Artemis เทพสาวพิชิตเกม

ตอนที่ 1: เทพีนีทถูกไล่ออกจากบ้าน

👁️ 1 อ่าน
22px

นี่มันบ้าอะไรกัน!” สุรเสียงทรงพลานุภาพดังสนั่นหวั่นไหวประหนึ่งสายฟ้าฟาด ทำเอาห้องขนาดใหญ่เทียบได้กับโถงวิหาร ไม่สิ ที่นี่มันก็คือวิหารเลยนั่นล่ะ

วิหารหินอ่อนขาวล้ำค่าสไตล์โรมันซึ่งแต่เดิมถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ประทับของเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ และที่แห่งนี้เองก็คือวิหารแห่งอาร์เทมีส เทพีแห่งจันทราและการล่าสัตว์ ครั้งหนึ่งพระองค์เคยท่องไปทั่วโลก ตั้งแต่กรีก โรมันจนถึงยุคสมัยแห่งอเมริกา ได้เห็นการก่อขึ้นของอารยธรรมจนกระทั่งล่มสลายก็หลายครา พระองค์เคยล่าตั้งแต่กระต่ายตัวจ้อยจนถึงสัตว์ประหลาดน่าเกลียดน่ากลัวเหนือจินตนาการ ซึ่งจะพูดว่าเทพีอาร์เทมีสก็คือยอดยอดพรานผู้อยู่เหนือพรานก็ไม่ผิดนัก

ทว่าตอนที่ซูสกระแทกประตูวิหารซึ่งมีป้าย ฐานทัพลับของราชินีแห่งโลกมืดกับห้ามใครเข้าเด็ดขาดยกเว้นถาดพิซซ่าปิดเอาไว้เข้ามา ก็มีเสียงกรี๊ดลั่นถึงขั้นสามารถทำให้มนุษยชาติสูญหายไปครึ่งหนึ่งในคราวเดียวได้ดังขึ้น

ชายกลางคนแต่งกายด้วยสูทสีดำคับติ้ว เป็นส่วนผสมระหว่างนักเพาะกายกับมาเฟียยุคแปดศูนย์ เขาคือซูสผู้หล่อเหลาด้วยผมรองทรงสีดอกเลา เคราสั้นคลุมตั้งแต่จอนผมลงมาตัดแต่งเป็นระเบียบ สาวไหนบ้างละจะไม่หลงใหลรูปลักษณ์เช่นนี้ ด้านหลังของมหาเทพซูสคือหนุ่มวัยรุ่นผอมเก้งก้าง ใบหน้าสิวเขรอะมันเยิ้ม ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าเจ้าหนุ่มหน้าเนิร์ดผู้นี้คืออะพอลโล เทพสุริยันผู้มีสาว ๆ แฟนคลับเยอะพอ ๆ กับยามะพี เพียงแต่ความหน้าตาดีของเขานั้นมาสุดถึงแค่เมื่อไม่กี่นาทีก่อน ตอนที่พ่อของตนพิโรธและถูกขว้างสายฟ้าใส่จัง ๆ ต่อให้ไม่ถึงตาย กระนั้นความหน้าตาดีก็จำต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะฟื้นฟูกลับมาได้

เจ้าของเสียงกรี๊ดเมื่อครู่หาได้มาจากซูสหรือพี่ชายผู้โชคร้ายของเธอไม่ เสียงนั่นดังมาจากเด็กสาวร่างบอบบาง หน้าตาอยู่ในวัยสิบเจ็ดสิบแปด งดงามดั่งดอกลิลลี่ขาวบริสุทธิ์ เรือนผมสีเงินยวงประหนึ่งรัศมีจันทร์บนผิวทะเลสาบ นัยน์ตาใสซื่อดั่งสมันแรกคลอด หากเธอผู้นี้ปรากฏตัวขึ้นบนโลกมนุษย์ละก็บอกได้เลยว่าเธอต้องได้เป็นไอดอลผู้โด่งดังภายในชั่วข้ามคืนอย่างไม่ต้องสงสัย ความงามของเธอคือความงามแห่งสรวงสวรรค์อย่างแท้จริง

เพียงแต่ในตอนนี้อัปสรสวรรค์นางนี้กลับซุกตัวอยู่ท่ามกลางกองขยะซะงั้น

นอกจากใบหน้าแล้วก็ไม่มีสิ่งใดสมควรเรียกว่า นางฟ้าหรือ เทพีได้อีก เด็กสาวแต่งกายด้วยเสื้อวอร์มเก่า ๆ ที่ไม่น่าจะได้ซักมานานนับศตวรรษ ผมสีเงินยวงถูกเกล้าเป็นมวยอย่างง่าย ๆ ด้วยตะเกียบไม้มีเส้นบะหมี่แห้งติดเป็นก้อนแข็ง ปากก็เคี้ยวปลาหมึกแห้งตุ้ย ๆ และถ้าไม่มีแสงจากด้านนอกส่องลอดเข้ามาละก็ ภายในห้องก็มีเพียงแสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ถึงสิบสองจอด้วยกัน จอหนึ่งเปิดหน้าเว็บโซเชียลมีเดีย อีกจอเป็นกระดานข่าว ถัดลงมาเป็นยูทูปช่องรายการเกี่ยวกับการล่าท้าผี จอกึ่งกลางซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดฉายการไลฟ์สดของไอดอลวีทูบเบอร์จากค่ายโฮโลไลฟ์ และที่อยู่ต่ำลงมาในระดับเดียวกับสายตาของเธอก็คือหน้าจอเกมมายคราฟต์ที่กำลังเล่นค้างอยู่

โชคดีที่บนสวรรค์ซึ่งเรียกว่าโอลิมปัสนั้นไม่มีแมลงวัน ไม่งั้นเห็นทีห้องนี้คงเป็นภัยพิบัติระดับเดียวกับอียิปต์ตอนตั๊กแตนบุกแล้วละ

“ทะ ท่านพ่อ...” หญิงสาวรูปร่างหน้าตาสุดโลลิสวนทางกับอายุหลายพันปีละล่ำละลักพลางรีบดึงหูฟังออกจากศีรษะ ระหว่างที่ซูสก้าวอาด ๆ เข้ามาในวิหารแห่งขยะโดยมีบุตรชายหน้ามันแผล็บคอยเดินตามหลังด้วยท่าทางขลาด ๆ พื้นวิหารเต็มไปด้วยขยะเกลื่อนกลาดจนไม่สามารถมองเห็นแผ่นหินอ่อนข้างใต้ได้เลย กระนั้นในทุกย่างก้าวของซูส ขยะทั้งหลายพากันกระเด้งกระดอนด้วยตัวมันเองเปิดทางให้กับจอมเทพจ้าวแห่งสรวงสวรรค์ ถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปราวสัปดาห์ก่อนหมุนตีลังกาสาดซุปกะหรี่ที่เหลืออยู่ใส่หน้าอะพอลโลราวกับเป็นการลงโทษจากบิดา ซึ่งไม่ว่าเขาจะหลบหรือไม่ก็ไม่ใช่ประเด็น “ท่าน... ท่าน... ท่านเข้ามาในห้องของข้าได้ยังไงกัน ข้าก็ติดป้ายที่ประตูไว้แล้วว่า-”

อะพอลโลกับเรือนผมสีบลอนด์ประดับเส้นบะหมี่อืดสั่นหัวรัว ๆ เป็นเชิงห้ามน้องสาวตน หุบปากเดี๋ยวนี้! ขืนเจ้าพูดออกมาละก็ถึงตายเชียวนะ!’

อาร์เทมีสหุบปากในทันใด

“ในฐานะจ้าวแห่งสรวงสวรรค์ มีที่ใดบนโอลิมปัสที่ข้าไม่สิทธิกัน” ก้าวสุดท้ายหยุดลงตรงหน้าเทพีรูปร่างเด็กวัยสิบสองที่ในมือยังคงค้างอยู่เหนือคีย์บอร์ดและเมาส์ อาร์เทมีสค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นกระทั่งไปหยุดที่ใบหน้าเคร่งเครียดถึงขั้นกราดเกรี้ยวของมหาเทพตรงหน้า วินาทีนั้นเธอเห็นภาพตัวเองราวกับว่าตนเป็นเพียงแมลงตัวจ้อยอันไร้ค่า

ความเงียบงันดำเนินต่อเนื่องราวชั่วกัปชั่วกัลป์ อาร์เทมีสรู้สึกว่าความเป็นอมตะของตนกำลังสั่นคลอน

“เจ้ากำลังทำอะไรอยู่” เนิ่นนานผ่านไป ในที่สุดซูสก็เอ่ยออกมาเรียบ ๆ ทว่าเป็นน้ำเสียงที่ทุกคนรู้ดีว่าคือความสงบนิ่งก่อนการมาของพายุ ซึ่งเขาทำเช่นนี้กับโลกมนุษย์มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

“ข้า... เอ่อ... ข้ากำลัง... สร้างอารยธรรมของมนุษย์ชาติ... ขึ้นมาใหม่...” อาร์เทมีสคิดว่าคำตอบของตนนั้นช่างน่าเวทนาสิ้นดี

“สร้างอารยธรรมงั้นหรือ” สายตาซูสเลื่อนผ่านแต่ละมอนิเตอร์จนกระทั่งหยุดที่หน้าจอซึ่งตรงกับศีรษะของบุตรีของตน หน้าจอที่กำลังฉายให้เห็นเกมมายคราฟต์ “น่าสนใจดีนี่”

“ท่านพ่อคิดอย่างนั้นหรือคะ” นัยน์ตาสีม่วงของเทพีเป็นประกายขึ้นมาแวบหนึ่ง ก่อนจะดับแสงไปทันทีที่สายฟ้าสีทองอร่ามปรากฎจากความว่างเปล่าเหนือศีรษะซูสและฟาดใส่ซูเปอร์ควอนตัมคอมพิวเตอร์จนมันสลายเป็นผุยผงในทันที กระแสพลังมหาศาลไหลผ่านสายพ่วงกระจายไปยังอุปกรณ์ต่าง ๆ และแผดเผาพวกมันจนมอดไหม้ไปหมดในชั่วพริบตา อาร์เทมีสกรี๊ดดังลั่น ถูกแรงระเบิดกระแทกจนตัวปลิว โชคยังดีที่ได้พี่ชายของตนกระโจนเข้ามารับเอาไว้ แต่ถึงจะไม่มีอะพอลโล ขยะมากมายก็ยังมีมากพอเป็นเบาะรองรับเธอได้อยู่ดี

โง่บัดซบ!” ซูสคำราม เสียงฟ้าร้องครืน ๆ ดังขึ้นนอกวิหารตอบรับทันที “นี่หรือคือสภาพที่เทพีควรจะเป็น วัน ๆ เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องสกปรกโสโครก! หลงงมงายอยู่กับความเสื่อมทรามของมนุษย์! เจ้าได้ดูสภาพตัวเองบ้างไหมว่าน่าสมเพชแค่ไหน เจ้าคิดจะใช้ความอมตะของตัวเองไปเรื่อย ๆ กับเรื่องไร้สาระเช่นนี้ถึงเมื่อไหร่กัน! เจ้าคือเทพีแห่งดวงจันทร์นะ หัดทำหน้าที่ของตัวเองบ้าง!

ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะคำพูดดูถูก สุดยอดอารยธรรมมายคราฟต์กับน้อง ๆ โฮโลไลฟ์ของตนว่าเป็นแค่ความเสื่อมทรามของมนุษย์หรือเพราะซูสเพิ่งระเบิดอภิมหาคอมพิวเตอร์ไปกันแน่ ทว่ามันก็ทำให้เทพีถึงกับฟิวส์ขาด เธอประเคนหมัดเสยคางอะพอลโลระหว่างที่เขาพยายามรวบตัวเธอไว้ด้วยรู้ดีว่าน้องสาวกำลังจะทำอะไร ก่อนเดินกระแทกส้นตึง ๆ ไปยืนเผชิญหน้ากับผู้เป็นบิดา

“ท่านพูดว่าให้ทำหน้าที่ของตัวเองงั้นเรอะ! บางทีท่านอาจจะแก่จนเลอะเลือนไปแล้วละมั้งถึงไม่รู้ว่าสถานการณ์ของพวกเราตอนนี้เป็นยังไง” ร่างโลลิของเธอสูงเลยเอวมหาเทพเท่านั้น ทั้งไม่มีรัศมีอย่างที่เทพเจ้าควรจะมีซึ่งเป็นผลจากการขาดอาหารทิพย์มาเป็นเวลานาน วินาทีนั้นอะพอลโลอยากวิ่งเข้าไปดึงตัวยายเด็กติดเกมสติแตกไปจากวิหารเน่า ๆ นี่ใจจะขาด แม้เวลานี้สิ่งต่าง ๆ จะไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว กระนั้นเรื่องที่ซูสเป็นเทพผู้ทรงพลานุภาพที่สุดก็ยังคงเป็นความจริงอยู่ดี

ความกลัวพันธนาการขาของเขาให้ไม่อาจก้าวออกไปได้แม้เพียงนิด

พวกมนุษย์ไม่ได้นับถือพวกเราอีกแล้ว!” อาร์เทมีสกรีดเสียง “พวกเขาไม่ได้เคารพพวกเรา! ลืมเลือนพวกเรามานานแสนนานแล้ว! ท่านพ่อก็ควรตาสว่างได้สักที! ท่านน่าจะลองเข้ายูทูปแล้วค้นหาชื่อตัวเองในนั้นดูบ้างนะ! ตัวตนของท่านตอนนี้น่ะตลกมากกว่าจะ-”

พอสักที!!!” สายฟ้าอีกสายกระแทกกลางอกเทพีร่างเล็ก ๆ จนตัวปลิว ซึ่งคราวนี้ไม่ได้อะพอลโลมาช่วยรับอีกแล้ว และนั่นก็เป็นผลให้ทั้งร่างของเธอเต็มไปด้วยเศษมันฝรั่งทอดค้างครึ่งปีกับคราบหนืด ๆ น่าขยะแขยงจากการหมักหมมขยะอีกหลายอย่าง “ข้าไม่ได้มาเพื่อให้เจ้าทำตัวเหิมเกริมใส่เช่นนี้!

ท่านจะมาลงโทษข้าใช่ไหมล่ะ!” อาร์เทมีสแยกเขี้ยวชูคออย่างไม่กลัวเกรง เหมือนลูกแมวตัวเล็ก ๆ ที่ขนพองฟู “ท่านคิดจะทำอะไรล่ะ เนรเทศข้าเหมือนที่ท่านทำกับท่านอาโพหรือพี่ชายงั้นหรือ หรือว่าจะเตะลงจากโอลิมปัสแบบน้องเฮเฟ่ให้ข้าพิการเหมือนกัน?”

ซูสชะงักไป “เอ่อ... ข้าแค่จะมาบอกว่าเฮร่าเรียกให้เจ้าไปกินข้าวกับคนอื่น ๆ ” ก่อนที่ท่าทีกราดเกรี้ยวจะหวนกลับมาอีกครั้งหนึ่ง “แต่เจ้าพูดขึ้นมาก็ดี ข้าเองก็ปล่อยเจ้าให้ทำตัวเหลวไหลมานานมากแล้ว ถึงเวลาที่ข้าควรต้องลงมือทำอะไรจริง ๆ  จัง ๆ สักที!

อาร์เทมีสรู้สึกราวกับตัวเองพลาดไปแล้ว ถ้าซูสแค่มาตามไปกินข้าวเท่านั้นละก็ ไม่แน่ว่าแค่เธออยู่เงียบ ๆ ยอมให้เขาระเบิดคอมสักเครื่องเรื่องก็น่าจะจบลงแค่นั้น ทว่านี่เธอถึงกับไปกระตุ้นความโกรธของเขาแทนซะงั้น

“ในเมื่อเจ้าชื่นชอบเกมของมนุษย์มากขนาดนี้ เช่นนั้นละก็” ซูสโบกมือ จากนั้นกล่องใส่แผ่นเกมที่ยังเหลือรอดจากสายฟ้าโทสะของเขาก็ลอยมาอยู่ในมือ มหาเทพเหลือบมองมันเพียงครู่เดียว และใบหน้าก็แสดงให้เห็นถึงการตัดสินใจ “ข้าตัดสินใจได้แล้วว่าจะลงโทษเจ้าอย่างไร”

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!