เช้าวันต่อมา เหนือตื่นขึ้นมาพร้อมกับแรงสั่นของโทรศัพท์บนโต๊ะข้างเตียง ข้อความหนึ่งปรากฏอยู่บนหน้าจอ
ธาม: วันนี้ฉันจะไปรับนายตอนเลิกงาน
เหนืออ่านข้อความนั้นซ้ำสองรอบ ความรู้สึกหงุดหงิดระคนสับสนกรุ่นขึ้นมาทันที เขากดพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว
เหนือ: ไม่ต้อง
ทว่าข้อความขึ้นสถานะ 'อ่านแล้ว' ในวินาทีถัดมาทันที พร้อมคำตอบสั้น ๆ จากอีกฝ่าย
ธาม: ฉันไม่ได้ถาม
เหนือถอนหายใจยาว วางโทรศัพท์ลงบนเตียงโดยไม่คิดจะพิมพ์ตอบอีก... หกปีผ่านไปแล้ว ธามก็ยังคงเป็นคนเดิมไม่เปลี่ยน ดื้อรั้น เผด็จการ และชอบคิดตัดสินใจแทนเขาอยู่เสมอ
แต่ไม่ถึงสิบนาทีต่อมา โทรศัพท์ก็สั่นแจ้งเตือนขึ้นอีกครั้ง
คิน: วันนี้พี่กินข้าวเช้าหรือยังครับ?
มุมปากของเหนือเผลอคลี่ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ความตึงเครียดเมื่อครู่เจือจางลงทันตา
เหนือ: ยัง
คิน: รู้อยู่แล้วครับ
เหนือ: รู้ได้ยังไง?
คิน: เพราะถ้าพี่กินข้าวแล้ว พี่จะไม่พิมพ์ตอบผมไวขนาดนี้หรอกครับ~
เหนือหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ กับความช่างสังเกตของเด็กหนุ่ม... คินอาจจะเป็นคนที่เข้ามาวนเวียนจนน่ารำคาญที่สุดในระยะนี้ แต่ก็เป็นคนเดียวเช่นกันที่ทำให้เช้าวันธรรมดาของเขามีรอยยิ้มได้เสมอ
ช่วงบ่าย บรรยากาศภายในร้านค่อนข้างวุ่นวาย ลูกค้าเข้ามาอุดหนุนไม่ขาดสาย คินต้องวิ่งวุ่นเดินยกถาดไปมาระหว่างครัวกับโต๊ะอาหารจนแทบไม่ได้หยุดพัก เหนือมองเห็นหยดเหงื่อที่ซึมอยู่ตรงข้ามขมับของเด็กหนุ่มตลอดเวลา
“คิน” เหนือเอ่ยทักเมื่ออีกฝ่ายเดินกลับมาหลังเคาน์เตอร์
“ครับพี่เหนือ?”
“ไปนั่งพักบ้าง ถอยออกมาพักสักสิบนาทีไป”
“ยังไหวครับสบายมาก” คินยิ้มร่า
“พี่บอกให้ไปพัก” น้ำเสียงของเหนือจริงจังขึ้น
คินเลิกคิ้ว นัยน์ตาทอประกายพราว “เป็นห่วงผมเหรอครับ?”
“ใช่”
คำตอบสั้น ๆ และเด็ดขาดนั้นทำเอาคินนิ่งชะงักไปทันที เหนือเองก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าตัวเองตอบออกไปไวเกินกว่าปกติ คินก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนรอยยิ้มดีใจเอาไว้ไม่มิด
“ครับผม” คินรับคำเสียงนุ่ม ก่อนจะเดินเลี่ยงเข้าครัวไป
ไม่กี่วินาทีต่อมา โทรศัพท์ของเหนือก็แผดเสียงร้องขึ้นอีกครั้ง... ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอคือ 'ธาม'
เหนือจ้องมองหน้าจออยู่ครู่หนึ่งด้วยความสับสน ก่อนจะตัดสินใจกดรับสาย “ว่าไง”
(“ฉันอยู่หน้าร้าน”)
“...”
(“ออกมาหาฉันหน่อย”)
“ธาม... ฉันทำงานอยู่” เหนือถอนหายใจ
(“ห้านาที... ขอแค่ห้านาทีพอ”)
เหนือปิดเปลือกตาลงเบา ๆ “นายต้องการอะไรกันแน่?”
ปลายสายเงียบกริบไปชั่วครู่ ก่อนที่น้ำเสียงทุ้มของธามจะเบาลงและอ่อนโยนขึ้นกว่าเดิม
(“...แค่อยากเห็นหน้า”)
หัวใจของเหนือสั่นไหวอย่างหนัก... เขาเกลียดคำพูดและน้ำเสียงแบบนี้ของธามที่สุด เพราะในอดีต เขาพ่ายแพ้ให้กับความอ่อนโยนนี้เสมอมา
“ห้านาทีนะ” เหนือตอบเสร็จก็กดวางสายทันที เขากระชับผ้ากันเปื้อนแล้วเดินออกไปหน้าร้าน
ธามยืนพิงประตูรถยนต์หรูอยู่จริง ๆ ในมือถือถุงกระดาษใส่กล่องอาหารเอาไว้หนึ่งใบ
“มีอะไร?” เหนือถามเข้าประเด็น
“ข้าวกลางวัน” ธามยื่นถุงในมือส่งให้
“ฉันกินแล้ว”
“โกหก” ธามจ้องหน้าเขานิ่ง “นายไม่เคยกินข้าวตรงเวลาสักครั้งตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว”
เหนือมองถุงอาหารในมืออีกฝ่ายอย่างทำตัวไม่ถูก “นาย... ยังจำได้อีกเหรอ?”
“บอกแล้วไง เรื่องของนาย ฉันจำได้หมด” ธามยื่นถุงมาแตะมือเขา “เอาไว้กินตอนว่างแล้วกัน”
เหนือรับถุงมาถือไว้โดยไม่รู้ตัว “...ขอบใจ”
ธามคลี่ยิ้มบาง “ขอบคุณแค่นี้เองเหรอ?”
“แล้วนายต้องการอะไรอีก?”
“คำขอบคุณดี ๆ ที่ดูจริงใจกว่านี้หน่อย”
เหนือกำลังจะเอ่ยปากแย้ง แต่เสียงประตูร้านก็เปิดออกเสียก่อน
คินเดินออกมาหน้าร้าน เด็กหนุ่มชะงักเท้าทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า... ธามกำลังยืนอยู่ชิดใกล้เหนือ และในมือของเหนือก็กำลังถือถุงอาหารที่อีกฝ่ายนำมาให้ คินมองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะระบายยิ้มบาง ๆ ออกมา
“พี่เหนือครับ ลูกค้ารอจ่ายเงินอยู่ที่เคาน์เตอร์ครับ”
เหนือหันกลับไปหา “อืม เดี๋ยวพี่รีบเข้าไป”
คินพยักหน้ารับ แต่ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับ เขากลับหันไปมองหน้าธามตรง ๆ
“คุณธามใช่ไหมครับ?”
“ใช่” ธามตอบเสียงเรียบ
“ผมคินครับ”
“ฉันรู้”
คินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ “รู้จักผมด้วยเหรอครับ?”
ธามจ้องมองเด็กหนุ่มนิ่ง ๆ นัยน์ตาคมกริบ “เหนือเล่าเรื่องนายให้ฉันฟัง”
เหนือหันขวับทันที “ฉันไม่เคย—”
“ฉันเดาเอาน่ะ” ธามยิ้มมุมปากขัดขึ้นมาเสียก่อน
คินหลุดหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ “คุณนี่... ร้ายเหมือนกันนะครับ”
“ขอบคุณที่ชม”
ชายหนุ่มสองคนต่างวัยยืนจ้องหน้ากันนิ่ง ไร้ซึ่งรอยยิ้มจริงใจ และไม่มีใครยอมหลบสายตาใครแม้แต่เซนติเมตรเดียว เหนือมองภาพการปะทะกันทางสายตานั้นแล้วรู้สึกแปลกประหลาดในอกอย่างบอกไม่ถูก... ราวกับมีกระแสคลื่นความตึงเครียดบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นระหว่างผู้ชายสองคนที่ไม่ควรจะมาเกี่ยวข้องกันเลยสักนิด
คืนนั้น หลังปิดร้านเรียบร้อย คินยังคงอยู่ช่วยเหนือเก็บของและทำความสะอาดเคาน์เตอร์จนดึก
“พี่เหนือครับ”
“หืม?” เหนือตอบโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากแก้วที่กำลังเช็ด
“ผม... ถามอะไรหน่อยได้ไหม?”
“ถามสิ มีอะไรเหรอ?”
คินเงียบเสียงไปนานจนผิดสังเกต “ถ้าคุณธามกลับมาจริง ๆ ... พี่จะกลับไปหาเขาไหมครับ?”
มือของเหนือที่กำลังเช็ดขอบแก้วชะงักกึกทันที “...พี่ไม่รู้”
“แล้วถ้าเขามาขอโอกาสเริ่มใหม่ล่ะครับ?”
“พี่ก็... ยังไม่รู้เหมือนกัน”
คินพยักหน้ารับช้า ๆ “แล้ว... ถ้าเป็นผมที่ขอโอกาสบ้างล่ะครับ?”
เหนือเงยหน้าขึ้นมองทันที คินไม่ได้ยิ้มกวนประสาทเหมือนทุกที แววตาของเด็กหนุ่มตรงหน้าจริงจังและหนักแน่นอย่างที่เหนือไม่เคยเห็นมาก่อนตลอดเวลาที่รู้จักกันมา
“ผมรู้ว่าผมมาช้ากว่าเขา...”
“คิน...”
“ผมรู้ว่าพี่เคยรักเขามาก” คินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า “แต่ผมก็อยากให้พี่รู้เหมือนกัน... ว่าตอนนี้ มีผู้ชายอีกคนหนึ่งที่รักพี่อยู่ตรงนี้เหมือนกัน”
ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วทั้งร้านกาแฟ เหนืออึดอัดจนพูดอะไรไม่ออก เขาไม่รู้ว่าควรจะจัดการกับความรู้สึกตรงหน้านี้อย่างไรดี...
และในเวลาเดียวกันนั้นเอง โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของเหนือก็สั่นแจ้งเตือนขึ้น ข้อความใหม่จากธามปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
ธาม: ฉันจะไม่ยอมเสียเธอไปเป็นครั้งที่สองอีกแล้ว เหนือ
เหนือหลุบสายตามองข้อความนั้นด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบสายตากับคินที่ยังคงรอคอยคำตอบอยู่ตรงหน้า
หัวใจของเขากำลังถูกดึงรั้งด้วยความรู้สึกที่หนักหน่วงขึ้นทุกที... และเหนือเริ่มตระหนักได้แล้วว่า
ฤดูฝนและความรักครั้งนี้... คงไม่มีทางจบลงง่าย ๆ อย่างที่คิดแน่นอน