สวมร่างฆ่า - Agent of Death

ตอนที่ 4: ตอนที่ 4: นักทำศพ

👁️ 1 อ่าน
22px

เขาเป็นชายโครงร่างใหญ่ กล้ามเนื้อปูดโปนแบบนักเพาะกาย แต่งกายด้วยสูทผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มรัดรูปแน่นเปรี๊ยะจนดูเหมือนจะปริขาดได้ทุกเมื่อ ชายผู้นี้ดูอายุอานามประมาณสามสิบต้น ๆ ผมยาวกระเซิง หนวดเคราดำหนา รูปลักษณ์ของเขาชวนให้นึกถึงเดฟ โกรลจากวงฟูไฟเตอส์ในเวอร์ชั่นมาเฟียอย่างไรชอบกล ลำพังแค่นั่งตาขวางบนเก้าอี้หลุยส์แกะสลักจากไม้กฤษณาตัวเบ้อเริ่มประหนึ่งบัลลังก์เฉย ๆ ก็สามารถสร้างบรรยากาศกดดันถึงชีวิตได้แล้วโดยไม่จำเป็นต้องรู้ชื่อเสียงเรียงนามของเขาด้วยซ้ำ

ฟลาวิโอ้ จิโอวานนี หรือ ‘นักทำศพ’ จิโอวานนีเป็นหนึ่งในเจ้าพ่อผู้น่าเกรงขามของโลกใต้ดิน พูดกันว่าในหมู่คนนอกกฎหมายนั้น ตัวตนของเขาเปรียบได้กับมาร์ควิสแห่งจักรวรรดิอาชญากรรม กล่าวคือขึ้นตรงต่อยอดพีระมิดไม่กี่คน ทว่าเป็นใหญ่เหนือเหล่าผู้ชั่วช้าทั้งปวง ยังดีที่ด้วยเหตุผลบางประการทำให้นักทำศพมักไม่ค่อยออกหน้า เอาแต่เก็บตัวเงียบมาหลายทศวรรษแล้ว มิฉะนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าคงเกิดสงครามขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่กับเหล่าอาชญากรอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เป็นแน่

“เจ้านั่นยอมปริปากแล้วหรือยัง” จิโอวานนีเอ่ยโดยไม่ละสายตาจากแก้วไวน์บรรจุของเหลวสีแดงเข้มในมือ แม้จะดูเป็นการถามลอย ๆ กระนั้นบรรดาข้ารับใช้ต่างก็รู้ดีว่าพวกตนไม่อาจเพิกเฉยต่อคำถามนั้นได้

ภายในห้องสไตล์ยุโรปตกแต่งหรูหราด้วยเฟอร์นิเจอร์ทองคำกับไม้หายาก กลุ่มคนแต่งกายด้วยสูทสีดำกว่าสิบชีวิตต่างสบตากันอย่างเงียบ ๆ แลกเปลี่ยนความอัดอั้นและหวาดกลัวระหว่างกันและกัน พวกเขาแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม ยืนห่างจากโต๊ะทำงานตัวใหญ่ไปราวเมตรครึ่ง ทว่าในความรู้สึกภายใต้หน้ากากแห่งความสงบนิ่งบนใบหน้านั้นประหนึ่งว่ากำลังยื่นคอไปอยู่ในอุ้งมือของเจ้านายตนก็ไม่ปาน ต่อให้เป็นบอดี้การ์ดร่างใหญ่ที่สุดในกลุ่มผู้ไม่หวาดหวั่นต่อศัตรูหน้าไหนก็ยังต้องเสียวสันหลังวาบทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเนื้อผ้าเสียดสีสวบสาบยามจิโอวานนีขยับตัวคล้ายกำลังหงุดหงิดเสียเต็มประดา

“ยังครับ” ชายผอมแห้งหน้าตอบตาลึกโหลราวโครงกระดูกเดินได้ยืนหลังค่อมตัวสั่นระริก เขาคือหัวหน้ามือทรมานคนล่าสุดของจิโอวานนี ปัญหาก็คือเขาเพิ่งเริ่มงานนี้มาได้เพียงสามวันเท่านั้นเอง สามวันแห่งความหวาดผวา อันที่จริงเขาแทบจะกราบเหยื่อให้ยอมสารภาพข้อมูลใดก็ตามที่จะทำให้เจ้านายของเขาสบายใจขึ้นมาได้บ้างแล้วด้วยซ้ำ เพียงแต่ฝ่ายนั้นเองก็ปากแข็งกระดูกเหล็กเหลือเกิน “เจ้านั่นมีความอดทนมากกว่าทุกคนที่ผมเคยเห็น... ไม่ว่าจะตัดหรือเผายังไงก็ไม่ยอมพูดท่าเดียว...”

เขาบีบมือตนเองอย่างว้าวุ่น ตั้งใจข้ามวาจาเย้ยหยันที่เจ้านั่นฝากมายังจิโอวานนีด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยของเขาเอง

“มันคงคิดว่าจะมีโอกาสได้พลังคืนละมั้ง” จิโอวานนีวางแก้วไวน์ลง เสียงทุ้มต่ำประหนึ่งท้องฟ้าคำรามก็ไม่ปาน กลิ่นคาวโชยจาง ๆ คละคลุ้งในห้องบ่งบอกว่าของเหลวในนั้นหาใช่เครื่องดื่มทั่วไปไม่ ทว่าคือโลหิต

“นายท่าน หากข้ามีเวลามากกว่านี้-”

ยังไม่ทันพูดจบดี เสียงปืนก็ดังตัดบทหัวหน้ามือทรมานพร้อมกับรูกลมปรากฏบนหน้าผากขาวซีดของเขาในวินาทีถัดมา ชายร่างผอมคอพับไปด้านหลัง หงายหลังล้มและสิ้นใจตายโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพิ่งจะโดนอะไรเข้า มีเสียงสูดหายใจอย่างตระหนกดังตามมาแทบจะทันที จิโอวานนีตวัดสายตามองเหล่าชายในสูทดำที่เริ่มจะแตกตื่น ทำเอาพวกนั้นถึงกับตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าแม้แต่จะกลัวออกนอกหน้าด้วยซ้ำ

“แล้วแหวนล่ะ หาเจอหรือยัง” จิโอวานนีถามด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย

คราวนี้เป็นชายเครายาวตัวอ้วนใหญ่สูงเกือบสองเมตรก้าวออกมาด้านหน้า ที่จริงเขาก็ไม่อยากทำแบบนั้นนักหรอก ยิ่งเมื่อเจ้านายเพิ่งระเบิดสมองใครสักคนไปหมาด ๆ แบบนี้ด้วยนะ เขาลอบกลืนน้ำลายเอื้อก สายตาจับเขม็งที่ปืนพกสีเงินกระบอกโต ซึ่งอย่างน้อยจิโอวานนีก็วางมันลงกับโต๊ะแล้ว

“ผมกับลูกน้องกำลังตามหาอย่างสุดกำลังครับ” เขาพยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น

“ก็หมายความว่ายังไม่พบสินะ” จิโอวานนีถอนหายใจ “แล้วนายลงไปหาเองด้วยหรือเปล่า หรือแค่สั่งสองสามคำจากนั้นก็ปล่อยให้ลูกน้องทำงานกันเอง”

“แน่นอนอยู่แล้วครับว่าผมต้องลงมือเอง ของสำคัญของเจ้านายจะทำงานเหยาะแหยะได้ยังไงกัน!

“อืม นั่นสินะ ไม่น่าถามเลย ข้ารู้อยู่แล้วว่าสามารถเชื่อมือเจ้าได้” จิโอวานนีพยักหน้า

ชายเครายาวเผยยิ้มออกมาเล็กน้อยอย่างภูมิใจ “ขอบคุณนายท่าน” เขาโค้งแล้วโค้งอีก “ผมขอสาบาน ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟหรือให้ตกนรกหมกไหม้ ผมก็จะติดตามนายท่านไป-”

เสียงปืนดังอีกนัด จากนั้นชายผู้สาบานว่าจะตกนรกหมกไหม้ก็ลงไปนอนจมกองเลือดกับมันสมองอยู่บนพื้น

“เชิญแกก่อนแล้วกัน” จิโอวานนีวางปืนลงอีกครั้ง ไม่มีใครเห็นว่าเขาหยิบมันตอนไหน ราวกับปืนอยู่ในมือเขามาตลอดแล้วยังไงยังงั้น “200 ปี... 200 ปีแล้วที่ข้าพยายามเลือดตาแทบกระเด็นกว่าจะสยบความตายสำเร็จ แต่แล้วก็กลับถูกพวกโง่ ๆ ทำให้เสียเรื่องจนได้! แค่แหวนวงเดียวเท่านั้น! แค่แหวนวงเดียวก็ยังทำหลุดมือหายไปได้!!! ถ้าแค่นี้ก็ยังทำไม่ได้แล้วข้าจะคาดหวังอะไรจากพวกเจ้ากัน!!!” ‘นักทำศพ’ ทุบโต๊ะเปรี้ยงทีเดียวแผ่นไม้แข็งแรงแตกเป็นหลุมลงไป

เหล่าชายชุดดำต่างสะดุ้งโหยง พวกเขาต้องรั้งตัวเองสุดความสามารถเพื่อไม่ให้หันหลังวิ่งหนีออกจากห้อง ซึ่งเชื่อได้เลยว่าพวกเขาคงถูกส่งไปโลกหน้าทั้งที่ยังไปไม่ถึงประตูด้วยซ้ำ

“เจ้ากับเจ้า! ข้าเลื่อนขั้นให้พวกเจ้าคุมแทนศพไม่ได้เรื่องสองตัวนั่น ใครชอบงานไหนก็เลือกไป!” จิโอวานนีชี้มือไปยังคนที่เหลืออยู่ โดยผู้ถูกเลือกนั้นคอตกราวกับถูกสั่งประหารก็ไม่ปาน ขณะที่เพื่อนร่วมงานได้แต่ส่งสายตาสงสารพลางโล่งอกที่พวกตนยังมีโอกาสหายใจหายคอต่อไปอีกอย่างน้อยก็พักใหญ่ ๆ “พวกแกทั้งหมดรู้ดีอยู่แล้วว่าต้องทำอะไร ตามหาแหวนแห่งแทนานอสมาให้ข้า! ไม่เช่นนั้นครั้งต่อไปก็หิ้วหัวตัวเองเข้ามาในห้องนี้ได้เลย!!!

นัยน์ตาที่เคยดำสนิทยิ่งกว่ารัตติกาลพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงสดเจิดจ้า จิโอวานนีลุกยืนขึ้น อ้าปากขู่คำรามเผยฟันเขี้ยวสี่ซี่ยืดออกมาแบบเดียวกับเสือ ส่วนเล็บมือก็งอกให้เห็นจะ ๆ ยาวหนึ่งนิ้วสีดำสนิท แข็งแรงดั่งโลหะและคมกริบประหนึ่งมีดผ่าตัด

ปรากฏว่าเหล่าชายในชุดสูททุกคนในที่นั้นต่างก็งอกทั้งเขี้ยวและเล็บเช่นเดียวกับเจ้านายของมันระหว่างทะยานออกจากห้องด้วยความเร็วเหนือมนุษย์

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!