงทุน ผิดตรงไหน"

"คุมการลงทุนบ้าอะไร พี่เล่นมานั่งใส่แว่นดำแผ่รังสีอำมหิตหน้าร้านแบบนี้ หมาที่ไหนจะกล้าเข้ามาซื้อข้าว ถ้าผมขายไม่ได้ ผมจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายดอกเบี้ยเฮียผา" ผมสวนกลับ ชี้มือไปทางถนนที่ว่างเปล่า

"มึงปากดีนักนะ กูมานั่งเฝ้าก็บุญแล้ว ไม่ได้มาทวงเงินรายวันก็ดีแค่ไหน" พี่เข้มลุกพรวดขึ้นยืน ชี้นิ้วใส่หน้าผม ร่างสูงใหญ่ถมึงทึงข่มขวัญ

"ถ้าอยากให้ผมมีเงินใช้หนี้ ก็ลุกออกไปนั่งห่างๆ ไปนั่งท้ายซอยนู่น" ผมชี้ตะหลิวไม้ไล่

"กูไม่ไป เฮียสั่งให้เฝ้า กูก็จะเฝ้าตรงนี้แหละ มึงมีปัญหาอะไร" พี่เข้มดื้อแพ่ง ทรุดตัวลงนั่งไขว่ห้างตามเดิม ยียวนกวนประสาท

มือขวากำด้ามตะหลิวไม้สนิมแน่นจนสั่น อาการปวดขมับเต้นตุบกำเริบขึ้นมา พวกมารผจญขัดลาภการค้าขาย วันนี้ต้องเคลียร์กันให้รู้เรื่อง

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!