คืนนั้น ธามนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวเดิมตรงมุมร้านจนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปเกือบห้าสิบบาทีใกล้ร้านปิด
เหนือพยายามจดจ่ออยู่กับการเช็ดทำความสะอาดเคาน์เตอร์และทำเป็นไม่สนใจ... แต่ทุกครั้งที่เผลอเงยหน้าขึ้น สายตาก็ต้องไปปะทะเข้ากับดวงตาคมคู่นั้นที่มองตรงมายังเขาเสมอ ราวกับธามไม่ได้มองสิ่งอื่นใดเลยตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา
“นายยังชอบฝนอยู่ไหม?”
คำถามที่ไม่มีปี่มีโคนดังขึ้นท่ามกลางเสียงสายฝนภายนอก ทำให้มือของเหนือที่กำลังเช็ดแก้วชะงักกึก
“อะไรนะ?”
“เมื่อก่อนนายชอบนั่งฟังเสียงฝนตก” ธามระบายยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มเอ็นดูในอดีตที่คุ้นเคย “ฉันจำได้”
เหนือหลุดหัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงแปร่ง “เรื่องตั้งหกปีแล้ว นายยังจะจำอีกเหรอ?”
“...เรื่องของนาย ฉันจำได้หมดนั่นแหละ”
ประโยคนั้นเรียบง่าย แต่น้ำเสียงที่หนักแน่นกลับทำให้เหนือกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก และทำได้เพียงปล่อยให้ความเงียบโรยตัวลงมา
คินที่กำลังเก็บแก้วอยู่ไม่ไกลชะงักมือไปชั่วครู่...
เด็กหนุ่มไม่รู้หรอกว่าอดีตของคนทั้งสองคนนี้ผ่านอะไรมาบ้าง แต่เขารู้ดีว่าแววตาและน้ำเสียงของธาม ไม่ใช่แววตาของคนที่หมดรักแล้วเลยสักนิด... และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ ตัวเขาเองก็เริ่มรู้สึกกับเหนือมากขึ้นทุกวัน จนเกินกว่าคำว่า 'น้องที่ทำงาน' ไปไกลแล้ว
“ร้านจะปิดแล้วครับ”
คินก้าวเดินเข้ามาแทรกบรรยากาศอึดอัดพร้อมเอ่ยบอกเสียงตึง
ธามพลิกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู “จริงด้วย...”
เขาลุกขึ้นยืน หยิบกระเป๋าถือขึ้นมา แล้วก้าวเดินมาหยุดลงตรงหน้าเคาน์เตอร์ ห่างจากเหนือเพียงก้าวเดียว
“พรุ่งนี้เจอกัน”
เหนือขมวดคิ้ว “ใครบอกว่าฉันจะเจอนาย?”
“ฉันจะมา” ธามพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดในโลก
“แล้วนายไม่คิดว่าฉันจะไล่นายหรือไง?”
“นายไล่ฉันได้...” ธามยิ้มบาง “แต่ฉันก็ยังจะมาอยู่ดี”
พูดจบ เขาก็กระชับเสื้อแจ็กเก็ต เดินตรงไปยังประตูร้าน เสียงกระดิ่งเหนือประตูดังขึ้นใสกระจ่าง
กริ๊ง—
ความเงียบสงัดเข้าครอบคลุมร้านกาแฟทันทีที่ประตูปิดลง
คินจ้องมองบานกระจกหน้าร้านอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมามองคนหลังเคาน์เตอร์
“เขายังรักพี่อยู่”
เหนือหันขวับ “นายรู้ได้ยังไง?”
“ดูออกครับ... สายตาแบบนั้น มันไม่ใช่สายตาของคนที่ลืมกันได้แล้ว”
“แล้วถ้าเขายังรัก... แล้วมันสำคัญตรงไหน?”
คินวางแก้วในมือลงบนเคาน์เตอร์เบา ๆ “ไม่สำคัญสำหรับพี่จริง ๆ เหรอครับ?”
เหนือเงียบกริบ ไร้คำตอบ
คินก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกหนึ่งก้าว ดวงตาคู่สุกใสมองตรงเข้ามาในตาของเหนือ “พี่... ยังรักเขาอยู่ไหม?”
คำถามที่ตรงไปตรงมาจนไร้เกราะป้องกัน ทำเอาเหนือต้องเบือนหน้าหนีไปอีกทาง “พี่ไม่รู้”
“หรือพี่รู้... แต่แค่มารยาไม่อยากยอมรับมัน?”
เหนือเงยหน้าขึ้นสบตากับเด็กหนุ่มทันที ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนได้ยินกระทั่งเสียงหยดน้ำฝนที่เกาะกระจกร้าน คินจ้องมองเขานิ่งด้วยความรู้สึกมากมายที่บดบังไว้ไม่มิด
ทว่าในที่สุด... คินก็เป็นฝ่ายถอนสายตาและก้าวถอยหลังออกไปก่อน
“ผมขอโทษครับ”
“เรื่องอะไร?”
“ที่ถามมากเกินไป”
เหนือมองตามแผ่นหลังของคินที่เดินกลับไปเก็บของหลังร้านด้วยความรู้สึกหน่วงในอก... นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นคินในมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่มีรอยยิ้มสดใส ไม่มีคำพูดหยอกล้อกวนประสาท มีเพียงความจริงจังและร่องรอยความเจ็บปวดบางอย่างที่ทำให้เหนือรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างจับใจ
หลังปิดร้านเรียบร้อย เหนือเดินถือกระเป๋าออกมาหน้าร้าน
สายฝนยังคงตกพรำ ๆ ไม่ขาดสาย ลมหนาวปะทะเข้ากับใบหน้าจนต้องยกมือขึ้นกอดอก เขากำลังจะเดินไปเปิดประตูรถยนต์ที่จอดอยู่ริมฟุตบาท แต่มุมสายตากลับสะดุดเข้ากับร่างสูงของใครบางคนที่ยืนพิงต้นไม้ใหญ่อยู่ฝั่งตรงข้ามถนน
ธาม...
เหนือขมวดคิ้ว เดินตรงเข้าไปหา “นายยังไม่กลับอีกเหรอ?”
“รอ”
“รอทำไม?”
“รอนาย”
เหนือถอนหายใจยาวด้วยความเหนื่อยหน่าย “ธาม... เราไม่มีอะไรต้องคุยกันแล้ว พอเหอะ”
“แต่ฉันมี” ธามก้าวข้ามถนนที่เปียกโชกตรงเข้ามาหา นัยน์ตาคมสะท้อนแสงไฟถนนสีส้มฉายแววเจ็บปวด “คืนนั้น... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งนายไป”
เหนือชะงักกึก ราวกับถูกสวิตช์ความรู้สึกกดหยุด
ประโยคนี้... ถ้อยคำนี้ที่เขารอคอยและอยากได้ยินมาตลอดหกปีเต็ม ในที่สุดมันก็ถูกเอ่ยออกมาจากปากของผู้ชายคนนี้
“...แล้วทำไมถึงไป?” เหนือถาม เสียงพร่าแผ่ว
ธามเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง “เพราะตอนนั้นฉันคิดว่า... ถ้าฉันอยู่ นายจะต้องสูญเสียทุกอย่างไปพร้อมกับฉัน”
เหนือขมวดคิ้วแน่นด้วยความไม่เข้าใจ “หมายความว่ายังไง?”
“ฉันจะเล่าให้นายฟังทั้งหมด...”
“เมื่อไหร่?”
ธามจ้องมองหน้านิ่ง ๆ นัยน์ตาสั่นระริก “...ถ้านายยอมให้ฉันกลับเข้ามาในชีวิตนายอีกครั้ง”
เหนือเม้มริมฝีปากแน่น ความสับสนและอดีตที่ย้อนกลับมารวมตัวกันจนอกแทบระเบิด เหนือกำลังจะเอ่ยปากตอบออกไป
ทว่าเสียงหนึ่งกลับดังขึ้นจากด้านหลังเสียก่อน
“พี่เหนือครับ”
คินเดินถือร่มกางออกมาสองคัน เด็กหนุ่มเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างกายเหนือ สายตาสบเข้ากับธามครู่หนึ่งก่อนจะหันมามองใบหน้าอึดอัดของเหนือ
“ฝนเริ่มตกหนักขึ้นแล้วครับ” คินยื่นร่มอีกคันส่งให้เหนือด้วยท่าทางนุ่มนวล “กลับบ้านกันครับ... ผมขับมอเตอร์ไซค์ตามหลังไปส่ง”
ธามหลุบสายตามองร่มในมือของคิน ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมองหน้าเหนือด้วยความตึงเครียด
ไม่มีใครพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว...
ทว่ามวลอากาศและบรรยากาศระหว่างผู้ชายสามคนกลับเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงและชัดเจน
เหนือยืนอยู่ตรงกลาง... คนหนึ่งคือ อดีต ที่ยังคงมีเงื่อนผูกพันและติดค้างอยู่เต็มหัวใจ อีกคนคือ ปัจจุบัน ที่กำลังก้าวเข้ามาเติมเต็มความรู้สึกอย่างช้า ๆ
และเป็นครั้งแรกที่เหนือเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองในใจ... ว่าบางที พื้นที่ในหัวใจของเขา อาจไม่ได้เหลือไว้สำหรับคนเพียงคนเดียวอีกต่อไปแล้ว