เหนือสบสายตากับคิน นัยน์ตาของเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่มีร่องรอยของความล้อเล่นเหลืออยู่เลย มีเพียงความหวังแฝงความจริงใจที่ส่องสว่างท่ามกลางแสงไฟสีส้มสลัวของร้านกาแฟ
มือของเหนือกำโทรศัพท์ในกระเป๋าแน่น ข้อความจากธามยังคงสว่างวาบราวกับเป็นเครื่องตรวนที่คอยดึงรั้งเขาไว้กับอดีต
“คิน...” เหนือเอ่ยเสียงเบา ความอึดอัดทับถมจนอายอก “พี่...”
“พี่เหนือยังไม่ต้องตอบผมตอนนี้หรอกครับ”
คินระบายยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่พยายามยิ้มให้เหนือสบายใจ ทั้งที่ดวงตาคู่โตนั้นไหววูบ เด็กหนุ่มถอยหลังออกไปก้าวหนึ่ง เพื่อคืนระยะห่างและความผ่อนคลายให้คนตรงหน้า
“ผมแค่อยากให้พี่รู้ความรู้สึกของผม... ไม่ได้อยากสร้างความลำบากใจให้พี่” คินก้มลงเก็บถาดกาแฟใบสุดท้ายบนเคาน์เตอร์ “วันนี้ดึกมากแล้ว พี่กลับบ้านเถอะครับ เดี๋ยวผมล็อกร้านให้เอง”
เหนือมองแผ่นหลังของคินที่เดินเลี่ยงไปทำความสะอาดส่วนหลังร้านด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหวั่นไหว ซาบซึ้ง และเกรงใจ... คินเป็นความสดใส เป็นเหมือนแสงแดดอบอุ่นที่เข้ามาในชีวิตเขาอย่างนุ่มนวล ในขณะที่ธามคือสายฝนหลงฤดูที่โหมกระหน่ำ พัดพาเอาความทรงจำแสนเจ็บปวดและโหยหากลับเข้ามาปั่นป่วนหัวใจ
เหนือเดินออกจากร้านด้วยความเงียบเชียบ
ละอองฝนยามดึกยังคงโปรยปราย รถยนต์สีดำทรงหรูของธามยังคงจอดซุ่มรออยู่ริมฟุตบาทฝั่งตรงข้าม เงาร่างสูงของชายหนุ่มยืนพิงตัวรถ สายตามองตรงมาที่เหนือทันทีที่เขาก้าวพ้นประตู
ธามไม่ได้เดินเข้ามาหา ไม่ได้บีบบังคับ เพียงแค่กางร่มยืนรออยู่ตรงนั้น ราวกับจะบอกว่าต่อให้เหนือจะมองข้ามหรือปฏิเสธอย่างไร เขาก็จะยังอยู่ตรงนี้ ไม่ไปไหนอีกแล้ว
เหนือยืนมองอดีตและปัจจุบันที่กำลังขนานกันอยู่บนถนนสายเปียกชื้น หัวใจของเขาหนักอึ้ง
เขาไม่รู้เลยว่า วันที่ฝนหยุดตก... เขาจะเลือกเดินไปหาคนที่เคยทำให้แตกสลายแต่ไม่เคยลืม หรือเปิดใจให้คนที่พร้อมจะซ่อมแซมหัวใจของเขาให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง
เหนือคิดว่าคืนนี้เขาแค่ออกมาทานอาหารเย็นกับธามเพียงสองคนเพื่อเปิดใจคุยเรื่องอดีตให้จบ ๆ ไป
ทว่าทันทีที่เขาดันประตูร้านอาหารสไตล์โฮมมี่เข้าไป บรรยากาศภายในกลับทำเอาเขาต้องชะงักเท้ากึก
“มาช้าจังนะ”
เสียงเรียบทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้น เหนือหยุดยืนนิ่ง ธามนั่งอยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่ และคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของธามก็คือ... คิน
“นาย... มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?” เหนือถามอย่างสับสน
คินเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มกวนนิด ๆ “ผมได้รับคำเชิญครับ”
เหนือหันขวับไปมองธามทันที “นายชวนเขามาเหรอ?”
“อืม”
“เพื่ออะไร?”
ธามยกแก้วน้ำขึ้นจิบอย่างใจเย็น ท่าทางผ่อนคลาย “เพราะฉันไม่อยากให้นายรู้สึกอึดอัด หรือรู้สึกว่าต้องเลือกกดดันตัวเองระหว่างฉันกับเขาอีกแล้วไง”
เหนือเงียบกริบ พูดอะไรไม่ออก แม้กระทั่งคินเองก็ดูเหมือนจะไม่คาดคิดว่าธามจะกล้าเอ่ยออกมาตรง ๆ ขนาดนี้
“นั่งสิ” ธามลุกขึ้นเลื่อนเก้าอี้ตรงกลางระหว่างพวกเขาทั้งสองคนให้เหนือ
เหนือมองเก้าอี้ว่างตรงกลางสลับกับผู้ชายสองคน ก่อนจะค่อย ๆ ถอนหายใจและนั่งลงอย่างไม่เต็มใจนัก
“พวกนายคิดจะทำอะไรกันแน่?”
คินหลุดหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ “จริง ๆ ผมก็อยากรู้เหมือนกันครับ”
ธามมองหน้าเหนือตรง ๆ “กินข้าว”
“แค่นั้น?”
“สำหรับคืนนี้... แค่นั้นจริง ๆ”
อาหารมากหน้าหลายตาทอยถูกนำมาเสิร์ฟบนโต๊ะ ช่วงแรกบรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัดจนแทบไม่มีใครพูดอะไร จนกระทั่งคินเป็นฝ่ายเปิดประเด็นขึ้นมาก่อน
“คุณธามกลับมาเชียงใหม่เพราะเรื่องอะไรเหรอครับ?”
“งานน่ะ” ธามตอบเรียบ ๆ
“แค่เรื่องงานเหรอครับ?”
“ก็ไม่ทั้งหมด...” ธามเหลือบสายตามามองเหนือ “ฉันกลับมาเพราะยังมีเรื่องสำคัญที่ค้างคาอยู่”
คินหันไปมองเหนือทันที ในขณะที่เหนือแสร้งทำเป็นสนใจตัดสเต๊กในจานตรงหน้า
“แล้วคุณกับพี่เหนือ...” คินชะงักไปครู่หนึ่ง “...เคยคบกันนานไหมครับ?”
“สามปี” ธามตอบทันทีโดยไม่ลังเล
เหนือชะงักมือ... สามปีเต็ม ๆ ที่เขาเคยคิดว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีและเจ็บปวดที่สุดในชีวิต
“นานกว่าที่ผมคิดไว้นะครับ” คินพึมพำเสียงเบา
ธามจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้า “แล้วนายล่ะ?”
“อะไรครับ?”
“นายกับเหนือ”
คินระบายยิ้มบาง ๆ นัยน์ตาเป็นประกาย “ยังไม่ได้คบครับ...”
คำตอบนั้นทำให้ธามชะงักไปเล็กน้อย
“...แต่กำลังพยายามอย่างหนักเลยครับ”
แคก! เหนือสำลักน้ำทันทีที่ได้ยิน
“คิน!” เหนือหันไปดุ ตาโต
“อะไรครับ? ผมพูดความจริงนี่นา”
ธามหลุดหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ... เป็นครั้งแรกที่ผู้ชายทั้งสามคนหัวเราะออกมาพร้อมกัน บรรยากาศตึงเครียดที่เคยม้วนตัวอยู่รอบโต๊ะค่อย ๆ ละลายกลายเป็นความผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด จนเหนือเริ่มรู้สึกแปลกใจ
เขาเคยคิดว่าการเห็นคนที่เขารู้สึกดีด้วยทั้งสองคนมานั่งอยู่ด้วยกันแบบนี้ จะเป็นเรื่องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก... แต่คืนนี้ กลับไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิดเลยสักนิด
หลังอาหารมื้อค่ำ สายฝนภายนอกเริ่มโปรยปรายลงมาอีกระลอก คินยืนอยู่หน้าร้านอาหาร แหงนมองสายฝนพลางบ่นพึมพำ
“แย่จัง ผมไม่ได้เอาร่มมาซะด้วย”
ธามยกกุญแจรถยนต์ในมือขึ้นควง “ฉันไปส่ง”
คินหันกลับมามอง “แล้วพี่เหนือล่ะครับ?”
“ฉันก็จะไปส่งเขาเหมือนกัน”
คินหันมามองหน้าเหนือด้วยสายตาอบอุ่น “พี่เหนือเลือกได้นะครับ จะไปกับใคร”
เหนือเงียบ... เขามองธาม แล้วหันไปมองคิน สองคนยืนอยู่ตรงหน้าเขา
คนหนึ่งคืออดีตที่หวนคืนกลับมาพร้อมคำตอบที่ค้างคา อีกคนคือปัจจุบันที่กำลังค่อย ๆ ก้าวเข้ามาจับจองพื้นที่ในหัวใจ
“ไปด้วยกันนี่แหละ”
คำตอบหลุดออกจากปากเหนือโดยไม่ทันตั้งตัว ทั้งธามและคินต่างหันมามองเขาเป็นตาเดียว
“ทำไมมองแบบนั้น?” เหนือถอนหายใจ “ก็ขึ้นรถธามคันเดียวนี่แหละ ไปส่งพวกเราทั้งคู่เลย”
ธามยกยิ้มมุมปาก “ได้สิ”
คินคลี่ยิ้มกว้าง “ครับผม”
ภายในรถยนต์หรูเงียบสงบกว่าที่เหนือคิด ธามทำหน้าที่เป็นคนขับ คินนั่งอยู่เบาะหน้าฝั่งข้างคนขับ ส่วนเหนือนั่งอยู่เบาะหลังเพียงลำพัง แสงไฟสีส้มจากสตรีตไลต์ข้างทางไหลผ่านกระจกรถเป็นสายตามแรงเคลื่อน
ไม่มีใครพูดอะไรอยู่พักใหญ่ จนกระทั่งคินกดเปิดเพลงเบา ๆ เพลงสากลอินดี้เก่า ๆ ที่เหนือเคยชอบฟังเมื่อหลายปีก่อนดังคลอขึ้นมา
ธามเหลือบมองกระจกหลัง “นายยังฟังเพลงนี้อยู่อีกเหรอ?”
เหนือพยักหน้ารับเบา ๆ “ฟังบ้าง... บางเวลา”
“ฉันยังจำได้ดี”
คินเอี้ยวตัวหันกลับมามอง “คุณจำเรื่องของพี่เหนือได้เยอะจริง ๆ นะครับ”
“สามปีไม่ใช่เวลาสั้น ๆ หรอกนะ”
คินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจน
“...ผมเองก็อยากมีช่วงเวลาสามปีแบบนั้นบ้างเหมือนกัน”
ประโยคนั้นทำให้ภายในรถตกอยู่ในความเงียบสนิททันที เหนือเบือนหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง หัวใจเต้นระสับแรงขึ้นมาโดยไร้สาเหตุ ธามไม่ได้เอ่ยขัดอะไร แต่สายตาที่มองคินผ่านกระจกมองหลังกลับเปลี่ยนไป... ไร้ซึ่งความโกรธ ไร้ซึ่งความหึงหวง ดุร้าย มีเพียงความนึกคิดบางอย่างที่เหนืออ่านไม่ออก
กระทั่งรถยนต์เลี้ยวมาจอดลงหน้าร้าน/บ้านของคิน
คินเปิดประตูรถเตรียมจะลง แต่ก่อนจะก้าวออกไป เด็กหนุ่มหันกลับมา “ขอบคุณสำหรับมื้อนี้นะครับคุณธาม”
ธามพยักหน้ารับ “ฝันดี”
“ครับ” คินหันมามองเหนือที่เบาะหลัง “พี่เหนือ...”
“ว่าไง?”
“คืนนี้... ผมมีความสุขมากเลยนะครับ” เด็กหนุ่มยิ้มสดใสส่งให้ “ไว้เจอกันพรุ่งนี้ครับ”
ประตูปิดลง เสียงเครื่องยนต์ครางเบา ๆ ขณะที่รถเคลื่อนตัวออกไปช้า ๆ ทิ้งความเงียบสงบไว้ให้เหนือกับธามเพียงสองคน
“นายชอบเขาใช่ไหม?” ธามเอ่ยขึ้นทลายความเงียบ
เหนือหันไปมองแผ่นหลังของคนขับ “ใคร?”
“คิน”
เหนือไม่ได้ตอบในทันที
ธามถามซ้ำอีกครั้ง น้ำเสียงราบเรียบ “ชอบเขามากไหม?”
เหนือก้มลงมองมือตัวเองที่ประสานกันบนตัก “...ฉันไม่รู้”
ธามเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงใจเย็นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“งั้นก็ไม่ต้องรีบรู้หรอก”
เหนือเงยหน้าขึ้นสบสายตากับธามผ่านกระจกมองหลังทันที “...นายไม่หึงหรือไง?”
ธามระบายยิ้มบาง ๆ “หึงสิ”
คำตอบตรงไปตรงมาทำเอาเหนือใจสั่นวูบ
“แต่ฉันไม่อยากให้ความรักของฉัน... กลับไปเป็นกรงขังที่ขังนายไว้เหมือนเมื่อหกปีก่อนอีกแล้ว”
เหนือจ้องมองธามอยู่นาน คำพูดนั้นดึงเอาความทรงจำในอดีตย้อนกลับมา และทำให้เขาเริ่มมองเห็นธามในมุมมองใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
บางที... ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้ อาจไม่ใช่ธามคนเดิมที่เคยเอาแต่ใจอีกต่อไปแล้ว
และบางที... สายสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงของพวกเขาทั้งสามคน อาจกำลังหมุนพาไปสู่บทสรุปรูปแบบใหม่ที่ไม่มีใครทันได้เตรียมใจไว้
เพราะในคืนนี้ เป็นครั้งแรกที่พวกเขาทั้งสามคนได้นั่งอยู่ด้วยกัน... โดยที่ไม่มีใครต้องถูกบังคับให้เลือกใครเลยสักคน