ฤดูรักของเราสามคน (3P)

ตอนที่ 1: คนที่ไม่ควรกลับมา

👁️ 9 อ่าน
22px

กลิ่นดินเปียกชื้นลอยอบอวลปะปนอยู่ในอากาศเชียงใหม่ช่วงปลายฤดูฝน

หยาดน้ำย้อยลงมาจากกันหนาหน้าร้านกระทบพื้นดัง เปาะแปะ ไม่ขาดสาย ถนนสายเล็กหน้าร้านเงียบเหงาไร้ผู้คน แสงไฟสีส้มละมุนจากร้านกาแฟเล็ก ๆ สะท้อนลงบนพื้นถนนเปียกโชกจนเห็นเป็นทางยาว

เหนือยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ไม้ ก้มมองแก้วกาแฟในมือโดยไม่ได้สนใจมันจริง ๆ สายตาเหม่อลอยไปกับสายฝนด้านนอก

กริ๊ง—

เสียงกระดิ่งใสเหนือประตูดังขึ้นเบา ๆ ชะงักความคิดที่กำลังล่องลอย

“ยินดีต้อนรับครับ!”

เสียงขยันขันแข็งของคินดังมาจากด้านหลัง ก่อนที่เด็กหนุ่มร่างโปร่งจะเดินถือถาดแก้วกาแฟว่างเปล่าออกมาจากประตูห้องครัว

“พี่เหนือ โต๊ะสามสั่งเค้กเพิ่มอีกชิ้นครับ”

“เอาไปเสิร์ฟก่อนเลย เดี๋ยวพี่จัดใส่จานให้”

“รับทราบครับ!”

คินส่งยิ้มสดใสตาหยีให้เขา ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปยังตู้เค้กอย่างอารมณ์ดี เหนือมองตามแผ่นหลังนั้นอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหลุดยิ้มบาง ๆ ออกมาโดยไม่รู้ตัว

เด็กคนนี้ยิ้มง่ายเกินไป...

ไม่ว่าจะเหนื่อยล้าแค่ไหน หรือร้านจะวุ่นวายจนหัวหมุนเพียงใด คินก็มักจะมีวิธีทำให้บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายและเบาลงได้เสมอ

“พี่เหนือครับ” คินหันกลับมาหาเขาอีกครั้งขณะรอตักเค้ก

“ว่าไง?”

“คืนนี้ถ้าฝนยังตกหนักแบบนี้ พี่ให้ผมขับมอเตอร์ไซค์ไปส่งไหมครับ?”

เหนือเลิกคิ้วเล็กน้อย มองเด็กหนุ่มตรงหน้า “พี่มีรถยนต์”

“ผมรู้ครับ”

“แล้วจะไปส่งทำไม?”

“ก็... อยากไปส่ง นั่งไปเป็นเพื่อนไงครับ ฝนตกตอนดึก ๆ มันเหงา”

คำตอบง่าย ๆ ที่ไร้เล่ห์เหลี่ยมทำเอาเหนือเงียบไปชั่วขณะ รู้สึกทำตัวไม่ถูกขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ก่อนจะทำเป็นส่ายหน้ากลบเกลื่อน

“ทำงานของตัวเองไปเลยไป”

“ครับผม~” คินหัวเราะเบา ๆ อย่างไม่จริงจังนัก แล้วยกจานเค้กเดินออกไปเสิร์ฟลูกค้า

เหนือถอนหายใจยาว พิงหลังเข้ากับเคาน์เตอร์... เขาไม่เคยรู้เลยว่าคินเริ่มเข้ามามีอิทธิพลในชีวิตประจำวันของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกที เด็กตาใสคนนั้นก็กลายเป็นคนที่เขาต้องเห็นหน้าและพูดคุยด้วยในทุก ๆ วันไปแล้ว

เสียงสายฝนด้านนอกเริ่มปะทะกระจกร้านหนาขึ้นเรื่อย ๆ บรรยากาศภายในร้านเริ่มสลัวลงตามแสงอาทิตย์ที่ลับหายไปหลังม่านฝน

จนกระทั่ง—

กริ๊ง—

ประตูร้านถูกดันเปิดเข้ามาอีกครั้ง พร้อมกับความเย็นของลมฝนที่พัดโชยเข้ามา

เหนือเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณเตรียมจะกล่าวทายทาย ทว่าคำพูดกลับจุกอยู่ที่ลำคอ

ผู้ชายร่างสูงคนหนึ่งก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา เสื้อเชิ้ตสีดำของเขาเปียกละอองฝนจนแนบไปกับลำตัว เส้นผมสีเข้มถูกละอองน้ำปัดป้องจนยุ่งเหยิงน้อย ๆ ดวงตาคมกริบคู่ นั้นกวาดมองไปรอบร้านอย่างช้า ๆ ก่อนจะมาหยุดนิ่งลงตรงหน้าเคาน์เตอร์... หยุดลงที่เขา

หัวใจของเหนือกระตุกวูบหนัก ๆ ก่อนจะหยุดเต้นไปชั่วขณะ

เกือบหกปีแล้ว... หกปีเต็ม ๆ ที่ไม่ได้พบกัน

ใบหน้านั้นอาจจะดูคมขึ้น ดูโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย แต่แววตาคู่นั้น... แววตาที่มองตรงมายังเขาด้วยความรู้สึกมากมาย เหนือจำมันได้ดี

เขารู้ดีว่าเขาไม่มีวันลืม

“เหนือ...”

เพียงคำเดียว เสียงทุ้มต่ำที่ไม่ได้ยินมานานแสนนานก็สั่นคลอนโลกทั้งใบของเหนือให้สั่นสะเทือน ความทรงจำที่เขาเพียรพยายามฝังมันไว้ในส่วนลึกที่สุดของหัวใจตีรวนกลับมาพร้อมกันในวินาทีนั้น

คืนสุดท้ายที่ทะเลาะกันอย่างรุนแรง... ถ้อยคำร้ายกาจที่ต่างคนต่างสาดใส่กัน... และแผ่นหลังของผู้ชายคนนี้ที่เดินลับสายตาไปในความมืด โดยไม่หันกลับมามองเขาเลยสักครั้ง

เหนือกำแก้วกาแฟในมือแน่นจนข้อหน้านิ้วขึ้นสีขาวเกร็ง

“ธาม...”

อีกฝ่ายระบายยิ้มบาง ๆ ออกมา... รอยยิ้มแบบเดิม รอยยิ้มที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้เหนือใจอ่อน ยอมยกโทษให้ทุกอย่างเสมอ

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ” ธามเอ่ยทัก น้ำเสียงนุ่มนวล “นาย... สบายดีไหม?”

“สบายดี” เหนือตอบกลับสั้นกุด น้ำเสียงเรียบพร่าจนแทบไร้ความรู้สึก

ธามพยักหน้ารับเบา ๆ “ดีแล้ว...”

“มาทำอะไรที่นี่?” เหนือถามเข้าประเด็นทันที เขาไม่ต้องการการทักทายตามมารยาท

คำถามนั้นทำให้ธามนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับมา “กลับมาอยู่เชียงใหม่”

เหนือหลุบตามองต่ำ แล้วหลุดหัวเราะในลำคอเบา ๆ เป็นเชิงสมเพช “ถาวรเหรอ?”

“น่าจะ...”

คำว่า ‘น่าจะ’ ที่แสนไม่ชัดเจนนั้น จุดประกายความหงุดหงิดขึ้นในใจของเหนืออย่างไม่มีเหตุผล

ตลอดหกปีที่ผ่านมา เขาต้องใช้ทั้งเวลาและความพยายามอย่างหนักหนาสาหัส กว่าจะทำให้ชื่อของ 'ธาม' กลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวความทรงจำที่ไร้ตัวตน แต่ในวันนี้... แค่ได้เห็นหน้า แค่ได้ยินเสียง ทุกสิ่งที่เขาตั้งใจสร้างเพื่อเป็นเกราะป้องกันตัวเองกลับพังทลายลงมาง่าย ๆ ราวกับมันไม่เคยถูกสร้างขึ้นมาเลย

“งั้นก็... ยินดีต้อนรับกลับเชียงใหม่”

เหนือกระแทกแก้วกาแฟลงบนเคาน์เตอร์เบา ๆ เป็นการตัดบท “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เชิญเลือกนั่งที่โต๊ะได้ตามสบาย”

ธามจ้องมองเขานิ่ง สายตาฉายแววเจ็บปวดออกมาครู่หนึ่ง “เหนือ... นอกยังโกรธฉันอยู่เหรอ?”

มือของเหนือที่กำลังหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดเคาน์เตอร์ชะงักกึก เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงหน้าช้า ๆ

“ฉันไม่ได้โกรธ”

“แล้วทำไมต้องทำท่าทางแบบนี้?”

“ฉันแค่... ไม่รู้จักนายแล้ว”

ประโยคเด็ดขาดนั้นทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของธามเลือนหายไปในทันที บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดและอึดอัดดิ่งลึกจนแทบหายใจไม่ออก

และในจังหวะนั้นเอง คินก็เดินถือถาดกลับมาจากหลังร้าน

“พี่เหนือ โต๊ะ—”

เด็กหนุ่มชะงักคำพูดไว้แค่นั้น เมื่อสัมผัสได้ถึงมวลอากาศอันอึดอัดที่ครอบคลุมอยู่ สายตาของคินมองตรงไปยังชายแปลกหน้าชุดดำตรงหน้าเคาน์เตอร์

“...ลุกค้ารู้จักพี่เหนือเหรอครับ?” คินถามขึ้น เสียงเบาลงกว่าปกติ

เหนือกำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธและตัดรบ แต่ธามกลับชิงพูดขึ้นมาก่อน

“รู้จักครับ”

ดวงตาคมของธามยังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเหนือ ไม่ละสายตาไปไหนแม้แต่วินาทีเดียว “พวกเรา... รู้จักกันดีมาก”

คินมองสลับไปมาระหว่างคนทั้งสองคนอย่างตั้งข้อสังเกต สัญชาตญาณบอกเขาว่า น้ำเสียงและสายตาที่ชายคนนี้มองพี่เหนือ... มันไม่ใช่การพบกันของคนรู้จักธรรมดาอย่างแน่นอน

“งั้น...” คินฝืนยิ้มสุภาพ “เดี๋ยวผมเอาเมนูมาให้เลือกนะครับ”

เด็กหนุ่มหมุนตัวเดินแยกออกไป แต่ก็ไม่วายแอบหันกลับมามองธามด้วยสายตาหวาดระแวงอีกครั้ง

ใน ขณะเดียวกัน เหนือพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ และบังคับไม่ให้มือของตัวเองสั่น

เขาไม่รู้เลยว่าธามกลับมาที่นี่ทำไม... ไม่รู้ว่าครั้งนี้อีกฝ่ายจะเข้ามาปั่นป่วนชีวิตเขาอีกกี่วัน... และไม่รู้ด้วยซ้ำว่า การปรากฏตัวของคนคนนี้จะหมุนเปลี่ยนเข็มนาฬิกาในชีวิตของเขาไปในทิศทางไหน

แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหนือแน่ใจยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด...

เขาต้องไม่ยอมปล่อยให้ธามก้าวกลับเข้ามาในชีวิตอีกเป็นอันขาด

เพราะครั้งหนึ่ง... ผู้ชายคนนี้เคยทำให้เขารักจนหมดหัวใจ และเคยทำลายมันจนแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี

และหากเขาพลาดพลั้งให้อีกฝ่ายอีกเป็นครั้งที่สอง... เขาคงไม่มีหัวใจเหลือพอที่จะใช้ชีวิตต่อไปได้อีกแล้ว

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!